Blog

เปิดเคสลับจากเอเจนซี ทำเว็บไซต์แซงคู่แข่ง ขึ้นแท่นคำตอบที่ AI เลือก

• 29 ธันวาคม 2025

กรณีศึกษาทำ AI Search ให้แซงคู่แข่งจาก ANGA Bangkok

Share on

Share on

AI Overviews ครองหน้า SERP หลายธุรกิจคงเจอกับปัญหา Traffic หาย ยอดคลิกตกฮวบ แต่ในขณะที่บางเว็บไซต์กลับได้ขึ้นไปแสดงผลบน AI Overviews ที่อยู่เหนืออันดับหนึ่งไปอีก โดย Case Study ที่เราจะมาแชร์วันนี้บอกเลยว่าไม่ธรรมดา เพราะเป็นธุรกิจในกลุ่ม YMYL (Your Money Your Life) หรือเนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้องกับการเงิน, สุขภาพ และความเป็นอยู่ของผู้ใช้งาน ที่ Google ซีเรียสเรื่องคุณภาพและความถูกต้องของเนื้อหามากๆ แต่เอเจนซีการตลาดออนไลน์อย่าง ANGA (แองก้า) ได้ทำให้เว็บไซต์ธุรกิจกลุ่มนี้ติด AI Overviews ในคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ได้สำเร็จครับ

AI Search ต่างจาก SEO แบบเดิมยังไง

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า AI Search อย่าง AI Overviews คือการที่ Google ใช้ AI สรุปคำตอบมาให้ผู้ใช้งานได้อ่านทันที โดยไม่ต้องคลิกหาคำตอบเองทีละเว็บเหมือนเมื่อก่อน ซึ่ง AI จะมีวิธีเลือกข้อมูลที่แตกต่างจากการทำ SEO แบบเดิมมากๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสังเกตได้ว่า

  • AI มองความน่าเชื่อถือเชิงบริบท (Contextual): มันไม่ได้มองแค่ว่าคุณมี Keyword คำนั้นคำนี้เยอะแค่ไหน แต่มองว่าประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในบทความนั้นสอดคล้องกันหรือไม่ และมีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน
  • เนื้อหาต้องมี Data Source ชัดเจน: AI ชอบความจริงที่พิสูจน์ได้ครับ เว็บไหนมีแหล่งอ้างอิง (Reference) ที่ชัดเจน, Data ที่จับต้องได้โดยเฉพาะ Insight ที่เป็นของเรา, และเขียนในภาษาที่ AI ตีความได้ง่าย ยิ่งได้เปรียบ
  • Topical Authority คือ Core Signal ของ E-E-A-T: นี่คือหัวใจของการทำ SEO ในยุค AI Search เลยครับ การที่คุณเป็นตัวจริงในเรื่องนั้นๆ หรือการเขียนเนื้อหาในเชิงลึกมากขึ้น เป็นการพิสูจน์ E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ Google ใช้วัดคุณภาพของเนื้อหามาโดยตลอด
  • Query fan-out เข้าใจคำค้นหาที่ซับซ้อน:  เป็นกระบวนการที่ AI จะแตกคำค้นหายาวๆ ออกเป็นคำถามย่อยๆ (Sub-queries) เพื่อไปรวบรวมคำตอบให้ครอบคลุมตาม Search Intent ของผู้ใช้งาน ยิ่งเว็บเรามีข้อมูลที่ครอบคลุมทุกประเด็นที่ผู้ใช้อยากรู้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ AI จะเลือกเว็บเราไปแสดงผลมากขึ้นเท่านั้น
  • จัดโครงสร้างข้อมูล (Structured Data) ให้เข้าใจง่าย: AI ชอบข้อมูลที่มีโครงสร้างชัดเจน เพื่อทำความเข้าใจเนื้อในหน้าเว็บได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งรูปแบบที่นิยมใช้คือ การทำ Schema Markup ที่จะช่วยให้ AI จัดหมวดหมู่และเชื่อมโยงข้อมูลของเราเข้ากับ Knowledge Graph ของ Google ได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างผลลัพธ์ที่ทีม SEO ได้ปรับใช้กับเว็บไซต์คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ที่มีการแข่งขันสูง ด้วยกลยุทธ์ ASEO Framework ของ ANGA พิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง และเพิ่ม AI Visibility สูงมากๆ ในระยะเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้นครับ

ผลลัพธ์กลยุทธ์ ASEO (AI Search) ของ ANGA

กรณีศึกษา 3 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ติด AI Overviews จาก ANGA Bangkok

อย่างที่เกริ่นไปว่ากรณีศึกษานี้คือธุรกิจในกลุ่ม YMYL ที่ Google ซีเรียสเรื่องข้อมูลมากๆ ครับ เพราะถ้าเว็บไซต์ให้ข้อมูลผิดอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต และความเป็นอยู่ของผู้ใช้งานได้โดยตรง การที่ AI จะเลือกข้อมูลจากเว็บไหนไปแสดงผลบน AI Overviews จะต้องมั่นใจจริงๆ ว่าเว็บนั้นมีคุณภาพและน่าเชื่อถือ นี่จึงเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมการทำ SEO ยุคนี้ ไม่ใช่แค่การดันเว็บให้ติดหน้าแรก แต่เป็นการทำให้ AI เลือกเว็บเราในฐานะแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุดนั่นเองครับ

กรณีศึกษาที่ 1 ธุรกิจการเงิน สินเชื่อ และประกัน

ธุรกิจการเงินโดยเฉพาะตลาดสินเชื่อและประกัน ถือเป็น Red Ocean ที่ทุกคีย์เวิร์ดล้วนมีค่า และทุกการแสดงผลบน SERP มีผลต่อรายได้ของธุรกิจ เพราะฉะนั้นหากข้อมูลผิดแม้แต่นิดเดียว เช่น การใส่อัตราดอกเบี้ยผิด ข้อมูลไม่อัปเดต เงื่อนไขของบริการไม่ชัดเจน หรืออ้างอิงแหล่งข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ อาจทำให้เว็บถูกลดความน่าเชื่อถือทันที

ทีม SEO ที่ดูแลบริการรับทำ SEO ของ ANGA ไม่ได้โฟกัสแค่การติดอันดับบน SERP เท่านั้น แต่เรายังเน้นกลยุทธ์ที่ทำให้ AI เข้าใจว่าเว็บไซต์ของลูกค้า คือแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่สุด ผลลัพธ์คือเว็บไซต์ของลูกค้ากลุ่มการเงิน ติด AI Overviews ในคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงอย่าง ”สินเชื่อรถแลกเงิน”  

ธุรกิจการเงิน ติด AI Overviews ในยุค AI Search

กลยุทธ์ที่ ANGA ใช้หลักๆ ก็คือ           

1. ใช้ Schema Markup เฉพาะทางการเงิน

ในเคสนี้ ทีม SEO ของ ANGA ไม่ได้ใช้แค่ Schema พื้นฐานอย่าง Article หรือ FAQPage แต่สำหรับธุรกิจการเงินซึ่งเป็น YMYL ที่ Google ซีเรียสมาก เราได้ใช้ Schema Markup for Banks and Financial โดยเฉพาะ เช่น

  • BankOrCreditUnion: ใช้ในหน้า About Us หรือหน้า Home เพื่อยืนยันตัวตนขององค์กร
  • LoanOrCredit: เรานำ Schema นี้ไปฝังในหน้า Service หรือหน้าโปรดักต์สินเชื่อแต่ละตัว

ยกตัวอย่าง

<script type=”application/ld+json”>

{

“@context”: “https://schema.org“,

“@type”: “LoanOrCredit”,

“name”: “สินเชื่อรถแลกเงิน”,

}

</script>

ทำไมการใช้ Schema Markup ถึงเวิร์กกับ AI Overviews?

Schema ทำหน้าที่บอก AI ตรงๆ ว่า หน้านี้คือบริการสินเชื่อนะ ไม่ใช่แค่บทความทั่วไปที่เขียนเรื่องสินเชื่อ เมื่อ AI เข้าใจว่านี่คือหน้าผลิตภัณฑ์ มันจะดึงข้อมูลเชิงโครงสร้าง (Structured Data) ที่เรา Markup ไว้ เช่น อัตราดอกเบี้ย (interestRate), วงเงิน (amount), หรือเงื่อนไขการกู้ (loanTerm) ไปใช้ใน AI Overviews ได้ทันที

ทีม SEO ที่ดูแลบริการรับทำ SEO ของ ANGA ยังแชร์อีกว่า 

“กลยุทธ์นี้เป็นการเปลี่ยนจากบทความที่ AI ต้องอ่านและสรุปเอง ให้กลายเป็นฐานข้อมูลที่ AI พร้อมดึงข้อมูลที่เรา Markup ไว้ไปใช้ได้ทันทีครับ ซึ่ง AIO ชอบข้อมูลที่ถูกจัดระเบียบไว้แล้วแบบนี้มาก เพราะมันลดโอกาสการตีความที่ผิดพลาดของ AI ซึ่งสำคัญสุดๆ ในธุรกิจการเงิน สินเชื่อ และประกัน”

2. ดันอันดับ SEO ให้เว็บไซต์ของลูกค้าขึ้น Top 3

ดันอันดับ SEO ติดหน้าแรก

ทีม SEO ของ ANGA ไม่ได้แค่ทำ SEO ติดหน้าแรก Google แต่เรายังดันเว็บไซต์ของลูกค้าให้ขึ้น Top 3 ด้วยเพราะการที่เว็บติดอันดับ Top 3 ในคีย์เวิร์ดสำคัญๆ เป็นการพิสูจน์ในขั้นแรกแล้วว่า เว็บนี้มีคุณภาพสูงในสายตาของ AI

ทำไมการติด Top 3 ถึงสำคัญกับ AI Overviews?

การที่เว็บไซต์ติดอันดับ Top 3 ไม่ใช่แค่เรื่องของ Ranking แต่เป็นการยืนยันว่าเว็บนี้มีคุณภาพตามแนวคิด E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) ที่ Google ให้ความสำคัญ ซึ่ง AI จะไว้วางใจแหล่งข้อมูล Top 3 มากกว่าเว็บที่อยู่อันดับ 10 หรือหน้า 2 พูดง่ายๆ คือ การที่เราปักหลักอยู่ใน 3 อันดับแรก มีโอกาสถูกเห็นและถูกเลือกก่อนอันดับอื่นๆ นั่นเองครับ

กรณีศึกษาที่ 2 ธุรกิจสายสุขภาพ

ธุรกิจกลุ่มนี้ ทุกตัวหนังสือล้วนส่งผลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้อ่านโดยตรง อีกทั้งเนื้อหายังเต็มไปด้วยศัพท์เทคนิคที่ต้องถ่ายทอดให้ถูกต้อง แต่ก็ต้องอ่านเข้าใจง่ายสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปด้วย ถ้าอธิบายยากเกินไป AI จะตีความผิด แต่ถ้าเรียบง่ายเกินไปก็เสี่ยงต่อการ Overclaim หรือทำให้คำแนะนำฟังดูไม่น่าเชื่อถือ

นี่คือเหตุผลที่การทำ SEO สำหรับธุรกิจสายสุขภาพต้องละเอียดกว่าทุกอุตสาหกรรม ไม่ใช่แค่เขียนให้ดี แต่ต้องเขียนให้ถูกต้อง เชื่อถือได้ และผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ผลลัพธ์คือเว็บไซต์ของลูกค้าธุรกิจสายสุขภาพของ ANGA ติด AI Overviews ในคีย์เวิร์ดที่มีการแข่งขันสูงอย่าง ”ดูดไขมัน”

ธุรกิจสายสุขภาพ ติด AI Overviews

กลยุทธ์ที่ ANGA ใช้หลักๆ ก็คือ         

1. ใช้หลักการ Query fan-out สร้าง Topical Authority

ในเคสนี้ ทีม SEO ของ ANGA ต้องทำให้ AI มองว่าเว็บไซต์ของลูกค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูดไขมัน ไม่ใช่แค่เว็บไซต์ทั่วไปที่เขียนทุกเรื่องแต่ไม่ได้ลงลึกเรื่องใดเรื่องหนึ่งเลย จากที่ได้ทำงานร่วมกับลูกค้า บริการที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คือ “ดูดไขมัน” เราจึงใช้หลักการ Query fan-out เพื่อสร้าง Topical Authority ในหัวข้อดูดไขมันให้ครอบคลุมที่สุด ด้วยการ Research ว่า User Journey ของคนอยากดูดไขมัน มีคำถามอะไรอีกบ้าง เช่น

  • Awareness: ดูดไขมันเฉพาะจุด (Liposuction) คืออะไร, ดูดไขมันพลังน้ำ Body-Jet คืออะไร 
  • Consideration: ดูดไขมันราคาเท่าไหร่, ดูดไขมันเจ็บไหม, รีวิวดูดไขมันแบบจัดเต็ม
  • Aftercare: วิธีดูแลตัวเองหลังดูดไขมัน, พักฟื้นกี่วัน
Query fan-out สร้าง Topical Authority

เนื้อหาทั้งหมดเขียนโดยนักเขียนที่มีความรู้ความเข้าใจในสายสุขภาพและความงาม และที่ขาดไม่ได้คือ ทุกบทความต้องผ่านการตรวจสอบ และรับรองจากแพทย์หรือผู้มีใบประกอบวิชาชีพตัวจริงเท่านั้น พร้อมใส่ Author Bio ที่ชัดเจน เป็นการส่งสัญญาณ Trust และ Expertise ทำให้ AI มั่นใจที่จะดึงข้อมูลของเราไปแสดงผล เพราะมันรู้ว่าข้อมูลนี้ผ่านการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว

2. สร้าง Reputation Footprint ด้วย Backlink คุณภาพ

สำหรับเคสนี้ ความท้าทายอีกเรื่องคือ เป็นแบรนด์ใหม่ที่เว็บไซต์สร้างมาไม่ถึงปี ต่อให้ทำ On-Page ดีแค่ไหน แต่ถ้า AI ไม่เจอใครพูดถึงแบรนด์ลูกค้าเลย มันก็ไม่กล้าเอาข้อมูลไปแสดงผลบน AIO โดยเฉพาะเว็บไซต์ธุรกิจในกลุ่ม YMYL ทีม SEO ของ ANGA จึงพยายาม Build Brand Reputation ผ่านการทำ Backlink คุณภาพให้กับชื่อแบรนด์โดยเฉพาะ

  • เน้น Brand Mention: เราโฟกัสการถูกพูดถึงชื่อแบรนด์บนเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือในสาย Medical  & Health
  • สร้าง Trust Signal: การที่เว็บเหล่านั้นพูดถึงหรือลิงก์กลับมาที่เว็บไซต์ของลูกค้า โดยใช้ชื่อแบรนด์เป็น Anchor Text เหมือนเป็นการโหวตความน่าเชื่อถือให้ AI เห็นว่า แบรนด์นี้มีตัวตนจริง และเว็บที่น่าเชื่อถืออื่นๆ ก็พูดถึงเราด้วย
  • Google เชื่อมั่นในแบรนด์เร็วขึ้น: สำหรับเว็บใหม่ การรอให้ Google เชื่อมั่นตามกระบวนการของมันอาจจะต้องใช้เวลาค่อนข้างนาน ซึ่งการทำ Backlink อย่างมีกลยุทธ์นี้ ช่วยให้ AI รู้จักและเชื่อในตัวตนของแบรนด์ (Entity) ได้เร็วขึ้นมาก

สำหรับการทำ Backlink ในยุค AIO มันคือการสร้าง Authority และ Trustworthiness (ตัว A และ T ใน E-E-A-T) นอกเว็บไซต์ครับ พอ AI เจอว่าแบรนด์นี้ที่แม้จะใหม่ แต่ก็ถูกอ้างอิงจากแหล่งที่น่าเชื่อถืออื่นๆ ทำให้ข้อมูลบนเว็บไซต์น่าเชื่อถือมากพอที่จะดึงไปแสดงผลบน AI Overviews

กรณีศึกษาที่ 3 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

การทำ SEO ให้เว็บไซต์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด ทั้งเรื่องทำเล ราคา สิ่งอำนวยความสะดวก Segment ไปจนถึงจุดขายแบบ Exclusive ของแต่ละ Developer ทำให้คีย์เวิร์ดในธุรกิจกลุ่มนี้ไม่มีสูตรตายตัวเลยครับ ทีม SEO ของ ANGA จึงใช้กลยุทธ์การวาง Query fan-out ตาม Unique Selling Points (USPs) ของแต่ละโครงการ เพื่อให้เว็บไซต์ตอบได้ครบทุกคำถามที่กลุ่มเป้าหมายต้องการค้นหา จนทำให้เว็บไซต์ของลูกค้าเรา ติด AI Overview ในคีย์เวิร์ดสำคัญอย่าง ”บ้านเดี่ยว ราชพฤกษ์”

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ติด AI Overviews

กลยุทธ์ที่ ANGA ใช้หลักๆ ก็คือ            

1. Query fan-out ตาม Unique Selling Points (USPs) ของแต่ละโครงการ

ธุรกิจอสังหาฯ ลักษณะของคำค้นหามักจะเป็น ประเภทอสังหาฯ + โลเคชัน เช่น บ้านเดี่ยว ราชพฤกษ์ ทีม SEO ของ ANGA จึงวางกลยุทธ์ด้วยการใช้โลเคชันซึ่งเป็น USPs ที่แข็งที่สุด เป็นจุดเริ่มต้น แล้วทำ Query fan-out หรือการแตกเป็นคำค้นหาย่อยๆ จากตรงนั้นแทน เช่น

  • Pillar: บ้านเดี่ยว ราชพฤกษ์
  • Query fan-out  บ้านเดี่ยว ราชพฤกษ์:
    • บ้านเดี่ยว ใกล้ถนนราชพฤกษ์ตัดใหม่ และถนน 345
    • บ้านเดี่ยว ราชพฤกษ์ ราคา 10 ล้าน
    • รีวิวโครงการ (ชื่อโครงการ) ราชพฤกษ์
    • บ้านเดี่ยว ใกล้โรบินสัน ราชพฤกษ์

กลยุทธ์นี้เป็นการส่งสัญญาณให้ AI เข้าใจว่า ถ้าพูดถึงบ้านเดี่ยว ราชพฤกษ์ ต้องเว็บนี้ เราไม่ได้พยายามจะเป็นผู้เชี่ยวชาญบ้านทุกที่ แต่เราเป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงของทำเลนี้ เมื่อ User พิมพ์คำค้นหาที่เจาะจงโลเคชัน AI Overviews จึงมั่นใจที่จะดึงข้อมูลจากเว็บเราไปสรุปเป็นคำตอบ เพราะเรามีคลังข้อมูลที่ลึกและครบถ้วนที่สุดสำหรับโลเคชันนั้นๆ ครับ

2. ปั้น Brand Entity เจาะกลุ่ม Luxury Segment

อีกโจทย์ที่ท้าทายคือ ลูกค้าต้องการเจาะกลุ่ม Luxury Segment แต่ปัญหาคือ การเขียนคำว่าหรูหราหรือพรีเมียมบนเว็บตัวเองเป็นร้อยครั้ง AI ก็ไม่เชื่อครับ มันจะมองว่าเป็น Marketing Hype (การอวยตัวเอง) AI จะเชื่อก็ต่อเมื่อคนอื่นหรือเว็บอื่นพูดถึงเราแบบนั้น

ทีม SEO ของ ANGA ไม่ได้ทำ Backlink เพื่อเอาค่าพลัง (DA/DR) หรือแค่ยัดคีย์เวิร์ดบ้านหรูเท่านั้น แต่เราใช้ Backlink เพื่อสร้างการเชื่อมโยงให้กับ Brand Entity ของลูกค้าใน Knowledge Graph ของ Google ด้วยการ

ตัวอย่างการปั้น Brand Entity
  • เลือกเว็บไซต์ที่มี Context เรื่องความหรูหรา พุ่งเป้าไปที่สื่อ High-Authority ในวงการอื่นที่คนเชื่อมโยงกับความหรูหรา เช่น
    • สื่อด้านการเงินการลงทุน ที่ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมักจะสนใจในเรื่องนี้ เช่น brandinside.asia, businesstoday.co 
    • เว็บไซต์ไลฟ์สไตล์ไฮเอนด์ (Luxury Lifestyle) 
    • สายออกแบบ-ตกแต่งภายใน (High-End Interior Design) 

ขอบอกว่า AI ยุคนี้ฉลาดมากครับ จากกลยุทธ์ข้างต้น AI จะสร้างการเชื่อมโยงในสมองของมันเองว่า อ๋อ Entity ของแบรนด์ลูกค้าจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับ Entity ของความหรูหรานี่เอง ผลลัพธ์คือ เมื่อมีคนค้นหาคำกว้างๆ ที่เกี่ยวกับ “โครงการบ้านหรู” AI Overviews ก็มีโอกาสที่จะดึงชื่อโครงการหรือแบรนด์ของเราขึ้นมาเป็นตัวอย่าง โดยทีม SEO ของ ANGA ก็ได้มีการวางแผนทำ Backlink ให้กับเว็บไซต์ของลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ทำ Backlink ปั้น Brand Entity

การทำ SEO ติดหน้าแรกอาจไม่พอ ถ้า AI ยังไม่เลือกคุณ

การทำ SEO ในยุค AI Search เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ ครับ จากกรณีศึกษากว่า 124 เว็บไซต์ในปี 2025 จาก ANGA ทั้งหมดจะเห็นว่า การติดอันดับ 1 บน Organic Search แบบเดิมๆ อาจไม่ใช่เป้าหมายสูงสุดของการทำ SEO ลองนึกภาพตามนะครับว่า ถ้าคุณอยู่อันดับ 1 แต่ AI Overviews ขึ้นมาแย่งซีนแล้วดึงข้อมูลของคู่แข่งไปโชว์แทน อาจทำให้ธุรกิจคุณเสียโอกาสได้เลย ดังนั้น เป้าหมายใหม่ของนักการตลาดออนไลน์และเจ้าของเว็บไซต์ในยุค AI Search นี้คือ การทำให้ AI มองว่าเว็บเราเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากพอที่จะดึงไปแสดงผลบน AI Overviews”

อ้างอิงจาก คุณรัชวิทย์ หวังพัฒนธน CEO จาก ANGA Bangkok และทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO และ AI Search ของเรา

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด การทำการตลาดออนไลน์ถือเป็นการแข่งขันทางธุรกิจอย่างเต็มตัว ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการเข้ามาของ AI และแพลตฟอร์มใหม่ๆ หมายความว่ากลยุทธ์การตลาดที่เคยสำเร็จในอดีต อาจไม่เพียงพอให้สู้กับคู่แข่งที่พร้อมปรับตัวอยู่เสมอ ดังนั้น นี่คือเวลาสำคัญที่ธุรกิจของคุณจะได้ทบทวน และปรับกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ใหม่ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างยั่งยืนครับ

Share on

Writer

Content Shifu

แหล่งคอนเทนต์ชั้นดีเพื่อการเรียนรู้ Inbound & Content Marketing และ MarTech

More From Me