รู้กันดีว่า พวกเรา Content Shifu ยึดถือแนวทางการตลาดแบบ Inbound มาโดยตลอด ด้วยการสร้างคอนเทนต์ที่ให้คุณค่าและมีประโยชน์ ซึ่งเป็นแนวทางที่ประหยัดและมีประสิทธิภาพกว่า Outbound Marketing ในระยะยาว

แต่แม้กระนั้น ก็ใช่ว่า Inbound Marketing จะไม่มีข้อเสียเลย พวกเราที่อยู่กับมัน เสมือนใช้ชีวิต ร่วมคลุกคลีกับมันมายาวนาน จะมาบอกข้อเสียที่พวกเราพบ แม้จะดูเหมือน ‘ขัดขาตัวเอง’ แต่ถ้ามันเป็นประโยชน์กับผู้อ่าน เราก็ยินดีทำ

สรุปข้อเสียของ Inbound Marketing

คอนเซปต์ของ Inbound Marketing คือการพยายามดึงดูดคนให้สนใจเรา ให้เข้ามาในช่องทางของเรา และการวางกลยุทธ์เพื่อค่อย ๆ เปลี่ยนเขาเป็นลูกค้า ทั้งหมดนี้มีปัจจัยความท้าทายหลายเรื่อง ได้แก่…

1. เว็บไซต์ คือบ้านที่ต้องมีคนคอยดูแล

หัวใจสำคัญของการทำ Inbound Marketing คือการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง รวมถึงการมีบล็อกเพื่อเป็นโรงงานคอนเทนต์ประจำบ้าน

บ้าน มีต้นทุนในการสร้าง

แม้ปัจจุบันจะมีบริการเว็บไซต์สำเร็จรูปมากมาย แต่ก็ต้องยอมรับว่า เมื่อพูดถึงความง่าย ความเร็ว Social Media ก็ยังคงเป็นช่องทางที่มีแต้มต่อเหนือกว่า โดยใช้เวลาเพียงหลักนาที และมักจะฟรี

เว็บไซต์ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องเสียเวลาในการปรับแต่งอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ ก็กินเวลาหลักวัน หรือถ้ามีปรับแต่งเยอะหน่อย ก็เป็นหลักเดือน

ยิ่งถ้าหากจ้างทำ ก็จะยิ่งมีค่าใช้จ่ายตามมา แต่ถ้าอยากทำเองเป็น ก็ต้องลงทุนเงินและเวลา ไปกับการเรียนรู้การทำเว็บอยู่ดี

บ้าน ต้องได้รับการดูแลรักษา

เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้เอง เราได้เจอกับเหตุการณ์ว่า เว็บไซต์ที่เราเคยได้มีโอกาสช่วยเพื่อนทำขึ้นมานั้น “โดนแฮ็ก” ล็อคอินเข้าหน้า Admin ด้วยบัญชีเดิมไม่ได้ ข้อมูลบางอย่างหาย และถูก Google แบน แจ้งเตือนว่าเป็นเว็บอันตราย

นับเป็นบทเรียนสำคัญ ที่ตอนนั้นเตรียมการเรื่อง Security ไว้ไม่ดีพอ และไม่ค่อยได้เข้าไปดูแลเว็บไซต์

เมื่อกรณีนี้เกิดขึ้น แทนที่การมีเว็บจะเป็นการสร้างช่องทาง กลับกลายเป็นว่าช่องทางที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมา ถูกใครก็ไม่รู้มาปิด

…คอนโด และอพาร์ทเมนต์จะมี รปภ. แต่คนธรรมดาส่วนใหญ่ไม่ได้มี รปภ. อยู่ที่บ้าน

ก่อนจะมีเว็บไซต์ คุณควรหาความมั่นใจในระดับหนึ่งก่อนว่า จะมีคนดูแลมันเป็นระยะๆ

เว็บไซต์ที่ดีนั้น ทำได้ไม่ง่าย

Social Media นั่นก็เปรียบเสมือนคอนโด คอนโดยังมีส่วนกลางที่คอยอำนวยความสะดวก อะไร ๆ ก็ง่าย และดูดีในตัวมันเอง แถมมีคนอยู่ด้วยเยอะแยะ อยากเจอใคร รู้จักใคร ก็ทำได้ไม่ยาก มันมีประสิทธิภาพสูง เพราะถูกสร้างมาโดยบริษัท Tech ชั้นนำอยู่แล้ว

แต่กว่าจะมาเป็นเว็บไซต์ดี ๆ หนึ่งเว็บนั้นความจริงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณน่าจะเคยเห็นเว็บไซต์ที่ทำออกมาได้ไม่ดีซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมาย ปัจจัยมีตั้งแต่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อย่างความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ และประสบการณ์การใช้งาน (UX) ไปจนถึงเรื่องของ สีสัน หน้าตา (UI) และการใส่เนื้อหาที่เข้าใจง่าย อ่านง่าย ค้นหาง่าย (มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ดี) เป็นต้น

2. ต้องมีทีมคอนเทนต์ที่เข้มแข็ง

มีเงินอย่างเดียวก็ทำ Inbound ไม่ได้ ต้องมีทรัพยากรบุคคลด้วย

เหมือนที่ Content Shifu เฟ้นหาทีมงานที่จะมาลงทุนเวลากับการเขียนบล็อกด้วยตัวเองเป็นประจำทุกสัปดาห์

สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ เฉพาะแค่การทำบล็อก ก็นับเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งแล้ว คนทำงานเอย เจ้าของธุรกิจเอย อาจจะไม่ถนัดเขียน หรืออาจไม่มีเวลาทำ (แม้เราจะแนะนำให้ทำก็ตาม) หลายๆ บริษัทยังไม่มีทีมคอนเทนต์ด้วยซ้ำ ต้องหาคนมาทำ ต้องเซ็ตอัปทีมขึ้นมา

…กว่าจะได้มาหนึ่งบทความก็ไม่หมูแล้ว (บทความใน Content Shifu ใช้เวลาเขียนตั้งแต่ 3-4 ชั่วโมง ไปจนถึงหนึ่งวันเต็ม หรือมากกว่าหนึ่งวัน)

ยังไม่รวมการลงทุนกับความรู้ด้าน SEO รวมถึงการลงทุนทำคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ อย่างวีดีโอ

Noted

คอนเทนต์ใน Inbound ไม่ได้พูดถึงเฉพาะคอนเทนต์ที่โดนที่น่าแชร์ต่อ แต่หมายถึงคอนเทนต์ที่ Effective ในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ในแต่ละช่วงเวลาด้วย ซึ่งนั่นต้องอาศัยการ Research ให้เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย อ่านต่อบทความ: เข้าใจลูกค้าให้ถึงกึ๋น ด้วย Buyer Persona

3. Inbound มีองค์ประกอบมาก และซับซ้อน

Inbound Marketing Framework

Inbound นั้นระบุว่า คุณต้องมีกระบวนการท่าต่างๆ ในการ Attract, Convert, Close และ Delight

ในความเป็นจริง ความท้าทายของธุรกิจเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นแรก หรือ Attract อย่างที่เล่าไปในหัวข้อการทำคอนเทนต์ที่ผ่านมา

ในขั้น Convert ส่วนนี้จะเริ่มอาศัย Know how มากขึ้น การทำ Forms ทำ Landing Page ทำยังไงก็ได้ให้คน Convert มาเป็น Lead

เมื่อได้ Lead มาแล้ว ก็ต้องทำการฟูมฟักต่อ ซึ่งในขั้นนี้มักจะใช้สารพัดเครื่องมือ ยกตัวอย่างเช่น Email Marketing, CRM เป็นต้น รวมถึงคอนเซปต์อย่าง Drip Marketing เข้ามาช่วย นั่นหมายความว่า Inbound ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการสร้างทีมทำคอนเทนต์ให้ธุรกิจอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงทีมเฉพาะทางต่าง ๆ ที่จะเข้ามาดูแลในเชิงเทคนิคต่อไป

สำหรับ Inbound Marketing นั้น ไม่เฉพาะแต่เพียงการลงทุนกับเครื่องมือต่างๆ ที่ได้กล่าวไป แต่ยังรวมถึงการลงทุนกับความรู้ และประสบการณ์ในการลองผิดลองถูกด้วย

https://www.youtube.com/watch?v=NpdIhTf8KW0
Content Shifu มีคอร์สเรียนออนไลน์เรื่อง Inbound Marketing 101 สอนให้คุณเข้าใจ Inbound ภายใน 1 ชั่วโมง ลงทะเบียนเรียนได้ฟรี

4. ผลลัพธ์มองไม่เห็นในช่วงข้ามคืน

ถ้าคุณคาดหวังว่าทำ Inbound อย่างการ สร้างบล็อก เขียนบล็อก ติดฟอร์ม วางระบบทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะเห็นลูกค้าไหลมาในพริบตา ข้อนี้คุณอาจจะเข้าใจผิดเวทมนตร์อย่าง SEO จะเริ่มเห็นผล เมื่อเวลาผ่านไปหลักหลายเดือน บทความ Blockchain ของเรา ที่ได้ Traffic จาก SEO เข้ามาเรื่อย ๆ นั้น ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แต่เมื่อได้มาแล้ว ก็เป็น Traffic ที่ได้ฟรี ไม่เสียตังค์ซักบาท

Traffic เว็บไซต์

ในเรื่องของ Conversion สถิติโดย HubSpot บอกว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คุณสามารถเพิ่มจำนวน Leads ในมือ เป็นสองเท่าได้ โดยใช้เวลาหกเดือน และเพิ่มเป็นหกเท่า โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งปี

อ่านต่อ