ในการทำ Content Marketing ให้ประสบความสำเร็จ รูปภาพ คืออีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้ชมคอนเทนต์ บทความนี้ผมจึงขอมาแนะนำ 10 เว็บโหลดรูปภาพฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ ซึ่งทุกเว็บไซต์ เราคัดมาแล้วว่าเป็นภาพฟรีใช้เชิงพาณิชย์ได้ และที่สำคัญคุณภาพและความสวยงาม ไม่แพ้เว็บเสียเงิน

และนอกจากที่ผมจะชี้เป้าเว็บรูปไม่ติดลิขสิทธ์แล้วแล้ว ผมยังจะมาแชร์เทคนิค “เช็คให้ชัวร์” ว่า เป็นรูปฟรีใช้เชิงพาณิชย์ได้หรือไม่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจว่า ภาพที่โหลดมา สามารถใช้ได้อย่างสบายใจ

มีรายละเอียดอะไรบ้าง มาดูกันเลย!

10 เว็บโหลดรูปภาพฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ ใช้ฟรีเชิงพาณิชย์ได้

1. pixabay

เว็บโหลดภาพฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ ขวัญใจนักสร้าง Content เพราะรูปสวย ความละเอียดสูง อยากได้รูปแนวไหนก็มักหาเจอ และเห็นสัญลักษณ์ CC ชัดเจน

ไปที่เว็บไซต์: Pixabay

รูป ฟรี ไม่มี ลิขสิทธิ์ pixabay

2. kaboompics

หากอยากได้ภาพประกอบเกี่ยวกับธุรกิจ หรือ Entrepreneur รับรองว่าคุณต้องหลงรักเว็บนี้แน่นอน เพราะเต็มไปด้วยภาพเกี่ยวกับหัวข้อดังกล่าวเต็มไปหมด ส่วนรูปเรื่องอื่นๆก็มีไม่น้อย

ไปที่เว็บไซต์: Kaboompics

รูป ฟรี ไม่มี ลิขสิทธิ์

3. flickr

โซเซียลมีเดียที่อัดแน่นด้วยรูปสวยๆ มีข้อดีคือ มีระบบกรองชนิดของภาพ จึงหารูปฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ได้ง่าย

ไปที่เว็บไซต์: Flickr

รูป ฟรี ไม่มี ลิขสิทธิ์

4. streetwill

เป็นอีกหนึ่งเว็บภาพฟรีไม่มีลิขสิทธิ์ ภาพคมชัดระดับ HD มีให้รูปให้เลือกเยอะ โดดเด่นภาพเมือง วัตถุสิ่งของ และวิถีชีวิต ให้บรรยากาศของความคลาสสิก   

ไปที่เว็บไซต์: streetwill

รูป ฟรี ไม่มี ลิขสิทธิ์

5. publicdomainvectors

เว็บโหลด Vector ฟรี สวรรค์ของคนที่อยากได้ไอคอน หรือ สัญลักษณ์ แบบฟรีๆ เพื่อนำไปสร้างรูปประกอบ Post หรือ Visual Content

ไปที่เว็บไซต์: Publicdomainvector

รูป ฟรี ไม่มี ลิขสิทธิ์

6. pngtree

เว็บโหลด Vector ฟรี เน้นภาพที่ไม่มีพื้นหลัง (PNG Image) คุณสามารถนำไปใช้ได้ทันที โดยเว็บนี้จะเน้นไปที่งานเวกเตอร์ลายเส้นการ์ตูน ให้ความรู้สึกของงานคราฟต์ทำเอง

แต่มีข้อเสียคือ เว็บนี้สามารถโหลดได้ 2 ภาพต่อวันเท่านั้น หากอยากโหลดมากกว่านั้น จำเป็นต้องเสียเงิน

ไปที่เว็บไซต์: pngtree

โหลด Vector ฟรี pngtree

7. picography

เว็บ Free Stock Photo โหลดรูปฟรี 100% อีกเว็บไซต์หนึ่งที่น่าสนใจ ภาพคมชัดเหมือนต้องเสียตังค์ แต่ทุกรูปในเว็บนี้สามารถโหลดได้ฟรี

ไปที่เว็บไซต์: picography

รูปฟรี picography

8. stocksnap

เว็บแจกรูปฟรีอีกเจ้าที่โดดเด่นในด้านคุณภาพ โหลดไปแล้วแน่ใจได้ว่าไม่ติดลิขสิทธิ์แน่นอน 

ไปที่เว็บไซต์: stocksnap

ดาวน์โหลดรูป stocksnap

9. pexels

เว็บฟรีที่สามารถค้นหาเป็นภาษาไทยได้ และแน่นอนว่าก็โหลดได้ฟรี ไม่ติดลิขสิทธิ์

ไปที่เว็บไซต์: pexels

pexels stock photo

10. unsplash

เว็บรูปฟรีอีกเว็บที่เต็มไปด้วยรูปคมชัดระดับ HD คุณภาพระดับเสียเงิน เว็บนี้จะโดดเด่นที่รูปถ่าย Inspiration บันดาลใจ ออกแนวฟุ้งๆ ชวนฝัน    

ไปที่เว็บไซต์: Unsplash

เว็บไซต์รูปฟรี unsplash

[โบนัส] เทคนิคใช้ รูปฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ อย่างถูกต้อง

รูปฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ มีลักษณะอย่างไร

ข้อมูลพื้นฐานเรื่องแรกที่ต้องทราบคือ รูปฟรีที่เหมาะนำมาทำ Content ต้องมีลักษณะ 2 อย่างดังนี้

1. มีลิขสิทธ์แบบ Creative Commons

Creative Commons (CC) คือ ข้อตกลงที่ผู้สร้างภาพอนุญาตให้นำรูปภาพไปใช้งานฟรี แต่มีเงื่อนไข  โดยบางภาพสามารถแก้ไข เพิ่มข้อความ และนำไปใช้เพื่อการค้าได้  ซึ่ง CC มีรายละเอียดตามรูปข้างล่าง

สัญลักษณ์ของ รูป ฟรี ไม่มี ลิขสิทธิ์

ที่มารูปภาพ: pixabay

ซึ่งรายละเอียดของสัญลักษณ์ มีดังนี้

  • BY : ผู้ใช้รูปต้องให้เครดิตซึ่งอาจเป็นลิงก์หรืออักษร แก่ผู้สร้างภาพ
  • ND : ห้ามแก้ไข ต้องใช้ภาพ original เท่านั้น
  • NC : ห้ามใช้เพื่อการค้า
  • SA : หากตัดต่อหรือแก้ไขรูปเดิม รูปใหม่ต้องใช้เงื่อนไขเดิมกับรูปเก่า

โดยวิธีอ่านสัญลักษณ์คือ หาก “มี” หมายถึง ต้องปฏิบัติ แต่ถ้า “ไม่มี” หมายถึง ไม่ห้าม ตัวอย่างเช่น รูปมีสัญลักษณ์ “BY ND” หมายถึง ต้องให้เครดิต และ ใช้ภาพดั้งเดิม แต่ไม่ห้ามใช้เพื่อการค้า เป็นต้น

2 รูปฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ จะมีสัญลักษณ์ชัดเจน

ผมรู้จักนักธุรกิจอสังหาฯ ท่านหนึ่ง ในอดีต เขาทำสัญญาขายฝากบ้านซึ่งมีเงื่อนไขว่า อีกฝ่ายต้องคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยให้เขาทุก 3 เดือน แต่คู่กรณีกลับเบี้ยว การฟ้องร้องจึงเกิดขึ้น

แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นดังหวัง เขาแพ้คดี สาเหตุเพราะ “คำหาย”

ศาลตัดสินว่า สัญญาขายฝากหากต้องชำระเงินเพิ่มขึ้นจากเงินต้น ต้องใช้คำว่า “ค่าตอบแทน”  แต่เอกสารที่เขาทำ ใช้คำว่า “ดอกเบี้ย” จึงถือเป็นสัญญา “จำนอง” เลยไม่สามารถฟ้องว่า คู่กรณีผิดสัญญา “ขายฝาก” ได้ เนื่องจากไม่มีสัญญาขายฝากแต่ต้น

บทเรียนนี้สอนเขาและผมด้วยว่า แค่คำบางคำหาย อาจส่งผลร้ายอย่างคาดไม่ถึง

การใช้รูป CC ก็เหมือนกับการทำสัญญาครับ ก่อนใช้ทุกครั้ง ควรตรวจว่า สัญลักษณ์ CC “หาย” จากรูปหรือไม่

โดยผมสังเกตุว่า เว็บรูปฟรีบางเว็บ (สมมติชื่อเว็บ A) ซึ่งมีข้อความที่ homepage บอกว่าทุกรูปสามารถแก้ไขและใช้เพื่อการค้าได้ แต่เมื่อคลิกดูที่รูป กลับไม่มีสัญลักษณ์ CC ติดอยู่เลย ดังรูปข้างล่าง

รูป ฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์

ที่มารูปภาพ: Unsplash

เมื่อเทียบกับเว็บรูป ฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ อีกเว็บหนึ่ง ซึ่งแต่ละรูป มีสัญลักษณ์ CC ปรากฏอย่างชัดเจน ดังรูปข้างล่าง

รูป ฟรี ไม่มี ลิขสิทธิ์

ที่มารูปภาพ: Pixabay

คำถามคือ หากคุณใช้รูปจากเว็บ A แล้วเกิดกรณีพิพาทเรื่องลิขสิทธิ์ คุณจะตอบอย่างไรเมื่อถูกถามว่า รูปนี้มีข้อความหรือสัญลักษณ์ใดที่อนุญาตให้ใช้รูปแบบฟรีๆ??  แน่ละ มันเป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะสัญลักษณ์ CC “หาย” ไปจริงๆ

Shifu แนะนำ
ก่อนโหลดรูปมาใช้ ควรตรวจสอบว่า มีสัญลักษณ์ CC หรือข้อความอนุญาตให้ใช้รูปฟรี ปรากฏบนหน้าจอหรือไม่? หากไม่ ส่วนตัวไม่แนะนำให้ใช้รูปจากเว็บแบบนี้ เพราะหากเกิดปัญหา จะชี้แจงยาก เหตุผลอีกข้อคือ รูปสวยๆ ซึ่งปรากฏ CC อย่างชัดเจน มีอยู่เหลือเฟือบนอินเตอร์เน็ต มีให้ใช้เยอะอยู่แล้ว แล้วเราจะ “เสี่ยง” ไปทำไม จริงไหมครับ

หลักการใช้รูปฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ อย่างถูกวิธี

คำถามต่อมาคือ ในเมื่อรูป CC บางรูป อนุญาตให้ดัดแปลงและใช้เพื่อจุดประสงค์อะไรก็ได้ นั่นหมายถึง ใช้งานมันได้แบบไร้ขีดจำกัด ใช่หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ

ลิขสิทธิ์ CC มีข้อจำกัดบางอย่างซึ่งหากคุณฝ่าฝืน มีสิทธิโดนฟ้อง แต่คนไม่ค่อยทราบ เลยทึกทักเอาเองว่าใช้รูปฟรีได้แบบ Freestyle

และนี่คือ 4 วิธีใช้รูปที่โหลดมาฟรีอย่างถูกต้อง อันจะช่วยลดโอกาสถูกฟ้องเรื่องลิขสิทธิ์ได้มาก

การใช้รูปฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ อย่างถูกวิธี

1. เงื่อนไขยังเหมือนเดิมหรือไม่

เมื่อรูปถูกสร้างขึ้น มันตกเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ถ่ายรูปโดยทันที ผู้ถ่ายมีสิทธิ์กำหนดเงื่อนไขและให้ลิขสิทธิ์ CC แก่ผู้นำรูปไปใช้

ประเด็นคือ เจ้าของรูปมีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงหรือยกเลิก CC เมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบ

หากคุณโหลดรูปฟรีที่เป็น CC มาสต๊อกไว้ หรือเป็นรูปที่ใช้บ่อยๆ ควรตรวจสอบก่อนใช้ทุกครั้งว่า เงื่อนไขการใช้รูปฟรียังเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะมันอาจเปลี่ยนไปแล้วก็ได้

2. รูปฟรีที่คุณใช้ สร้างความเสียหายแก่คนอื่นหรือไม่

เมื่อคุณดัดแปลง ตัดบางส่วนไปใช้ หรือเพิ่มข้อความในรูปฟรี ให้วิเคราะห์ว่า ทำแล้วก่อความเสียหายกับผู้อื่น หรือ เป็นการแอบอ้าง หรือเปล่า

ตัวอย่างเช่น คุณนำรูปฟรีที่มีสัญลักษณ์ CC ซึ่งมีดาราปรากฏอยู่ในรูปมาตัดต่อเหลือแค่ตัวคน แล้วใส่ข้อความว่า ใช้ครีมของคุณแล้วจะสวยแบบนี้ โดยดาราคนนั้นไม่รู้เรื่อง อย่างนี้ถือว่าใช้รูป CC ผิดเต็มๆ

ทำไมถึงผิด คำตอบคือ เพราะลิขสิทธิ์ CC ไม่คุ้มครองคุณจากกฎหมายอื่น (ทั้งกฎหมายในประเทศและสากล) เช่น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ (แชร์ข้อความไม่จริง) หรือ กฎหมายหมิ่นประมาท (หากคนใช้ครีมแล้วแพ้ ดาราอาจเสื่อมเสียชื่อเสียง) การอ้างว่า  ลิขสิทธิ์ CC อนุญาตให้คุณใช้รูปฟรีเพื่อจุดประสงค์ใดก็ได้ ก็เลยใส่ข้อความในรูปดาราแบบนั้น เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น

3. บอกที่มาของภาพหรือเปล่า

รูป CC บางรูปไม่จำเป็นต้องอ้างที่มา แต่ผมเสนอว่า คุณควรใส่ที่มาของรูปฟรีทุกครั้ง ทำไมต้องทำแบบนั้น

คำตอบคือ ป้องกันการลืมแหล่งที่มาของรูป เมื่ออยากอ้างอิงก็ไปได้ทันที

คุณควรทราบว่า เว็บไซต์ขายรูปทั่วโลกมีพนักงานเป็นพันๆ คน วันๆ เปิดดูเว็บไชต์อย่างเดียว เพื่อดูว่าเว็บนั้นใช้รูปฟรีอย่างถูกต้องหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อบางบริษัทมั่วนิ่มบอกว่าคุณใช้รูปอย่างผิดลิขสิทธิ์ แต่คุณหาข้อมูลมาแย้งไม่ได้ เพราะลืมว่าโหลดจากเว็บไหน ซึ่งแบบนี้ไม่เป็นผลดีกับคุณแน่

Shifu แนะนำ
เทคนิคป้องกันการลืมว่าโหลดรูปมาจากที่ไหน ที่ผมใช้มี 2 วิธี คือ 
  1. ตั้งชื่อไฟล์รูปเป็น “ลิงก์” ที่โหลดภาพมา วิธีนี้มีข้อดีคือ ก่อนใช้รูป ยังลิงก์ไปดูได้ว่า ยังคงเงื่อนไขเดิมหรือไม่
  2. อ้างอิงที่มา ซึ่งทำให้ที่มาของรูปอยู่กับเว็บไชต์เลย และเป็นการให้เกียรติกับผู้สร้างภาพด้วย

4. สื่อความหมายของภาพถูกต้องหรือไม่

ส่วนตัวคิดว่า วิธีใช้ภาพ CC ที่ถูกต้องและปลอดภัยมีอยู่ 2 วิธีคือ

  • สอดคล้องกับความหมายของภาพ ตัวอย่างเช่น หากเขียนเรื่อง วิธีการทำการตลาดบน Facebook ก็ใช้รูปสัญลักษณ์ของ Social Media มาประกอบ เป็นต้น
  • สื่อประเด็นด้วยภาพ ผมขอยกตัวอย่างด้วยรูปข้างล่าง เป็นภาพประกอบบทความของเว็บไซต์ webbastard เขียนในประเด็นว่า “เมื่อเปลี่ยน keyword แล้ว ผลลัพธ์ทางธุรกิจดีขึ้นอย่างไร

ที่มารูปภาพ: Webbastard

เห็นปุ๊บ เข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อปั๊บ แถมดึงดูดให้อยากอ่านบทความมากขึ้นอีก

เห็นปุ๊บ เข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อปั๊บ แถมดึงดูดให้อยากอ่านบทความมากขึ้นอีก

คำเตือน

แม้วิธีการข้างต้น เป็นสิ่งที่ผมใช้อยู่และคิดว่าชัวร์ที่สุดแล้วในการหารูปฟรีจากอินเตอร์เน็ต แต่เนื่องด้วยกฏหมายลิขสิทธิ์มีความซับซ้อน ก่อนใช้รูปทุกครั้ง คุณควรอ่านเงื่อนไขให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และผู้เขียนไม่อาจรับประกันว่า วิธีข้างต้นจะทำให้คุณไม่ถูกฟ้องร้องแบบ 100%

Shifu แนะนำ
ผมมี Resource ดีๆ มาแนะนำครับ   โปรแกรมสร้างวิดีโอ Animation รีวิวเครื่องมือใช้งานง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่หัดลองทำ Animation ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงครับ  โปรแกรมตัดต่อวิดีโอขั้นเทพ รวบรวมโปรแกรมตัดต่อวิดีโอครบวงจร มีทั้ง Smartphone และ Desktop โปรแกรมทำ Infographic เจ๋งๆ ใช้ได้ทันทีบนเว็บเบราเซอร์ ทุกโปรแกรมมี Template ให้เลือกใช้ได้ง่ายๆ เพียง Drag&Drop  

สรุป

รูปสวยๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา คือสิ่งสำคัญที่ทำให้คอนเทนต์น่าสนใจและง่ายที่จะถูกแชร์ โดย รูปฟรี ไม่มีลิขสิทธิ์ หรือรูป Vector ฟรี ต้องมีลักษณะ 2 อย่างคือ 

  1. ลิขสิทธิ์ CC 
  2. ปรากฏเครื่องหมาย CC ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม แม้ลิขสิทธิ์ CC จะเปิดกว้าง แต่ก็มีข้อจำกัดบางอย่าง ซึ่งวิธีการ 4 ข้อ จะช่วยลดโอกาสที่คุณจะถูกฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์ได้มากครับ

ตาคุณแล้ว

แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ มีแหล่งโหลดรูปฟรี หรือเทคนิคการใช้รูปจากอินเตอร์เน็ตอย่างไรบ้าง มาแชร์กันได้นะครับ ขอบคุณครับ