Affiliate Marketing 101: การตลาดแบบช่วยขาย เพิ่มรายได้ทั้งคนขายและคนช่วย

Think

ถ้าคุณเป็นเจ้าของแบรนด์ มีสินค้าดีๆ อยู่ในมือ มันจะดีไหมถ้ามีคนที่เป็นเหมือนพนักงานชั้นเยี่ยมคอยขายสินค้าให้กับแบรนด์หรือสินค้าของคุณอย่างไม่รู้จักเหนื่อย โดยที่คุณไม่ต้องจ่ายเงินเดือนเลยแม้แต่บาทเดียว? สิ่งที่คุณต้องทำก็แค่การแบ่งส่วนแบ่ง (Commission) ให้เฉพาะตอนที่เขาขายของให้คุณได้?

หรือถ้าคุณเป็นเจ้าของสื่อ มีผู้ติดตามอยู่ในมือ และผู้ติดตามเหล่านั้นเชื่อถือในตัวคุณ มันจะดีไหมถ้าคุณไม่ต้องผลิต ส่ง และให้บริการ สินค้าอะไรทั้งนั้นแต่คุณก็มีรายได้มาอย่างสม่ำเสมอทุกวันทุกเดือน? สิ่งที่คุณต้องทำก็เพียงแค่นำเสนอสิ่งดีๆ ที่เกี่ยวข้องให้กับผู้ติดตามของคุณ?

ไม่ว่าคุณจะเป็นแบรนด์หรือเป็นเจ้าของสื่อ คุณก็น่าจะเห็นด้วยกับผมว่าตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมาข้างบนนั้นเป็นสิ่งที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับผลประโยชน์ Win-Win กันทั้งคู่

ซึ่งแนวคิดและหลักการข้างต้นนี้ถูกเรียกเป็นคำศัพท์ทางด้านการตลาดว่า “Affiliate Marketing”

บทความนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่รู้จักคำว่า Affiliate Marketing หรือเคยได้ยิน ได้เห็น ได้อ่านมาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก

หลังจากที่คุณอ่านบทความนี้จบ ผมรับรองว่าคุณจะรู้จักกับคำศัพท์นี้มากขึ้นอย่างแน่นอนครับ

Affiliate Marketing คืออะไร?

ก่อนจะอธิบายว่า Affiliate Marketing คืออะไร ผมขอพูดถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาดแบบนี้ก่อนนะครับ ซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มได้แก่

  1. Advertiser (ผู้ต้องการโฆษณาหรือขายสินค้า/แบรนด์)
  2. Publisher (เจ้าของสื่อ เจ้าของช่องทาง เจ้าของเว็บไซต์/โซเชียลมีเดียต่างๆ)
  3. Customer (ผู้ซื้อสินค้า)

Affiliate Marketing คือการตลาดแบบช่วยขาย ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ Advertiser อยากขายสินค้าที่มีอยู่ Advertiser จึงมองหา Publisher เพื่อให้ Publisher ช่วยพูดถึงและโน้มน้าวให้ Customer (ซึ่งเป็นคนที่ติดตาม Publisher) ซื้อสินค้า โดยประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายได้รับก็คือ

  1. Advertiser ขายสินค้าได้ โดยที่ต้องจ่ายค่าแนะนำ/ค่าช่วยขายให้กับ Publisher เป็นจำนวนหนึ่ง
  2. Publisher ได้รับเงินส่วนแบ่ง (Commission) จากค่าแนะนำสินค้าของ Advertiser โดยสิ่งที่ Publisher ต้องจ่ายออกไปก็คือต้นทุนอย่าง เวลา (หรือเงิน) ในการทำการตลาด (เช่น การสร้างคอนเทนต์ หรือการยิงโฆษณา) เพื่อส่งเสริมการขายสินค้า
  3. Customer ได้รับสินค้าไปใช้งานตามต้องการ

ตัวอย่างของการทำ Affiliate Marketing

Content Shifu เองก็มีการทำ Affiliate Marketing อยู่บ้างเหมือนกัน โดยที่เรา (Publisher) ได้มีการแนะนำ Hosting Service อย่าง Siteground (Advertiser) ให้กับผู้ติดตามของเรา (Customer)

Siteground Affiliate Program

โดยปกติแล้วแบรนด์ไหนที่รับ Affiliateจะมีเมนูให้คุณคลิกเข้าไปเพื่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติมอยู่ (ไม่อยู่ตรงเมนูหลักก็อยู่ตรงเมนู Footer ด้านล่าง) Siteground เองก็ได้มีการโปรโมตรับคนช่วยขายอยู่ ซึ่งค่าแนะนำของพวกเขาเริ่มต้นที่ $50 ต่อการขาย 1 ครั้ง

Affiliate Link Example

เมื่อไหร่ก็ตามที่มีคนคลิกลิงก์พิเศษของเราและเขาซื้อ Siteground เราก็จะได้รับเงินจากค่าแนะนำ

Shifu แนะนำ
ถ้าเกิดคนที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณคลิกลิงก์แล้วแต่ยังไม่ซื้อในครั้งนั้นๆ ระบบ Affiliate Marketing ส่วนใหญ่จะมีคุกกี้เก็บไว้ (ของ Siteground อยู่ที่ 30 วัน – โดยปกติแล้วเว็บไซต์ทั่วๆ ไปจะเก็บคุกกี้ไว้ประมาณ 30-90 วัน) ซึ่งหมายความว่า หลังจากที่คนที่เข้าเว็บไซต์ของคุณคลิกลิงก์นั้นๆ แล้ว ระบบก็ยังคงจะให้เครดิตคุณว่าเป็นผู้ช่วยขาย เมื่อเวลาผ่านไปอีก 20 วัน แล้วเขากลับไปยัง Siteground และซื้อสินค้า คุณก็ยังคงได้ค่าแนะนำอยู่

*คุกกี้คือสคริปต์ที่จะฝังอยู่ในเครื่องของคนที่เข้าเว็บไซต์ซึ่งจะถูกใช้เพื่อให้เบราว์เซอร์ (เช่น Chrome, Safari และ IE เป็นต้น) สามารถจำคนที่เข้าเว็บไซต์ได้

คำแนะนำสำหรับการเริ่มต้นทำ Affiliate Marketing (สำหรับ Advertiser)

1. เป็นเจ้าของสินค้า

แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเริ่มต้นทำ Affiliate Marketing ก็คือการมีสินค้าให้ Publisher เอาไปโปรโมต ซึ่งยิ่งถ้าสินค้าคุณดี Publisher เองก็จะช่วยคุณขายได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

2. หาเทคโนโลยีในการทำ Affiliate

Amazon Affiliate Program

ถ้าแบรนด์ของคุณเป็นแบรนด์ขนาดเล็กหรือขนาดกลาง ผมไม่แนะนำให้คุณ Implement เทคโนโลยีเองเพราะมันจะเปลืองเงินและเปลืองเวลา ไม่คุ้มค่าแก่การลงทุน คำแนะนำของผมก็คือให้ไปใช้บริการของ Affiliate Marketing Network ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบตัวกลางที่บริหารจัดการให้ Advertiser และ Publisher มาเจอกัน (ของเมืองนอกที่ดังๆ เช่น ClickBank และ CJ ส่วนของเมืองไทยเช่น Accesstrade และ aCommerce) หรือตัวแบรนด์ที่มี Affiliate Marketing Program ของตัวเองเช่น Amazon หรือ Lazada แล้วพยายามหาประโยชน์จากสิ่งที่พวกเขามีอยู่แล้ว (เช่นรายชื่อของ Publisher) จะสามารถเริ่มต้นได้ง่ายกว่า

แต่ถ้าคุณเป็นแบรนด์ขนาดใหญ่และอยากมีซอฟต์แวร์สำหรับทำการตลาดแบบนี้เป็นของตัวเอง คุณสามารถลองค้นหาในกูเกิลด้วยคำว่า “Affiliate Marketing Software” จะมีซอฟต์แวร์หลายตัวให้คุณศึกษาดูครับ แต่ถ้าเว็บไซต์ของคุณสร้างโดยใช้ WordPress ซอฟต์แวร์ที่ผมแนะนำให้ลองไปศึกษาเพิ่มเติมคือ AffiliateWP ครับ ฟีเจอร์เยอะและราคาไม่แรงมาก

เทคโนโลยีที่ดีจะช่วยให้คุณจัดการเรื่องการวัดผลและการจ่ายเงินให้กับ Publisher ได้ง่ายครับ

Shifu แนะนำ
สาเหตุที่ผมไม่กล้าแนะนำ Affiliate Marketing Software ตัวอื่นนอกจาก AffiliateWP ที่ใช้กับ WordPress เป็นเพราะว่าผมไม่เคยใช้ตัวอื่นเลยครับ ถ้าบังเอิญว่ามีเทพ Affiliate ผ่านเข้ามาอ่านบล็อกนี้ สามารถแชร์ซอฟต์แวร์เจ๋งๆ ได้ในคอมเมนต์เลยนะครับ 🙂

คำแนะนำสำหรับการเริ่มต้นทำ Affiliate Marketing (สำหรับ Publisher)

1. เลือกตลาด (Niche) และส่งมอบคุณค่า

ก่อนที่คุณจะทำการโปรโมตสินค้า คุณต้องมีคนที่จะเสพคอนเทนต์ (Audience) ของคุณก่อน และคุณจะหาคนเสพคอนเทนต์ (Audience) ไม่ได้ ถ้าคุณไม่มีการสร้างคอนเทนต์และส่งมอบคุณค่า

WP Beginner Homepage

ตัวอย่างที่ผมชอบเกี่ยวกับการทำคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและหารายได้ด้วยการทำการตลาดแบบช่วยขาย คือ WPBeginner

WPBeginner เป็นเว็บไซต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับ WordPress สำหรับผู้มือใหม่ (เรียกได้ว่ามือใหม่มีคำถามหรืออยากรู้อะไร พวกเขาแทบจะมีคำตอบทั้งหมด) ซึ่งพวกเขาทำเงินได้มหาศาลด้วยการทำ Affiliate กับบริษัท Hosting อย่าง Bluehost และ HostGator และบริษัทอื่นๆ อีกหลายบริษัท

2. เลือกสินค้าที่จะโปรโมตให้ดี

Affiliate Marketing Network อย่าง ClickBank หรือ CJ นั้นมีสินค้าให้คุณเลือกโปรโมตมากมาย รวมไปถึงเว็บไซต์ดังๆ อีกหลายเจ้าเช่น Agoda (สายท่องเที่ยว), Amazon/Lazada (สาย E-commerce) ที่มี Affiliate Marketing Program ของตัวเอง

สิ่งที่คุณควรทำคือการเลือกสินค้าให้เหมาะกับ Niche ของคุณ

ตัวอย่างของ Content Shifu เอง ถ้าสมมุติว่าเราเอาดีลของสายการบินมาโปรโมตให้กับผู้ติดตามของเรา มันก็คงไม่เหมาะกันสักเท่าไหร่

จำไว้ว่า Niche is Bliss ครับ อยู่แค่ตลาดของคุณ ถ้าคุณทำได้ดี คุณก็สามารถทำเงินได้เยอะแล้ว

3. ใช้ซอฟต์แวร์ให้เหมาะสม

ถ้าคุณโปรโมตสินค้าเพียงแค่ตัวหรือสองตัว การบริหารจัดการคงไม่ใช่เรื่องยากเท่าไหร่นัก (เอาลิงก์ Affiliate ที่คุณได้มาจาก Advertiser แล้วย่อลิงก์ด้วยโปรแกรม bit.ly ก็สามารถติดตามผลได้แล้ว)

Rebrandly Homepage

แต่ในชีวิตจริงมันคงไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะคุณจะโปรโมตสินค้ามากกว่านั้นมาก อาจจะเป็นหลักสิบ หลักร้อย หรือหลักพันตัว เพราะฉะนั้นคุณจะต้องมีซอฟต์แวร์หรือเทคโนโลยีที่ดีที่ช่วยในการบริหารจัดการ ซึ่งซอฟต์แวร์ที่ผมแนะนำให้คุณลองเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมคือ Rebrandly ที่เป็นซอฟต์แวร์ในการบริหารจัดการลิงก์ ที่สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ฟรี

Prettylinks Homepage

หรือถ้าคุณใช้ WordPress ผมแนะนำให้คุณลองไปดู Prettylinks (Content Shifu ใช้ตัวนี้อยู่) หรือ ThirstyAffiliates ดูนะครับ สามารถเริ่มต้นใช้งานได้ฟรีทั้ง 2 ตัวเช่นกัน

4. โปร่งใส

มันคงจะไม่ดีถ้าคุณเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับแบรนด์หรือบริษัทนั้นๆ แต่ไม่ยอมบอกให้กับคนที่ติดตามเสพคอนเทนต์ของคุณได้รู้

Content Shifu เองก็มีหน้า Disclosure ที่บอกว่าเราได้รับรายได้จากการแนะนำซอฟต์แวร์หรือบริการต่างๆ

Smartblogger Homepage

หรือถ้าคุณอยากเห็นตัวอย่างที่โปร่งใสสุดๆ ผมแนะนำให้คุณลองไปดูบทความของ Smart Blogger ซึ่งได้พิมพ์บอกหลังลิงก์เลยว่าลิงก์นั้นๆ คือ Affiliate Link และเขาจะได้รับรายได้ถ้าหากว่าคุณคลิกไปซื้อสินค้านั้นๆ

ความโปร่งใสเป็นวิสัยของคนซื่อสัตย์ และคนที่ซื่อสัตย์เป็นคนที่น่าเชื่อถือ

สรุป

และนี่ก็คือบทความแนะนำให้รู้จักกับ Affiliate Marketing แบบเบื้องต้นนะครับ ไม่ว่าคุณจะเป็น Advertiser หรือ Publisher ถ้าหากคุณรู้จักการใช้การตลาดแบบช่วยขายให้เกิดประโยชน์ (และใช้อย่างถูกต้อง) ผมเชื่อว่ามันจะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ตาคุณแล้ว

คุณคิดยังไงกับ Affiliate Marketing บ้าง? มาคุยกันต่อได้ในคอมเมนต์เลยครับ

Bank
Bank

Marketing Director, Content Shifu

แบงค์เป็นนักธุรกิจ นักการตลาด และนักเดินทางที่หลงใหลในวิถีแห่ง Inbound Marketing ปัจจุบันแบงค์เป็น Managing Partner ของ Magnetolabs และ เป็น Co-host ของรายการ Podcast ชื่อว่า FounderCast

More From Me
  • การทำธุรกิจออนไลน์(อีคอมเมิร์ซ) ต่างจากธุรกิจออฟไลน์ ก็ตรงที่การทำการตลาด แค่นั้นเองครับ ผมขอบอก! คือธุรกิจไม่ว่าจะออนไลน์หรืออฟไลน์ จะทำยังไงให้ลูกค้ามาเจอสินค้า หรือ ร้านของเรา มันก็ต้องอาศัยสื่อหรือ การทำตลาดในช่องทางต่างๆนั้นเอง ทำยังไงคนถึงจะมาเจอเรา แล้วถึงจะมาเกิดการซื้อขายกันเกิดขึ้นนั่นเอง จะว่าแล้วขายบนออนไลน์มันง่ายไหม ก็คงบอกว่า มันก็ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเหมือนขายออฟไลน์ครับ เพราะมันเริ่มต้นธุรกิจได้ง่ายกว่า

  • >