ทำอันดับ seo ให้รูปภาพ

วิธีทำ SEO ให้รูปภาพติดอันดับ Google Image Search

Act

การ ทำ SEO รูปภาพ คือ การทำให้รูปของเว็บไซต์ปรากฏบนหน้า 1 ของ Google หรือใน Google Image Search ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณอย่างมาก

โดยสถิติจาก mdgadvertising.com พบว่า 60% ของลูกค้า จะติดต่อกับร้านค้าที่มีสินค้าปรากฏบนผลการค้นหาของ Google และ 67% จะตัดสินใจซื้อสินค้า ถ้ารูปสินค้าดูสวยงามและน่าเชื่อถือ

สอดคล้องกับประสบการณ์ขายสินค้าออนไลน์ของผมที่พบว่า หากสินค้าไหนมีรูปปรากฏบนหน้า 1 ของ Google สินค้านั้นจะมีปริมาณคนเข้าชมเยอะเป็นพิเศษ นั่นหมายความถึงโอกาสทางธุรกิจที่มากขึ้นด้วย

บทความนี้ ผมจะแชร์ประสบการณ์ วิธีการทำ SEO รูปภาพให้ขึ้นสู่หน้า 1 ของ Google เมื่อคุณอ่านจบ ผมเชื่อว่า คุณจะนำความรู้ที่ได้ไปปรับแต่งรูปภาพของเว็บไซต์คุณ เพื่อเพิ่มโอกาสขึ้นหน้า 1 ของ Google ได้อย่างแน่นอนครับ

ขั้นตอนวิธีทำ SEO รูปภาพ

3 ขั้นตอน ทำ seo รูปภาพ

วิธีทำ SEO รูปภาพ ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนดังนี้

  • Submit Sitemap
  • ปรับแต่งรูปภาพมุ่งหวัง
  • ตรวจสอบรูปภาพใน Google

1. Submit Sitemap

ขั้นตอนแรก คือ การทำให้ Google รู้ว่า เว็บไซต์เรามีรูปภาพอะไรบ้าง เพราะการจะแสดงรูปใน Google Image Search นั้น Google ต้องมีข้อมูลก่อนว่า เว็บไซต์เรามีรูปจำนวนเท่าไหร่ แต่ละรูปเกี่ยวข้องกับอะไร

วิธีการที่ Google จะรู้ข้อมูลดังกล่าวได้นั้น เราจะต้องทำการ Submit Sitemap To Google

Sitemap คือ ไฟล์คอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูลว่า เว็บไซต์เรามี URL อะไรบ้าง เปรียบเหมือนสารบัญที่บอกว่ามีเนื้อหาอะไรบ้างบนเว็บไซต์

ตัวอย่าง Sitemap
ตัวอย่าง Sitemap
cr: www.xml-sitemaps.com

ส่วนการ Submit Sitemap ก็คือการส่ง Sitemap หรือสารบัญที่ว่าไปยัง Google เพื่อให้ Google Bot เข้ามาตรวจสอบเนื้อหาในแต่ละ URL ว่ามีข้อความและรูปภาพอะไรบ้าง

ชนิดของ Sitemap

ชนิดของ Sitemap ในแบบของผม จะมีอยู่ 2 ชนิด คือ Default และ Extension

แบบแรก Default Sitemap คือ Sitemap ที่มีแค่ข้อมูล URL ของเว็บไซต์

Default Sitemap
ตัวอย่าง Default Sitemap
cr: www.xml-sitemaps.com

แบบสอง Extension Sitemap ที่นอกจากมีข้อมูล URL แล้ว ยังมีรายละเอียดเพิ่มด้วยว่า แต่ละ URL มีไฟล์ประเภท Media (รูปภาพ, วีดีโอ) อะไรบ้าง

ตัวอย่าง Extension Image Sitemap
ตัวอย่าง Extension Image Sitemap
cr: www.xml-sitemaps.com

หากเรา Submit Default Sitemap เพียงแบบเดียว ผลที่เกิดขึ้นคือ Google Bot จะต้องพิจารณาเองว่า แต่ละ URL นั้นมีรูปภาพจำนวนเท่าไหร่ แต่ละรูปเกี่ยวข้องกับอะไร

แม้ว่าปัจจุบัน Google Bot จะฉลาดพอที่จะระบุได้ว่า URL นั้น มีรูปภาพอะไรบ้าง แต่สำหรับเว็บไซต์บางลักษณะ ก็อาจเกิดความผิดพลาดในการเก็บข้อมูลรูปภาพขึ้นได้

เว็บไซต์ที่สุ่มเสี่ยงเกิดความผิดพลาดนั้น จะเป็นเว็บไซต์ที่มีขนาดใหญ่ มีปริมาณ URL เยอะ แต่ละ URL มีหลายรูปมาก เช่น เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซซึ่งมีรูปสินค้าในแต่ละเว็บเพจเยอะมาก หรือเป็นเว็บไซต์ Image Portfolio ขนาดใหญ่

เนื่องจากพอมีรูปเยอะ ความยากลำบากในการเก็บข้อมูลก็เพิ่มขึ้นตาม จนอาจส่งผลให้ Google Bot เก็บข้อมูลไม่ครบทุกรูป ทำให้รูปที่ตกหล่นไป ไม่สามารถแสดงผลบน Google Image Search ได้

ดังนั้น หากเรา Submit Extensions Image Sitemap ด้วย ก็จะช่วยให้ Google Bot เก็บข้อมูลรูปภาพง่ายขึ้นเยอะ เพราะรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่า แต่ละ URL มีรูปอะไรบ้าง

Shifu แนะนำ
คำถาม คือ หากเราต้องการให้ Google รู้ว่าเว็บไซต์เรามีรูปอะไรบ้าง ก็ต้องส่งทั้ง Default & Extensions ให้ Google ทั้งคู่ ใช่ไหม

คำตอบ คือ ไม่จำเป็นครับ เพราะอย่างที่เขียนข้างต้น สำหรับเว็บไซต์ขนาดไม่ใหญ่มาก การ Submit Default Sitemap ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้ Google รู้ว่า เว็บไซต์มีรูปภาพอะไร

ดังนั้น ในทางปฏิบัติ ส่วนตัวผมจึง Submit Default Sitemap อย่างเดียวก่อน แล้วตรวจสอบว่ารูปที่เราต้องการ ปรากฏใน Google Image Search หรือไม่ (วิธีตรวจสอบจะอธิบายในหัวข้อต่อไป) ซึ่งจากประสบการณ์ ก็ได้ผลลัพธ์น่าพอใจ

แต่หากไม่พอใจ ค่อย Submit Extension Image Sitemap ตามไปทีหลังครับ

เครื่องมือสร้าง Sitemap

www.xml-sitemaps.com

xml-sitemap คือเว็บไซต์ผู้ให้บริการสร้าง Sitemap รายแรกๆ และยังได้รับความนิยมถึงปัจจุบัน เนื่องจากทีมงานมีความเชี่ยวชาญ และสินค้ามีคุณสมบัติเด่นดังนี้

  • รองรับ CMS และโปรแกรมสร้างเว็บไซต์เกือบทุกแบบบนโลก
  • สร้าง Sitemap ที่มีข้อมูล URL ได้ถึง 1.5 ล้าน URL
  • รองรับการสร้าง Images, Videos, News sitemaps and RSS feed
  • ใช้งานง่ายและราคาไม่แพง

โดยคุณสามารถดูวิธีการใช้งานและสร้าง Sitemap ได้ที่ www.xml-sitemaps.com

WordPress plugin sitemap

สำหรับผู้ที่ใช้ CMS อย่าง WordPress คุณสามารถสร้าง Sitemap ได้อย่างง่ายดาย เพราะมีเครื่องมือ (Plugin) เพื่อช่วยจัดการเรื่องดังกล่าวมากมาย โดย Plugin อยากแนะนำ ได้แก่

วิธี Submit Sitemap

หลังจากที่สร้าง Sitemap เสร็จ ขั้นตอนต่อไปคือการ Submit Sitemap ไปยัง Google ตามขั้นตอนดังนี้

  1. สมัครใช้งาน Google Search Console (เรียนรู้วิธีเข้าใช้งาน Google Search Console ได้ในบทความนี้)
  2. เมื่อสมัครเรียบร้อย ไปที่เมนู “แผนผังไซต์”
  3. กดปุ่ม “เพิ่ม/ทดสอบแผนผังไซต์” จะปรากฏหน้าต่างใส่ข้อมูล
  4. ขึ้นกรอกตัวอักษร “sitemap.xml” จากนั้นกดส่ง เป็นอันเรียบร้อย

โดยคุณสามารถดูวิธีการทำข้างต้นอย่างละเอียด จากวีดีโอข้างล่าง

วิธีใช้งาน Google Search Console
วิธี Submit sitemap ให้ Google

2. ปรับแต่งรูปภาพมุ่งหวัง

หลังจากที่ Google รู้ว่า เว็บไซต์มีรูปภาพอะไร ขั้นต่อไปที่เราต้องทำ คือ ทำให้รูปที่ต้องการไปปรากฏบน Google Image Search

แต่เนื่องจากในความเป็นจริง หนึ่งเว็บเพจ มักมีรูปมากกว่า 1 รูป ปัญหาที่เจอคือ รูปที่ปรากฏบน Google Image Search กลายเป็นรูปที่ไม่สวยงาม ไม่ตรงกับเนื้อหา หรือไม่ใช่รูปที่เราต้องการ

วิธีแก้ก็คือ เราต้องส่งสัญญาณให้ Google ทราบว่า เราต้องการให้รูปนี้ไปปรากฏบน Google Image Search ด้วยการปรับแต่งรูปภาพมุ่งหวังตามวิธีต่อไปนี้

ปรับแต่ง Alt Tag

Alt Tag คือตัวอักษรที่อธิบายรูปภาพ มันคือสิ่งที่ Google นำมาพิจารณาว่า รูปนี้เกี่ยวข้องกับอะไร ซึ่งวิธีการใส่ Alt Tag ของรูปมุ่งหวัง ให้ทำดังนี้

  • ใส่ keyword ที่ต้องการให้รูปภาพนี้ปรากฏ ตัวอย่างเช่น หากต้องการให้ภาพนี้ปรากฏบนผลการค้นหาคำว่า “ชุดคลุมเบาะรถยนต์ แมนยู” ก็เขียน Alt Tag ว่า “ชุดคลุมเบาะรถยนต์ แมนยู”
  • หลีกเลี่ยงการทำ Keyword stuffing อันหมายถึง การใส่ Keyword จำนวนมากใน Alt Tag ตัวอย่างเช่น ไม่ควรเขียน Alt Tag ว่า ชุดคลุมเบาะรถยนต์ แมนยู , ผ้าหุ้มเบาะรถ แมนยู , อุปกรณ์แต่งรถ แมนยู ….

ทำไมจึงควรหลีกเลี่ยง สาเหตุเพราะ Google จะสับสนว่า รูปนี้เกี่ยวข้องกับคำอะไรแน่ ซึ่งไม่เป็นผลดี เนื่องจาก Google จะนำรูปภาพที่เกี่ยวข้องกับคำค้นหามาแสดงเป็นภาพแรกๆ หาก Google ไม่แน่ใจว่ารูปนั้นเกี่ยวกับอะไร ก็มักจะจัดลำดับไว้ท้ายๆ

วิธีเขียน alt tag สำหรับ ทำ seo รูปภาพ
วิธีเขียน alt tag อย่างถูกวิธี
cr:https://support.google.com/webmasters/answer/114016?hl=en

2. วางตำแหน่งรูปให้ถูก

ในคู่มือ Google Image best practices แนะนำว่า หนึ่งในปัจจัยที่ Google ใช้พิจารณาว่า รูปนั้นเกี่ยวข้องกับอะไร คือ ดูว่ารูปนั้นแวดล้อมด้วยคำไหนบ้าง

ดังนั้น หากเราวางตำแหน่งรูปมุ่งหวัง ให้แว้ดลอมด้วยหัวข้อ หรือ ข้อความที่เป็น Keyword ของเว็บเพจ ก็มีโอกาสสูงที่รูปนั้น จะปรากฏใน Google Image Search

ตัวอย่างเช่น เว็บเพจของผมที่มี Keyword เป็นคำว่า “ชุดคลุมเบาะรถยนต์ แมนยู” โดยมีรูปมุ่งหวังที่อยากให้ปรากฏใน Google Image Search คือรูป A ตามรูปข้างล่าง

วางตำแหน่งรูปภาพ ทำ seo

สังเกตเห็นไหมครับ ว่าผมจะวางตำแหน่งรูป A ให้แวดล้อมด้วยคำที่เป็น Keyword ของเว็บเพจ เพื่อส่งสัญญาณให้ Google รู้ว่า รูปนี้มีความเกี่ยวข้องกับคำว่า “ชุดคลุมเบาะรถยนต์ แมนยู”

ผลลัพธ์ที่ได้คือ รูปมุ่งหวังปรากฏใน Google Image Search อย่างที่ตั้งใจ!

ตัวอย่างรูปมุ่งหวังบน Google Image Search

โดยส่วนตัว ผมจึงมักวางตำแหน่งของรูปมุ่งหวังเป็น “รูปแรก” ของเว็บเพจ เพราะเป็นจุดที่ถูกแวดล้อมด้วย keyword อยู่แล้วนั่นเอง

3. ตรวจสอบรูปภาพใน Google

หลังจากที่ Submit Sitemap และปรับแต่งรูปมุ่งหวังแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือ ตรวจสอบว่า รูปมุ่งหวังปรากฏใน Google Image Search อย่างที่ตั้งใจหรือไม่ โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. ตรวจสอบใน Google Search Console

ไปที่ Google Search Console > แผนผังไซต์

จากนั้นพิจารณาว่า มีจำนวนรูปภาพที่ถูกส่งข้อมูลและจัดทำดัชนีเท่าไหร่ หากมีจำนวนรูปที่ถูกจัดทำดัชนีพอสมควร ก็แสดงว่า Google สามารถเข้ามาเก็บข้อมูลรูปภาพได้

ข้อมูลรูปภาพที่ Google ตรวจพบ

แต่หากผลลัพธ์แสดงว่า จำนวนรูปที่ถูกดัชนีน้อยผิดปกติ หรือไม่มีเลย สะท้อนว่า เกิดปัญหาในการเข้ามาเก็บข้อมูลของ Google เข้าแล้ว ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน

ตัวอย่างข้อมูลรูปภาพที่อาจมีปัญหา
ตัวอย่างข้อมูลรูปภาพที่อาจมีปัญหา
cr : https://crunchify.com/maxcdn-and-wordpress-image-index-seo-issue-in-google-search-console-fix-cdn-image-links-and-avoid-duplicate-content-penalty/

2.ตรวจสอบใน Google Image Search

หลังจากรู้ว่า Google มีการจัดทำดัชนีของรูปภาพแล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ ตรวจสอบใน Google Image Search

วิธีการคือ ไปที่ Google > ค้นรูป จากนั้นพิมพ์คำสั่งว่า site:domainname.com

ตัวอย่างเช่น ต้องการตรวจสอบว่า เว็บไชต์ www.thaiseatdress.com มีรูปอะไรปรากฏบ้าง ก็ให้พิมพ์คำสั่งว่า site:www.thaiseatdress.com ตามรูปข้างล่าง

ผลลัพธ์การ ทำ seo รูปภาพ

หากผลลัพธ์ปรากฏเป็นรูปจำนวนมาก และมีรูปมุ่งหวังของเราปรากฏอยู่ ก็แสดงว่าทำถูกต้องแล้ว แต่หากไม่แสดงรูปของเว็บไซต์เราเลย หรือ มีน้อยผิดปกติ สะท้อนว่ามีสิ่งผิดปกติ ควรเร่งแก้ไขต่อไป

และทั้ง 3 ขั้นตอนข้างต้น ก็คือวิธี ทำ SEO รูปภาพ เพื่อให้ติดหน้า 1 ของ Google ครับ

สรุปวิธีทำ SEO รูปภาพ

วิธีทำให้รูปของเว็บไซต์เราปรากฏบนหน้า 1 ของ Google มี 3 ขั้นตอนดังนี้

  1. Submit Sitemap – เป็นการสร้าง Sitemap และส่งไปที่ Google เป้าหมายคือให้ Google ทราบว่า เว็บไซต์เรามีรูปภาพอะไรบ้าง เพื่อจะได้นำไปแสดงบน Google Image Search ต่อไป
  2. ปรับแต่งรูปภาพมุ่งหวัง – เป็นการทำให้รูปที่ต้องการปรากฏบน Google Image Search โดยใช้วิธีเขียน Alt Tag อย่างถูกวิธี และ วางตำแหน่งรูปให้ถูกต้อง
  3. ตรวจสอบรูปภาพใน Google – ให้เข้าไปตรวจสอบใน Google Search Console และ Google Image Search ว่ารูปมุ่งหวังปรากฏบนผลการค้นหาอย่างที่ตั้งใจหรือไม่

ตาคุณแล้ว

ทั้งหมดข้างต้น คือวิธี ทำ SEO รูปภาพ แบบของผม แล้วเพื่อนๆ ล่ะครับ อ่านแล้วมีความคิดเห็นอย่างไร หรือมีวิธีการดีๆ เกี่ยวกับการทำ SEO มาแชร์กันบ้างหรือไม่ ถ้ามีก็รบกวนแชร์กันบ้างนะครับ ขอบคุณครับ

Shifu แนะนำ
สำหรับท่านใดที่สนใจ อยากเรียนรู้หลักการ SEO แบบถึงแก่นถึงกึ๋น ผมกับ Content Shifu จะมีจัดคอร์สอบรม SEO แบบ Workshop ประมาณ 4 เดือนครั้ง คุณสามารถเข้าไปดูตารางเรียน SEO ของเรา และรายละเอียดคอร์สตามลิงก์ที่ให้ไว้ได้ ขอบคุณครับ

topcat
topcat

ชื่อจริง สุธี เผ้าอาจ เป็นนักเขียน นัก SEO วันยันค่ำ และเป็นนักลงทุนหุ้นแนว quantitative เจ้าของเว็บ thaitfstock.com

More From Me

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *