“ทำอาชีพอะไรดี ถึงจะไม่ตกงาน?”

คำค้นหายอดฮิตอันดับต้นๆ บนหน้า Google ช่วงนี้ สะท้อนชัดถึงความกังวลใจในอนาคตที่มองไม่เห็น เมื่อการมาถึงของ Metaverse ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะวิถีชีวิตการทำงานที่พลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง

อาชีพที่เคยรู้จักจะถูกลบหาย แทนที่ด้วย “อาชีพในอนาคต” ที่มาพร้อมทักษะจำเป็นระดับสูง เราจะต้องพัฒนาตัวเองยังไงเพื่อให้อยู่รอดในอีก 10 ปีข้างหน้า วันนี้ขิงจะพาไปเจาะลึก 10 อาชีพในอนาคตที่จะทำให้คุณวางแผนชีวิตได้ง่ายขึ้น ถ้าพร้อมแล้วงั้นมาเริ่มกันเลยค่ะ!


เมื่อโลกเปลี่ยน งานเปลี่ยน แต่คนเปลี่ยนไม่ทัน

จากรายงานของ Report of Works Trends in 2022 พูดถึงเทรนด์การทำงานในอนาคตหลังยุค COVID-19 ที่นำพาการเปลี่ยนแปลงมามากมาย แต่มีสองเรื่องที่น่าสนใจคือ Marketing Automation ไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป และ การขาดแคลนบุคลากรคุณภาพ (Talents Scarcity) จะสูงขึ้น

โดยปัจจุบันเราจะเห็นบริษัทเกี่ยวกับ MarTech ในไทยเพิ่มขึ้นในอัตราก้าวกระโดด ทำให้หลายธุรกิจคุ้นชินและปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ แต่ปัญหาที่ตามมาคือ “ทักษะของบุคลากรที่เติบโตไม่ทันความรวดเร็วของเทคโนโลยี” 

แน่นอนว่านี่เป็นปัญหาที่ค่อยๆ ก่อตัวใหญ่ขึ้นทุกวัน เมื่อคนทำงานเองก็พยายาม Reskill Upskill รอบด้าน แต่กลับไม่รู้ว่าควรโฟกัสไปที่ไหน งั้นเรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เทรนด์การทำงานในอนาคตจะเป็นอย่างไร และ จะเติบโตจากสายอาชีพที่ทำอยู่ได้ยังไง

4 Worlds of Work : ทำความรู้จักเทรนด์การทำงานในปี 2030

ทาง PWC ได้คาดการณ์อนาคตการทำงานอีก 10 ปีข้างหน้าว่า AI & Innovation จะแบ่งโลกการทำงานออกเป็น 4 ส่วนด้วยกัน

โลกการทำงาน กับ อาชีพในอนาคต
ที่มารูป: HR Katha

The Red World (Innovation Rules)

โลกที่นวัตกรรมสร้างโอกาสใหม่ให้ทุกธุรกิจ โดยความสำเร็จจะวัดจากคนที่มีทักษะความสามารถ (Talents) ในโลกนี้ผู้ประกอบการจะมุ่งเน้นที่ผลลัพธ์มากกว่ากระบวนการการทำงาน ทำให้ประหยัดเวลาด้วยการใช้ระบบ Automation และ จ้าง Talent Outsources แทนงานประจำที่จะหลงเหลือเพียง 10% ทำให้อาชีพ HR กลายเป็นอาชีพที่จะหายไป

The Blue World (Corporate is king)

Global Corporation จะเติบโตสูงสุด โดยทุกธุรกิจเชื่อมั่นว่าความกว้างขวาง อิทธิพล และความเป็นที่รู้จักในตลาดจะเป็นจุดสำคัญให้ธุรกิจดำเนินไปได้ นั่นทำให้พวกเขาต่างต้องการผู้มีความสามารถในสายอาชีพ Negotiate และ Management เข้ามาดำเนินการ บอกเลยว่าในโลกนี้ HR มีบทบาทสำคัญมากในฐานะ Head of People and Productivity ในการมองหาคนคุณภาพมาร่วมงาน

The Green World (Companies Care)

ธุรกิจโลกนี้ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกัน ความสำคัญของทรัพยากร และ การอนุรักษ์ โดยเชื่อว่าการประสานงานที่ดีของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นด้านมนุษยศาสตร์อย่าง HR, Management, Service และ ด้านดิจิทัลอย่าง Data Analysis, Digital Marketing, Content ล้วนต้องประสานกันให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงธรรมชาติด้วย เทคโนโลยีที่นี่จะประสานเป็นหนึ่งเดียวกับการทำงานของมนุษย์

The Yellow World (Human Come First)

ที่นี่จะมุ่งเน้นมนุษย์มาก่อนเทคโนโลยี พนักงานที่ทำงานจะได้รับอิสระในการทำงานที่ยืดหยุ่น จัดสรรชีวิตของตัวเองได้อย่างอิสระ และบริษัทที่เป็นธรรมในการจ้างงานโดยมีนโยบายที่คำนึงถึงสภาพจิตใจและ Work-Life Balance ของพนักงาน แต่เทรนด์การจ้าง Outsources จะยังคงมีสูงพอๆ กับอาชีพ HR ที่มีบทบาทน้อยลง

“สรุปเทรนด์การทำงานในอนาคต”

อาชีพ Freelance – Outsources จะมีบทบาทมากขึ้น สวนทางกับการทำงานประจำ และ มนุษย์จะยังคงเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องการ เพื่อควบคุมและพัฒนาการทำงานของระบบ Automation โดยอาชีพที่จะได้ไปต่อ วัดจาก 3 ทักษะหลัก คือ Digital Skill, Negotiate & Management Skill, Analytical Skill


10 อาชีพในอนาคต การันตีอีก 10 ปีก็ไม่ตกงาน

มาถึงตรงนี้หลายๆ คนเริ่มกลัวว่าตัวเองจะต้องเปลี่ยนงานที่ทำอยู่หรือเปล่า ไม่ต้องห่วงเลยค่ะ เพราะมีหลายอาชีพที่แค่พัฒนาทักษะให้ถูกจุดก็เตรียมก้าวเข้าสู่ยุค Metaverse ได้แล้ว 🤩 เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ขิงเลยรวบรวม เทรนด์ 10 อาชีพมาแรงในอนาคต เรทเงินเดือน และ แนวทางพัฒนาทักษะแต่ละสายงานมาให้ทุกคนกันค่ะ โดยจะแบ่งตาม 4 สายงานหลัก

“งานจากบริษัทชั้นนำรอคุณอยู่”

เปิดประตูงานที่ใช่ของคุณที่ Content Shifu Jobs แพลตฟอร์มเฉพาะสายงานดิจิทัลเน้นๆ ที่จะทำให้คุณเจองานที่ชอบ บริษัทที่ใช่ก่อนใคร

สาย Digital Marketing and Sales

1. Sales and Digital Marketing Manager

อาชีพที่ไม่มีวันตกยุค เพราะตั้งแต่สมัยโบราณมามนุษย์ก็เริ่มค้าขายด้วยการแลกสิ่งของกันแล้ว แตกต่างที่อาชีพนี้มี Hard Skill ที่เพิ่มขึ้นทุกยุคสมัย โดย Sales and Digital Marketing Manager อีก 10 ปีข้างหน้าจะถูกคาดหวังให้เป็นหัวเรือสำคัญในการสื่อสารกับลูกค้ายุค Metaverse ที่มีการแข่งขันสูง แค่เข้าใจ Digital Marketing ยังไม่พอ ต้องรู้และวิเคราะห์ Data ได้ รวมไปถึงพัฒนาประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ ด้วย

เรทเงินต่อเดือน : 40,000-50,000 บาท ​(1-5 ปี) และ 50,000-250,000 บาทขึ้นไป (มากกว่า 5 ปี) ข้อมูลจาก Adecco Online Salary Guide

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Digital Marketing, Content Marketing, Sales, Admin

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Marketing Skill
  • Technical Skill
  • Consulting
  • Creative Data Analytical Skill
  • Digital Presentation Skill
  • UX/CX Skill

How to upskill : ส่วนใหญ่อาชีพนี้ไม่ค่อยจบตรงสายกัน แต่จะต้องมีทักษะหลักๆ ติดตัวคือ Analytical Skill และ Creative Skill เพราะคนสายนี้จำเป็นต้องสังเกตคน วิเคราะห์ Insight และ สร้างสรรค์ไอเดียการตลาดใหม่ๆ อยู่เสมอ ถ้าสนใจสายงานนี้ ควรเรียนรู้ทักษะ Digital Marketing และ Data Analysis

2. Digital Marketing Analyst

Digital Marketing Analyst อาชีพมาแรงที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นเหมือนลูกผสมระหว่าง Data Analyst และ Digital Marketing มีหน้าที่หลักคือการหา Customer Insight, Market Research และ ข้อมูลที่เกี่ยวพันกับแคมเปญโฆษณา หรือ สินค้าของบริษัท เพื่อนำข้อมูลมายิงโฆษณา ตั้ง A/B Testing หรือ เสนอแผนงานแคมเปญต่างๆ ในกับฝ่าย Sales and Marketing หรือ ฝ่ายผลิตต่างไ ในบริษัทใหญ่ตำแหน่งนี้มีบทบาทที่สำคัญมาก

เรทเงินต่อเดือน : 50,000 – 80,000 บาท (ข้อมูลจาก Adecco Online Salary Guide)

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Data Analyst, Digital Marketing

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Data Analytical Skill
  • Data Visualization
  • Marketing Skill
  • Communication Skill

How to upskill : เป็นอีกหนึ่งอาชีพน่าสนใจที่ต้องมีทักษะ Digital Marketing และ Data Analytics ไปด้วยกัน ใครที่สนใจอยากไปต่อสายนี้ ให้เน้นเพิ่มทักษะฝั่งใดฝั่งหนึ่งที่กำลังขาด เพื่อเสริมให้มีความเชี่ยวชาญทั้งสองด้าน และ ถ้าใครมีโอกาสลองทำงานสายใดสายหนึ่งก็ดีเลยค่ะ เพราะสายงานนี้ประสบการณ์สำคัญมากจริงๆ

Shifu แนะนำ

คอร์สเรียนเพิ่มทักษะ Digital Marketing ครบวงจรจาก Content Shifu อัปเดตคอร์สทันกระแสโลกดิจิทัล พร้อมสิทธิประโยชน์เรียนฟรีตลอดชีพ

สาย AI and Software Development

3. AI and Machine Learning Engineer

AI and Machine Learning Engineer (AI and ML) คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและการเรียนรู้ของเครื่องจักร ในปัจจุบันที่ AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตมนุษย์ ทั้งการฝังชิปใน Smart Phone และ หุ่นยนต์ที่เราเห็นล้วนเกิดจากการวิเคราะห์ของคนทำงานสายนี้ ซึ่งจะยิ่งเป็นที่ต้องการตัวมากขึ้นเมื่อระบบ Automation ถูกนำมาใช้ในการทำงาน

เรทเงินเดือนต่อปี : เฉลี่ย 749,756 บาทต่อปี (ข้อมูลจาก Payscale Online Salary Guide)

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Machine Learning Engineer, Data Engineer, Deep Learning Engineer

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Coding and Computer Skill
  • Marketing Skill
  • Machine Learning
  • Deep Learning การเรียนรู้เครือข่ายประสาทของมนุษย์
  • Mathematics and Statics
  • Natural Language Processing (NLP) and Computer Vision ทำความเข้าใจระบบภาษาของคอมพิวเตอร์

How to upskill : อาชีพนี้ค่อนข้างเป็นสายเฉพาะทางที่ต้องจบปริญญา Data Science, Machine Learning และ Artificial Intelligence เพราะเป็นศาสตร์ที่ต้องมีความเข้าใจลึกซึ้ง อีกทั้งในประเทศไทยเอง ยังไม่มีบริษัทที่เริ่มศาสตร์นี้มากนัก แต่ถ้าใครอยากมาทางนี้แนะนำให้ลองหามหาวิทยาลัยปริญญาโท ในต่างประเทศ หรือ กลับไปเรียนปริญญาตรีอีกครั้งก็เป็นทางเดินที่คุ้มค่ากับโอกาสในอนาคตข้างหน้าค่ะ

4. Software and Applications Developers and Analysts

คือ อาชีพที่มีบทบาทสำคัญมากในหลายๆ ธุรกิจ เมื่อปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานในบริษัทมากขึ้น อาชีพ Software and Application Developers จึงเป็นกำลังสำคัญ โดยคนทำอาชีพนี้จะต้องมีความเข้าใจและเชี่ยวชาญตั้งแต่การระบุความต้องการของผู้ใช้งาน พัฒนาระบบ Information Technology (IT) ของบริษัทอย่าง Hardware, Software และ Applications ที่กำลังเป็นที่นิยมให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้ และในอนาคตอาชีพนี้จะรวมเข้ากับ Software Analyst ที่มีหน้าที่ออกแบบโปรแกรมเพิ่มเติมด้วย

เรทเงินต่อเดือน : 50,000 – 140,000 บาท (ข้อมูลจาก Adecco Online Salary Guide)

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Programmer Analysts

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Coding Language
  • Machine Learning
  • Mathematics and Statics
  • Analytical Skill

How to upskill : มากกว่า 65% ของ Software Developer นั้นมีใบปริญญารับรอง เพราะเป็นอีกหนึ่งสายเฉพาะที่วัดกันที่ความเชี่ยวชาญ รวมไปถึงประสบการณ์ เพราะฉะนั้นไม่ได้หมายความว่าจบไม่ตรงสายจะทำงานนี้ไม่ได้ เพราะถ้าคุณมีโอกาสเก็บประสบการณ์จากที่ทำงาน และ เรียนคอร์สเสริมเพื่อต่อใบปริญญา ก็มีสิทธิ์ทำงานนี้ได้เช่นกัน

5. Information Technology Services

Information Technology Services คือ ผู้เชี่ยวชาญที่จะให้บริการและพัฒนาระบบที่เกี่ยวกับ Software, Hardware, Database และ ทรัพยากรเครือข่ายขององค์กร อาชีพค่อนข้างคล้ายคลึงกับ Software Developer แต่จะออกไปทางผู้ดูแลระบบมากกว่า สามารถทำได้ทั้งแบบงานประจำ และ งานสัญญาจ้าง เพราะ เป็นคนที่องค์กรไม่สามารถขาดไปได้เลย

เรทเงินต่อเดือน : 200,000 – 300,000 บาทเมื่อมีประสบการณ์มากกว่า 5 ปี (ข้อมูลจาก Adecco Online Salary Guide)

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Programmer Analysts

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Coding Language
  • Machine Learning
  • Mathematics and Statics
  • Analytical Skill

How to upskill : สายงานนี้มี Career Path ที่คล้ายกับ Software Developer ที่ต้องใช้ทั้งใบปริญญาและประสบการณ์ควบคู่กัน คนที่สนใจให้ลองหาคอร์สเรียนเสริม และเก็บประสบการณ์เสริมไปพร้อมกันนะคะ

สาย Data

6. Data Analysts

ในยุค Data Driven ที่ข้อมูลกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของการทำการตลาด ธุรกิจ และการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ ทำให้อาชีพสาย Data Analyst เติบโตขึ้นอย่างมาก แค่ลองเสิร์ชใน JobsDB ก็เจองานที่เปิดรับมากกว่า 5000+ งานแล้ว บทบาทของอาชีพนี้จะต้องวิเคราะห์ข้อมูล Insights เพื่อการวางกลยุทธ์ ประเมินยอดขาย ลดต้นทุนทางธุรกิจ และ ใช้ข้อมูลในการสนับสนุนการทำงานของฝ่าย Marketing, Business management, Supplier เป็นต้น

เรทเงินต่อเดือน : 40,000-50,000 บาท ​(1-5 ปี) และ 80,000-120,000 บาทขึ้นไป (มากกว่า 5 ปี) ข้อมูลจาก Adecco Online Salary Guide

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Data Analyst, Business Development, Static Analysis, Digital Marketing

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Mathematics and Statics
  • Analytical Skill
  • Dashboard Tools
  • Microsoft Excel & SQL เพื่อดึงวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
  • Data Visualizations and Storytelling การเล่าเรื่องด้วยข้อมูล
  • Communication Skill
  • Business Domain Expertise (เข้าใจกระบวนการธุรกิจ)

How to upskill : อาชีพนี้ไม่จำเป็นต้องจบตรงสายวิศวกรรมศาสตร์เพียงอย่างเดียวนะคะ คนที่มีประสบการณ์ด้านการตลาด ธุรกิจ หรือไม่เคยมีประสบการณ์ก็สามารถเรียนคอร์สเพิ่มเติม (แนะนำคอร์สเรียนสาย Data จาก Skooldio) พื้นฐานสำคัญคือต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์ (Analytical Skill) เป็นทักษะสำคัญ

7. Data Scientists

หนึ่งในอาชีพเงินดี รายได้สูง และอนาคตไกลสุดๆ แถมยังทำงานแบบ Globalization ได้สบายๆ Data Scientists (DS) คือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลที่มีหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างเป็นโมเดล (Model) หรือ เครื่องมือ (Tools) ที่่ใช้สำหรับทำการตลาด วางแผนธุรกิจ หลักๆ จะแบ่งหน้าที่เป็นสองส่วน คือ วิเคราะห์และทำนายผล (Predictive Analytics) เช่น ทำนายยอดขาย และ วิเคราะห์เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น (Operations Optimization) ใช้กับเครื่องมือ Automation ในองค์กร

เรทเงินต่อเดือน : 35,000-40,000 บาท ​(1-5 ปี) และ 80,000 บาทขึ้นไป (มากกว่า 5 ปี) ข้อมูลจาก Adecco Online Salary Guide

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Data Analyst, Programmer, Data Engineer

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Mathematics and Statics (Algebra & Calculus)
  • Machine Learning
  • Software Engineering
  • Data Analysis
  • Business Domain Expertise (เข้าใจกระบวนการธุรกิจ)
  • Data Visualization

How to upskill : โดยทั่วไปแล้วผู้ที่ทำงานด้าน Data Scientist ในไทย จะจบการศึกษาปริญญาโทจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ คณิตศาสตร์ สารสนเทศข้อมูล และวิทยาการคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าไม่ได้มีปริญญาโดยตรง ต้องบอกก่อนว่าเป็นเรื่องยาก อย่างน้อยต้องมีความเข้าใจใน Mathematics and Statics และ เรียนคอร์สเสริมด้าน Software, Coding เป็นต้น (ส่วนใครที่จบตรีไม่ตรงสาย สามารถต่อโทได้กับบางมหาลัยเท่านั้นนะคะ)

“แตกต่างกันอย่างไร”

Data Analyst คือ นักวิเคราะห์ข้อมูลที่นำข้อมูลลูกค้ามาวิเคราะห์อย่างละเอียด เน้นวิเคราะห์ข้อมูลในอดีต และนำไปทำ Data Visualization จะเกี่ยวข้องกับ Business and Marketing มากกว่า

Data Scientist คือ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลมีหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างเป็นโมเดลพยากรณ์ ( Forecast Model) ทางธุรกิจ และ วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนาเครื่องมือ Automation ในองค์กรเพื่อการวางกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ จะตอบโจทย์อนาคตมากกว่า

สาย Organization and Management

8. Digital Transformation Consultants

Digital Transformation คือ การนำ Digital Technology มาปรับใช้กับทุกภาคส่วนขององค์กรตั้งแต่รากฐาน พูดง่ายๆ คือการเอาดิจิทัลเข้ามาปรับกระบวนการทำงานทั้งหมด ข้อดีคือสามารถให้วิ่งตามกระแสของโลกได้ทัน แต่การจะปรับเปลี่ยนกระบวนการแบบเดิมไม่ใช่เรื่องง่ายจึงต้องมี Digital Transformation Consultant เข้ามาช่วยในการเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างเทคโนโลยีและระบบขององค์กร วิเคราะห์กลยุทธ์พัฒนา สร้าง Digital Journey โดยอาชีพนี้มักเป็นที่ปรึกษาฟรีแลนซ์ หรือ สัญญาจ้างในการให้คำปรึกษา

เรทเงินเดือนต่อปี : เฉลี่ย 799,101 บาทต่อปี (ข้อมูลจาก Payscale Online Salary Guide)

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Business Development, Data Analysis, Project Management, Digital Marketing

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Tech SaaS (Software as a Service) หรือ Software ที่ใช้ในระบบ Cloud
  • Data Analytical Skill
  • Marketing Skill
  • Business Domain Expertise (เข้าใจกระบวนการธุรกิจ)
  • Data Visualization
  • Communication Skill

How to upskill : ปริญญาสาขา Business Development, Marketing และ Analytical เนื่องจากสายงานนี้เป็นสายงานค่อนข้างเฉพาะที่ต้องมีความเข้าใจในหลายศาสตร์ ทั้งการบริหาร จัดการ การตลาด และวิเคราะห์ คนที่สนใจสายงานนี้สามารถต่อยอดจากอาชีพเดิมได้ด้วยการเรียนคอร์สเรียนเพื่อเพิ่มทักษะสกิลที่ขาด แต่ถ้าให้ดีควรมีปริญญา หรือใบ Certificate เฉพาะทางค่ะ

9. General Business Operations manager

คือ ผู้ที่คอยจัดการ Workflow หรือ ระบบการทำงานภายในองค์กรให้ดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยดูแลควบคุมทั้งระดับแผนก และ องค์กร (ตามแต่ละขนาด) จุดประสงค์เพื่อให้การทำงานมีระบบระเบียบตั้งแต่รากฐานจนถึงส่งออกให้กับลูกค้า

เรทเงินเดือนต่อปี : เฉลี่ย 746,409 บาทต่อปี (ข้อมูลจาก Payscale Online Salary Guide)

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Project Manager, Business Development

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Business Development
  • Project Management
  • Communication and Negotiation Skill

How to upskill : สายงานนี้เหมาะกับคนที่ชอบการจัดการ และ มีความเข้าใจในระบบองค์กรธุรกิจต่างๆ อย่างชัดเจน ถ้าสนใจมาทางนี้ส่วนมากจะต้องเน้นทักษะ Soft Skill เป็นหลักในเรื่องการสื่อสาร จัดการ และ เสริมด้วยความเข้าใจในแง่มุมของแต่ละธุรกิจต่างๆ

10. Organizational Development Specialists

คือ ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาองค์กร มีหน้าที่ในการพัฒนาและปรับปรุงองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการประเมินและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของแต่ละแผนก เป็นผู้ดูแลการฝึกอบรม พัฒนาพนักงาน เพื่อการสื่อสารและการทำงานร่วมกัน

เรทเงินเดือนต่อปี : เฉลี่ย 131,000 บาทต่อปี (ข้อมูลจาก Salary Explorer Online Salary Guide)

สายอาชีพที่ต่อยอดได้ : Project Manager, Business Development, Project coordinator

ทักษะจำเป็นต้องมี :

  • Business Development
  • Project Management
  • Coordinating
  • Communication and Negotiation Skill

How to upskill : อีกหนึ่งสายงานที่เหมาะกับสาย Business Development และ management ถ้าสนใจสายงานนี้ให้นอกจากลงคอร์สเรียนแล้ว การออกไปพบเจอคนต่างๆ เพื่อฝึกทักษะการสื่อสาร และ เข้าใจความรู้สึกคนอื่น ก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจนะคะ


สรุป

จบกันไปแล้วกับเทรนด์ 10 อาชีพสายดิจิทัลในอนาคต การันตีอีก 10 ปีก็ไม่ตกงาน การวางแผนชีวิตการทำงานในอนาคตเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญก็จริง แต่อย่าลืมนึกถึงความสุขในการได้ทำงานที่ชอบด้วยนะคะ 😉

งานสายดิจิทัลจากบริษัทชั้นนำกำลังรอคุณอยู่ สมัครได้แล้วที่ Content Shifu Jobs 💼

ติดตามคอนเทนต์ Digital Jobs เจาะลึกเทรนด์สายงาน รวมไปถึง Career Tips ที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของคุณเป็นเรื่องง่ายได้ที่ Content Shifu