Blog

เรื่องราวความกล้าและกลยุทธ์ของ Nose Tea จากครีมลอกสิวเสี้ยน สู่แบรนด์ชาชีสจมูกเขียว!

• 12 กันยายน 2025

กลยุทธ์การปั้นแบรนด์ให้เติบโตของ Nose Tea จากธุรกิจครีมลอกสิวเสี้ยนสู่แบรนด์ร้านชาชีส ด้วย Storytelling ที่จริงใจ ทำเลทองที่สร้าง Awareness และระบบหลังบ้านที่ช่วยขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

Share on

Share on

ก่อนจะมาเป็นร้านชาที่คิวแน่นทุกสาขาอย่าง Nose Tea แบรนด์นี้เคยเริ่มต้นจากธุรกิจสกินแคร์เล็ก ๆ ที่ขายครีมลอกสิวเสี้ยนมาก่อน ซึ่งความจริงสินค้าเขาก็ได้รับความนิยมตั้งแต่วันนั้นแล้ว

กลยุทธ์การปั้นแบรนด์ให้เติบโตของ Nose Tea จากธุรกิจครีมลอกสิวเสี้ยนสู่แบรนด์ร้านชาชีส ด้วย Storytelling ที่จริงใจ ทำเลทองที่สร้าง Awareness และระบบหลังบ้านที่ช่วยขยายธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

แต่เพราะการมองเห็นโอกาสใหม่และความกล้าที่จะลอง Nose Tea จึงกลายเป็นหนึ่งใน Case Study การปั้น Product Line ใหม่ที่น่าสนใจแบรนด์หนึ่งในไทย และยังเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่จะถูกพูดถึงบนเวที The Secret Sauce Summit 2025 วันที่ 16–17 กันยายน 2025 (UOB LIVE ชั้น 6, EMSPHERE) อีกด้วย

ในบทความนี้ เราจะพาไปดู 3 กลยุทธ์หลักที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Nose Tea กันค่ะ

1. เห็นโอกาสแล้วกล้าลุยในสนามใหม่ด้วย Storytelling ที่จริงใจ

ก่อนหน้าจะก่อตั้งแบรนด์ Nose Tea ทีมผู้ก่อตั้งได้มีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศและสังเกตเห็นว่า “ชาชีส” เป็นธุรกิจที่มีลูกค้าต่อคิวยาวทุกปี ซึ่งสะท้อนว่าสินค้านี้เป็นสินค้าที่มี Demand จริง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว

กลยุทธ์ปั้นแบรนด์ที่ Nose Tea ใช้

  • ทดลองตลาดก่อนขยายแบรนด์จริงจัง ด้วยการเปิด Pop-up Store เพื่อลองระบบ ตั้งราคา และเช็กว่าคนไทยจะอินกับสินค้านี้หรือไม่
  • เล่าเรื่องบน TikTok โดยใช้การสื่อสารแบบตรงไปตรงมา ถ่ายทอดความตั้งใจของแบรนด์โดยไม่ปรุงแต่ง ทำให้ลูกค้าสัมผัสได้ว่าแบรนด์จริงจังและพร้อมทุ่มเทกับธุรกิจนี้
  • สร้างภาพลักษณ์ Premium ผ่านดีไซน์ร้านที่ดูสะอาด มีระบบ สร้าง Perception ว่าการทำชาไม่ได้มีความจริงจังน้อยไปกว่าการทำกาแฟ

กลยุทธ์นี้เองที่ทำให้ Nose Tea เปิดตัวได้อย่างโดดเด่นและกลายเป็นที่จดจำได้อย่างรวดเร็ว

2. หน้าร้านคือเวทีสร้างการรับรู้ ไม่ใช่แค่ทำเล

หลายแบรนด์อาจเลือกทำเลเพื่อยอดขายเป็นหลัก แต่ที่ Nose Tea เลือกเปิดสาขาแรกอยู่ที่สยามเซ็นเตอร์ เพราะไม่ได้มองแค่ว่าโลเคชันนี้เป็นทำเลที่กลุ่มเป้าหมายเดินผ่านเยอะน่าจะขายของได้ แต่เป็นกลยุทธ์และยุทธศาสตร์การสร้างแบรนด์ที่มองว่าหน้าร้าน Off-line ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสร้าง Brand Awareness ด้วย

ทำไมต้องเลือกทำเลนี้?

  • เพราะสยามคือ Landmark ของวัยรุ่นและนักช้อป ทำให้แบรนด์ได้รับ Exposure ทุกวัน
  • การมีร้านอยู่ในทำเลนี้ช่วยให้ Nose Tea กลายเป็นแบรนด์ที่ถูกพูดถึงบ่อยขึ้นทั้งออฟไลน์และออนไลน์

หน้าร้านจึงไม่ใช่แค่จุดขาย แต่เป็น Brand Awareness Touchpoint ที่ทรงพลัง

3. ใช้เทคโนโลยีหลังบ้าน สร้างการเติบโตที่ยั่งยืน

Nose Tea เข้าใจดีว่าไวรัลอาจเป็นโอกาสที่ช่วยดึงลูกค้ามาได้เยอะ แต่มันก็เป็นการเติบโตในระยะสั้นเท่านั้น สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจไปต่อได้คือระบบที่ดีและเสถียร

เทคโนโลยีที่ Nose Tea ใช้

  • เครื่องชงอัตโนมัติ ที่ช่วยลดเวลา เพิ่มความแม่นยำ และรองรับลูกค้าได้มากขึ้น
  • ระบบ Pick-up + Data Management ที่ช่วยจัดคิวได้ดีขึ้น เก็บข้อมูลการสั่งซื้อ และวิเคราะห์ของเสียเพื่อลดต้นทุน
  • ออกแบบระบบให้ดีตั้งแต่ต้น เพื่อรองรับการขยายสาขา ทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

การลงทุนกับระบบตั้งแต่วันแรกคือกุญแจที่ทำให้ Nose Tea ไม่ใช่แค่กระแส แต่กลายเป็นธุรกิจจริงที่ยังเติบโตได้เรื่อย ๆ

บทเรียนที่เรียนรู้ได้จาก Nose Tea

  • กล้าที่จะเปลี่ยนสนาม เมื่อเห็นโอกาสใหม่
  • ใช้ Storytelling ที่จริงใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
  • คิดเชิงกลยุทธ์กับหน้าร้าน ไม่ใช่แค่การขาย
  • ลงทุนกับระบบหลังบ้านที่ดี เพื่อการเติบโตระยะยาว

ทั้ง การมองเห็นโอกาส + ความกล้าที่จะลงมือทำ + การคิดเชิงกลยุทธ์ทั้งการตลาดและระบบหลังบ้าน คือเหตุผลที่ Nose Tea กลายเป็นอีกหนึ่ง Case Study ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับแบรนด์ที่กำลังคิดจะ “พลิกเกม” ของตัวเองในวันนี้

ใครที่อยากฟังกลยุทธ์การปั้นแบรนด์เต็ม ๆ จากทีม Nose Tea สามารถติดตามได้ที่งาน The Secret Sauce Summit 2025 วันที่ 16–17 กันยายน 2025 ตอนนี้บัตร On-site หมดแล้ว แต่สามารถติดตามการขายบัตร Rerun ดูย้อนหลัง ได้ที่เพจ The Secret Sauce TH

Share on

Chama

Writer

Chama

ชมา Content Creator จาก Content Shifu - ชอบสังเกตกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และ Customer Experience ส่วนตัวสนใจเรื่อง Productivity ของคนทำงาน และกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับ ESG เวลาว่างมักใช้เวลาบน Netflix กับเรียลลิตี้และสารคดีอาชญากร

More From Me