เขียนบทความ SEO , ตัวอย่างการเขียนบทความ

4 เทคนิคเขียนบทความ SEO ที่ต้องรู้! ตัวอย่างการเขียนบทความให้กลายเป็นตำนานบน Google

Act

เราดีใจที่ได้เห็นนักเขียนดีๆ จดจ่อกับงานเขียน แต่น่าเสียดาย…ที่หลายคน ไม่ค่อยได้นึกถึงการทำ SEO (Search Engine Optimization) เพราะมันดูเหมือนเป็นเรื่องการตลาด แต่ถ้าเป็นนักเขียน Content หรือนักเขียนบทความ ที่ชิ้นงานต้องขึ้นบนเว็บไซต์ออนไลน์ เพียงแค่ “อ่านดี” คงไม่พอ ต้องทั้ง “อ่านดี และหาเจอได้ง่าย” ด้วย

SEO คืออะไร เกี่ยวข้องอะไรกับนักเขียนอย่างเรา

SEO ย่อมาจาก Search Engine Optimization หมายถึง การทำให้ Content เซิร์จเจอได้ง่ายผ่าน Search engine อย่าง Google (รวมถึงเจ้าอื่นๆ ด้วย แต่ขอเน้นพูดถึง Google เป็นหลัก) พูดง่ายๆ ก็คือการทำให้ติดอันดับดีๆ ซึ่งถ้าหาเจอได้ง่าย ก็เหมือนได้รับยอดผู้ชม (Traffic) มาฟรีๆ โดยที่เราไม่ต้องเสียเงินโปรโมทอะไรมาก

Content ที่มี SEO ที่ดี ต้องเริ่มจากนักเขียนเป็นคนช่วยทำ มองว่าเป็นเรื่องของนักการตลาดอย่างเดียวไม่ได้ ดังนั้น SEO คือหนึ่งในสิ่งที่คุณต้องเรียนรู้ ถ้าคุณอยากเป็นนักเขียนมืออาชีพ ที่จะทำงานเขียนโลดแล่นบนออนไลน์ ลองคิดดูว่าถ้างานที่เขียน สามารถติดอันดับ Google เซิร์จเจอแล้วเจออีก มันคงน่าภูมิใจสุดๆ ว่าไหม (ใช้คำว่าตำนานนี่เว่อร์ไปนิดเนอะ ฮ่าๆ)

บทความนี้จะเน้นเรื่อง On-page SEO (การทำ SEO บนเว็บไซต์ตัวเอง) เป็นหลัก ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Off-page SEO (การทำ SEO จากนอกเว็บไซต์ตัวเอง) ไปอ่านต่อได้ที่อีกบทความของพวกเรา ศาสตร์ และศิลป์แห่ง Off-page SEO วิธีการสร้าง Backlink แบบง่ายๆ พร้อมตัวอย่าง

Shifu แนะนำ
สำหรับบทความนี้ เราเลือกโฟกัสที่ปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับทีมนักเขียน แต่ On-page SEO เอง ก็ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกอื่นๆ นอกเหนือจากชิ้นงาน เช่น ความเร็วในการโหลดเว็บ, ระดับความ Mobile friendly เป็นต้น ซึ่งเนื้อหาเชิงเทคนิคเหล่านี้ ก็ Content Shifu ของเราก็มีนำเสนอเช่นเดียวกัน ติดตามได้ในเว็บไซต์ของเราค่ะ

เอาล่ะ แล้วนักเขียนอย่างเรา ควรทำอะไรบ้าง เพื่อช่วยให้งานเขียน มี SEO ที่ดี
อรขอสรุปออกมาเป็น 4 เช็คลิสต์ ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

1. ทุกๆ บทความที่เขียน ต้องมี Keyword

Keyword คือ คำสำคัญ หรือ วลีสำคัญ ที่เราอยากให้คนเจอเรา เวลาเซิร์จด้วยวลีนี้
เมื่อก่อนเวลาจะเขียน ขอแค่คิดชื่อเรื่อง โครงเรื่อง และเล่าเรื่องไปตามนั้น ก็จบแล้ว แต่พอมาเขียนออนไลน์ปุ๊บ ก็ต่างกัน เพราะต้องคิดเผื่อว่า ไอ้สิ่งที่เรากำลังเขียนอยู่นี่ คนแบบไหนเขาถึงจะมาเซิร์จเจอ แล้วเขาจะเซิร์จเจอด้วยคำว่าอะไร

ยกตัวอย่างมุมมองการเลือกคีย์เวิร์ด

  • เขียนในสิ่งที่อยากนำเสนอ

ส่วนใหญ่แล้วก็ง่ายๆ ค่ะ เขียนเกี่ยวกับอะไร ก็ไอ้นั่นแหละคีย์เวิร์ด เช่น เราเคยเขียนเล่าถึง Startup แพลตฟอร์มนิยายออนไลน์ ชื่อ Fictionlog คีย์เวิร์ดของเราก็คือเจ้าชื่อ Fictionlog นั่นแหละ หรือถ้าเป็นวลี สำหรับเราก็คือวลีว่า “โมเดล Fictionlog” เป็นวลีหลัก เพราะเรากำลังเขียนบทความอธิบายเรื่องนี้อยู่ ส่วนวลีรองคือ “Fictionlog คืออะไร”

ประเด็นคือ…เป็นเพราะว่าเราเขียนในฐานะสื่อด้าน Startup เราก็เลยอยากให้คนเซิร์จชื่อ Startup แล้วเจอชื่อของสื่อเราด้วย นั่นคือเหตุผลที่เราเลือกคีย์เวิร์ดที่มีคำว่า Fictionlog ข้างในไปเลย : )

  • คิดในมุมผู้ใช้ คนที่สนใจบทความนี้ น่าจะสนใจอะไร

ถ้าหากเราต้องเขียนบทความในฐานะเว็บ Fictionlog เอง เพื่อเป็นการโปรโมทให้คนมาใช้งาน เราจะมีแต่บทความที่มีคีย์เวิร์ดเป็นชื่อของตัวเองไม่ได้ ทีนี้คีย์เวิร์ดที่เราควรใช้ก็จะเป็นจำพวก “อ่านนิยายออนไลน์”, “อยากเป็นนักเขียนนิยาย” เป็นต้น เพราะเราอยากให้คนที่เซิร์จด้วยวลีเหล่านี้เจอเรา : )

  • ศึกษาค้นคว้าคีย์เวิร์ด (Advanced ขึ้นอีกนิด)

ตัวอย่าง “อ่านนิยายออนไลน์”, “อยากเป็นนักเขียนนิยาย” เป็นตัวอย่างที่นึกขึ้นมาเอง แต่ถ้าอยากวิเคราะห์จริงจัง ก็สามารถทำ Keyword research อย่างเช่น ใช้โปรแกรม Google Keyword Planner ลองทดสอบวลีที่จะใช้ได้ โดยมันจะช่วยบอก Volume ปริมาณการเซิร์จของคีย์เวิร์ด รวมถึงปริมาณการแข่งขันของคีย์เวิร์ดนั้นๆ อีกด้วย (ซึ่งเหมาะสำหรับดูเพื่อการลงโฆษณา) แต่อีกประโยชน์คือ มันเอาไว้ใช้ช่วยหาวลีที่ใกล้เคียงกันได้

เครื่องมือทำ SEO ศึกษาคำว่านักเขียน เขียนบทความ

Shifu แนะนำ
นอกจาก Google Keyword Planner แล้ว อีกโปรแกรมที่อยากแนะนำคือโปรแกรมค้นคว้าคีย์เวิร์ดที่ชื่อ Keysearch คุณสามารถอ่านรีวิวที่ทีมพวกเราเคยเขียนได้ที่บทความรีวิว Keysearch ค่ะ

คำแนะนำที่เราอยากให้คือ “ควรคิดเรื่องคีย์เวิร์ดไว้บ้าง ไม่ใช่ว่าไม่คิดเลย แล้วก็ไม่ใช่ว่าคิดมากซะจนผลงานออกมาไม่ดี (คิดมากเกินไป)” โดยสำหรับวิธีการค้นคว้าคีย์เวิร์ดและเทคนิคการเลือกหัวข้อ มีสอนอยู่ในคอร์ส Becoming A Great Digital Writer: เป็นนักเขียนคอนเทนต์ที่โดนเด่นบนดิจิทัล ของ Content Shifu Academy ด้วยนะคะ

 

2. วางในจุดยุทธศาสตร์ทั้งห้า

Google ให้ความสำคัญกับเนื้อหาแต่ละส่วนไม่เท่ากัน ถ้าอยากบอก Google ว่า นี่เป็นวลีสำคัญนะจ้ะ ก็ให้ใส่เข้าไปในจุดสำคัญทั้งห้า ดังต่อไปนี้

ทำ SEO ใส่ในหัวบทความ

ในทีนี้คีย์เวิร์ดคือคำว่า “Blockchain”

  • Title หรือ ชื่อบทความ
  • URL ชื่อลิงก์ของบทความ (เรียกอีกอย่างว่า Slug)
    ถ้าคีย์เวิร์ดของคุณเป็นภาษาอังกฤษ ก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าเกิดเป็นภาษาไทย คุณอาจจะต้องเลือกระหว่างไม่ใส่มันลงไป กับใช้ไปเลย ซึ่งข้อเสียคือ URL จะไม่สวยและอาจเละได้
  • Description หรือ คำบรรยายบทความ
    ซึ่งโดย default แล้ว จะหมายถึงย่อหน้าแรก แต่เราก็สามารถปรับเปลี่ยน description เองได้เหมือนกัน ถ้าคุณใช้ WordPress ก็สามารถโหลด SEO plugin เช่น Yoast SEO แล้ว Edit แก้ไขได้

ทำ SEO โดยแก้คำบรรยาย

  • Headings หรือ หัวข้อต่างๆ

headings สำหรับทำ seo ในบทความ

  • ชื่อภาพ และ Alt Text ของภาพ
    หลายๆ คนอาจไม่ทราบว่า ชื่อของรูปภาพก็ส่งผลต่อ SEO ด้วย ก่อนอัปโหลดควรตั้งชื่อให้มีคีย์เวิร์ด และเมื่ออัปโหลดเข้าไปแล้ว ให้คลิกแก้ไขรูปภาพ และใส่คีย์เวิร์ดใน Alternative Text ด้วย (ปกติแล้ว Alt Text มีไว้สำหรับเวลาที่ภาพโหลดไม่ขึ้น ก็จะโชว์เพื่อบอกว่ารูปภาพนี้เกี่ยวข้องกับอะไร)

edit-image-detail copy

ถ้าถามเรา เราว่าจุดที่ท้าทายที่สุดคือ Headings
ถ้าเป็นนักเขียนนิยาย หรือเขียนเรียงความ ก็อาจจะชินกับการเขียนเป็น Paragraph ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมีหัวข้อแทรกเรื่อยๆ แต่ถ้าเปลี่ยนมาเขียนบทความ Headings สำคัญมาก ไม่เฉพาะกับ SEO แต่ยังสำคัญต่อการช่วยให้อ่านง่ายด้วย
เคสเทคโนโลยี Blockchain ที่เราเขียนยังไม่ยากมาก สามารถเขียนว่า “Blockchain คืออะไร”, “การทำงานของ Blockchain” ลงไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่มันจะมีบางเคสเหมือนกันที่การเขียนให้เป็นธรรมชาติค่อนข้างท้าทาย

สมมติว่านายปิติเป็นคนขายผลไม้ ผลไม้ที่เขาขายมีตั้งแต่ แอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย ส้ม เขาอยากจ้างคุณเขียนบทความซึ่งมีไอเดียว่า “4 ผลไม้ ลดความอ้วน” โดยเนื้อหาก็จะเป็นการพูดถึงทั้งสี่ผลไม้ที่เขาขาย แทนที่แต่ละหัวข้อจะเป็น 1. แอปเปิ้ล 2. มะละกอ 3. กล้วย 4. ส้ม เขาก็ต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไปอีกนิด อาจจะเขียนว่า

1. ลดความอ้วน ด้วยแอปเปิ้ล
2. มะละกอ ช่วยขับถ่าย ลดความอ้วน
3. กล้วยหอม อิ่มท้อง ไม่ต้องอด
4. ลดน้ำหนัก แถมหวานฉ่ำ ต้องทานส้ม

เป็นต้น ค่ะ ถ้าใส่คีย์เวิร์ดได้ก็ใส่ ถ้าเยอะไปก็เปลี่ยนบ้าง ใส่พวก Synonym หรือคำที่มีความหมายใกล้เคียงเข้าไปแทน จะเห็นได้ว่า การมีโฟกัสคีย์เวิร์ดชัดเจน อย่างเรื่องผลไม้ลดความอ้วน ก็ช่วยให้คุณรู้ว่าควรจะเขียนอะไร ไม่โนไอเดีย แต่ถ้านายปิติยังไม่ชอบ ก็เปลี่ยนเป็นเขียนโฟกัสให้มากขึ้นแทนก็ได้ แทนที่จะเขียนถึงผลไม้สี่อย่าง ก็แยกบทความต่างหากก็ได้ เอาให้คนรู้กันไปเลยว่ากล้วยของนายปิติมันเจ๋งขนาดไหน! (อย่าคิดลึก : P)

Shifu แนะนำ
เคยมีคนถามเข้ามาหลังไมค์ว่า ทำไมเห็นหลายเว็บ โดยเฉพาะเว็บข่าว ก็มีอันดับบน Google ที่ดี โดยที่ไม่ได้ใส่ Keyword ใน URL เลย

คำตอบคือ เว็บข่าวไม่ตั้งชื่อ เพราะ 1. ความง่ายและเร็วในการบริหารจัดการ 2. เว็บข่าวทำงานอยู่บนพื้นฐานว่า ‘เก่าไปใหม่มา’ แทนที่จะเสียเวลาทำ SEO ของเก่า เอาเวลาไปทำของใหม่ดีกว่า แต่หากเราไม่ใช่เว็บข่าว การเขียนโดยใส่คีย์เวิร์ดลงในชื่อบทความหรือ URL เป็นข้อปฏิบัติที่เราควรสามารถทำได้ เพราะบทความที่ดีควรมีประเด็นที่จะสื่อสารชัดเจน และคีย์เวิร์ดเราก็ควรใช้สื่อสารประเด็นนั้นๆ ได้

ยังไงก็ตาม URL เป็นหนึ่งในร้อยๆ พันๆ ปัจจัย การใส่หรือไม่ใส่ อาจไม่ได้ให้ผลลัพธ์พุ่งกระโดดก็ได้ นั่นทำให้เว็บข่าว (ซึ่งมักมี Authority สูง) ยังสามารถมี SEO ที่ดีในตัวเองได้เหมือนกัน > หากสนใจข้อมูลปัจจัย SEO เพิ่มเติม ข้อแนะนำคอร์ส SEO คอร์สนี้ค่ะ

3. กระจายตัวอย่างเป็นธรรมชาติ ในบทความ

แน่นอนว่าคีย์เวิร์ดไม่ใช่ใส่ลงไปในจุดยุทธศาสตร์ทั้งห้าอย่างเดียว แต่ควรมีเขียนถึงในเนื้อบทความบ้าง เราใช้คำว่าบ้าง แปลว่า ไม่ควรใส่มากเกินไปเช่นกัน เพราะ Google จะมองว่าเราพยายามใส่มากเกินไป  คำแนะนำส่วนใหญ่บอกว่า Keyword density ไม่ควรเกิน 2.5% ซึ่ง Keyword density หมายถึงสัดส่วนของคีย์เวิร์ดเมื่อเทียบกับปริมาณ Text ทั้งหมดในบทความ คำแนะนำคือ ถ้าเป็นไปได้ เราควรใส่คีย์เวิร์ดในประโยคแรกของบทความ จากนั้นคือให้กระจายหลวมๆ ทั่วทั้งบทความ

ใน WordPress วิธีดู Keyword density ก็สามารถใช้ SEO plugin อย่าง Yoast SEO ตรวจสอบได้เช่นกัน

คำแนะนำเรื่องการปรับปรุง SEO ในบทความ

ผลลัพธ์ที่ Yoast พูดถึงบทความ Inbound Marketing การตลาดแบบจอมยุทธ์
สีส้มๆ คือเขาเตือนว่าเราลืมเอา stop word (คำฟุ่มเฟือย) ตรง Url ออก เช่น introduction-to-inbound-marketing ควรเปลี่ยนเป็น inbound-marketing-introduction ไม่ต้องมี to

4. เขียนบทความคุณภาพ คือการทำ SEO ที่ดีที่สุด

Search Engine ระดับโลกย่อมต้องการให้ผลลัพธ์การค้นหาของตนถูกใจผู้ใช้ผู้อ่าน นั่นหมายความว่าระบบจะต้องอยากนำเสนอคอนเทนต์ที่เขาคิดว่ามีคุณภาพ

แล้ว Google รู้ได้ยังไง ว่าบทความไหนมีคุณภาพ? มีปัจจัยที่มองได้หลายปัจจัยมาก แต่ขอยกตัวอย่างมา 3 อย่าง เช่น

  • ความยาวของบทความ
    บทความที่ยาว มีแนวโน้มจะเป็นบทความที่มีคุณภาพ บ่งบอกว่า “พี่ไม่ได้มาเล่นๆ” คำแนะนำขั้นต่ำคืออย่างน้อย 300 คำ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านบอกว่าถ้าเป็นไปได้ซัก 500 คำเลย กำลังแจ๋ว (บทความนี้จัดไป 505 คำ เหนื่อยเหมือนกัน +_+)
  • บทความสดใหม่ (Original Content)
    คำว่าสดใหม่มีสองนัย คือ เขียนขึ้นเอง ไม่ซ้ำใคร กับอีกนัยนึงคือ เขียนก่อนใคร
  • ยอด Engagement บน Social Media
    โดยเฉพาะถ้าบทความของคุณได้รับการแชร์เยอะๆ ก็จะมีผลต่อ SEO สูงมาก

สรุป

นักเขียนออนไลน์ต้องเขียนให้คนชอบและแชร์เป็นสำคัญ แล้วต้องคำนึงเรื่องเขียนให้ Google ชอบด้วย
เราพบว่า เขียนก่อนใคร + คนอ่านแล้วแชร์ เป็นสองปัจจัยที่สำคัญที่สุด! จริงอยู่ว่า มันยากมากที่จะบังเอิญได้เขียนเรื่องอะไรเป็นคนแรก แต่มันเป็นไปได้ ที่จะเขียนเรื่องอะไรเป็นคนแรกๆ และเขียนได้ดีพอที่คนจะยอมกดแชร์ให้เราบ้าง Google จะมองว่า โห นี่เป็นบทความแรกๆ ในหัวข้อนี้เลยนะเนี่ย ที่ได้รับความสนใจ แล้วเขาก็จะจัดอันดับให้เราดี หากผสมผสานกับการเลือกคีย์เวิร์ดให้ดี และการวางดีๆ ด้วย บทความของคุณจะได้รับการจัดอันดับดีกว่าไม่ทำอะไรเลยอย่างแน่นอน

ตาคุณแล้ว

คุณแก้ชื่อรูปภาพ แก้ Alt text หรือยัง? คุณเคยเขียนบทความยาวบ้างแล้วหรือยัง? อ่านบทความนี้จบแล้ว อยากให้ลองเขียนบทความซักชิ้นของตัวเอง แล้วนำ 4 ข้อที่เล่ามา ไปปรับใช้ดูนะคะ

ถ้าคุณสนใจอยากเรียนรู้เพิ่มเติม ลองดูคอร์สเรียนที่เจาะลึกการเขียนคอนเทนต์บน Digital Platform ได้ที่ คอร์ส Digital Content Writing หรือถ้าสนใจเจาะลึกเรื่อง SEO แบบครบทุกประเด็น ทางเราขอแนะนำคอร์สเรียน SEO ให้ได้ลองศึกษาเพิ่มเติมนะคะ

Orn Smith

Content Director, Content Shifu

อร เป็นผู้ที่ชอบคลุกคลี สร้างสรรค์ และถ่ายทอดเรื่องราวในสายเทคโนโลยี ปัจจุบันเป็น Content Director ที่ Content Shifu และ Magnetolabs มีบทบาทในการดูแลคอนเทนต์ ทั้งบทความ คอร์สเรียน และโปรเจกต์ต่างๆ ของ Content Shifu

More From Me

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

22 Comments

ความเห็น
  1. […] […]

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณค่ะ ข้อความจะถูกแสดงผลเมื่อได้รับการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บไซต์แล้ว
  2. […] Content Shifu เช่น บทความเกี่ยวกับ Facebook Ads หรือเทคนิคการทำ SEO […]

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณค่ะ ข้อความจะถูกแสดงผลเมื่อได้รับการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บไซต์แล้ว
  3. […] Content คุณภาพ ทำ On-page SEO ดีด้วยแล้ว ก็เชื่อได้เลยว่า […]

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณค่ะ ข้อความจะถูกแสดงผลเมื่อได้รับการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บไซต์แล้ว
  4. Avatar
    Commented on November 13, 2017 at 6:09 pm

    ได้ความรู้เพิ่มอีกเรื่อง ขอบคุณจ้า 🙂

  5. Avatar
    Commented on November 1, 2017 at 11:08 am

    สุดยอดค่ะ เนื้อล้วน ๆ ได้ประโยชน์มาก อ่านง่ายด้วย

    • Orn Smith
      Commented on November 4, 2017 at 10:51 pm

      ขอบคุณมากเลยค่ะคุณ Wachansa ^^

  6. Avatar
    Commented on October 3, 2017 at 11:15 am

    ก่อนหน้านี้ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้เลย ขอบคุณมากนะคะ

    • Orn Smith
      Commented on October 5, 2017 at 8:53 am

      ดีใจที่เป็นประโยชน์นะคะ 🙂

  7. Avatar
    Commented on September 12, 2017 at 12:42 am

    ขอบคุณบทความมีประโยชน์นะครับ

    • Orn Smith
      Commented on October 7, 2017 at 10:19 am

      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

    • Orn Smith
      Commented on October 7, 2017 at 10:17 am

      ขอบคุณมากค่ะ หวังว่าจะได้เรียนรู้เพิ่มเติมอีกมากๆ เพื่อผลิตบทความออกมาอีกค่ะ ^^

  8. Avatar
    Commented on August 6, 2017 at 6:10 am

    อ่านแล้วชอบเลย ไม่แปลกใจว่าทำไมติดหน้าแรก seo เยี่ยมๆ

    ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณค่ะ ข้อความจะถูกแสดงผลเมื่อได้รับการตรวจสอบจากผู้ดูแลเว็บไซต์แล้ว
    • Orn Smith
      Commented on August 16, 2017 at 7:26 pm

      ขอบคุณมากค่ะ

  9. Avatar
    Commented on July 16, 2017 at 1:54 pm

    ขอบคุณมากค่ะ ที่แบ่งปันความรู้ดีๆ จะลองเข้าไปปรับใช้ดูนะค่ะ มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ ^__^

    • Orn Smith
      Commented on July 20, 2017 at 11:07 pm

      ยินดีมากค่ะ ^^

  10. Avatar
    Commented on July 14, 2017 at 9:09 am

    .ขอบคุณมากครับ.

    • Orn Smith
      Commented on October 7, 2017 at 10:18 am

      ยินดีมากค่ะ

  11. Avatar
    Commented on June 4, 2017 at 11:01 pm

    ขอบคุณมากค่ะน้องอร มีประโยชน์มากเลยสำหรับคนอย่างพี่ ผู้ซึ่งอยากเขียนอะไรก็เขียน ไม่เคยจะ research keyword หรือคิดถึงเรื่อง seo เท่าไหร่ 🙂

    • Orn Smith
      Commented on June 5, 2017 at 9:54 pm

      อู้หูว เป็นเกียรติของน้องมากค่ะที่ได้พี่โบมาคอมเมนต์ 555
      ฝากไว้เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยแล้วกันค่ะ 🙂
      แต่อรเชื่อว่าบทความคุณภาพยังไงก็สำคัญสุด ขอบคุณพี่โบด้วยค่ะที่เป็นตัวอย่างของคนที่เขียนบทความคุณภาพเสมอๆ ลงในบล็อก

Meetup event สุดพิเศษ เปิดลงทะเบียนถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น