ปีใหม่ คนใหม่! 9 วิธีการทำให้ตัวเองเป็นนักการตลาดสายคอนเทนต์ที่ดีกว่าเดิม

Act

ปีเก่ากำลังจะผ่านพ้นไป…

ก่อนเขียนบทความนี้ ผมพยายามมองในมุมมองของบุคคลที่ 3 ที่กำลังหันมาบอกอะไรบางอย่างกับตัวผมถึงสิ่งที่ควรจะต้องทำ ควรจะต้องโฟกัสในปีหน้า

ผมพยายามถามตัวเองว่า “ในบทบาทที่เป็นนักการตลาดสายคอนเทนต์ ถ้าผมอยากจะทำคอนเทนต์ให้ดีกว่าเดิม ส่งมอบคุณค่าให้ดีกว่าเดิม และทำให้ทุกอย่างมันตอบโจทย์ทางธุรกิจมากกว่าเดิม ผมควรจะต้องทำอะไรบ้าง?”

จากนั้นผมก็นั่งคิด นอนคิด ยืนคิด อยู่หลายตลบ คิดไป คิดมา ผมก็คิดออกมาได้ทั้งหมด 7 ข้อ

ในบทความนี้ นอกจากที่ผมจะเขียนเพื่อเป็นการทบทวนประสบการณ์ของตัวเองในปีที่ผ่านมา และย้ำเตือนตัวเองถึงสิ่งที่ต้องทำในปีหน้าแล้ว ผมอยากถือโอกาสส่งผลึกความคิดต่อไปให้กับคุณ เพื่อให้นักการตลาดสายคอนเทนต์อย่างคุณเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งต่างๆ ในปีหน้า (อย่างเช่น เทรนด์ Content Marketing ในปี 2018) และปีหน้าๆ ไปด้วยกัน

พร้อมมั้ย? ถ้าพร้อมแล้ว ไปอ่านกัน 🙂

9 วิธีการทำให้ตัวเองเป็นนักการตลาดสายคอนเทนต์ที่ดีกว่าเดิม

1. อ่าน ฟัง ดู

วิธีการนี้เป็นวิธีการที่ทำได้ง่ายที่สุดวิธีนึง เพราะว่าคุณสามารถเริ่มต้นทำมันได้ “ฟรี”

ใช่ครับ “ฟรี”

ปัจจุบันนี้มีข้อมูลมากมายที่คุณสามารถเลือกเสพได้ตามความสนใจของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องรออ่านหนังสือพิมพ์ รอฟังวิทยุ หรือรอดูทีวีอีกต่อไปแล้ว ข้อมูลหลายๆ อย่างมันมีอยู่บนโลกออนไลน์

คนอ่านหนังสือพิมพ์น้อยลง แล้วหันไปอ่านข่าว หรืออ่านบทความความรู้บน Website, Blog หรือ Application มากขึ้น

คนฟังวิทยุน้อยลง แล้วหันไปฟังเรื่องราวผ่าน Podcast มากขึ้น (อันนี้เห็นได้ชัดในต่างประเทศนะครับ ส่วนของประเทศไทย ผมคิดว่าอีกไม่นาน Podcast จะมาครับ เพราะประเทศไทยรถติด และปกติแล้วคนชอบฟัง Podcast เวลาเดินทางนี่แหละครับ)

Shifu แนะนำ
ขอขายของนิดนึง : ) ผมทำ Podcast ชื่อว่า FounderCast ซึ่งเป็น Podcast ที่จะตระเวนสัมภาษณ์ Founder เจ๋งๆ ทั่วประเทศไทยอยู่ ลองไปฟังกันได้นะครับ

คนดูทีวีน้อยลง แล้วหันไปดูวิดีโอบน YouTube หรือ Facebook มากขึ้น

ข้อจำกัดสำหรับวิธีนี้มีอยู่บ้างครับ นั่นก็คือคอนเทนต์เจ๋งๆ ดีๆ สำหรับเรื่อง Content Marketing / Inbound Marketing ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นภาษาอังกฤษ ถ้าภาษาอังกฤษของคุณไม่ค่อยแข็งแรง ผมแนะนำให้ล้มเลิก “ฝึกฝน” ครับ

ถ้าคุณสามารถอ่าน ฟัง ดู เรื่องราวดีๆ ที่มีประโยชน์ได้มากขึ้น ผมรับรองว่าหนึ่งปีผ่านไป คุณจะรู้สึกว่าคุณเก่งขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ

2. ลงมือทำ

ทุกตัวอักษรที่คุณอ่าน ทุกเรื่องราวที่คุณฟัง และทุกความเคลื่อนไหวที่คุณเห็นจากวิธีที่แล้วนั้นแทบจะไม่มีค่าเลย ถ้าคุณไม่ “ลงมือทำ”

วิธีการเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียนผ่านการอ่าน ฟัง ดู นั้นดี แต่วิธีการที่ดีกว่าคือการเอาสิ่งที่เรียนรู้นั้นมาใช้จริง

learning-pyramid

ผมมีตัวเลขที่น่าสนใจจาก National Training Laboratories, Bethel, Maine มาฝากด้วย ซึ่งเขาบอกว่าถ้าคุณอ่าน หรือฟัง คุณจะเรียนรู้แค่ประมาณ 10-20% จากที่คุณได้อ่าน ได้ฟังมาเท่านั้น แต่ถ้าคุณลงมือทำ คุณจะเรียนรู้ได้มากถึง 75%

ระหว่างแค่ “อ่าน ฟัง ดู” กับ “ลงมือทำ” นั้นต่างกันถึง 4-8 เท่าเลยนะ

เพราะฉะนั้น อย่ามัวแต่เรียนรู้ มาลงมือทำกันดีกว่า!

3. ลงทุน

ปัจจุบันมีเครื่องมือฟรีดีๆ มากมายเช่น เครื่องมือในการจัดการโปรเจ็กต์อย่าง Trello, เครื่องมือการ chat สำหรับองค์กรอย่าง Slack หรือเครื่องมือจัดการ to-do list อย่าง Wunderlist เป็นต้น

สำหรับเครื่องมือเหล่านี้ สิ่งที่คุณต้องลงทุนก็คือเรื่องของ “เวลา” ครับ เวลาในการศึกษา และเรียนรู้มัน

ถ้าคุณลองเข้าไปดูเครื่องมือที่ผมพึ่งแนะนำไป คุณจะรู้ว่า ของฟรี (ไม่เสียเงิน) และดี มีอยู่จริง

นอกจากของฟรีต่างๆ ที่ผมพึ่งเขียนถึงไปแล้ว ผมอยากให้คุณลองพิจารณาซื้อเครื่องมือที่คุณต้องลงทุนในรูปแบบของ “การจ่ายเงิน” ด้วยเช่นกัน เพราะถึงแม้ว่าของฟรี และดีมีอยู่จริง แต่ถ้าคุณอยากได้ของที่พรีเมียมกว่าปกติ คุณต้องยอมลงทุนครับ การที่เจ้าของเครื่องมือต่างๆ นั้นคิดเงิน เขาก็มีเหตุผลของพวกเขา (ซึ่งก็คือพวกเขาคิดว่ามันมีคุณค่ามากพอที่คุณจะยอมจ่ายนั่นเอง)

ในปีนี้ Content Shifu เองก็หมดกับค่าเครื่องมือไปเป็นหมื่นเหมือนกัน พวกเราหวังว่าปีหน้าเราจะได้จ่ายค่าเครื่องมือมากยิ่งขึ้น เพราะถ้ายิ่งจ่ายเยอะ แสดงว่าเราก็หาได้เยอะเช่นกัน (ปกติแล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างงกนะ ฮ่าๆ แต่ถ้ามันจำเป็นก็จะยอมจ่าย)

Shifu แนะนำ
ถ้าทำใจจ่ายเงินลงทุนไม่ได้ ผมมีเทคนิคมาแนะนำครับ

เทคนิคที่ว่านั้นก็คือให้คุณคิดซะว่าคุณกำลังจ่ายเงินค่าโฆษณาให้กับ Facebook หรือ Google ครับ ผมว่าหลายๆ คนน่าจะเสียเงินไปให้กับค่าโฆษณาอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ ลองเจียดงบสักส่วนนึงมาลงกับเครื่องมือที่ถูก เครื่องมือที่ใช่ ไม่แน่ว่าผลลัพธ์อาจจะดีกว่าการที่คุณเอาเงินไปลงโฆษณาเพียงอย่างเดียวก็ได้นะครับ 🙂

ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือที่พวกเราแนะนำ คุณสามารถเข้าไปดูได้ที่นี่ครับ

4. ทำงานร่วมกับผู้อื่น

“คนเดียวไปได้ไกล ไปด้วยกันไปได้ไกลกว่า”

การลองทำงานร่วมกับนักการตลาดสายคอนเทนต์หรือนักผลิตคอนเทนต์ให้มากขึ้นจะทำให้คุณมีประสบการณ์มากขึ้นกว่าเดิม

ถ้าจากเดิมที่คุณทำงานคนเดียว คุณอาจจะลองส่งงานต่อให้นักเขียนทำการเขียนหรือนักออกแบบทำการออกแบบดู

หรือถ้าคุณทำงานร่วมกับนักเขียน นักออกแบบ หรือนักวิเคราะห์ข้อมูลอยู่บ่อยๆ อยู่แล้ว คุณก็อาจจะลองเปลี่ยนคนทำงานด้วยดู บางทีคุณอาจจะพบแนวทางใหม่ๆ วิธีใหม่ๆ หรือความรู้ใหม่ๆ ในการทำงานก็เป็นได้

5. ลอง ลอง ลอง

คุณจะไม่เติบโตขึ้นจากการทำอะไรซ้ำๆ

ถ้าคุณทำ Content Marketing บนเว็บไซต์ บางทีการขยับไปลอง Facebook, Instagram หรือ LINE ที่มีแนวคิดในการทำต่างออกไปก็อาจจะทำให้คุณได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ

หรือถ้าคุณถนัดทำ Content Marketing แบบใช้บทความเป็นหลัก คุณอาจจะทดลองใช้ Content ใน Format อื่นอย่างเช่น Video หรือ Infographic เข้ามาผสมผสานเพิ่มเติมด้วย

หรือถ้าคุณอยู่กับการทำ Content ให้กับอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหน่ึงมาเป็นเวลานาน การลองย้ายสายไปทำอุตสาหกรรมอื่นๆ บ้างก็จะช่วยให้คุณเปิดโลก (จากประสบการณ์ของผม การทำ Content Marketing ให้กับสาย Consumer อย่างอาหารหรือแฟชั่นนั้นมีความแตกต่างกับการทำ Content Marketing ให้กับโรงงานอุตสาหกรรม ธุรกิจการเงิน หรือสายอสังหาริมทรัพย์โดยสิ้นเชิง)

ลองสิ่งใหม่ๆ เปิดโลกใหม่ๆ เพื่อที่จะก้าวผ่านปีไปเป็นคนใหม่ๆ ที่เก่งขึ้น

6. เรียนรู้สายงานที่ใกล้เคียง

การที่คุณรู้ลึก รู้จริงนั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ผมคิดว่าสำหรับการเป็นนักการตลาดสายคอนเทนต์นั้น การรู้ลึกในเรื่องใดเรื่องนึงนั้นไม่เพียงพอครับ สาเหตุเพราะว่าศาสตร์ และศิลป์หลายๆ อย่างนั้นมันเชื่อมต่อกัน

เช่น การจะเขียนบทความ บทความนึงออกมาให้ดี การที่คุณเป็นนักเขียนที่ดีนั้นอาจจะไม่เพียงพอ คุณต้องรู้เรื่อง SEO การออกแบบ และการวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดด้วย

สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อก็คือ นอกจากการรู้ลึกในเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว คุณควรจะรู้ให้กว้างด้วย ไม่ต้องถึงกับเก่งไปซะทุกอย่าง แต่ให้รู้ว่าขั้นตอนต่างๆ นั้นทำงานยังไง และประกอบไปด้วยอะไรบ้างก็เพียงพอแล้ว

ผมคิดว่าบทความนี้ของ Search Engine Journal ที่เกี่ยวกับ “10 ทักษะที่นักการตลาดสายคอนเทนต์ควรจะต้องมี” นั้นทำออกมาได้ดีเลยล่ะ

7. คุย คุย คุย

การคุยกับคน ไม่ว่าจะเป็นคนในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือคนนอกอุตสาหกรรมนั้นเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าจะทำให้คุณได้ไอเดียใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งการไปพบปะ พบเจอคนใหม่ๆ นั้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยการเข้าร่วมอีเวนต์ต่างๆ

facebook-event-search

วิธีการค้นหาอีเวนต์ที่ง่ายที่สุดวิธีนึงก็คือการเข้าไปที่ Facebook จากนั้นพิมพ์คำว่า Event ลงไปในกล่องค้นหา จากนั้นก็กดปุ่ม See All ในแท็บ Events Today แล้วคุณก็จะเห็นอีเวนต์มากมายที่กำลังจะจัดขึ้นรอบๆ ตัวคุณ ข้อดีของมันก็คือมันจะมีข้อมูลของอีเวนต์เล็กๆ อยู่ค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าคุณรู้สึกว่าอีเวนต์บน Facebook มันยิบย่อยเกินไป ผมแนะนำให้คุณโหลดแอพพลิเคชั่น ZipEvent ซึ่งจะรวบรวมอีเวนต์ทั่วกรุงเทพครับ ข้อดีคือมันจะรวมอีเวนต์มาเป็นหมวดหมู่ให้คุณ

นอกจากจะได้ไอเดียใหม่ๆ แล้ว การไปอีเวนต์นั้นอาจจะทำให้คุณได้คอนเน็กชั่นเพื่อต่อยอดธุรกิจของคุณอีกด้วย

8. ถ่อมตัวอยู่เสมอ

โลกใบนี้นั้นกว้างใหญ่ โดยเฉพาะโลกออกไลน์ที่ทำให้การเข้าถึงข้อมูลต่างๆ เป็นเรื่องง่าย ยิ่งผมรู้มากเท่าไหร่ ผมจะพบว่าผมยิ่งไม่รู้มากขึ้นเท่านั้น

การเปิดหู เปิดตา เปิดใจ รับความรู้ หรือความคิดเห็นอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอเป็นสิ่งที่จำเป็น เมื่อรับฟังมาแล้ว อะไรที่คุณคิดว่าเป็นประโยชน์ ก็เก็บเอามาปรับใช้ อะไรที่คิดว่าไม่เหมาะสม ก็ถือว่าได้เรียนรู้ และรับฟังอะไรใหม่ๆ และเก็บมันไว้ในใจ

การถ่อมตัว เปิดตา เปิดหู เปิดใจ รับฟังสิ่งใหม่ๆ นั้นจะทำให้คุณเป็นเหมือนน้ำที่ไม่เต็มแก้ว และจะคอยหมั่นพัฒนาตัวเองอยู่เรื่อยๆ

โดยเฉพาะในโลกยุคปัจจุบันที่หมุนไวตามกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณชะล่าใจ คิดว่าตัวเองเก่ง ตัวเองเจ๋ง แล้วหยุดที่จะเรียนรู้แล้วละก็ เมื่อนั้นคุณก็จะเริ่มถดถอยช้าๆ อย่างไม่รู้ตัว

เพราะฉะนั้นมาเป็น “คนที่อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ แข็งแกร่ง แต่ไม่แข็งกร้าว” กันเถอะ : )

 9.  ทำมันอย่างสม่ำเสมอ

ข้อ 9 เป็นข้อสุดท้าย และเป็นข้อที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด

การทำ Inbound Marketing / Content Marketing นั้นไม่ใช่วิธีการที่จะเห็นผลทันทีเหมือนกับการยิงโฆษณาขายของ แต่มันเป็นการปลูกเมล็ดเพื่อเพาะพันธุ์ต้นกล้าให้แข็งแรง ก่อนที่จะมาเก็บเกี่ยวภายหลัง

ซึ่งมันต้องใช้เวลา และความสม่ำเสมอ และนักการตลาดสายคอนเทนต์ ผู้บริหาร หรือใครก็ตามที่อยากจะทำ Inbound Marketing / Content Marketing ต้องเข้าใจจุดนี้

ไม่มีอะไรที่ได้มาเร็ว และได้มาง่าย อะไรที่ได้มาเร็ว และง่ายเกินไปจนดูดีเกินจริง ก็มักจะดูดีเกินจริง

ผมขอยกตัวอย่าง Quote จากบทความบน Storylog อันนึงที่ผมชอบมากๆ มาให้ได้อ่านกันนะครับ เขาเขียนไว้ว่า “There is no shortcut, only just HEART work” หรือที่เจ้าของบทความนั้นแปลออกมาว่า “แม่งไม่มีหรอกทางลัด มีแต่ต้องทำงานหนัก (ด้วยใจ) เท่านั้น”

กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียวฉันใด การสร้างคอนเทนต์ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ในวันเดียวฉะนั้น ช่วงแรกๆ อาจจะไม่มีคนสนใจ อาจจะออกมาไม่ดีอย่างที่หวังไว้ แต่ถ้าทำด้วยความตั้งใจ ทำอย่างหนัก และทำอย่างสม่ำเสมอแล้ว ผมคิดว่าเมล็ดพันธุ์ที่คุณปลูกไว้มันจะผลิดอกออกผล และมีรสชาติยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน

สรุป

และนี่ก็คือวิธี 9 วิธีที่ผมเอาไว้ใช้บอกกับตัวเองเพื่อให้เป็นนักการตลาดสายคอนเทนต์ที่ดีกว่าเดิม แล้วก็อยากจะส่งต่อไปให้คุณด้วยนะครับ : )

ปีเก่ากำลังจะผ่านพ้นไป… เราคนใหม่กำลังจะเข้ามา

มาเป็นคนใหม่ที่ดียิ่งๆ ขึ้นไป ไปด้วยกันนะ

Bank

Marketing Director, Content Shifu

แบงค์เป็นนักธุรกิจ นักการตลาด และนักเดินทางที่หลงใหลในวิถีแห่ง Inbound Marketing ปัจจุบันแบงค์เป็น Managing Partner ของ Magnetolabs และ เป็น Co-host ของรายการ Podcast ชื่อว่า FounderCast

More From Me
>