ว่าด้วย Digital Advertising Trends เรารู้กันดีว่าโลกของ Digital Advertising เปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คิด การเติบโตของ Digital Platform ต่างๆ ทำให้คนทุก Generation ใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มากยิ่งขึ้น
คนที่มากขึ้น = Eyeball มากขึ้น และ Eyeball มากขึ้น = โอกาสในการทำโฆษณาที่มากขึ้น
ซึ่งในทุกโอกาสก็มีความท้าทาย
ในบทความนี้ ผมจะพาคุณมาอัปเดตเทรนด์ Digital Advertising ทั้งในระดับโลกและในระดับประเทศไทย เพื่อทำให้คุณเตรียมตัวให้พร้อม และสามารถใช้ประโยชน์จากการทำโฆษณาได้มากที่สุด
ถ้าพร้อมแล้ว มาท่องโลกแห่งการทำโฆษณาไปด้วยกันนะครับ!
ป.ล. ผมใช้เวลาในการตกผลึก และหาข้อมูลเพิ่มเติมมาเขียนบทความนี้หลายสิบชั่วโมง และผมยินดี ถ้าคุณจะเอาเนื้อหาบางส่วนไปอ้างอิงต่อ ซึ่งผมจะขอบคุณมากๆ ถ้าคุณช่วยส่งลิงก์กลับมายัง https://contentshifu.com/blog/advertising-trends ด้วยนะครับ :)
ป.ป.ล. เนื้อหาในบทความนี้ อาจจะมีมุมที่ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบกับ Platforms หรือ Providers บ้าง ผมพยายามจะเรียบเรียงอย่างเต็มที่และเขียนด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อประโยชน์ในภาพรวม และไม่ให้ความสัมพันธ์ต่างๆ ที่ผมเองอาจจะมีกับ Platforms หรือ Providers มา Influence เนื้อหาในบทความนี้นะครับ
ยาวไป อยากเลือกอ่าน?
- 1. อัปเดตตัวเลข Digital Advertising ในประเทศไทย
- 2. ใช้ AI และ Personalization ช่วยเรื่องโฆษณา
- 3. Say Hi to Ads in AI Search
- 4. Shoppertainment และ Video Commerce: ยุคทองของการไลฟ์และการปักตะกร้าในวิดีโอ
- 5. Creator-led Advertising: พลังของ “อินฟลูเอนเซอร์”
- 6. Connected TV (CTV) Ads: โฆษณาบนจอทีวีสตรีมมิง
- 7. Retail Media Networks (RMNs) กำลังมาแรง
- 8. จาก OOH สู่ DOOH
- 9. Purpose-Driven Ads: โฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วย “คุณค่า”
- สรุป Digital Advertising Trends 2026: เทรนด์การโฆษณาดิจิทัลปี 2026
1. อัปเดตตัวเลข Digital Advertising ในประเทศไทย
Total Spending ของ Digital Ads ในไทย
ข้อมูลจาก Digital Advertising Association (Thailand) หรือ DAAT ได้แสดงให้เห็นว่า Digital Ads Spending ในประเทศไทยยังโตสูงขึ้นในทุกๆ ปี แต่ในปี 2025 นั้นถือว่ามี Growth Rate น้อย เนื่องจากภัยพิบัติธรรมชาติ สภาพเศรษฐกิจ และสงคราม
Digital Ads Spending การซื้อโฆษณารายอุตสาหกรรม
จากรูปทางด้นบน จะเห็นได้ว่าการใช้งบประมาณมีความแตกต่างกันในแต่ละ Industry โดยที่อุตสาหกรรมที่มี Spending สูงที่สุดในปีที่ผ่านมาคือ Skin-care Preparations, Non-Alcoholic Beverages, Motor Vehicles, Communication และ Dairy Products & Dairy Substitute Products ตามลำดับ
Digital Ads Spending ของแต่ละ Platform
ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ถ้าพูดถึงการซื้อโฆษณาดิจิทัล เราอาจจะนึกถึง Platform แค่ไม่กี่ราย แต่ปัจจุบัน Platform ที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากมีหลาย Platform มากยิ่งขึ้น การทำ “Platform Diversification” หรือการกระจายงบประมาณโฆษณาไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ กลายเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็น
ในปีที่ผ่านมา เป็นปีแรกที่ยอด Spending บน TikTok Ads แซงหน้า YouTube ไปแล้วในบางกลุ่มอุตสาหกรรม
นอกจาก Platform หลักเหล่านี้แล้ว นักการตลาดความจะพิจารณาการซื้อโฆษณาบน Alternative Platforms ที่เป็น Niche Platform เช่น X, LinkedIn หรือ Pinterest เพื่อเพิ่ม Touchpoint และ Optimize งบโฆษณาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
2. ใช้ AI และ Personalization ช่วยเรื่องโฆษณา
เอา AI มาทำอะไรกับเรื่อง Digital Advertising ได้บ้าง?
ใช้ Generative AI ในการสร้าง Ad Creative
ยุคของการระดมสมองเพื่อคิด และผลิต Ads Campaign แบบเดิมๆ กำลังจะเปลี่ยนไป GenAI จะยิ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์ชิ้นงานโฆษณา (Ad Creative) ทั้ง Text และ Visual ซึ่งจะทำได้อย่างรวดเร็วและหลากหลาย
GenAI Tools สามารถสร้างภาพประกอบหรือวิดีโอสั้นๆ จากคำอธิบาย (Text-to-Image/Video) และเขียนคำโฆษณา (Ad Copy) ที่แตกต่างกันนับร้อยรูปแบบเพื่อทดสอบ A/B Testing ได้ในเวลาไม่กี่นาที
นอกจากจะประหยัดต้นทุนแล้ว แบรนด์และนักโฆษณายังสามารถทดลองไอเดียใหม่ๆ ได้โดยใช้เวลาที่น้อยลงอีกด้วย
ตัวอย่างที่ให้ผลลัพธ์เจ๋งๆ ผมขอยกจาก Headspace ที่เป็น Meditation App ชั้นนำของโลกครับ พวกเขาเอา GenAI มาใช้สร้าง 460 Motions และพวกรูป (Static Assets) ต่างๆ โดยใช้เวลาน้อยลง 2 ใน 3
ผลลัพธ์ที่ได้คือ Conversion Rate เพิ่มขึ้นถึง 62% และราคาต่อการ Signup ลดลงถึง 13%
ใช้ AI เพื่อทำ Personalized Marketing
ข้อมูลคือหัวใจสำคัญ และ AI คือสมองที่ใช้ประมวลผลข้อมูลนั้น ในปี 2026 การทำ Personalized Marketing จะก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการใช้ AI วิเคราะห์ Behavioral Data และ Interest ของผู้ใช้แบบ Real-time
โฆษณาที่ผู้ใช้เห็นจะไม่ใช่แค่ “เกี่ยวข้อง” แต่จะ “เฉพาะเจาะจง” สำหรับคนๆ นั้นจริงๆ เช่น การแสดงผลโฆษณาสินค้าที่ผู้ใช้เพิ่งค้นหาบนเว็บไซต์อื่น หรือการนำเสนอโปรโมชันที่ตรงกับพฤติกรรมการซื้อในอดีต
แทนที่จะให้คนเลือก Audience หรือทำ Segment เอง ให้ AI ช่วยทำ Predictive Segment ให้ จะได้คนที่ตรงกว่า รวมถึงช่วยค้นพบ Insights ใหม่ๆ ที่มนุษย์อาจมองข้าม ช่วยให้การวางแผนแคมเปญมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างจาก Phillips ที่ขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้ MarTech ในการทำ AI-Powered Segmentation และใช้ Smart Recommender (ที่ใช้ AI) ในการแนะนำสินค้าที่ลูกค้าน่าจะสนใจ ส่งผลให้พวกเขาเพิ่ม Conversion Rate บนเว็บไซต์ได้มากขึ้นถึง 40.11%
3. Say Hi to Ads in AI Search
เทรนด์ที่ต่อเนื่องและน่าจับตามองอย่างยิ่งคือการเกิดขึ้นของ “Ads in AI Searcj” ในอดีต เราคุ้นเคยกับโฆษณาบน Search Engine (เช่น Google) และ Social Media (เช่น Facebook, TikTok) แต่พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป
ผู้คนเริ่มใช้ Generative AI (เช่น ChatGPT, Gemini, หรือเครื่องมือ AI อื่นๆ) เพื่อค้นหาคำตอบ วางแผนการเดินทาง หรือเปรียบเทียบสินค้ามากขึ้น ทำให้พื้นที่ในหน้าต่างแชท AI กลายเป็น “อสังหาริมทรัพย์” ชิ้นใหม่สำหรับวงการโฆษณา
ในปี 2026 ผมคิดว่าเราน่าจะได้เห็นรูปแบบโฆษณาที่ผสานเข้าไปในผลลัพธ์การค้นหาของ AI หรือการแนะนำผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนโดยสปอนเซอร์ (Sponsored Recommendations) ภายใน AI มากขึ้น
ขอโน้ตไว้นิดนึงว่า ณ วันที่ผมเขียนบทความนี้อยู่ ตัว AI Search อย่าง AI Mode ของ Google ยังไม่ได้ใส่ Sponsored Content ลงไปนะครับ
อย่างที่ผมค้นหาคำว่า ซื้อตู้เซฟ ใน Search Engine Result Page ปกติ ก็มีโฆษณา แต่ใน AI Mode ยังไม่มีโฆษณาครับ แต่เชื่อผมครับว่าอีกไม่นานเกินรอ ได้เห็นแน่นอน
4. Shoppertainment และ Video Commerce: ยุคทองของการไลฟ์และการปักตะกร้าในวิดีโอ
การผสานกันระหว่างการ Shopping และ Entertainment หรือ “Shoppertainment” กลายเป็นเทรนด์ที่ทรงพลัง โดยเฉพาะในตลาดประเทศไทยที่มีการเติบโตของ Live Commerce อย่างมหาศาล
การเติบโตของ “Shoppertainment” ในไทย
ที่ผ่านมาการไลฟ์สดเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในไทย เพราะลูกค้าไม่ได้ต้องการซื้อสินค้า แต่ยังต้องการความบันเทิง และสามารถโต้ตอบกับนักไลฟ์แบบ Real Time ได้ด้วย
ปีที่ผ่านมามีกรณีศึกษาของการไลฟ์ได้(ร้อย)ล้านอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ La Glace หรือเจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น
ซึ่งข้อมูลจาก Statista นั้นบอกว่า ในปีหน้า การไลฟ์สดในไทยจะยิ่งเติบโตขึ้นไปอีก โดยที่คาดการณ์ว่ายอดขายซื้อขายจะมากเกินกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปีเลยทีเดียว
ถ้าคุณขายสินค้าอุปโภคบริโภค แล้วยังไม่ได้ลองไลฟ์ หลังจากอ่านคอนเทนต์นี้จบ ผมอยากให้คุณกลับไปลองวางแผนการไลฟ์ดูนะครับ
ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ Short Video
วิดีโอสั้น (Short Video) บนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram Reels และ YouTube Shorts กลายเป็นสมรภูมิหลักในการแย่งชิงความสนใจ โฆษณาในรูปแบบวิดีโอสั้นที่กระชับ เข้าใจง่าย และสร้างสรรค์ สามารถสร้างการรับรู้ (Awareness) และการมีส่วนร่วม (Engagement) ได้อย่างรวดเร็ว
ข้อมูลจาก Digital Marketing Trends Report 2025 ได้บอกไว้ว่า Content Format ที่นักการตลาดไทยนิยมใช้ในการทำการตลาดมากที่สุดคือ Short Video
การปักตะกร้าในวิดีโอ (Video Commerce)
เทรนด์การทำการ Video Marketing นั้นกำลังขยายไปสู่ Video Commerce เพราะแพลตฟอร์มต่างๆ ทำให้เส้นแบ่งระหว่างการดูวิดีโอและการซื้อของบางลง เช่น การปักตะกร้าสินค้าใน TikTok, การ Tag สินค้าใน Reels หรือล่าสุดที่ YouTube สามารถเชื่อมโยงไปยังแพลตฟอร์ม E-commerce อย่าง Shopee และ Lazada ได้โดยตรง ทำให้นักการตลาดสามารถวัดผลและสร้างยอดขายจากคอนเทนต์วิดีโอได้ทันที
ตัวอย่างเช่นรายการคำต้องห้ามของเทพลีลา ที่ก็มีการปักตะกร้าสินค้าของ Sponsor ซึ่งถ้าคนดูคลิกเข้าไปดูสินค้าและซื้อสินค้า ทางเทพลีลาเองก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นเช่นเดียวกัน
ป.ล. ขออภัยที่ Capture หน้าพี่เหว่งมาตอนกำลังจะหลับนะครับ 😂
5. Creator-led Advertising: พลังของ “อินฟลูเอนเซอร์”
การตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer Marketing) ได้พัฒนาไปสู่ “Creator-led Advertising” คือ
แทนที่จะควบคุมให้ครีเอเตอร์พูดตามสคริปต์ที่แบรนด์กำหนด (Control) แบรนด์ในยุคใหม่จะร่วมสร้าง (Co-create) แบะให้อิสระแก่ครีเอเตอร์ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์โฆษณาในแบบฉบับของตัวเอง
ผลลัพธ์ที่ได้คือคอนเทนต์ที่มีความจริงใจ (Authentic) เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีกว่า และสร้างความน่าเชื่อถือได้มากกว่าโฆษณาแบบเดิมๆ ที่ถูกคิดมาแล้วจากแบรนด์
และถ้าแบรนด์ทำงานร่วมกับ Creator คนไหนแล้วรู้สึกว่าจริตตรงกัน แบรนด์อาจจะขยายผลไปเป็น Long-term Partnership ที่เป็นการเซ็นสัญญาระยะยาวได้
6. Connected TV (CTV) Ads: โฆษณาบนจอทีวีสตรีมมิง
พฤติกรรมการเสพสื่อของผู้บริโภคได้ย้ายจากจอทีวีแบบดั้งเดิม (Linear TV) ไปยังแพลตฟอร์มสตรีมมิง (Streaming) หรือ Connected TV (CTV) อย่างชัดเจน
การย้ายงบจาก Linear TV สู่ CTV

ผล Survey ทางด้านบนเป็นผล Survey ของ Deloitte ที่ทำในประเทศอเมริกา แต่ผมคิดว่าเทรนด์ของทั้งโลกก็น่าจะเป็นไปในทิศทางนี้ครับ
ผล Survey บอกว่า ผู้บริโภค โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z & Millennials (Gen Y) ใช้เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตไปกับบริการ Streaming (และ Social Media) พอเป็นแบบนี้ งบโฆษณาต่างๆ เองก็จะถูกโยกย้ายตาม
ซึ่งแพลตฟอร์มอย่าง YouTube TV, Netflix (ในแพ็คเกจมีโฆษณา), Disney+, Prime Video รวมถึงแพลตฟอร์มในไทย เช่น TrueID, iQIYI, WeTV, viu, OneD และ CH3 Plus ต่างก็เปิดพื้นที่สำหรับโฆษณามากขึ้น
ผมคิดว่าเมื่อเทียบกับ Social Media แล้ว สนามการแข่งขันใน Streaming Service น่าจะดุเดือดน้อยกว่าค่อนข้างมาก จึงเป็นโอกาสใหม่ๆ ของแบรนด์ในการเข้าถึงลูกค้าครับ
7. Retail Media Networks (RMNs) กำลังมาแรง
Retail Media Networks (RMNs) หรือเครือข่ายสื่อโฆษณาบนแพลตฟอร์มค้าปลีกออนไลน์ กำลังกลายเป็น “คลื่นลูกที่สาม” ของวงการโฆษณาดิจิทัล ต่อจาก Search และ Social
ส่วนตัวคิดว่าการซื้อ Ads ผ่าน RMNs นั้นจะเป็นที่นิยมและเติบโตมากกว่าการซื้อ Ads ใน GenAI ด้วยซ้ำ เพราะมี User รอเห็นโฆษณาอยู่แล้ว
แพลตฟอร์ม อย่าง Shopee และ Lazada รวมไปถึง LINE Man, Grab, 7-Eleven หรือ Big-C ไม่ได้เป็นเพียงช่องทางการขายอีกต่อไป แต่พวกเขาแปลงร่างเป็นแพลตฟอร์มโฆษณาที่ทรงพลัง
จุดเด่นของ RMNs คือการที่แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จาก First-party data เช่น ประวัติการซื้อ สินค้าที่เคยค้นหา หรือสินค้าในตะกร้า และช่วยให้แบรนด์สามารถยิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีความตั้งใจซื้อสูงได้อย่างแม่นยำ
นอกจาก Ads Platform ช่องทางหลักอย่าง Meta, YouTube & TikTok แล้ว RMNs ก็เป็นอีกช่องทางที่นักซื้อโฆษณาควรจะพิจารณาใช้งาน
8. จาก OOH สู่ DOOH
ป้ายโฆษณานอกบ้าน (Out-of-Home หรือ OOH) ไม่ได้เป็นเพียงป้ายนิ่งๆ (Static) อีกต่อไป แต่กำลังวิวัฒนาการไปสู่ Digital Out-of-Home (DOOH) ที่ชาญฉลาดและสามารถโต้ตอบได้มากขึ้น
เทรนด์ที่กำลังมาแรงคือ Programmatic Native Ads บนจอ DOOH ซึ่งหมายความว่าแบรนด์สามารถซื้อโฆษณาบนป้ายดิจิทัลแบบ Real-time โดยกำหนดเป้าหมายตามปัจจัยต่างๆ เช่น ช่วงเวลา, สภาพอากาศ หรือแม้แต่จำนวนผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาในขณะนั้น
โฆษณา Native บนจอ DOOH ยังสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้เข้ากับสภาพแวดล้อม สร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และดึงดูดความสนใจของผู้คนได้มากกว่าป้ายโฆษณาทั่วไป

โดยข้อมูลจาก Smartyads ก็ได้บอกไว้ว่า Spending ของเรื่องนี้ก็มีเทรนด์ที่จะเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ
อย่างในประเทศไทยเอง เท่าที่ผมคุยกับทาง Plan B มา เขาก็ค่อนข้างโฟกัสกับการ Expand DOOH ด้วยเหมือนกัน
9. Purpose-Driven Ads: โฆษณาที่ขับเคลื่อนด้วย “คุณค่า”
ในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกมากมาย พวกเขาไม่ได้มองหาแค่สินค้าหรือบริการที่ดีที่สุด แต่ยังมองหาแบรนด์ที่มี “คุณค่า” และ “จุดยืน” (Brand Purpose) ที่ตรงกับความเชื่อของพวกเขา
ผู้บริโภคยุคใหม่จึงต้องการความจริงใจและความโปร่งใสจากแบรนด์ พวกเขาสนใจว่าแบรนด์มีจุดยืนอย่างไรต่อประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อม
ในช่วงที่ผ่านมา ผมได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน Adman Awards ในหมวดหมู่ Ad That Works แล้วก็พบว่างานโฆษณาที่ได้รางวัล (Touch ใจกรรมการ และผู้บริโภค) หลายๆ ตัว เช่น Flooded Room, The KFC School และ Khao Mun Gai Association เป็นโฆษณาที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่แบรนด์นั้นๆ ยึดถือ
การทำโฆษณาที่ดีในปีนี้ ปีหน้า และปีถัดๆ ไป จึงเป็นการทำโฆษณาที่ไม่ใช่แค่ส่งเสริมภาพลักษณ์ หรือสร้างยอดขาย แต่ต้อง Reflect Brand Value จริงๆ และช่วยสร้าง Brand Loyalty กับลูกค้าในระยะยาวอีกด้วย
สรุป Digital Advertising Trends 2026: เทรนด์การโฆษณาดิจิทัลปี 2026
ปี 2026 การทำ Digital Advertising ยังคงมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างและมีความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง AI, การเติบโตของ Platform, เทรนด์การทำ Shoppertainment และอีกหลายๆ เรื่อง
ผมคิดว่าคนหรือแบรนด์ที่จะไปต่อได้ดีในการทำโฆษณาจะต้องเข้าใจมีจุดยืนชัดเจน เข้าใจพฤติกรรมของคนที่อยากจะสื่อสารด้วย และผสานเอาเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องของ AI มาใช้งานครับ
สุดท้าย อ่านมาถึงตรงนี้ได้ คุณเก่งมาก เพราะเนื้อหายาวเลย ผมขอเป็นกำลังใจให้คุณในการทำ Digital Advertising ให้ประสบความสำเร็จนะครับ :)