ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป้าหมายสูงสุดในการทำ Search Marketing คือการดันเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนหน้าแรกของ Google ชิงพื้นที่ Top 3 เพื่อสร้างทราฟฟิกบนเว็บไซต์ของแบรนด์และเปลี่ยนให้เป็นยอดขาย
แต่ลองคิดดูว่าถ้าเราทุ่มงบการตลาดและโฆษณาหลายล้านบาทต่อปี เพื่อหวังให้แบรนด์เป็นที่หนึ่งในใจผู้บริโภค แต่เมื่อวันหนึ่งมีลูกค้าพิมพ์ถาม AI ว่า “ใครคือบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมนี้?” แล้วไม่มีชื่อแบรนด์ของเราโผล่ขึ้นมาเลยแม้แต่คำเดียวแล้วจะทำยังไงต่อ? เพราะปัจจุบันคนนิยมหาข้อมูลโดยการถาม AI มากขึ้น ถ้าเราไม่โผล่ไปในคำตอบเหล่านั้นเลย นั่นหมายความว่าเราได้เสียโอกาสใหญ่จากช่องทางนี้ไปอย่างน่าเสียดาย
ดังนั้นคำถามที่แบรนด์ต้องตอบให้ได้ในตอนนี้คือเราจะเข้าไปอยู่ในคำตอบของ AI ได้อย่างไร ? บทความนี้ Content Shifu จะพาไปเจาะลึก 5 Facts จาก Data Insight ที่เป็นผลลัพธ์จากการวิจัย AI Search พร้อมส่งมอบโซลูชัน ElevateSEO™ ที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณได้รับการแนะนำจาก AI ไม่ใช่แค่ติดอันดับแบบเดิมๆ กันครับ
ยาวไป อยากเลือกอ่าน?
- 5 Facts จากการวิเคราะห์ AI Search โดย Primal
- 4 กลยุทธ์ สู่การเป็นแบรนด์ที่ AI เลือกมาแนะนำ
- Checklists 5 สิ่งที่แบรนด์ควรโฟกัสและลงมือทำในปีนี้
- ยกระดับการสื่อสารของแบรนด์ในยุค AI Search ด้วย ElevateSEO™
- สรุป
5 Facts จากการวิเคราะห์ AI Search โดย Primal
คุณมาร์ค แมคโดเวล (Mark McDowell) ผู้ก่อตั้ง Primal ได้มาแชร์ Insights และเทคนิคการตลาด AI Search ในงาน Marketing Oops! Summit 2026 หลังจากที่ได้ทำการติดตามการอ้างอิงของ AI (Citations) เกี่ยวกับ 128 แบรนด์ไทยกว่า 1.1 ล้านครั้ง จาก 35,000 แหล่งข้อมูล ตลอด 90 วัน บน Google AI Overviews และ ChatGPT จนได้ Insight สำคัญดังนี้
- ในคำตอบส่วนใหญ่ของ AI มีแบรนด์เพียง 2 แบรนด์ที่กวาดส่วนแบ่งการถูกกล่าวถึงโดย AI ไปถึง 76% ยิ่งเป็นหมวดหมู่ที่เฉพาะเจาะจงมากเท่าไหร่ การกินรวบนี้ก็ยิ่งสูงเท่านั้น ถ้าแบรนด์เราไม่ได้อยู่ใน 2 อันดับนี้ ก็จะหายไปจากการมองเห็นของ AI ได้ทันที
- AI จะไม่เชื่อสิ่งที่เราพูดถึงตัวเอง แต่จะเชื่อสิ่งที่คนอื่นพูดถึง มีเพียง 4.3% เท่านั้นที่ AI ดึงข้อมูลอ้างอิงมาจากเว็บไซต์ของแบรนด์โดยตรง ส่วนอีก 95.7% ที่เหลือ AI ไปดึงมาจากเว็บไซต์สำนักพิมพ์, Bloger, Social Media หรือเว็บ Third-Party ต่างๆ ดังนั้น การทุ่มเงินทำเว็บตัวเองอย่างเดียวจึงไม่พออีกต่อไป
- YouTube คือแหล่งข้อมูลโปรดของ AI ในไทย เพราะเมื่อมีคนพูดถึงแบรนด์ในวิดีโอ Google จะถอดเสียงเป็นข้อความ และส่งต่อให้ AI Overviews หยิบไปใช้อ้างอิงได้ง่ายที่สุด
ส่วนแพลตฟอร์มยอดฮิตอื่นๆ คือ Facebook, Pantip, Wongnai, Wikipedia และ mybest.com (เว็บรีวิวสินค้าที่ Google AI ชอบอ่านมาก)
- AI แต่ละตัวมีแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกัน เว็บไซต์ที่ Google AI ใช้อ้างอิงนั้นแทบจะต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับของ ChatGPT
- Google AI Overviews มักจะดึงข้อมูลจาก Social Media, เว็บไซต์แบรนด์ และเว็บรวบรวมข้อมูล เช่น Facebook, YouTube, ScienceDirect, my – best . com และ Instagram (313 ครั้ง)
- ChatGPT จะชอบเว็บบอร์ด, งานวิจัย และหน่วยงานรัฐ เช่น Reddit, ScienceDirect, MDPI, FDA และ Wikipedia
- ถ้าเคยคิดว่าถ้าใช้ Prompt เดียวกัน Gemini กับ Google AI Overviews ก็จะให้คำตอบแบบเดียวกัน แต่ Primal พิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่เลย
Gemini มีพฤติกรรมใกล้เคียงกับ ChatGPT มากกว่า แม้เราจะทำ Content Optimization ให้สอดคล้องกับ Google Ecosystem แต่ก็ต้องปรับให้ตอบโจทย์ ChatGPT ด้วย เพราะสิ่งที่ช่วยให้แบรนด์ถูกมองเห็นบน ChatGPT มักส่งผลต่อการถูกมองเห็นบน Gemini ด้วย
บางแบรนด์โดดเด่นมากบน Google AI Overviews แต่กลับแทบไม่ปรากฏบน ChatGPT เลย ดังนั้นถ้าต้องการเพิ่มโอกาสในการถูก AI แนะนำ แบรนด์ควรวางกลยุทธ์ให้ครอบคลุมทั้ง Google AI และ ChatGPT ไปพร้อมกันครับ
4 กลยุทธ์ สู่การเป็นแบรนด์ที่ AI เลือกมาแนะนำ
นอกจาก 5 Insights ที่ว่ามาแล้ว Primal ยังได้วิเคราะห์แนวทางที่แบรนด์ลูกรักของ AI ทำเหมือนๆ กันมาได้อีก 4 อย่าง คือ
- Be the name, not the page. (ทำให้แบรนด์มีชื่อเสียง ไม่ใช่แค่มีชื่ออยู่บนหน้าเว็บ): AI พูดถึงชื่อแบรนด์เป็นหลัก ทำยังไงก็ได้ให้แบรนด์เรามีชื่อเสียง มีคนเสิร์ช และเป็นที่รู้จักใน Industry ของตัวเอง เพื่อให้ AI จำเราได้เช่นกัน
- Be everywhere else, not just your site (ไปอยู่ในทุกๆ ที่ ไม่ใช่แค่บนเว็บตัวเอง): ปรับแต่งเว็บตัวเองแล้ว ต้องคิดให้ไกลกว่านั้นด้วยการกระจายชื่อแบรนด์ไปอยู่บน Third-party แพลตฟอร์ม เช่น YouTube หรือ Pantip ซึ่งเป็นจุดที่ AI ใช้ดึงข้อมูลถึง 80%
- Stay sharp on Google (รักษารากฐานบน Google ให้แข็งแรงอยู่เสมอ): การทำ SEO แบบดั้งเดิมยังคงเป็นรากฐานที่สำคัญ เพราะหากเว็บไซต์หรือตัวตนของคุณไม่ติดอันดับสูงๆ บน Google ตั้งแต่แรก AI ก็จะไม่เอาแบรนด์ของคุณไปพิจารณาเลย
- Tell one story everywhere you appear (เล่าเรื่องให้ตรงกันในทุกที่ที่แบรนด์ปรากฏตัว): ข้อนี้สำคัญที่สุด เรื่องราวของแบรนด์ (Brand Story) ต้องสอดคล้องกันในทุกๆ ที่บนโลกออนไลน์ หากข้อมูลขัดกัน AI จะเกิดความสับสนและเลือกที่จะไม่แนะนำแบรนด์ของคุณเพื่อป้องกันการให้ข้อมูลผิดพลาด (ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของ AI ในปัจจุบัน)
จากการวิจัยของ Primal พบว่า การค้นหาและเข้าชม AI ในไทยนั้นผ่านระบบของ Google มากถึง 96% แถมตอนนี้ Google ก็มีประตูสู่โลก AI อยู่ 3 บาน คือ Google Search, AI Overviews และ Gemini ดังนั้น ถ้าแบรนด์ที่อยากวินในโลก AI Search กลยุทธ์คือเอาชนะ Google Search, AI Overviews และ Gemini ให้ได้ก่อน แล้วเก็บ ChatGPT ไว้เป็นเป้าหมายรองก็ได้ครับ
Checklists 5 สิ่งที่แบรนด์ควรโฟกัสและลงมือทำในปีนี้
เพื่อสร้างสัญญาณให้ AI หยิบแบรนด์ของเราไปตอบคำถามได้เร็วที่สุด นักการตลาดต้องเร่งปรับกลยุทธ์การสื่อสารให้ได้ตาม 5 ข้อนี้
- สร้างช่อง YouTube ของแบรนด์แบบจริงจัง โดยเน้นคอนเทนต์ที่ให้ข้อมูลชัดเจน สม่ำเสมอ เพื่อส่งเป็นฐานข้อมูลเสียงให้ AI
- แอคทีฟบน Pantip และเว็บรีวิว โดยเข้าไปมอนิเตอร์ ให้ข้อมูลอย่างจริงใจ และดันแบรนด์ให้ติดลิสต์แนะนำประเภท ‘Best of…’
- ทำ Digital PR และสร้าง Earned Media เนื่องจาก AI ชอบการอ้างอิงจากสำนักข่าวไทยมาก การมี Press Releases หรือบทความบนสื่อออนไลน์จะสร้างอิทธิพลต่อคำตอบ AI ได้มากขึ้น
- Audit คอนเทนต์ให้เป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลแบรนด์บน Google Business, LinkedIn, Wikipedia ฯลฯ ให้ใช้ชื่อ คำอธิบาย และจุดเด่นเหมือนกันทุกที่
- รักษารากฐาน SEO ให้แข็งแรง ด้วยการทำ Schema markup, เพิ่มความเร็วหน้าเว็บ และเน้นเนื้อหาตามหลัก E-E-A-T เพราะนี่ยังเป็นรากฐานสำคัญที่ AI ใช้พิจารณาความน่าเชื่อถือ
แนะนำว่าสามารถเริ่มทำแค่ 1-2 ข้อก่อนก็ได้ครับ ไม่ต้องรีบทำทุกขั้นตอนในคราวเดียว แต่ต้องค่อยๆ ทำให้ครบ เพื่อเพิ่มโอกาสที่แบรนด์เราเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีที่ AI จะเลือกใช้
ยกระดับการสื่อสารของแบรนด์ในยุค AI Search ด้วย ElevateSEO™
อ่านทั้งหมดนี้แล้วดูเหมือนจะมีงานมากมายที่ต้องทำใช่ไหมครับ? สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีเป้าหมายในการเติบโตอย่างก้าวกระโดด Primal เขาได้พัฒนาโซลูชัน ElevateSEO™ ที่เป็นโซลูชันจัดการงานแบบ Off-page และกลยุทธ์การค้นหาที่ออกแบบมาเพื่อยุค AI โดยเฉพาะเลย
ElevateSEO™ คือ ระบบ AI-First Discoverability ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ Primal ที่ช่วยเสริมสร้าง Brand Authority ให้เป็นที่จดจำในโลกออนไลน์ได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นในเครื่องมือค้นหาทั่วไป AI Engines หรือแพลตฟอร์มใหม่ๆ ซึ่ง ไม่ได้โฟกัสแค่การติดอันดับ แต่เน้นเรื่องการถูกค้นพบในทุกที่ของ Customer Journey โดยใช้เทคโนโลยีและกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อสื่อสารกับอัลกอริทึมของทั้ง Search Engine ยุคเก่าและ Generative AI ยุคใหม่ไปพร้อมกัน
6 กระบวนการสำคัญที่เป็นโครงสร้างของ ElevateSEO™
เพื่อให้ครอบคลุมแนวคิด Search Everywhere Optimisation ที่จะทำให้แบรนด์ของเราได้รับการแนะนำโดย AI ในทุกครั้งที่มีการค้นหา ElevateSEO™ จึงมีโครงสร้างในการทำงานดังนี้
- ElevateTOPICS™ สร้างความเป็นตัวจริงในสายตา AI ด้วยคอนเทนต์ที่ครอบคลุมทุกคำถาม เชื่อมโยงเนื้อหาให้ AI มองว่าเราคือผู้เชี่ยวชาญที่สุดในเรื่องนั้นๆ
- ElevateTECH™ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเว็บไซต์ให้สมบูรณ์เข้าถึงง่ายและรวดเร็ว ทั้งสำหรับมนุษย์ หรือ Google Bot และ AI
- ElevateTRUST™ ตอกย้ำความน่าเชื่อถือให้มากขึ้นไปอีกผ่าน Backlink ที่มีคุณภาพและภาพลักษณ์ที่สม่ำเสมอในทุกช่องทาง
- ElevateCOMMUNITY™ เพิ่มการถูกพูดถึงจากสังคมผ่าน Social Media, PR, และรีวิวจากผู้ใช้จริง (UGC Content) เพื่อยืนยันความนิยมของแบรนด์
- ElevateCONTENT™ สร้างและปรับปรุงเนื้อหาที่ตอบโจทย์ทั้งคนและ SEO พร้อมโครงสร้างที่ AI จะเข้าใจและนำไปใช้ได้ทันที
- ElevateCONVERSION™ เปลี่ยน Traffic จากช่องทาง AI ให้เป็นยอดขายจริงด้วยกระบวนการ Conversion Rate Optimisation
แล้ว ElevateSEO™ แตกต่างจาก AEO หรือ GEO ยังไง?
จากโครงสร้างของ ElevateSEO™ ดูจะคล้ายกับวิธีการทำ AEO และ GEO อยู่บ้าง แล้ว ElevateSEO™ นี้แตกต่างจาก GEO หรือ AEO ที่เราทำอยู่แล้วยังไง? คำตอบแบบเข้าใจง่ายที่สุดคือ AEO และ GEO เป็นเพียง ‘จิ๊กซอว์’ บางส่วน (ถ้าทำ AEO ก็จะไม่ได้ GEO / ถ้าทำ GEO ก็จะไม่ได้ AEO) แต่ ElevateSEO™ คือ ‘ภาพรวมทั้งหมด’ ที่เชื่อมโยงทุกวิธีการเข้าด้วยกันครับ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนเราลองมาเจาะลึกความต่างกันอีกนิด
- AEO โฟกัสแค่การปรับเนื้อหาเพื่อให้ AI สามารถดึงข้อมูลสั้นๆ ไปตอบคำถามผู้ใช้ได้ทันทีเมื่อมีคนเสิร์ช แต่ ElevateSEO™ จะโฟกัสที่การสร้างตัวตนและความน่าเชื่อถือมากขึ้น เพื่อให้ AI ไม่ใช่แค่ดึงข้อความไปตอบ แต่ยังแนะนำแบรนด์ของเราในฐานะผู้เชี่ยวชาญตัวจริงในอุตสาหกรรมนั้นๆ ด้วยครับ
- GEO โฟกัสแค่การปรับแต่งโครสร้างของเนื้อหาให้ AI ทำความเข้าใจและเอาไปอ้างอิงได้ง่ายขึ้น แต่ ElevateSEO™ จะดึงเอาสัญญาณจาก Social Media, Digital PR, รีวิวจากผู้ใช้จริง (UGC) และ Technical SEO แบบเดิมมารวมกัน เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งกว่าการทำ GEO แค่อย่างเดียว
สรุปก็คือ ElevateSEO™ เป็นการรวมพลังของทั้ง AEO, GEO, SEO เอาไว้ด้วยกัน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าไม่ว่าจะค้นหาผ่านช่องทางไหนก็ตามครับ
Case Studies จากแบรนด์ชั้นนำที่วินในสมรภูมิ AI Search ด้วย ElevateSEO™
บริษัทประกันชีวิตจากอังกฤษกับโจทย์เรื่อง Organic Search
บริษัทนี้เคยมีปัญหาเชิงเทคนิคบนเว็บไซต์ที่กระทบโดยตรงกับประสิทธิภาพ Organic Search ไม่ว่าจะเป็นการพึ่งพา JavaScript Redirect มากเกินไป ทำให้ Search Engine Bot และ AI Crawler เข้าถึงและ Index หน้าเว็บได้ช้า แถมยังมีหน้า Error 404 เยอะ ส่งผลให้ User Journey ขาดความต่อเนื่องและคุณภาพเว็บไซต์ต่ำ ทำให้แบรนด์พลาดโอกาสในการดึงดูดกลุ่มผู้ค้นหาที่มีความตั้งใจซื้อสูง
Primal ได้เข้ามาแก้ปัญหาโดยนำกระบวนการที่เป็นโครงสร้างของ ElevateSEO™ มาปรับใช้เพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพของเว็บไซต์ด้วยวิธีการเหล่านี้
- ยกระดับโครงสร้างเว็บ (ElevateTECH™) ด้วยการสร้าง Technical Roadmap ที่แข็งแรง เปลี่ยนจาก JavaScript Redirect มาเป็น 301 Redirect แบบถาวร ช่วยให้บอท Crawl ข้อมูลได้ราบรื่น พร้อมแก้ไขหน้า 404 เพื่อดึง Authority ที่สูญเสียไปกลับคืนมา
- ปรับแต่งเนื้อหาเชิงลึก (ElevateCONTENT™) โดย Mapping คีย์เวิร์ดที่มีมูลค่าสูงเข้ากับ Landing Page ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมปรับแต่ง On-page Elements ให้สอดคล้องกับข้อกำหนดที่เข้มงวดของธุรกิจประกันชีวิต และตอบโจทย์อัลกอริทึมของ Search Engine ยุคใหม่ไปพร้อมกัน
หลังจากเชื่อมโยงการปรับโครงสร้างเชิงเทคนิคครั้งใหญ่นี้ ทำให้ Crawl Budget และ Authority ของเว็บไซต์ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการรักษารากฐานเชิงเทคนิคให้แข็งแรง และการเปลี่ยน Traffic ให้เป็นยอดขายได้จริง (ElevateCONVERSION™) คือหัวใจสำคัญของโซลูชัน ElevateSEO™ ครับ
ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ในไทยกับโจทย์เรื่องความชัดเจนของตัวตน
แม้จะเป็นยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรม แต่แบรนด์นี้ยังไม่ค่อยถูกค้นพบบนแพลตฟอร์ม AI Search และยังมีโจทย์เรื่องความชัดเจนของตัวตนและความเชี่ยวชาญในเนื้อหาเฉพาะของคำค้นหาด้านโลจิสติกส์ยังไม่แข็งแรงพอในสายตา AI ส่งผลให้โอกาสที่จะถูกดึงไปอ้างอิงหรือแนะนำบน ChatGPT, Gemini และ Perplexity มีน้อย
Primal ได้เข้ามาปรับกลยุทธ์การสร้างเนื้อหาและปรับปรุงโครงสร้างของเว็บไซต์ เพื่อแก้โจทย์เหล่านี้ด้วยกระบวนการของ ElevateSEO™ คือ
- ยกระดับโครงสร้างเว็บ (ElevateTECH™) ด้วยการปรับปรุง Technical SEO เพื่อให้ AI Crawler สามารถเข้าถึงและเก็บข้อมูลได้อย่างราบรื่น พร้อมทั้งทำ Schema และ Entity Optimization เพื่อให้ระบบเข้าใจบริบทของแบรนด์ได้ดีขึ้น
- ปรับแต่งเนื้อหาเชิงลึก (ElevateTOPICS™) โดยการสร้าง Topic Clusters ที่เน้นเนื้อหาเฉพาะทางด้านโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญ พร้อมกับการทำ Digital PR และสร้าง Backlinks เพื่อดึง Authority ให้กับเว็บไซต์
การปรับปรุงครั้งนี้ยังเป็นการทำ ElevateTRUST™ และ ElevateCOMMUNITY™ ที่เพิ่มความน่าเชื่อถือและการพูดถึงแบรนด์ โดยแบรนด์มีการอ้างอิงเพิ่มขึ้นถึง 83% และครองสัดส่วน AI Search Share of Voice สูงถึง 49.2% ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มคู่แข่ง เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการรักษารากฐานเชิงเทคนิคให้ AI เข้าถึงได้ง่าย คือหัวใจสำคัญของการทำ SEO ในยุค AI Search ครับ
ธุรกิจคลินิกความงามกับการใช้พลังของ SEO และ AEO ในการสร้างตัวตนตั้งแต่เริ่มต้น
ในช่วงที่แบรนด์เพิ่งเปิดเว็บไซต์ใหม่และอยู่ระหว่างการพัฒนาเลยยังมีแค่หน้าแพ็กเกจราคา ยังขาดเนื้อหาเชิงลึกที่อธิบายบริการและคอนเทนต์ซัพพอร์ตอื่นๆ ทำให้ไม่มีรากฐาน SEO หรือ AEO มาก่อน ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดคลินิกความงามที่มีการแข่งขันดุเดือด
Primal ได้ให้คำแนะนำเพื่อฟื้นฟูคุณภาพของเว็บไซต์และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ด้วยวิธีการเหล่านี้
- ยกระดับโครงสร้างเว็บ (ElevateTECH™) โดยการทำ Website Audit และนำ Best Practices ด้าน SEO สำหรับเว็บไซต์คลินิกมาปรับใช้ เพื่อให้โครงสร้างทางเทคนิคมีความแข็งแรง
- ปรับแต่งเนื้อหาเชิงลึก (ElevateCONTENT™) โดยการสร้างหน้าเว็บใหม่ๆ เพื่อเสริมประสิทธิภาพ SEO และ AEO ไปพร้อมๆ กับการควบคุมให้เนื้อหาทั้งเว็บไซต์เป็นไปตามมาตรฐาน E-E-A-T อย่างเคร่งครัด
หลังจากดำเนินการปรับโครงสร้างและเนื้อหาอย่างเข้มข้นภายใน 3-6 เดือน เว็บไซต์ของแบรนด์นี้มีการเติบโตด้านออร์แกนิกอย่างมีนัยสำคัญ และด้วย ElevateCONVERSION™ ก็สามารถเปลี่ยน Traffic ให้เป็นยอด Organic Key Events ได้สูงถึง 1,037% ใน 3 เดือน และยังได้รับการอ้างอิงจาก AI ในคำค้นหาที่เกี่ยวข้องมากขึ้นด้วย
สรุป
โลกของการค้นหาเปลี่ยนไปแล้ว จากยุคที่ต้องแข่งกันไต่อันดับบน Google มาถึงยุคที่เราต้องปั้นแบรนด์ให้พร้อมแสดงตัวในทุกที่ที่อาจมีการค้นหาเกิดขึ้น (Search Everywhere Optimisation)
ข้อมูลจาก Primal พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า AI จะเลือกแนะนำเฉพาะแบรนด์ที่น่าเชื่อถือและถูกพูดถึงในวงกว้างเท่านั้น การฝากความหวังไว้ที่เว็บไซต์ของตัวเองหรือแพลตฟอร์มไหนแพลตฟอร์มหนึ่งเพียงอย่างเดียวจึงไม่พออีกแล้ว
ถ้าอยากเป็นแบรนด์ลูกรักที่ AI เลือก สามารถเริ่มวางรากฐานกลยุทธ์การสื่อสารและนำโซลูชันอย่าง ElevateSEO™ มาปรับใช้ตั้งแต่วันนี้เพื่อช่วยให้แบรนด์ไม่หายไปจากสายตาของผู้บริโภคทั้งในตอนนี้และในอนาคตครับ
ถ้าใครอยากดูข้อมูลสถิติที่ Primal ศึกษามาแบบเต็มๆ หรืออยากเข้าใจวิธีการทำ ElevateSEO™ มากกว่านี้สามารถไปติดต่อ Primal เพื่อปรึกษาเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.primal.co.th/th หรือโทร 02-030-8000 ได้เลยครับ