เทรนด์การตลาดออนไลน์ จะเป็นอย่างไร?

ระยะหลังมานี้ เวลาที่เจอคำถามนี้ เรามักจะไม่ได้ให้คำตอบในทันที แต่มักจะเงยหน้าขึ้น..หันมามองดูว่าคนที่ถามคำถามนั้นเป็นใคร ทำงานอะไร ประสบการณ์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

ด้วยความที่ Gap ของ Digital Marketing Literacy กว้างขึ้นทุกทีๆ (ผู้เริ่มต้นมีมาก ผู้ที่ทำมานานก็มีมากเช่นกัน) เทรนด์ที่เราเคยพูดถึงในปีที่ผ่านมา หรือนานกว่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

เป็นต้น

บางเรื่องอาจจะยังฟังดู ‘ใหม่’ สำหรับบางคน (เพราะยังไม่ได้เริ่มทำเลย) แต่บางเรื่อง บางคนอาจจะบอกว่า ‘ไม่เห็นใหม่เลย’ (เพราะได้ยิน หรือได้ทำ มาซักพักแล้ว) 

พอย้อนกลับมาดูรูปของ Gartner’s Digital Marketing Hype Cycle ปี 2020 และปี 2019 ก็จะพบเห็นความแตกต่างที่ค่อนข้างน้อย

เทรนด์ Digital Marketing 2021
Gartner’s Digital Marketing Hype Cycle ปี 2020 (ปีล่าสุด) ซึ่งมีการอัปเดตที่แตกต่างจาก
Gartner’s Digital Marketing Hype Cycle ปี 2019 อยู่เล็กน้อย

หรือแม้กระทั่งย้อนไปดูของ Hype Cycle ปี 2017 อีกครั้ง หลายเรื่องแม้จะเริ่มมีการ Adopt ใช้แล้ว แต่ก็ยังอยู่ในช่วงที่เริ่มต้นได้ไม่นานสำหรับองค์กรส่วนใหญ่

เทรนด์ Digital Marketing 2021

ปี 2021 ที่ได้กลัมาเขียนบทความเทรนด์อีกครั้ง จึงตั้งใจจะไม่ลงรายละเอียดในเชิง Technology Change มากนัก แต่อยากลงรายละเอียดในเชิง Market Change (ความเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างตลาด) มากกว่า เหมือนอย่างที่ทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปี 2020-2021 เป็นปีที่มีความเปลี่ยนแปลงของ “พฤติกรรมของผู้บริโภค” ค่อนข้างสูงมาก

ยาวไปอยากเลือกอ่าน

เทรนด์การตลาดออนไลน์ Digital Marketing 2021

1. การตลาดเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ เช่น ‘คนอยู่บ้าน’ (At-home Consumers Campaign)

เมื่อ “พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป..” เราแนะนำว่านักการตลาด ควรศึกษา Consumer Trends ของตลาดของตัวเองเพิ่มเติม ถ้ายังไม่แน่ใจนี่คือแหล่งข้อมูลที่เราอยากให้คุณเข้าไปดูข้อมูลก่อน

โดยในบรรดาหลายๆ Consumer Trends คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เทรนด์การ ‘Work from Home’ / ‘Remote Working’ จะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำของหลายๆ คนไปอีกนาน (รวมไปถึง ‘At-home’ ของกิจกรรมอื่นๆ ด้วย)

สองแหล่งข้อมูลและคำแนะนำที่น่าจะมีประโยชน์กับทุกๆ สาย 

  • Years in Search 2020 รวบรวมข้อมูลการค้นหาของคนไทยในปี 2020 ที่น่าสนใจเอาไว้ ซึ่งเราคิดว่ามีประโยชน์มาก
เทรนด์การเสิร์ชคนไทย 2020

1.1 การริเริ่มแคมเปญการตลาดเพื่อกลุ่มคนเฉพาะกลุ่มเป็นพิเศษ

แบรนด์ต่างๆ ปรับตัวมารองรับกลุ่มลูกค้า ‘at Home’ มากขึ้น ทั้งในเรื่องของการขาย การให้บริการ และแน่นอนว่ารวมไปถึงแคมเปญการตลาด

เทรนด์ Digital Marketing 2021
ตัวอย่าง At-home campaign จากข้อความ LINE broadcast ของ Starbucks Thailand

เราจะพบเห็น Promotion พิเศษต่างๆ กับการขายแคมเปญ At-home นี้ เยอะขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะเมื่ออยู่บนสมรภูมิออนไลน์ และการเดลิเวอรี่ที่ค่อนข้างทั่วถึง ลูกค้าจึงมีตัวเลือกเยอะมากขึ้นเพียงแค่การปาดหน้าจอ ลูกเล่นการใส่ความพิเศษ หรือ Scarcity (ความมีจำนวนจำกัด) บางอย่าง เช่น ‘Flash deal ลดพิเศษสุดๆ เมื่อสั่งภายใน 12.00 นี้เท่านั้น’ จึงเป็นกลยุทธ์ที่พบเห็นแบรนด์และ Marketplace platform ใช้กันมากขึ้น

เรียนรู้เกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาดเพิ่มเติมได้ที่อีกบทความของ Content Shifu คลิกที่ลิงก์เพื่อไปอ่านต่อได้เลย

1.2 การเติบโตของการใช้ Video เพื่อ Marketing

นอกจากแคมเปญในเชิงการขาย (Sales) เหมือนอย่างที่ได้ยกตัวอย่างไปแล้ว การทำแคมเปญในเชิง Awareness, Consideration เอง ก็แนวโน้มที่จะมีการปรับแผน เช่น Billboard หรือป้ายโฆษณา ที่มีแนวโน้มจะถูกมองเห็นน้อยลง (เพราะคนไม่ค่อยเดินทาง) สู่การทำโฆษณาในรูปแบบ Online Video

ในบทความ Digital Marketing Trends ของ Think with Google เองก็ได้มีการกล่าวถึงการเติบโตอย่างมากของ Online Video อย่าง YouTube on TV เองก็เติบโตถึง 80% (Year-on-year) ในเดือนมีนาคม 2020 จากกลุ่มคนที่ต้อง “Stay at Home” รวมถึงรายงานจาก Cisco เองก็มีการคาดการณ์ว่า 80% ของปริมาณการใช้ Traffic บนอินเทอร์เน็ต จะมาจากการสตรีมวิดีโอ

2. ใช้ Influencer Commerce ร่วมกับแผน Digital Marketing

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทรนด์เรื่อง Influencer Marketing ยังคงมีอยู่ในทุกปี 

อย่างปี 2018 ทีมของเราได้เคยเขียนเรื่องนี้ไป ภายใต้เทรนด์ด้าน Celeb Blog (ซึ่งเริ่มพบเห็นน้อยลงในปี 2020-2021) ในขณะที่เทรนด์ใหม่ที่เป็นที่พูดถึงมากเป็นพิเศษในปีนี้คือ “Influencer Commerce” ซึ่งคุณตุ๊ก ผู้ก่อตั้ง MarketingOops และ Panelist ของการบรรยาย Marketing Trend 2021 จากงาน Creative Talk 2021 (Virtual Conference Day) ได้เลือกที่จะพูดถึงเทรนด์นี้เป็นอันดับแรกของการบรรยาย

เทรนด์ Digital Marketing 2021

Influencer Commerce หมายถึงการทำงานร่วมกับ Influencer นั้นจะไม่ใช่แค่ความคาดหวังในเรื่องการสร้าง Awareness เพียงอย่างเดียว แต่คาดหวังให้ Influencer มีส่วนช่วยในการ ‘ปิดการขาย’ ได้ด้วย เทรนด์ในข้อนี้นำมาสู่ทั้งเรื่องความคาดหวังของแบรนด์ การปรับตัวของ Influencers เอง รวมไปถึงแพลตฟอร์มต่างๆ ที่เกี่ยวข้องระหว่างสองปาร์ตี้ ในการเข้ามาช่วยวัดผล (Measurement)

เมื่อ Metrics ไม่ใช่แค่ Awareness อย่างเดียว แต่คาดหวังผลลัพธ์ใน Funnel ที่ลึกลงมามากขึ้นปี 2021 นี้ เรายังคาดการณ์อีกด้วยว่าแบรนด์จะมีความเข้าใจในเรื่องการเลือกใช้ Influencers ให้ตรงกับเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะ Social influencers หรือสื่อ Publication ที่มีผู้ติดตามเยอะๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงความสนใจในกลุ่ม Micro Influencers หรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้วย (Industry experts)

จากทิศทางในเรื่องนี้ ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เว็บไซต์ Content Shifu ของเราจึงได้เพิ่มบริการได้เรื่องการทำ Sponsored Content / Advertorial เข้ามา ซึ่งให้บริการในด้านการสร้าง Lead (Lead Generation) รวมถึงการรทำ Nurturing Automation ด้วย เป็นต้น


ซึ่งเรายังคงยึดมั่นในเรื่องการทำคอนเทนต์ที่มีประโยชน์และมอบคุณค่าให้กับผู้ติดตามเหมือนเดิม ในขณะเดียวกันก็ต้องการมีส่วนช่วยและร่วมงานกับนักการตลาดที่กำลังมองหาสื่อช่วยโปรโมตแบรนด์ หรือซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มของตัวเองด้วย

3. เทรนด์ความนิยม Affiliate Marketing กับโมเดล Pay per Conversion

อีกเทรนด์นึงที่ถูกพูดถึงในหัวข้อ Marketing Trends 2021 ของงาน CTC เช่นกัน คือการเติบโตของการทำ Affiliate Marketing โดยคุณป้อม ศิวัตร เชาวรียวงษ์ ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปว่า “เพราะภาพรวมบริษัทต่างๆ มีการลด Marketing budget ลง จึงเป็นตัวเร่งที่ทำให้โมเดลประเภท Pay per Conversion นั้นเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะ Advertiser ทราบแน่ชัดว่าการจ่ายของตนเองมีการทำให้เกิดผลลัพธ์ …ซึ่ง Affiliate Marketing ก็เป็นรูปแบบหนึ่งของ Pay per Conversion นั่นเอง”

เทรนด์ Digital Marketing 2021

4. เทรนด์การตลาดโดยใช้ Virtual events (ในระดับ Funnel ที่ลึกขึ้น และทำแบบ Always-on)

Event Marketing คืออีกหนึ่งรูปแบบการตลาดที่ดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนกระทั่งปี 2020-2021 ที่ตลาดอีเวนต์แบบออฟไลน์ซบเซา แต่ตลาดอีเวนต์แบบออนไลน์ หรือ Virtual event หรือ Webinar ก็มีการเติบโตขึ้น

ในปี 2020 นั้น นักการตลาดใช้ Virtual events เป็นเหมือนเครื่องมือ ‘แก้ขัด’ ที่ทำแทนที่อีเวนต์ออฟไลน์ที่ไม่สามารถจัดงานได้ แต่ในปี 2021 นี้ Virtual events / Webinar มีทิศทางที่จะกลายเป็น Norm ที่ทำกันเป็นเรื่องปกติมากขึ้น

HubSpot ได้ทำบทความสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด เกี่ยวกับเทรนด์การตลาดในปี 2021 หนึ่งในนั้นคือ CMO ของบริษัท 6sence ได้ทำนายว่า นักการตลาดจะใช้ Virtual events เป็นเครื่องมือแบบ Always-on 24/7 โดยใช้ร่วมกับการทำ Marketing Automation และการ Track Marketing Funnel ของกลุ่มเป้าหมาย 

เมื่อกลุ่มเป้าหมายของคุณอยู่ใน Stage ที่เหมาะสม เขาจะถูก Triggered เชิญชวนเข้าไปยังอีเวนต์ บ้างก็อาจจะเป็นแบบ On-demand บ้างก็อาจจะเป็นแบบ Live stream

กลุ่มเป้าหมายของคุณจะเรียนรู้เกี่ยวกับ Solutions ของคุณ และหลังจากเรียนรู้ รวมถึงได้พูดคุยกับทีมงานและคนอื่นๆ ในอีเวนต์แล้ว เขาสามารถตัดสินใจ Take action ได้ดียิ่งขึ้น


5. เทรนด์ Digital Marketer เตรียมพร้อมต่อ Targeting ที่แม่นน้อยลง เพราะประเด็น Privacy

ประเด็นเรื่องการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว หรือ Privacy Protection ก็เป็นประเด็นสุดฮอตที่ไม่พูดถึงไม่ได้จริงๆ สำหรับปี 2020, 2021 และหลังจากนี้เป็นต้นไปอีกยาวๆ

แล้วนักการตลาดควรจะเตรียมตัวยังไงบ้าง? อันดับหนึ่งแน่นอนเลยก็คือ เตรียมความพร้อมสำหรับ PDPA ซึ่งเป็นกฏหมายคุ้มครองความเป็นส่วนตัวฉบับของประเทศไทย

ในลำดับอื่นๆ ต่อมา เราขออ้างอิงจากรายงาน Identity 2020 โดยเว็บไซต์ eMarketer ซึ่งรวมสถิติและความคิดเห็นที่น่าสนใจของนักการตลาดที่มีต่อประเด็นเรื่องนี้ โดยขอหยิบบางส่วนมาให้ดูกันก่อน ได้แก่

5.1 กฏเกณฑ์ในการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว (Privacy Regulations) ได้ส่งผลต่อ Data Strategy ของบริษัทอย่างไร?

ผลสำรวจความคิดเห็นของนักการตลาด จัดอันดับออกมาได้ดังนี้

  • อันดับ 1: เพิ่มความโปร่งใสในการใช้ข้อมูล ให้มีความโปร่งใสสูงมากขึ้น
  • อันดับ 2: การกำหนดมาตรฐานภายในในการเก็บและใช้ข้อมูล
  • อันดับ 3: พิจารณาช่องทางโฆษณาใหม่ๆ และ/หรือ แพลตฟอร์มอื่นๆ
เทรนด์ Digital Marketing 2021

5.2 ความเปลี่ยนแปลงของ Third-party Cookies ส่งผลอย่างไร

Browser และอุปกรณ์ใหม่ๆ เริ่มสนับสนุนที่จะป้องกันการเก็บ Cookies และรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้บริโภคยิ่งขึ้น เรื่องนี้ส่งผลอย่างไรในมุมมองของผู้ตอบแบบสำรวจ

  • อันดับ 1: เพิ่มการลงทุนใน First-party data มากขึ้น (หมายถึง การที่ข้อมูลของลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย ถูกเก็บเป็นสินทรัพย์ของบริษัท ไม่ใช่สินทรัพย์ของแพลตฟอร์มภายนอก)
  • อันดับ 2-3: เพิ่มความสนใจใน Solutions ตัวช่วยในการระบุตัวตน ถึงแม้จะใช้ Third-party data
  • อันดับ 4: สร้างสายสัมพันธ์หรือ Partnership เพื่อสร้าง Second-party data (หมายถึงการได้เข้าถึง First-party data ของคนหรือบริษัทอื่น)
เทรนด์ Digital Marketing 2021

6. การเก็บ First-party Data คืออีกเทรนด์ที่สำคัญยิ่ง

สำหรับข้อ 6 นี้ อ้างอิงมาจากข้อ 5 เมื่อซักครู่โดยตรง เราจะเห็นได้ว่าวิธีที่นักการตลาดสามารถเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเรื่องการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวนั้น มีได้มากมายหลายวิธี แต่จากสถิติในรูปล่าสุดเมื่อซักครู่ จะสังเกตได้ว่าอันดับ 1 ที่พูดถึงความสำคัญของ First-party Data นั้น ได้รับเสียงตอบรับคะแนนนำสูงแซงหน้าอันดับ 2 มาค่อนข้างมาก

แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก Google และ BCG ก็พูดถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน โดยในรายงานนี้ได้ฝากคำแนะนำในการเก็บ First-party Data ว่าหัวใจที่สำคัญคือ “Value exchange” หรือการแลกเปลี่ยนคุณค่า

ผู้บริโภคนั้นมีสิทธิ์มีเสียงที่จะยกเลิกการ ‘ให้เข้าถึง’ ข้อมูลกับองค์กรได้ตลอดเวลา ดังนั้นหน้าที่ของบริษัทคือการสร้างความโปร่งใสและมีมาตรฐานการใช้และดูแลข้อมูลที่ดี เพื่อให้ผู้บริโภค ‘ไว้วางใจ’ และยินดีที่จะมอบข้อมูลให้ …เรื่องนี้พูดแล้วอาจดูเหมือนง่าย แต่ในความจริงนั้น ไม่ง่ายเลย 

เทรนด์ Digital Marketing 2021

7. สนใจเทรนด์เฉพาะเรื่อง และกินโอกาสเหล่านั้นซะ!

สำหรับคนที่ทำ Digital Marketing มาก่อนแล้ว รู้แล้วว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ และกำลังสนใจไปทิศทางไหนต่อ เรามองว่าในแต่ละสาย หรือแต่ละเทคนิคเอง ก็มีเทรนด์ของตัวเองที่ควรศึกษาต่ออีกหลายเรื่อง

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณสนใจหรือมีการใช้ SEO ในการทำการตลาดค่อนข้างเยอะ การติดตามเทรนด์ SEO ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะในแต่ละปีก็มีอะไรใหม่ๆ อัปเดตอยู่เสมอ ล่าสุดทีมของเราเพิ่งอัปเดตบทความนี้ไป

หรือแม้แต่เทรนด์ Content Marketing เองก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พวกเราอัปเดตทุกปี 

สรุป

7 เทรนด์การตลาดออนไลน์ (เทรนด์ Digital Marketing) ที่เราคิดว่าน่าสนใจในปี 2021 ได้แก่

  1. การปรับ Target และวิธีการเข้าถึง Target ให้เหมาะกับตลาดของคุณ (เช่น การขยายตัวของกลุ่ม ‘At-home consumers)
  2. การลองใช้ Influencer Marketing โดยคำนึงถึงสื่อที่สามารถตอบโจทย์ Funnel ที่ลึกขึ้นกว่า Awareness และการใช้ Influencer Commerce 
  3. การลอง Affiliate Marketing และการเติบโตของโมเดล Pay per Conversion
  4. การใช้ Virtual events ไม่เฉพาะกับโปรเจกต์ระยะสั้น แต่ลองใช้แบบระยะยาว กับ Funnel ที่ลึกขึ้นตาม Stage ที่เหมาะสมของกลุ่มเป้าหมาย
  5. ศึกษา ติดตามข้อมูล และเตรียมพร้อมสำหรับ Privacy Regulations และวัฒนธรรม Cookie-less ที่เริ่มเกิดขึ้นแล้ว
  6. ใส่ใจกับ First-party Data Strategy
  7. มันจะไม่จบแค่ที่ 7 ข้อ ขึ้นอยู่กับกลวิธีหรือ Tactics ที่คุณชอบใช้ ยังมีเทรนด์ย่อยๆ ให้คุณตามไปศึกษาต่ออีกเยอะมาก

และรวมถึงยังคงขอฝากเรื่องการติดตามเรื่อง Technology change และวงการ Marketing Technology / Marketing Software ไว้ด้วย ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าเป็นการบ้านระยะยาวที่นักการตลาดควรอัปเดตเรื่อยๆ เพื่อไม่ให้ตกขบวนรถไฟ

ตาคุณแล้ว


การอ่านบทความประเภทเทรนด์ คือการทราบแนวโน้มหรือความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ และเลือกหยิบเอาอันที่เกี่ยวข้องกับตนเองเพื่อนำไปใช้ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้คุณติดตามเทรนด์เฉพาะเรื่องที่คุณสนใจด้วย และหวังว่าแนวโน้มต่างๆ ที่รวมไว้ในบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมตัวของคุณค่ะ