Technology & Internet Trends Worth to Know กลับมาอีกครั้งกับบทความเรื่องเทรนด์ค่ะ! ถ้าใครยังจำได้ เมื่อปลายปีที่แล้วอรเคยเขียนบทความสรุปเทรนด์ Content Marketing & SEO เอาไว้ …ถามว่าแล้วทำไมถึงมาพูดเรื่องเทรนด์อีกรอบเอาตอนกลางปีแบบนี้…

พอดีเมื่อหลายวันก่อนเห็นหลายๆ สื่อ ทั้งไทยและเทศ มีการแชร์ตัวรายงาน Internet Trends 2017 โดย Mary Meeker แห่ง KPCB เป็นรายงานด้านเทรนด์ที่ได้รับการจับตามองเป็นประจำทุกปีโดยสื่อชั้นนำระดับโลก

รายงาน Internet Trends

ซึ่งสำหรับเจ้าตัวนี้ เสน่ห์ของมันคือ ‘ความละเอียด’ รายงานนี้ทำออกมาครอบคลุมหลายหัวข้อมากมาย และรายงานล่าสุดปีนี้ก็ได้ความหนาของจำนวนสไลด์ถึง 355 หน้า!

…ซึ่งนั่นทำให้เราเชื่อว่า คนส่วนใหญ่ได้มีโอกาสเพียงเข้าไปชื่นชม แต่คงลำบากที่จะหาโอกาสนั่งอ่านจริงๆ

ในฐานะคนในวงการดิจิทัล เป็นหน้าที่ของอรที่ต้องคอยตามอ่านรายงานเช่นนี้อยู่แล้ว ไหนๆ ก็ต้องอ่านแล้ว อรจึงตัดสินใจเขียนบทความสรุปชิ้นนี้ขึ้นมา

ถ้าย่อทั้งหมดคงไม่จบง่ายๆ ดังนั้น เวอร์ชันที่ทุกคนกำลังอ่านอยู่นี้ใน Content Shifu นี้เน้นคัดเฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับวงการออนไลน์ภาพใหญ่ วงการคอนเทนต์ และการโฆษณา ในมุมที่มีอะไรที่น่านำมาใช้กับตลาดไทยได้ มาเล่าสู่กันฟัง

เทรนด์ออนไลน์แบบยกกระชับ

Mobile ไม่ใช่เทรนด์ แต่เป็นปัจจุบัน

Mobile ไม่ใช่เทรนด์แล้ว แต่เป็นปัจจุบัน

ในรายงานระบุแค่เพียงว่าอัตราการเติบโตเริ่มชะลอตัวแล้ว ในแง่การตีความ เรามองว่าการที่อัตราการโตมันพุ่งน้อบลงกว่าปีที่ผ่านๆ มา เพราะ Mobile มันคือยุคปัจจุบันแล้วค่ะ มันเป็นที่แพร่หลายโดยทั่วไปแล้ว 

Millenials, E-commerce และ Video content ก็เช่นกัน

นอกจากการอ่านรายงานในปี 2017 แล้ว เรายังได้ย้อนกลับไปอ่านรายงานในปี 2016 ด้วย สิ่งที่เราพบก็คือ มีการพูดถึงหัวข้อใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น และลดกระชับการพูดถึง หัวข้อที่เราก็รู้อยู่แล้ว ออกไป เช่น

  • เรื่องที่ว่ายุคนี้เป็นยุคของผู้บริโภค รุ่น Millenials หรือ Millenial Generation
  • เรื่องเทรนด์การเปลี่ยนแปลงของวงการค้าปลีกสู่ร้านค้าออนไลน์
  • เรื่องความนิยมของคอนเทนต์ประเภทภาพและวิดีโอ โดยเฉพาะ Live Video

เชื่อว่าทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าทั้งหมดนี้มันคือเทรนด์แห่งอนาคต

เรามาดูเจาะกันมากขึ้นถึงแต่ละวงการกันดีกว่า

วงการโฆษณาทั่วโลก

“ภายในสิ้นปีนี้ งบโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต จะแซงหน้าทีวี”

เส้นสีฟ้าซึ่งแสดงการเติบโตของเม็ดเงินสะพัดโฆษณาบนอินเทอร์เน็ตทั่วโลก เติบโตต่อเนื่อง และกำลังจะแซงหน้าทีวีแล้ว

เมื่อพูดถึงอัตราเร็วในการเติบโตของโฆษณา ตอนนี้อัตราเร็วในด้านการเติบโตของฝั่ง Mobile เติบโตเร็วกว่าฝั่ง Desktop แต่ยังคงเป็นตลาดที่มีพื้นที่ว่างอยู่ หากเปรียบเทียบจากปริมาณเวลาที่ผู้คนใช้ไปกับการอยู่บน Mobile กับปริมาณมูลค่าตลาดโฆษณาในนี้ ยังพบว่ามีช่องว่างอยู่ให้เติบโตได้อีก

เมื่อพูดถึงคอนเทนต์ที่ทำโฆษณาได้ดี ข้อมูลระบุว่า คอนเทนต์ที่ผสมผสาน User-Generated Content (คอนเทนต์ที่เกิดจากผู้บริโภคทั่วไปช่วยทำขึ้นมา) (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ UGC) นั้นให้ Engagement ได้ดีกว่า คอนเทนต์ที่เกิดจากแบรนด์ทำขึ้นเองกระจายเอง

ตัวอย่างในภาพนี้ แบรนด์ Ben & Jerry นำภาพไอศกรีมที่ User ทั่วไปโพสต์ มาแชร์ต่อในแชนแนลของตน

Facebook และ Google มาแรงทั้งยอดรายได้ และนวัตกรรมด้านโฆษณา

รายได้มาแรง จาก 2015 สู่ 2016 รายได้ของ Facebook จากค่าโฆษณา โตขึ้นถึง 62% ส่วน Google โตขึ้น 20% ในขณะที่แพลตฟอร์มอื่นๆ โดยรวมโตขึ้นประมาณ 9%

พลังของ Facebook Ads: ผลสำรวจใน USA พบว่า 26% ของคนคลิก Ad นั้นตัดสินใจซื้อ

อีกหนึ่งพลังคือตัว Facebook Messenger ซึ่งเป็นที่ๆ เกิดการซื้อขายออนไลน์สูง

ในฝั่ง Google มี Product-Listing Ads ที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเว็บขายสินค้า ครองสัดส่วนตลาด Paid Clicks บน Google ไปแล้ว 52%

นวัตกรรมของ Google กำลังเน้นเรื่องการส่ง ‘โฆษณาที่ใช่ ให้ถูกที่/ถูกเวลา’ เช่น

  • ยิง Ads ตาม Search Queries ที่ผู้ใช้ใช้เซิร์จ ซึ่งไม่ใช่แค่ข้อความอย่างเดียว ยังรวมไปถึง Search ประเภทรูปภาพอีกด้วย (คอนเซปต์เดียวกันนี้ เป็นตลาดใหญ่ของแอป Snap ซึ่งเป็นอีกโซเชียลยอดนิยมใน USA)
  • มี Ads ที่สามารถยิงโดยอ้างอิงสถานที่ที่ คนๆ นั้น อยู่ได้ รายงานระบุว่ามีผู้เห็น Ad จำนวนมาก ที่พอเห็นแล้วว่าร้านอยู่ไม่ไกล ก็ลองเดินไปดูที่ร้านค้านั้นต่อ

ความกลมกลืนของโฆษณา

Ads / Content / Products / Transactions เชื่อมกัน แทบไม่มีเส้นกั้น

ทุกวันนี้คอนเทนต์หนึ่งชิ้น สามารถทำหน้าที่ได้เหมือนเป็นหน้าร้านหนึ่งร้าน Facebook Feed ที่มี Storefronts ไถดูแคตาล็อกได้ การออกแบบอีเมลที่สามารถนำแคตาล็อกที่ผ่านการคัดกรองมาแล้ว ทำเป็นคอนเทนต์ที่น่ามองในอีเมลได้

ที่ใดมีโฆษณา ที่นั่นมี Call-to-Action เพื่อกระตุ้นให้เกิด Transaction ซื้อขายได้ทันที

Search และอื่นๆ

ด้วยความที่อะไรๆ ก็ Mobile สิ่งที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมคนใช้ Mobile ก็คือ การเลือกใช้การ Search รูปแบบอื่นๆ ที่สะดวกมากขึ้น ไม่ใช่ ข้อความ เพียงอย่างเดียว

ในปี 2016 20% ของการ Search บน Mobile เกิดจากการใช้ Voice ใช้เสียงพูดในการค้นหา แทนการพิมพ์ ระบบ Voice Recognition (ระบบซึ่งฟังเสียงออก และสามารถแปลงเสียงเป็นข้อความได้) ของ Google เองก็ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ โดยตรวจจับแม่นยำแล้วถึง 95%

นอกจากเรื่อง Voice แล้ว รายงานยังระบุว่าวงการ Search ในอนาคต จะเป็นรูปภาพ แทนตัวอักษรคีย์เวิร์ด

สรุป

เราคิดว่าวงการโฆษณาเปลี่ยนเร็ว และน่าจับตามาก ถ้าให้สรุปอีกครั้ง รวมถึงสรุปประเด็นเล็กๆ น้อยๆ ต่างๆ ที่รายงานได้ระบุไว้ ก็ลิสต์ออกมาได้ ดังนี้

  • การเติบโตของ Ads ที่ขยับจากทีวี เป็นออนไลน์ และขยับจาก Desktop เป็น Mobile มากขึ้น
  • โฆษณาจะมีความ Organic มากขึ้น ด้วยคอนเทนต์แบบ User-Generated Content
  • การนำ Data มาใช้ และการหาวิธีการวัดผล ROI คือสิ่งที่นักการตลาดจับตา
  • โฆษณา คือหน้าร้านค้าที่หน้าตาต่างๆ กันไป ยิงไปหาคนต่างๆ กันไป ตามลักษณะของเขา

ส่วนเรื่องอย่างพวก Voice, Video มันสื่อความว่า โลกทุกวันนี้ ความเป็น Multimedia มันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เราควรทำคอนเทนต์ที่อุดมสมบูรณ์ในหลายๆ ด้านมากขึ้น ไม่ใช่แค่ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง (จริงๆ Content Shifu เอง ก็ควรทำคอนเทนต์ในรูปแบบอื่นๆ นอกจากบทความ)

ตาคุณแล้ว

คุณคิดเห็นอย่างไรบ้างกับเทรนด์ต่างๆ เหล่านี้?

คุณสนใจอ่านบทความแนวสรุปเทรนด์ไหม?

เช่นเคยค่ะ มีคอมเมนต์อะไร สามารถพูดคุยกันได้เสมอนะ

อ้อ…สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวเลขสถิติต่างๆ เอาไว้ใช้อ้างอิงเวลาทำรายงานหรือทำงานอื่นๆ แอบแนะนำให้ลองดูสไลด์ Global Digital StatShot ชิ้นนี้ได้ค่ะ ตัวเลขเน้นๆ กันไปเลย

 

ป.ล. สำหรับใครที่สนใจเทรนด์เชิงเทคโนโลยี อรมีผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่ The VIABLE (แต่เป็นข้อมูลจากการสัมภาษณ์อีกที)

ป.ล.2 ที่ชื่อบทความบอกว่าใช้เวลาอ่าน 3 นาที เป็นเพียงกิมมิคเท่านั้น ฮ่าๆ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะใช้เวลากันไปประมาณ 4-7 นาที คุณล่ะ ใช้เวลาอ่านประมาณเท่าไร? : )

อ่านต่อ