7 โปรแกรมตัดต่อวีดีโอสำหรับ Facebook และ YouTube ของคุณ (มีทั้งฟรี และเสียเงิน)

Act

แม้เทรนด์การทำรายการสด เช่น Facebook Live หรือ Live Streaming ของ YouTube จะมาแรงมากๆ ในปีนี้ แต่การทำวีดีโอนั้นยังคงน่าสนใจอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบน Facebook ที่โพสต์แบบวีดีโอมียอดการเข้าถึง (Reach) ไปหากลุ่มลูกค้ามากกว่าโพสต์แบบตัวอักษร หรือรูปภาพ

และวีดีโอที่ทำออกมาได้ดีนั้นจะสร้าง Engagement อย่างมากมายมหาศาล เพราะว่าคนนิยมเสพภาพเคลื่อนไหวมากกว่า ภาพนิ่ง หรือตัวอักษร

แต่แค่เรื่องราวที่ใช่ และการถ่ายทำที่ดีนั้นคงไม่เพียงพอ เพราะการตัดต่อวีดีโอหลังจากที่ถ่ายเสร็จแล้วก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลยล่ะ

วันนี้ผมก็เลยอยากจะพาคุณมาทำความรู้จักโปรแกรมตัดต่อวีดีโอทั้ง 7 ตัวที่จะทำให้วีดีโอของคุณดูดีขึ้นอีกหลายเท่า

ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีตัวที่ถูกใจ เพราะเครื่องมือที่ผมเอามาแชร์ให้รู้จักนั้นมีทั้งบน Windows และ Mac และมีทั้งตัวฟรี และตัวที่เสียเงิน

รับรองว่าพอคุณอ่านบทความนี้จบ คุณได้เครื่องมือใหม่ๆ เอาไปใช้ในการตัดต่อวีดีโอเพิ่มเติมแน่นอน : )

ป.ล. ถ้าคุณชอบบทความนี้ คุณน่าจะชอบบทความ 8 โปรแกรมสร้างวีดีโอ Animation ที่ทำให้คุณดูเหมือนมือโปร ด้วยเช่นกัน

7 โปรแกรมตัดต่อวีดีโอสำหรับวีดีโอบน Facebook และ YouTube ของคุณ

1. Adobe Premier Pro

โปรแกรมตัดต่อวีดีโอสำหรับทั้ง Windows และ Mac จากบริษัทซอฟต์แวร์ชื่อดังอย่าง Adobe

ข้อดีของมันก็คือ Adobe Premier Pro นั้นสามารถเชื่อมต่อกับ Adobe After Effect และ Adobe Photoshop ได้ ซึ่งถ้าคุณใช้เครื่องมือเหล่านี้อยู่แล้ว คุณจะทำงานได้ง่ายขึ้นอีกเยอะ แต่ข้อด้อยคือคุณต้องจ่ายเป็นรายเดือน เมื่อเทียบกับซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ ที่จ่ายครั้งเดียวจบ อาจจะทำใจซื้อได้ลำบากหน่อย

ราคา: 600 บาท/เดือน (จ่ายรายปี) หรือ 900 บาท/เดือน (จ่ายรายเดือน)

ข้อมูลเพิ่มเติม: Adobe Premier Pro

2. Filmora Video Editor

Filmora Video Editor เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอของค่าย Wondershare ที่สามารถใช้งานได้ทั้งบน Windows, Mac และ Application บนมือถือ (ทั้ง iOS และ Android)

ข้อดีของมันคือหน้าตาที่สวยงาม และใช้งานง่าย และราคาค่อนข้างเป็นมิตร แต่ข้อด้อยคือ เมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อวีดีโอรุ่นใหญ่ตัวอื่นๆ แล้ว ฟีเจอร์ของมันอาจจะมีน้อยกว่า

ราคา: $29.99 ต่อปี หรือ $49.99 แบบจ่ายครั้งเดียว (สำหรับ Windows) และ $34.99 ต่อปี หรือ $49.99 แบบจ่ายครั้งเดียว (สำหรับ Mac)

ข้อมูลเพิ่มเติม: Filmora Video Editor 

3. Final Cut Pro

Final Cut Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อขั้นเทพของ Apple ที่ใช้ได้บน Mac เท่านั้น

ข้อดีของโปรแกรมตัดต่อวีดีโอตัวนี้ก็คือฟีเจอร์ที่ครบครันเหมือนกับคุณมีโปรแกรมตัดต่อวีดีโอในสตูดีโออยู่ในมือของคุณ Final Cut Pro นั้นถูกใช้ในการตัดต่อภาพยนตร์ดังๆ มามากมายแล้วเช่น The Social Network, X-Men Origins และ 300 เป็นต้น ส่วนข้อด้อยของโปรแกรมตัวนี้คือมันอาจจะใช้งานยากสำหรับมือใหม่สักหน่อย เพราะว่ามันมีฟีเจอร์เยอะมาก และข้อด้อยอีกอย่างที่สำคัญที่อาจจะทำให้คนไม่กล้าใช้ก็คือราคาของโปรแกรมตัวนี้แพงมากๆ

ราคา: $299.99

ข้อมูลเพิ่มเติม: Final Cut Pro 

4.  iMovie

iMovie เป็นโปรแกรมฟรีพื้นฐานสำหรับคนที่ใช้งาน Device ต่างๆ ของ Apple

iMovie นั้นน่าจะเป็นหนึ่งในโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่ใช้งานได้ง่ายที่สุดโปรแกรมหนึ่งในตลาด มันสามารถทำการตัดต่อแบบพื้นฐานเช่น การเชื่อมต่อวีดีโอ, การเร่งความเร็ว การใส่เพลง และการใส่ตัวอักษร ลงไปในวีดีโอ แต่โปรแกรมนี้น่าจะไม่เหมาะกับคนที่ต้องการโปรแกรมตัดต่อแบบโปรที่สามารถทำงานได้หลากหลาย

ราคา: ฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติม: iMovie

5. LightWorks Pro

LightWorks Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่ใช้ได้ทั้งบน Windows, Mac และ Linux

ซึ่งโปรแกรมนี้เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่มีฟีเจอร์ที่ครบครัน นอกจากนั้นแล้วข้อดีมากๆ ของ LightWorks ก็คือโปรแกรมตัว Free Trial นั้นมีฟีเจอร์เท่าๆ กับโปรแกรมตัวเสียเงิน เพียงแต่ตอน Export คุณจะทำได้แค่ Export File MP4 ไปยัง YouTube กับ Vimeo ด้วยความละเอียดแค่ 720p เท่านั้น ส่วนข้อด้อยของ LightWorks Pro ก็คือรูปร่างหน้าตาที่ใช้งานยาก และอาจจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้สักหน่อย และนอกจากนั้นแล้วราคาของ LightWorks Pro ยังค่อนข้างแพงอีกด้วย

ราคา: $24.99 ต่อเดือน, $174.99 ต่อ 2 ปี และ $437.99 แบบจ่ายครั้งเดียว

ข้อมูลเพิ่มเติม: Lightworks Pro 

6. Vegas

Vegas เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่ใช้ได้บน Windows เท่านั้น

ผมเชื่อว่าหลายๆ คนคงคุ้นชื่อ Vegas แน่ๆ… ใช่แล้วครับ ก่อนหน้านี้ Vegas นั้นเป็นโปรแกรมของ Sony แต่เมื่อปลายปี 2016 นั้น Sony ได้ขาย Vegas ออกไปให้มือโปรด้านการตัดต่อ Audio อย่าง Magix

แต่ถึงแม้จะขายไปแล้ว แต่ความเจ๋งของโปรแกรมตัวนี้นั้นก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม ข้อดีอย่างหนึ่งของ Vegas ก็คือมีโปรแกรมที่เหมาะกับนักตัดต่อตั้งแต่ระดับมือสมัครเล่น ไปจนถึงมืออาชีพ ส่วนข้อด้อยก็คือโปรแกรมตัวที่แพงที่สุดของ Vegas นั้นแพงมาก (แพงที่สุดในบทความนี้เลย)

ราคา: $49.95 สำหรับ Vegas Movie Studio, $79.95 สำหรับ Vegas Movie Studio Platinum, $139.95 สำหรับ Vegas Movie Studio Suite, $399 สำหรับ Vegas Pro Edit, $599 สำหรับ Vegas Pro และ $799 สำหรับ Vegas Pro Suite

ข้อมูลเพิ่มเติม: Vegas

7. Windows Movie Maker

Windows Movie Maker เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอสำหรับ Windows ที่น่าจะไม่มีใครไม่รู้จัก

ตัว Windows Movie Maker เองนั้นเป็นซอฟต์แวร์ฟรีของ Windows อยู่แล้ว ข้อดีของโปรแกรมตัวนี้ก็คือใช้งานได้ง่าย ถ้าคุณใช้ Windows อยู่แล้ว คุณน่าจะคุ้นเคยกับดีไซน์ของระบบอย่างดี หรือไม่ก็ใช้เวลาไม่นานในการทำความเข้าใจ ส่วนข้อด้อยของโปรแกรมตัวนี้ก็คือ เมื่อเทียบกับตัวอื่นๆ แล้ว ฟีเจอร์ต่างๆ มันจะน้อยกว่าค่อนข้างมาก

ราคา: ฟรี

ข้อมูลเพิ่มเติม: Windows Movie Maker

สรุป

และนี่ก็คือโปรแกรมทั้ง 7 ตัวที่ผมเอามาฝากนะครับ

ถ้าลองสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่าโปรแกรมที่ฟีเจอร์น้อย จะใช้งานง่าย และก็ราคาถูก ส่วนโปรแกรมที่ฟีเจอร์เยอะ ก็จะใช้งานยาก และราคาแพง ซึ่งโปรแกรมแต่ละตัวนั้นมันมีข้อดีของตัวเอง มันแค่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้กลุ่มผู้ใช้งานที่ต่างกันเท่านั้นเอง

ถ้าคุณต้องการแค่เพียงเครื่องมือที่ตัดต่อวีดีโอจากมือถือของคุณ บางทีตัวที่ฟีเจอร์น้อยๆ อาจจะเหมาะสมกว่า แต่ถ้าคุณต้องการจะเอาไปสร้างหนังสั้น หรือ MV โปรแกรมที่มีฟีเจอร์เยอะขึ้นมาหน่อยก็จะเหมาะกับคุณมากกว่า

เพราะฉะนั้น นอกจากอ่านบทความของผมบทความนี้แล้ว ผมแนะนำให้เข้าไปศึกษาโปรแกรมแต่ละตัวก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพื่อที่ว่าจะได้เลือกโปรแกรมที่เหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด

ไม่มีคำว่าโปรแกรมไหนดีกว่ากัน มีแต่คำว่าโปรแกรมไหนเหมาะกับการใช้งานมากกว่ากัน : )

ตาคุณแล้ว

หลังจากที่ลองอ่าน และลองเข้าไปศึกษาดูแล้ว คุณชอบตัวไหนที่สุดครับ? หรือคุณใช้ตัวไหนอยู่ แล้วมันดี ไม่ดียังไงบ้าง? มาคุยกันต่อได้ในคอมเมนต์เลยครับ

Tags
video
Bank

Marketing Director, Content Shifu

แบงค์เป็นนักธุรกิจ นักการตลาด และนักเดินทางที่หลงใหลในวิถีแห่ง Inbound Marketing ปัจจุบันแบงค์เป็น Managing Partner ของ Magnetolabs และ เป็น Co-host ของรายการ Podcast ชื่อว่า FounderCast

More From Me

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

8 Comments

ความเห็น
  1. Avatar
    Commented on July 22, 2019 at 8:45 pm

    ขอบคุณมากเลยครับสำหรับบทความที่แนะนำเรื่องโปรแกรมการตัดต่อวีดิโอ ส่วนตัวกำลังเริ่มต้นทำวีดิโอเป็นต์คอนเทนต์ประกอบการนำเสนอข้อมูลต่างๆ ซึ่งผมเห็นว่าผู้เยี่ยมชมหรือ Visitor เริ่มชื่นชอบการดูวีดิโอมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะวีดิโอแนวสี่เหลี่ยม หากเป็นไปได้อยากให้เขียนบทความแนะแนวทางการทำวีดิโอที่เป็นสี่เหลี่ยมเพิ่มด้วยครับ

  2. Avatar
    Commented on May 31, 2018 at 12:17 pm

    เคยใช้ Movie maker เเต่ save ไม่ได้ต้องซื้ออะคะ เเต่ก่อนไม่ต้องซื้อ ตอนนี้ทำไงดีอะคะ มีโปรแกรมไหนฟรีเเล้วสวยๆบ้างค่ะ

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณค่ะ ข้อความจะถูกแสดงผลเมื่อได้รับการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บไซต์แล้ว
  3. Avatar
    Commented on January 29, 2018 at 10:22 pm

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ มีประโยชน์มากเลยค่ะ^^

  4. Avatar
    Commented on January 27, 2018 at 1:44 pm

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ

    • Bank
      Bank
      Commented on January 28, 2018 at 8:21 am

      ยินดีครับ : )

  5. […] YouTube ของคุณ (มีทั้งฟรี และเสียเงิน))”, http://www.contentshifu.com สืบค้นวันที่ 9 ต.ค. […]

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณค่ะ ข้อความจะถูกแสดงผลเมื่อได้รับการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บไซต์แล้ว
  6. Avatar
    Commented on March 2, 2017 at 6:40 pm

    แนะนำ Movavi กับ Camtasia ด้วยนะฮะ :3
    เพิร์ธเคยใช้แต่ Camtasia ค่อนข้างชอบ Interface ส่วน Movavi นี่มาเจอทีหลัง ราคาสบายกระเป๋ากว่า และดูหน้าตาโอเคเลย

    • Bank
      Bank
      Commented on March 2, 2017 at 9:11 pm

      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ครับบบบ : )

      จริงๆ พี่ก็ใช้ Camtasia เหมือนกัน แต่ที่ไม่ได้ใส่ก็เพราะพี่รู้สึกว่ามันเหมือนเป็น Screencast มากกว่า (ถ้าเป็นแนวนี้ Screenflow ก็น่าสนใจ)