เทศกาลตรุษจีนมาถึงอีกแล้ว สำหรับ Mainland “ช่วงตรุษจีน” ไม่ใช่แค่ปีใหม่ ไม่ใช่แค่วันหยุดยาว และไม่ใช่แค่วันรวมญาติ แต่ในมุมมองของ Data ช่วงตรุษจีนคือสมรภูมิแห่งการช่วงชิงลูกค้าประจำปีของประเทศจีนทั้งประเทศเลยทีเดียว
ปีนี้ตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงตรุษจีนจะมีโครงการอุดหนุนการบริโภค (Consumption Vouchers) จากรัฐบาลกลาง 360 ล้านหยวน (ประมาณ 1,800 ล้านบาท) ครอบคลุมตั๋วแสดงดนตรี กีฬา และท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในช่วงวันหยุดยาว
ผมเลยอยากเอาตัวเลขที่น่าสนใจนี้มาวิเคราะห์และเล่าให้ฟังกันครับ…
ยาวไป อยากเลือกอ่าน?
1. Data ด้านการเดินทาง: มหกรรมการย้ายถิ่นฐานระดับประวัติศาสตร์
9.5 พันล้านเที่ยว คือยอดการเดินทางรวมทั่วประเทศ คาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น ตลอดช่วงมหกรรมการเดินทาง 40 วัน (Chunyun) จะมีปริมาณการเดินทางรวมที่นับเป็นสถิติสูงสุดในประวัติการณ์
- ถนน (รถยนต์) ครองสัดส่วนสูงสุดถึง 80% ของการเดินทางทั้งหมด
- รถไฟ คาดว่าจะรองรับผู้โดยสาร 540 ล้านคน (ทำลายสถิติใหม่)
- เครื่องบิน คาดว่าจะรองรับผู้โดยสาร 95 ล้านคน (ทำลายสถิติใหม่)
- เทรนด์เช่ารถ EV พุ่ง 6 เท่า: ยอดจองรถเช่าสำหรับการเดินทางข้ามเมืองพุ่งขึ้นกว่า 70% โดยเฉพาะ ยอดจองรถยนต์ไฟฟ้า (EV) พุ่งสูงขึ้นถึง 6 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2025
2. Data ด้านการบริโภค: “เศรษฐกิจอารมณ์” (Emotion Economy)
พฤติกรรมการจับจ่ายในปีม้า 2026 เปลี่ยนจากแค่การซื้อตุนของไหว้ เป็นการซื้อเพื่อความพึงพอใจทางอารมณ์มากขึ้น:
Emotional Horse ขายดีกว่าม้าสมจริง: บนแพลตฟอร์ม Taobao สินค้าที่เกี่ยวข้องกับปีม้าที่ขายดีที่สุดไม่ใช่รูปปั้นม้าที่ดูสมจริงและแข็งแรง แต่เป็นม้าที่แสดงอารมณ์ (Emotional Horse) ที่ดูนุ่มนิ่มหรือมีบุคลิกขี้เล่น/โมโห/เศร้า ซึ่งครองสัดส่วนยอดขายกว่า 70% ของสินค้ากลุ่มนี้ สะท้อนรสนิยมคนรุ่นใหม่ที่ชอบสินค้าที่มีคาแรคเตอร์
การจองร้านอาหาร ร้านอาหารในกรุงปักกิ่งห้องส่วนตัว (Private Rooms) เต็มหมดแล้ว ตั้งแต่ต้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา บางร้านเปิดรับจองล่วงหน้า 3 เดือน (ตั้งแต่ พ.ย. 2025)
จาก data เหล่านี้จะเห็นได้ว่า กำลังซื้อ และการบริโภคของคนจีนในช่วงตรุษจีนถือเป็น Golden Time ทางธุรกิจเลยนะครับ
แล้วในมุมมองทางการตลาด แบรนด์จะสามารถเข้าไปแข่งขันในสมรภูมินี้ได้อย่างไร?
กลยุทธ์การตลาด: ใครเร็วกว่าและโดนใจกว่าคือผู้ชนะ
แบรนด์ยักษ์ใหญ่ไม่ได้รอดูตัวเลขอยู่เฉยๆ แต่ใช้ Data มาออกแบบแคมเปญเชิงรุก
- JD ทุ่ม 3 พันล้านหยวนคืนส่งท้ายปี: JD.com ประกาศแจกอั่งเปามูลค่ารวม 3,000 ล้านหยวน ในคืนวันส่งท้ายปีเก่า (Chuxi) Moonlight Flash Sale พร้อมโปรโมชั่นดึงดูดใจอย่าง iPhone ลดราคา 50% และลิปสติกแบรนด์หรูราคาเพียง 26 หยวน ลดทุกชั่วโมง สับเปลี่ยนสินค้า เพื่อดึงดูดให้คนอยู่ในเเพลตฟอร์มนานที่สุด
- พลังแห่ง Soft Power ปั่นยอดขายพุ่ง 586%: บน Douyin (TikTok ของจีน) ยอดขายแม็กเน็ตติดตู้เย็นแนวศิลปวัฒนธรรม (Cultural Creative) พุ่งขึ้นถึง 586% โดยเป็นสินค้ายอดฮิตจากพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ที่คนรุ่นใหม่ใช้เป็นของขวัญยอดฮิตแทนคำอวยพร
- มูลค่าตลาด “เศรษฐกิจอารมณ์” (Emotional Economy): มีการคาดการณ์ว่าตลาดสินค้าที่เน้นตอบสนองด้านอารมณ์จะเติบโตและมีมูลค่าสูงกว่า 4.5 ล้านล้านหยวน ภายในปี 2029
3. Data ด้านนโยบายเศรษฐกิจ
แรงหนุนจากภาครัฐ โดยรัฐบาลจีนใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนักในช่วงตรุษจีนนี้ ไม่ว่าจะเป็น
- แคมเปญ “เก่าแลกใหม่” (Trade-in): นโยบายอุดหนุนการแลกเปลี่ยนสินค้าเก่าเป็นใหม่ (เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์) สร้างยอดขายในเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียวได้ถึง 15 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 59,000 ล้านหยวน
- อัดฉีดคูปองท่องเที่ยวกว่า 360 ล้านหยวน: กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวแจกบัตรกำนัล (Vouchers) และเงินอุดหนุนเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนมูลค่ารวมกว่า 360 ล้านหยวน
หวังว่าทุกคนจะนำตัวเลขคาดการณ์นี้ที่ผมรวบรวมมาจากหลายแหล่งที่มาไปเป็นแนวทางศึกษาต่อกันได้ แต่อ่านแล้วอย่าลืมคิดตามด้วยนะครับ เพราะถ้าเราเห็นตัวเลข คนอื่นก็เห็นเหมือนกัน
จุดที่สำคัญในการทำการตลาดนอกเหนือจากรู้ data แล้ว intuition ของเราเองนี่ล่ะครับ ที่จะชี้ขาดว่าแผนการตลาดของเรา จะ “ได้ซีน” เหนือคู่แข่งอย่างไร
ขอให้ตรุษจีนปีนี้ มีความสุข ความเจริญ เฮง ๆ ซินเหนียนไคว้เล่อ กันนะครับ