Blog

‘World ID’ คืออะไร? เทคโนโลยีสแกนม่านตากับข้อสงสัยเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

• 5 กันยายน 2025

'World ID' คืออะไร? เทคโนโลยีสแกนม่านตากับข้อสงสัยเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

Share on

Share on

วันนี้ Content Shifu จะชวนมาพูดคุยกันถึงหนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าจับตามองอย่าง “World”  ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการนิยาม “ความเป็นมนุษย์” ในยุคที่ AI และ Bot มีอิทธิพลอย่างมหาศาล

World​ ID ซึ่งคือระบบพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ที่เป็นหัวใจของโปรเจกต์ World มีที่มาอย่างไร มีเทคโนโลยีอะไรอยู่เบื้องหลังในการรับมือกับความฉลาดของ AI Bot ที่นับวันยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญคือ ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวที่น่ากังวลนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ บทความนี้เราไปทำความเข้าใจเบื้องหลังเทคโนโลยีนี้ให้มากขึ้นกันค่ะ

World ID คืออะไร?

World ID คือระบบดิจิทัลของโปรเจกต์ World ที่เป็นการใช้เทคโนโลยีสแกนม่านตา เปลี่ยนเป็น Identified ID เพื่อยืนยันว่าบุคคลนั้นเป็นมนุษย์จริงๆ บนโลกออนไลน์ และเพื่อแยกแยะคนที่ถูก Verified ว่าเป็นมนุษย์แล้วออกจาก Bot หรือ AI ได้โดยกระบวนการยืนยันตัวตนนี้ เริ่มต้นด้วยการดำเนินการผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า “Orb”

ที่มาของ World ID และทำไมอาจเป็นเทคโนโลยีสำคัญในอนาคต?

ในยุคดิจิทัลที่โลกออนไลน์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว สิ่งหนึ่งที่น่ากังวลและกลายเป็นคำถามสำคัญคือ “คุณเป็นมนุษย์จริงๆ หรือเปล่า?” ซึ่งอาจฟังดูตลกหากเราคุยกันซึ่งหน้า แต่ในโลกออนไลน์ที่เราไม่เห็นตัวตนของกันและกัน คำถามนี้กลับสำคัญที่สุด

ข้อมูลน่าตกใจที่ World ได้เผยออกมาคือในปี 2024 ที่ผ่านมา ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตกว่า 50% ถูกขับเคลื่อนโดย AI และ Bot ลองจินตนาการดูว่า ถ้าตัวเลขนี้เพิ่มไปถึง 90% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า โลกออนไลน์ของเราจะเป็นอย่างไร? โอเคมันอาจจะตื่นเต้นเหมือนหนังไซไฟดีแหละ แต่ขณะเดียวกันก็แอบน่ากลัวนะคะ เพราะแม้แต่ทุกวันนี้เราก็เห็นข่าวการใช้ AI ในทางที่ผิดเต็มไปหมด เช่น

  • โซเชียลมีเดีย: การใช้ AI มาหลอกเงิน หรือหลอกให้คนหลงรัก ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างความเสียหายทางจิตใจและทรัพย์สินอย่างมาก
  • เกมออนไลน์: ผู้เล่นหลายคนเริ่มไม่มั่นใจว่าเพื่อนร่วมทีมหรือคู่แข่งเป็นมนุษย์จริงๆ หรือเป็นบอท AI ที่เข้ามาโกงในเกม
  • การซื้อขายตั๋วคอนเสิร์ต: บอท AI สามารถกว้านซื้อตั๋วคอนเสิร์ตหรืองานอีเวนต์ไปได้ในเสี้ยววินาทีแรก ทำให้มนุษย์จริงๆ ต้องไปซื้อในตลาดมือสองที่โดนปั่นราคาจนสูงลิ่ว
  • ระดับชาติ: AI และบอทสามารถปั่นผลโหวต หรือสร้างกระแสความเห็นปลอมในประเด็นสำคัญต่างๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสังคมและประชาธิปไตยได้

วิธีที่เราใช้ป้องกันบอทอยู่ตอนนี้ก็จะเป็นการใช้ CAPTCHA เพื่อยืนยันตัวตนว่าเราไม่ใช่บอท แต่ลองคิดว่าถ้า AI ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ อย่างนี้ แม้แต่ ChatGPT ก็สามารถแก้ CAPTCHA ได้ง่ายๆ ทำให้ CAPTCHA ก็ต้องยากขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายมนุษย์อาจจะแก้ไม่ได้อีกต่อไป (แต่ AI ยังแก้ได้อยู่)

Captcha World ID ระบบยืนยันความเป็นมนุษย์ในยุค AI ผ่านการสแกนม่านตา ใช้จริงบน Pantip, Eventpop และ Whoscall

เมื่อ CAPTCHA ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว เราจึงจำเป็นต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า “Proof of Human” หรือการยืนยันความเป็นมนุษย์ของเราขึ้นมา ซึ่งก็คือโปรเจกต์ “World” นี่แหละค่ะ

โปรเจกต์ World คืออะไร?

World ก่อตั้งขึ้นโดยมี Sam Altman CEO จาก OpenAI เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถป้องกันตัวเองจากการฉ้อโกงทางดิจิทัล และสามารถแยกแยะระหว่างมนุษย์จริงกับบอทหรือปัญญาประดิษฐ์ในโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย

World เขาบอกว่าเขาต้องการสร้างระบบยืนยันความเป็นมนุษย์ที่จะช่วยให้มนุษย์และ AI สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

Orb, Iris Code, World ID ระบบยืนยันความเป็นมนุษย์ในยุค AI ผ่านการสแกนม่านตา และเทคโนโลยี Zero-Knowledge ใช้จริงบน Pantip, Eventpop และ Whoscall
ขอบคุณรูปภาพจาก World

Orb และ Iris Code หัวใจของเทคโนโลยี “Proof of Human” จาก World

หัวใจของการยืนยันความเป็นมนุษย์ของ World คืออุปกรณ์ที่ชื่อว่า Orb ซึ่ง Orb มีหน้าที่ยืนยันความเป็นมนุษย์ด้วยการสแกนม่านตาของผู้ใช้งาน หลังจากสแกนแล้ว Orb จะเปลี่ยนภาพม่านตาให้เป็นรหัสตัวเลขที่เรียกว่า “Iris Code” ซึ่งมีความยาวมากกว่า 10,000 หลัก ทำให้รหัสนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลอย่างมาก

หลักการทำงานและความปลอดภัยด้านข้อมูลของ World ID

ในการจะสร้าง World ID ของเราเอง มีขั้นตอนหลักๆ คือการดาวน์โหลดแอปฯ ของ World และไปที่จุดสแกน Orb ที่ใกล้ที่สุดเพื่อลงทะเบียนเอกลักษณ์ม่านตาดังนี้ค่ะ

เพื่อสร้าง World ID ของคุณเอง คุณต้องทำตามขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: เริ่มต้นด้วยการดาวน์โหลดและติดตั้งแอป Worldcoin แล้วปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อสร้างบัญชี Worldcoin

ขั้นตอนที่ 2: ค้นหา Orb ในแอป Worldcoin โดยใช้ฟีเจอร์แผนที่เพื่อค้นหาตำแหน่งของ Orb ที่ใกล้ที่สุด พอไปถึงจุดที่มี Orb แล้ว ก็ให้เจ้าหน้าที่ (Orb Operator) ช่วยแนะนำวิธีการลงทะเบียนม่านตาให้ได้ โดยเขาจะให้เรามองเข้าไปใน Orb แล้วมันก็จะถ่ายภาพลายม่านตาของเราไปสร้างรหัสข้อมูลม่านตา (Iris Code) ที่เป็นชุดตัวเลขเฉพาะตัวแล้วใช้เทคโนโลยีความเป็นส่วนตัวขั้นสูง (Zero-knowledge proof) เพื่อตรวจสอบอีกทีว่ารหัสนี้ไม่เคยถูกใช้งานมาก่อน

ขั้นตอนที่ 3: เมื่อการสแกนเสร็จสิ้นและได้รับการยืนยัน เราก็จะได้รับ World ID ที่เปรียบเสมือนพาสปอร์ตดิจิทัล เพื่อยืนยันว่า “ฉันคือมนุษย์จริงๆ นะ” และนำไปใช้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ได้ทันที

ในงาน KBTG Techtopia 2025 ที่ผ่านมา ทาง World ย้ำให้เราฟังอีกครั้งว่ากระบวนการสแกนม่านตาด้วย Orb ใช้เพื่อยืนยันตัวตนว่าเราเป็นมนุษย์จริงเท่านั้น แต่ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ หรือที่อยู่แต่อย่างใด

  • Orb จะลบภาพม่านตาทิ้งทันที หลังจากเปลี่ยนเป็น Iris Code แล้ว
  • World ไม่มีนโยบายรวบรวมหรือจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ เช่น ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, เลขบัตรประชาชน, หมายเลขโทรศัพท์, ข้อมูลบัตรเครดิต หรือรหัส OTP เราไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้เพื่อยืนยันความเป็นมนุษย์กับ World
  • World ไม่มีการซื้อ เก็บ หรือขายข้อมูลชีวเมตริกระหว่างการยืนยันความเป็นมนุษย์ ข้อมูลที่เก็บมีเพียงเพื่อยืนยันว่าคุณคือมนุษย์จริงเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัวใดๆ
  • Iris Code เป็นรหัสตัวเลขที่ไม่สามารถย้อนกลับไปเป็นภาพต้นฉบับได้ นั่นหมายความว่า ถึงจะมีคนได้ Iris Code ของเราไป ก็ไม่สามารถนำไปสร้างภาพม่านตาต้นฉบับของเรากลับมาได้
  • ข้อมูล Iris Code ที่ได้นี้จะถูกส่งเข้าไปในอุปกรณ์ของผู้ใช้งานเท่านั้น ไม่มีการเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ส่วนกลางของ World
  • World ยังใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า AMPC (Anonymized Multiparty Computation) เพื่อนำ Iris Code มาแบ่งเป็นหลายๆ ส่วน แล้วกระจายเก็บไว้ทั่วโลก นั่นหมายความว่าถ้ามีใครพยายามแฮก World พวกเขาจะไม่ได้รับ Iris Code ตัวนี้ไปเลยแม้แต่น้อย เพราะข้อมูลถูกแยกและกระจายอยู่คนละที่

หลักการทำงานเหล่านี้พัฒนาโดยเทคโนโลยี “Zero Knowledge” เพื่อยืนยันว่า World ID คือ “Digital Proof of Human” ที่ยืนยันได้ทั้ง Unique (คนหนึ่งคนยืนยันได้แค่หนึ่ง World ID) และ Human (แยกแยะมนุษย์กับบอท) โดย ไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ

แพลตฟอร์มที่เริ่มใช้ World ID ระบุความเป็นมนุษย์ของผู้ใช้แล้ว

World ID ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยปัจจุบันมีแพลตฟอร์มชั้นนำทั้งในระดับโลกและในประเทศไทยที่เชื่อมต่อและ integrate World ID เข้าไปใช้งานแล้วจริงๆ ด้วย

Tinder, World ID ระบบยืนยันความเป็นมนุษย์ในยุค AI ผ่านการสแกนม่านตา และเทคโนโลยี Zero-Knowledge ใช้จริงบน Pantip, Eventpop และ Whoscall
ขอบคุณรูปภาพจาก World
  • Match Group (เจ้าของ Tinder): ใช้ World ID เพื่อช่วยคัดแยก AI กับมนุษย์บนแพลตฟอร์ม เพื่อป้องกันการหลอกลวง
  • Razer: แพลตฟอร์มเกมมิ่งระดับโลก ใช้ World ID เพื่อช่วยแยกผู้เล่นที่เป็นมนุษย์จริงๆ กับผู้เล่นที่เป็น AI หรือบอท ทำให้การเล่นเกมโปร่งใสมากขึ้น
  • Pantip.com: Username ของผู้ใช้ Pantip ที่มีการลงทะเบียน World ID จะมี Batch ที่บ่งบอกว่าเป็นมนุษย์จริงๆ ทำให้เรามั่นใจได้ว่าคนเขียนกระทู้นั้นเป็นคนจริง นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างกระทู้แบบ “Human Only” คือเฉพาะมนุษย์ที่ยืนยันตัวตนแล้วเท่านั้น ถึงจะเข้าเขียนหรือตอบกระทู้ได้
  • Whoscall: เมื่อเชื่อมต่อกับ World ID แล้ว Whoscall จะมีป้าย “Verified Human” แสดงขึ้นมาใต้เบอร์ของเรา เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้คนปลายสายมั่นใจในการรับสายเรามากขึ้น
  • Eventpop: ถ้าใครเคยเจอปัญหาแบบเดียวกันที่ บอท AI เข้ามาแทรกซึมและกว้านซื้อตั๋วคอนเสิร์ตที่มีความต้องการสูงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้คนจริงๆ ไม่สามารถซื้อได้ทัน World ID จะทำให้กระบวนการซื้อขายตั๋วโปร่งใสมากขึ้น โดยมนุษย์ที่ยืนยันความเป็นมนุษย์แล้วจะสามารถซื้อตั๋วได้ก่อนคนอื่นๆ
  • Ragnarok (Zentry): World ID จะช่วยให้เวลาเราเล่นเกม Ragnarok จะมั่นใจได้เลยว่าผู้เล่นที่อยู่ด้วยคือมนุษย์จริงๆ เพื่อขจัดการใช้บอทโกงในการเล่นเกม ทำให้การแข่งขันกลับมาสนุกและยุติธรรมมากขึ้น (ซึ่งเคสนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อสิ้นเดือนสิงหาคม 2025 นี่เอง)
Ragnorok, World ID ระบบยืนยันความเป็นมนุษย์ในยุค AI ผ่านการสแกนม่านตา และเทคโนโลยี Zero-Knowledge ใช้จริงบน Pantip, Eventpop และ Whoscall
ขอบคุณรูปภาพจาก Ragnarok Landverse

“World App” Super App ของมนุษย์ที่แท้จริง

World ไม่ได้หยุดอยู่แค่การยืนยันตัวตนเท่านั้น แต่ยังได้สร้างระบบนิเวศ (World Ecosystem) ที่ครอบคลุมและหลากหลาย โดยทุกสิ่งทุกอย่างของ World จะอยู่ในแอปพลิเคชันที่เรียกว่า World App

โดยเฉพาะที่น่าสนใจคือ World App เป็นเหมือน Super App คล้ายๆ Play Store หรือ Apple Store ของเรานี่แหละ ที่จะมี Mini Apps อยู่ข้างในกว่า 400 Apps เช่น

  • World Chat: แอปพลิเคชันที่ให้เราพิมพ์คุยกับผู้ใช้งานคนอื่น และมั่นใจได้ว่าคนที่คุยอยู่ด้วยนั้นคือมนุษย์จริงๆ
  • แอป Poll: สำหรับทำแบบสอบถาม ซึ่งเราสามารถมั่นใจได้ว่าคนกรอกแบบสอบถามของเราเป็นมนุษย์จริงๆ ไม่ใช่บอทหรือ AI
  • World Game: เกมที่อยู่บน World App ให้เราเล่นกับมนุษย์จริงๆ เท่านั้น
  • Worldcoin: Token ของ World ที่สามารถนำมาใช้ใน Ecosystem ของ World ได้ทั้งหมด โดย World ยืนยันว่าก่อนหน้านี้ที่จัดแคมเปญให้คนมาลงทะเบียนสแกนม่านตากับ Orb นั้นไม่ได้มีการแจกเงินสดโดยตรง แต่ผู้ที่ผ่านการยืนยันมีสิทธิ์รับโทเคน Worldcoin ซึ่งสามารถแปลงเป็นเงินบาทได้เฉพาะผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

ความคืบหน้าและการเติบโตของ World ID ในไทย (2025)

นับตั้งแต่เปิดตัว ปัจจุบัน World มีผู้ใช้งานทั่วโลกแล้วมากกว่า 33 ล้านคน มีคนยืนยันความเป็นมนุษย์แล้วมากกว่า 15 ล้านคนและให้บริการในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, สิงคโปร์, ญี่ปุ่น, เกาหลี หรือแม้แต่ไต้หวัน

เทคโนโลยีของ World ได้รับการกล่าวถึงจากสำนักข่าวชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง เช่น New York Times, Wall Street Journal หรือ Time Magazine ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความน่าเชื่อถือและการยอมรับในระดับสากล

ส่วนในประเทศไทย World ได้เปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2025 และได้รับการตอบรับค่อนข้างดี มีการเติบโตมากกว่า 10 เท่า ในเกือบทุกๆ เดือน

ในกลุ่มแอปพลิเคชันด้านการเงิน World App เป็นแอปที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และเป็นอันดับ 2 ของแอปโดยรวม รองจาก ChatGPT

World ID ในประเทศ (Thai) ระบบยืนยันความเป็นมนุษย์ในยุค AI ผ่านการสแกนม่านตา และเทคโนโลยี Zero-Knowledge ใช้จริงบน Pantip, Eventpop และ Whoscall

ปัจจุบันมีการจัดตั้ง Orb ในประเทศไทยใน 4 รูปแบบการให้บริการ เช่น จุดบริการชั่วคราวอย่างที่ CentralWorld หรือ Banana Impact ทำให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นค่ะ

สรุป

ในยุคที่เรากำลังก้าวเข้าสู่โลกที่ AI และบอทมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาการหลอกลวงบนอินเทอร์เน็ต ทำให้ความน่าเชื่อถือและความยุติธรรมในโลกออนไลน์ลดลง. แม้แต่เทคโนโลยี CAPTCHA ที่เราใช้กันอยู่ก็กำลังจะถูก AI แก้ไขได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ จนมนุษย์อาจแก้ไขไม่ได้ด้วยซ้ำในอีกไม่ช้า

World จึงถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้าง “Proof of Human” หรือระบบยืนยันความเป็นมนุษย์ โดยมีจุดมุ่งหมายหลักเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถป้องกันตนเองจากการฉ้อโกงทางดิจิทัล และแยกแยะระหว่างมนุษย์จริงกับบอทหรือปัญญาประดิษฐ์ในโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี Zero Knowledge นี่คือสิ่งที่ World พยายามย้ำและต้องการให้ทุกคนทำความเข้าใจอย่างชัดเจนในประเด็นเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล

World ID ไม่ใช่เพียงแนวคิดในอนาคต แต่กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างแท้จริง 

Share on

Chama

Writer

Chama

ชมา Content Creator จาก Content Shifu - ชอบสังเกตกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และ Customer Experience ส่วนตัวสนใจเรื่อง Productivity ของคนทำงาน และกำลังเรียนรู้เกี่ยวกับ ESG เวลาว่างมักใช้เวลาบน Netflix กับเรียลลิตี้และสารคดีอาชญากร

More From Me