Blog

8 Key Stats & Insights เกี่ยวกับ Reels

• 8 สิงหาคม 2025

Share on

Share on

ในยุคที่ผู้บริโภคมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งต่างๆ สั้นลงอย่างรวดเร็ว (Attention Span) วิดีโอสั้นได้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารที่ทรงอิทธิพลที่สุดบนโลกออนไลน์ การมาถึงของ Reels ได้เข้ามาเปลี่ยนวิธีการที่แบรนด์และนักการตลาดใช้เชื่อมต่อกับกลุ่มเป้าหมายไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยรูปแบบที่รวดเร็ว สนุกสนาน และเข้าถึงง่าย Reels ไม่เพียงแต่เป็นเพียงแค่คอนเทนต์ความบันเทิงเท่านั้น แต่ยังได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจได้อย่างมหาศาล

เมื่อเร็วๆ นี้ Meta ได้จัดงาน 2025 Reels Impact Awards Press Meet & Greet ณ สำนักงานใหญ่ที่สิงคโปร์ เพื่อแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและสถิติสำคัญเกี่ยวกับ Reels ซึ่งเป็นข้อมูลที่ล้ำค่าสำหรับทุกคนที่ต้องการทำ Reels ให้ประสบความสำเร็จ ในบทความนี้ ผมได้รวบรวมและสรุปประเด็นสำคัญทั้ง 8 ข้อ พร้อมทั้งขยายความให้เข้าใจง่าย เพื่อเป็นคู่มือสำหรับนักการตลาดและนักสร้างคอนเทนต์ทุกคน

เจาะลึก 8 Insights สู่ความสำเร็จบน Reels

1. สถิติที่เปลี่ยนเกม: เมื่อ Reels คือหัวใจหลักของการมีส่วนร่วม

ข้อมูลจาก Meta ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า Reels ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่เป็นส่วนสำคัญของแพลตฟอร์มไปแล้ว:

  • เวลาการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด: ผู้ใช้ Facebook และ Instagram ใช้เวลาถึง 60% ในการรับชมวิดีโอ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวิดีโอสั้น
  • พลังแห่งการแชร์: มี Reels ถูกแชร์ถึง 4.5 พันล้านครั้งต่อวัน สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในการแบ่งปันและสร้างปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้
  • ขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ:
    • 85% ของผู้ที่ดู Reels มีแนวโน้มที่จะ ติดตามธุรกิจ นั้นๆ
    • 79% ของผู้ที่ดู Reels ตัดสินใจ ซื้อสินค้าอย่างน้อย 1 ชิ้น
  • การทำงานร่วมกับ AI ที่ลงตัว: ปัจจุบัน 50% ของคอนเทนต์บน Instagram ถูกแนะนำโดย AI ดังนั้นการสร้างคอนเทนต์ที่ถูกใจอัลกอริทึมจึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้

นอกจากนี้ ในเชิงการตลาด Reels ยังช่วยเพิ่มผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีสถิติที่น่าสนใจคือ:

  • CPR (Cost Per Result) ลดลง 16% (ต้นทุนต่อผลลัพธ์ถูกลง)
  • ROAS (Return on Ad Spend) เพิ่มขึ้น 13%
  • Conversion (อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า) เพิ่มขึ้น 29%
  • Reach (การเข้าถึง) เพิ่มขึ้น 11%

และหากต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย Gen Z (อายุ 18-24 ปี) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังเติบโตและมีอิทธิพลสูง Reels คือหนึ่งในช่องทางที่ Effective ที่สุดในปัจจุบัน

2. 3 ปัจจัยสำคัญสำหรับแคมเปญ Reels ที่สำเร็จจาก CMO Grab

คุณ Cheryl Goh, Founding CMO ของ Grab ได้ให้แนวคิดที่ทรงพลังสำหรับนักการตลาดในการสร้างแคมเปญ Reels ที่ไม่เพียงแค่สร้างการรับรู้ แต่ยังเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ:

  1. “Context drives conversion” (บริบทนำพาการเปลี่ยนเป็นลูกค้า): แคมเปญที่ดีต้องเข้าใจบริบทของกลุ่มเป้าหมายและช่วงเวลา ตัวอย่างที่ชัดเจนคือช่วงเทศกาลรอมฎอน Grab ได้โปรโมตทั้งบริการ Food และ Transportation แต่แคมเปญสำหรับ Grab Food ได้รับผลตอบรับที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะสอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลานั้น
  2. “Learn to partner with creators” (เรียนรู้ที่จะร่วมมือกับครีเอเตอร์): ครีเอเตอร์มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็น “นักเล่าเรื่อง” ที่จะนำเสนอคุณค่าของแบรนด์ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คนได้ดีกว่าการที่แบรนด์ทำเองโดยตรง เช่น การโปรโมตฟีเจอร์ Family Account ของ Grab ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการร่วมมือกับครีเอเตอร์
  3. “Brands need to think like content creator” (แบรนด์ต้องคิดแบบนักสร้างคอนเทนต์): แบรนด์ต้องปรับเปลี่ยนมุมมองจากการเป็นแค่ผู้โฆษณา มาเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเอง โดยการทำความเข้าใจ เทรนด์ที่กำลังมาแรง (Common Trends) และ บริบทท้องถิ่น (Local Context) เพื่อสร้างสรรค์เนื้อหาที่เข้าถึงใจลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ

3. 3 เสาหลักของ Reels ที่ทรงอิทธิพลจาก CEO OMD Singapore

คุณ Chloe Neo, CEO OMD Singapore ได้ย้ำถึงสามสิ่งที่ทำให้ Reels ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน:

  1. Brand Purpose: คอนเทนต์ต้องแสดงให้เห็นถึง “แก่น” ของแบรนด์ว่ามีจุดมุ่งหมายอะไร และยึดมั่นในคุณค่าใด
  2. Meaningful Engagement/Connection: คอนเทนต์ต้องสร้างความผูกพันและปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมาย ไม่ใช่แค่ยอดไลก์ แต่คือการสร้างบทสนทนาและความรู้สึกร่วม
  3. Business Results: คอนเทนต์ที่ดีต้องนำไปสู่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้

4. “เบื้องหลัง” สำคัญไม่แพ้ “ผลลัพธ์”

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่ผู้คนไม่ได้สนใจแค่ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แล้ว (Output) แต่ยังสนใจใน กระบวนการ (Process) และ เบื้องหลัง (Behind the scene) ด้วย Meta ยกตัวอย่างแบรนด์ Lego ที่ผู้คนไม่ได้อยากดูแค่โมเดลที่ต่อเสร็จ แต่ยังอยากดูขั้นตอนการต่อด้วย นี่คือการสร้างความน่าสนใจและเรื่องราวที่มากกว่าแค่การโฆษณา

ดังนั้น สมการสู่การตลาดที่ดีคือ:

Effectiveness + Creativity = Good Marketing

และการสร้าง Reels ที่สนุกสนานและบันเทิงก็เป็นเพียง “เส้นทางระหว่างทาง” ที่จะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือ “Connection” กับกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

5. 3 กฎทองของการสร้าง Reels: “ภาษาของ Reels” ที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

การสร้าง Reels มีกฎ 3 ข้อที่ต้องคำนึงถึงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของคอนเทนต์:

  1. Build for Vertical (สร้างในแนวตั้ง): คอนเทนต์ต้องถูกออกแบบมาเพื่อการรับชมบนมือถือในสัดส่วน 9:16 ซึ่งเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมที่สุด
  2. Build with Audio (สร้างด้วยเสียง): 70% ของคอนเทนต์ Reels ถูกดูแบบเปิดเสียง การมีเสียงดนตรีประกอบที่น่าสนใจ หรือเสียงพากย์ที่ดึงดูด จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่แตกต่างจาก Stories หรือ Feed ที่ส่วนใหญ่มักจะถูกดูแบบปิดเสียง
  3. Build in the Safe Zone (สร้างในโซนปลอดภัย): จัดวางองค์ประกอบสำคัญของคอนเทนต์ให้อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ถูกบังด้วยปุ่มกด ข้อความ หรือไอคอนต่างๆ บริเวณขอบจอด้านล่างและด้านขวา เพื่อให้ผู้ชมไม่พลาดสาระสำคัญ

6. กลยุทธ์การทำงานร่วมกับครีเอเตอร์ที่เหนือกว่า

นอกจากวิธีการทำงานร่วมกับครีเอเตอร์แบบดั้งเดิมอย่าง Product Endorsers (ให้ครีเอเตอร์โปรโมตสินค้า) และ Idea Translators (ให้ครีเอเตอร์ช่วยกระจายไอเดีย) แล้ว แบรนด์ยังสามารถยกระดับความร่วมมือไปอีกขั้นด้วยการเป็น Production Partners (ให้ครีเอเตอร์ร่วมสร้างสรรค์และผลิตคอนเทนต์)

💡 Shifu แนะนำ

ในประเทศไทยเอง ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับครีเอเตอร์ก็ก้าวไปไกลกว่านั้นแล้ว โดยครีเอเตอร์บางคนไม่ได้เป็นแค่คนโปรโมต แต่ยังพัฒนาไปสู่การเป็น “Product Partners” หรือผู้ร่วมสร้างสินค้ากับแบรนด์ ซึ่งเป็นการยกระดับการทำงานร่วมกันที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทั้งสองฝ่าย

7. Meta เปิดรับ GenAI: นวัตกรรมคืออนาคตของคอนเทนต์

Meta ยืนยันอย่างชัดเจนว่ายินดีต้อนรับคอนเทนต์ที่สร้างโดย GenAI (Generative AI) และมองเห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ โดยถึงกับจัดให้มีรางวัล Innovation & GenAI ในงาน 2025 Reels Impact Awards ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในอนาคตอันใกล้นี้ AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในวงการสร้างคอนเทนต์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

8. 5 หมวดหมู่รางวัล: เข็มทิศสู่การสร้าง Reels ที่ประสบความสำเร็จ

สุดท้ายนี้ หากต้องการให้ Reels ประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่น ลองตั้งเป้าหมายให้คอนเทนต์ของคุณสามารถตอบโจทย์ 5 หมวดหมู่รางวัลหลักของงาน 2025 Reels Impact Awards:

  1. Brand: สร้างการรับรู้และตอกย้ำคุณค่าของแบรนด์
  2. Performance: ขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้
  3. Creator & Craft: โดดเด่นด้วยความคิดสร้างสรรค์และคุณภาพการผลิต
  4. Innovation & GenAI: นำเสนอความแปลกใหม่หรือใช้นวัตกรรมอย่างชาญฉลาด
  5. Community: สร้างการมีส่วนร่วมและส่งเสริมชุมชนผู้ใช้งาน

สรุป: สร้าง Reels ให้ปังด้วยกลยุทธ์ที่รอบด้าน

การสร้าง Reels ให้ประสบความสำเร็จในปี 2025 ไม่ใช่แค่การสร้างคอนเทนต์ให้สวยงามหรือตลกเท่านั้น แต่ต้องเข้าใจและนำสถิติเชิงลึกเหล่านี้มาปรับใช้กับกลยุทธ์ของแบรนด์ด้วย

การทำงานร่วมกับครีเอเตอร์อย่างชาญฉลาด การทำความเข้าใจบริบทของผู้บริโภค และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่าง AI จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์ของคุณโดดเด่นบนแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นแห่งนี้ อย่ารอช้าที่จะนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ แล้วคุณจะเห็นว่า Reels สามารถเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการสร้างการเติบโตของธุรกิจได้อย่างแท้จริง

เนื้อหาสรุปจากงาน 2025 Reels Impact Awards Press Meet & Greet ที่ Meta Office at Singapore

รายชื่อ Speakers 🗣️

  • Anni Tankhiwale, Director, Head of Agency Southeast Asia, Meta
  • Sandhya Devanathan, VP SEA & India, Meta
  • Cheryl Goh, Founding CMO, Grab Holding
  • Chloe Neo, CEO OMD Singapore
  • Baptiste Lejeune, Agency Partner, Meta

Share on

Bank Sitthinunt

Writer

Bank Sitthinunt

เจ้าของเว็บไซต์ Content Shifu นอกจากเรื่อง Inbound Marketing, Digital Marketing และ MarTech แล้ว ยังสนใจเรื่อง Entrepreneurship, Productivity, Self-Development และ Talent Development รวมถึงเป็นแฟนตัวยงของทีม Manchester United อีกด้วย

More From Me