Pizza Hut ได้เปิดตัว “SMASH Melts” ซึ่งไม่ใช่แค่การออกเมนูใหม่ตามฤดูกาล แต่คือกลยุทธ์การเปลี่ยนจุดยืน (Repositioning) ครั้งสำคัญของสินค้ากลุ่ม Melts ของ Pizza Hut ให้เข้าถึงใจคนรุ่นใหม่มากขึ้น บทความนี้ ผมจะพาไปดู 3 กลยุทธ์การตลาดที่อยู่เบื้องหลังเมนูนี้กันครับ
1. เปลี่ยนจาก New Product สู่ Hero Product ด้วย Smash Burger Culture
จากเดิมที่ ผู้บริโภคมักมอง Melts ของ Pizza Hut เป็นพิซซ่าแบบทานคนเดียว ที่ผ่านมามันจึงทำหน้าที่เป็นเพียง New Product มากกว่าที่จะเป็น Hero Product ที่สร้างภาพจำให้แบรนด์
ดังนั้น แทนที่จะคิดค้นเมนูใหม่จากศูนย์ เราเลือกหยิบเอา Smash Burger Culture วัฒนธรรมการกินเบอร์เกอร์ที่กำลังฮิตทั่วโลกมาผสมผสานกับ Melts ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งจุดเด่นของ Smash Burger ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของวัตถุดิบ แต่คือเทคนิคการกดเนื้อบนเตาร้อนจัดจนเกิดความหอม กรอบนอก ฉ่ำใน
Pizza Hut เราได้ดึงเอาเอกลักษณ์และเทคนิคนี้มาเป็น Hero Story ในการเล่าเรื่องของ Melt ให้กลายเป็น Portable Comfort Food หรืออาหารที่อิ่มท้อง อร่อยง่าย ทานสะดวกสบายในชั่วโมงเร่งรีบ
2. เข้าถึงเทรนด์ Solo Dining ตอบโจทย์ “Me Time” ของ Gen Z & Millennials
ปัจจุบันเทรนด์การกินคนเดียว หรือ Solo Dining กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก กลุ่ม Gen Z และ Millennials ไม่ได้มองว่าการนั่งกินข้าวคนเดียวคือความเหงาอีกต่อไป แต่พวกเขามองมันเป็น “Me Time” หรือช่วงเวลาส่วนตัวที่ได้มอบความสุขให้ตัวเองครับ
ซึ่งจริง ๆ แล้วเมนู Melts ของ Pizza Hut ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์พฤติกรรมนี้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะกินง่าย จบในกล่องเดียว ไม่เลอะเทอะ และเหมาะกับระบบ Delivery มากที่สุด
3. ตามทันกระแส Texture Economy เพราะอาหารยุคใหม่ไม่ได้แข่งกันแค่ที่รสชาติ
เทรนด์อาหารอย่าง Texture Economy ยุคนี้ตอกย้ำว่า แค่รสชาติอร่อยอาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดใจผู้บริโภค แต่ต้องมีสัมผัสในการกินที่สนุกและหลากหลายด้วยครับ
อีกหนึ่งกลยุทธ์ของ SMASH Melts คือการเล่นกับสัมผัสเวลาที่เรากินเข้าไปจะมีทั้งความกรอบจาก Crispy Cheese, Crispy Bacon และเนื้อ Smash ที่เกรียมขอบ ไปพร้อม ๆ กับความฉ่ำของเนื้อด้านในและซอสชีสเยิ้ม ๆ ~
การมีสัมผัสที่แตกต่างกันในหนึ่งคำแบบนี้ ช่วยสร้างประสบการณ์การกินรูปแบบใหม่ที่แชร์ลงบน Social Media ได้ง่ายขึ้นด้วยครับ
สรุป: อนาคตของ Pizza Hut ที่อยากเป็นมากกว่าแบรนด์พิซซ่า
SMASH Melts อาจเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนว่า Pizza Hut ไม่ได้อยากถูกมองเป็นแค่แบรนด์พิซซ่าอีกต่อไป แต่กำลังพยายามขยับตัวเอง ไปสู่แบรนด์ Comfort Food ที่หยิบ Food Culture จากหลายโลก มาสร้าง Innovation ใหม่ได้เรื่อย ๆ ครับ