News

เปิดโลกการขนส่งยุคใหม่กับ Max Zhao จาก Neolix ในงาน THE STANDARD Economic Forum 2026

• 19 ตุลาคม 2026

เปิดโลกการขนส่งยุคใหม่กับ Max Zhao จาก Neolix ในงาน THE STANDARD Economic Forum 2026

Share on

Share on

เมื่อ ‘Autonomous Vehicle’ ไม่ได้อยู่แค่ในห้องทดลองอีกต่อไป แต่มันได้ลง ‘ถนนจริง’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว   

คำถามสำคัญคือ เมื่อ AI ลงมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจบนท้องถนนจริง เราจะเตรียมเมือง ผู้คน และกติกาอย่างไร ให้กลายเป็นโอกาสใหม่ของประเทศ  

กว่าครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ธุรกิจโลจิสติกส์ถูกบีบให้ต้อง ‘รื้อโครงสร้าง’ ใหม่ทั้งหมด ผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตห่วงโซ่อุปทานระดับโลก ความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ แรงกดดันด้านต้นทุน มาตรฐาน ESG ไปจนถึงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ E-Commerce ได้เปลี่ยนบทบาทของโลจิสติกส์ให้กลายเป็นสมรภูมิหลักในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ และยิ่งเร่งสปีดขึ้นอีกหลายเท่าตัวเมื่อเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่

เมื่อเกมใหม่ไม่ได้ชี้วัดกันที่ ‘ความเร็ว’ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป  แต่ต้อง เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ลดต้นทุน และการลดการปล่อยคาร์บอน 

คำตอบของโจทย์ข้างต้นนำไปสู่การพัฒนา ‘Autonomous Logistics’ หรือระบบโลจิสติกส์อัตโนมัติ ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), หุ่นยนต์ (Robotics), เซนเซอร์อัจฉริยะ (IoT) และยานพาหนะอัตโนมัติ เข้ามารับช่วงต่อกระบวนการเคลื่อนย้ายและจัดเก็บสินค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อลดการพึ่งพาแรงงานมนุษย์ให้มากที่สุด และสามารถทำงานได้อย่างอิสระตลอด 24 ชั่วโมง

แม้แนวคิดนี้มีมาให้เห็นตั้งแต่ปี 1953 เช่น รถลาก AGV เครื่องแรกในโรงงาน หรือการเข้าซื้อ Kiva Systems ของ Amazon ในปี 2012 แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Autonomous Logistics ได้ข้ามรั้วคลังสินค้าออกมาสู่ถนนจริงอย่างเต็มรูปแบบ กลายเป็นทางรอดเชิงพาณิชย์ที่มี Neolix ยักษ์ใหญ่จากจีนเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด

‘Neolix’ บทพิสูจน์ยานยนต์ไร้คนขับเชิงพาณิชย์ที่ทำได้จริง  

หนึ่งในผู้บุกเบิกและผู้เล่นคนสำคัญที่สุดในยุค Autonomous Logistics โดยเฉพาะการจัดส่งระยะสุดท้ายในเขตเมือง คือ Neolix สตาร์ตอัปยักษ์ใหญ่จากปักกิ่ง และยังเป็นหนึ่งในสปีกเกอร์ที่จะขึ้นพูดในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026: REINVENT THAILAND ซึ่งจะจัดในวันที่ 4–6 พฤศจิกายน 2569

Neolix เป็นบริษัทด้านโลจิสติกส์อัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วย AI ระดับโลก ซึ่งประสบความสำเร็จในการสร้างโรงงานผลิตรถส่งของไร้คนขับระดับ L4 (RoboVan) สำหรับการจัดส่งเชิงพาณิชย์ 

ความสำเร็จบนถนนจริงของ Neolix คือ จำนวนยานพาหนะที่มีมากกว่า 27,000 คัน ถูกนำไปใช้งานใน 320 เมือง 15 ประเทศ ให้บริการเป็นระยะทางมากกว่า 240 ล้านกิโลเมตร โดยเฉพาะในประเทศจีนใช้งานมากกว่า 300 เมือง โดยเมืองชิงเต่า เพียงเมืองเดียวมีการใช้งานมากกว่า 1,200 คัน  

ตัวอย่างการใช้งานเชิงธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ คือ Tuhu ผู้ให้บริการด้านยานยนต์ในจีน ซึ่งนำ Xolra 3 มาใช้ขนส่งอะไหล่จากคลังย่อยไปยังศูนย์บริการ ผลลัพธ์พบว่าสามารถทำรอบขนส่งไป-กลับได้สูงสุดถึง 10 รอบต่อวัน และ ลดต้นทุนการขนส่งต่อเที่ยวลงได้ถึง 57% จนสามารถขยายการใช้งานไปยัง 4 มณฑลภายในเวลาเพียง 6 เดือน 

เจาะนวัตกรรมเทคโนโลยีเบื้องหลัง 

หนึ่งในเทคโนโลยีที่ Neolix ให้ความสำคัญคือระบบขับขี่ที่ไม่ต้องพึ่งแผนที่ความละเอียดสูง หรือ HD-Mapless Autonomous Driving อาศัยการประมวลผลสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ผ่าน AI และเซนเซอร์อัจฉริยะ ช่วยลดระยะเวลาการเตรียมระบบเพื่อเปิดใช้งานในพื้นที่ใหม่จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานหลายเดือน เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง ทำให้ขยายบริการไปยังภารกิจที่หลากหลายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งงานพัสดุ สินค้าสด เวชภัณฑ์ งานขนส่งเข้าหน้าร้าน และโลจิสติกส์ในโรงงาน 

นอกจากนี้ยังพัฒนา Neolix-VA โมเดลพื้นฐานแบบภาพ-การกระทำ (Vision-Action) ที่เชื่อมโยงการรับรู้ทางภาพเข้ากับการตัดสินใจขับขี่โดยตรง  พร้อมระบบจัดการที่ประสานข้อมูลยานพาหนะ เส้นทาง และคำสั่งซื้อ เพื่อสนับสนุนการทำงานในสภาพการจราจรที่ซับซ้อน

4 มิติเปลี่ยนเกม: การเชื่อมโยง Neolix สู่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์  

Neolix คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าโซลูชันไร้คนขับสามารถเข้ามาแทนที่การขนส่งแบบดั้งเดิมบนท้องถนนจริง โดยสร้างความเปลี่ยนแปลงใน 4 มิติหลัก:   

  • เปลี่ยนเกมการส่งระยะสุดท้าย (Last-mile Revolution): แก้โจทย์พื้นที่เมืองหนาแน่นที่รถขนส่งขนาดใหญ่เข้าไม่ถึง โดยใช้รถขนาดเล็กที่ทำงานด้วย AI และ LiDAR วิ่งในช่องจราจรหรือพื้นที่เฉพาะได้อย่างปลอดภัย
  • สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ (RoboVan-as-a-Service): จับมือกับ Didi Freight เปิดตัวบริการรูปแบบแอปพลิเคชันเรียกรถ สำหรับการเติมสินค้าหน้าร้าน สินค้าสด เวชภัณฑ์ และงานในโรงงาน ในเมืองชิงเต่าโมเดลนี้มีรถให้บริการกว่า 1,200 คัน ทำออเดอร์สะสมเกิน 1.5 ล้านรายการ และตั้งเป้าขยายไปยัง 50 เมืองในจีนภายในปี 2026 โมเดลนี้ช่วยเปลี่ยนเงินลงทุนซื้อรถ (Capex) เป็นค่าบริการตามจริงต่อชิ้นงาน (Opex) เปิดโอกาสให้ธุรกิจขนาดกลางเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น
  • ร้านค้าไร้คนขับเคลื่อนที่ (Unmanned Mobile Retail): ร่วมมือกับ KFC และ Pizza Hut ตั้งแต่ปี 2020 ในการแปลงรถส่งของให้กลายเป็นร้านค้าเคลื่อนที่ จอดตามจุดที่มีผู้คนหนาแน่น ให้ลูกค้าสแกน QR Code เพื่อรับอาหารได้ทันที
  • ภาพอนาคตของโลจิสติกส์เมือง (Future Urban Logistics): Neolix มองว่าการจัดส่งอัตโนมัติคือโครงสร้างสำคัญของเมืองแห่งอนาคต โดยมุ่งสร้างกองยานที่แข็งแกร่ง พัฒนาอัลกอริทึมการมองเห็น และเครื่องมือบริหารจัดการ เพื่อให้ RoboVan เป็นเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพรูปแบบใหม่ที่ช่วยผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของอุตสาหกรรม

ความสำเร็จของ Neolix ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในประเทศจีนเท่านั้น แต่กำลังขยายสเกลไปทั่วโลก 

ภูมิภาคตะวันออกกลาง Neolix คว้าใบอนุญาตปฏิบัติการส่งของอัตโนมัติรายแรกในอาบูดาบีผ่านความร่วมมือกับ K2 Group โดยเดินหน้าส่งมอบรถเข้าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ไปแล้วถึง 300 คัน พร้อมตั้งเป้าส่งออกต่างประเทศให้ทะลุ 10,000 คันภายในปีนี้ และกำลังขยายเครือข่ายสู่ซาอุดีอาระเบียผ่านพันธมิตรท้องถิ่น 

ขณะที่ฝั่งยุโรปได้สร้างพันธมิตรใน 8 ประเทศ รวมถึงการจับมือกับ Caetano Mobility ในโปรตุเกส 

เป้าหมายสำคัญถัดไปคือการขยายผลเข้าสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่อีคอมเมิร์ซเติบโตสูงแต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายเฉพาะตัว 

‘Max Zhao’ ผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รุกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

บุคคลสำคัญผู้อยู่เบื้องหลังยุทธศาสตร์การรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Neolix คือ Max Zhao, Vice President & Head of SEA ผู้บริหารยุคใหม่ที่ยืนอยู่ตรงจุดตัดระหว่างเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติ การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ และการทำตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   

เขาคือผู้รับผิดชอบการขยายตลาดไร้คนขับในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงการสร้างพันธมิตรกับกลุ่มโลจิสติกส์ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน 

กว่า 14 ปีในการบริหารองค์กรอินเทอร์เน็ตระดับโลก ผนวกกับประสบการณ์ 6 ปีด้านการบริหารธุรกิจ O2O ทั้งในระดับสำนักงานใหญ่และภูมิภาค ประสบการณ์กว่า 6 ปีในสายผลิตภัณฑ์ e-Commerce และโลจิสติกส์ที่ครอบคลุมทั้งระบบหน้าบ้านและหลังบ้าน ตลอดจนประสบการณ์การเป็นผู้ประกอบการด้าน e-Commerce และโลจิสติกส์ข้ามพรมแดนอีก 5 ปี  

ความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านการวิเคราะห์ความต้องการผู้ใช้และการบริหารห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เขามีมุมมองในการขับเคลื่อน Autonomous Vehicles จากเทคโนโลยีไปสู่ “นวัตกรรมเชิงพาณิชย์” นำแนวคิด Localization มาปรับให้สอดรับกับเส้นทาง ข้อบังคับ สภาพอากาศ พฤติกรรมผู้ใช้ และโครงสร้างต้นทุนของแต่ละประเทศอย่างแท้จริง โดยเฉพาะประเทศไทยที่กำลังเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

ความท้าทายใหม่จึงเริ่มจากการตั้งคำถามระดับโครงสร้าง เช่น ซัพพลายเชนของโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร? เมืองจะจัดการอย่างไรเมื่อถนนต้องแบ่งปันพื้นที่ให้กับรถขนส่งไร้คนขับ? ไปจนถึงข้อกฎหมายที่ต้อง “รื้อและสร้างใหม่” แค่ไหนเพื่อรองรับเทคโนโลยีนี้

มาร่วมเจาะลึกผ่านฉากทัศน์จริงและมุมมองเชิงวิเคราะห์ เพื่อร่วมออกแบบระบบนิเวศของเมืองและเศรษฐกิจใหม่ไปกับ Max Zhao

สัมผัสโลกอนาคตก่อนใครที่งาน THE STANDARD Economic Forum 2026

THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026: REINVENT THAILAND
📅 4–6 พฤศจิกายนนี้ I Paragon Hall ชั้น 5, Siam Paragon

บัตรเดียว เข้างานครบ 3 วัน พร้อมชมย้อนหลัง 6 เดือน
🎟️ EARLY BIRD TICKET 1,990.- / ใบ
💼 CORPORATE TICKET 3–10 ใบ 990.- / ใบ และ 10 ใบขึ้นไป 890.- / ใบ

https://bit.ly/tsef26CShifu
🔥 ตั้งแต่วันนี้ – 3 พ.ย. เท่านั้น!!

อ้างอิง

Share on

Writer

Content Shifu

แหล่งคอนเทนต์ชั้นดีเพื่อการเรียนรู้ Inbound & Content Marketing และ MarTech

More From Me