5 วิธีทำคอนเทนต์ Twitter ให้ปัง แม้ไม่เคยทำมาก่อน

Act

แม้ Facebook จะเป็น Social Media Platform ที่มีคนใช้เยอะที่สุด แต่ล่าสุดก็มีรายงานว่า เริ่มมีคนจำนวนหนึ่งเล่น Facebook น้อยลง และด้วยอัลกอริธึมสุดโหดของ Facebook ทำให้จะเขียนคอนเทนต์อะไรทีก็สร้าง Engagement ได้ยากลำบากเสียเหลือเกิน แถมบางทีก็ต้องเสียเงินยิง Ads ไม่น้อย บางคนเลยหันมาหาอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจก็คือ Twitter นั่นเอง เพราะนับวันก็ยิ่งมีจำนวนคนหันมาเล่น Twitter กันมากขึ้น โดยล่าสุดเขาว่ากันว่า มีจำนวนคนเล่นเพิ่มขึ้นถึง 52% เลยทีเดียว แม้จะมี User ที่ไม่เยอะเท่า แต่ด้วยความที่คนยังไม่ล้นเกินไปนี่แหละ เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ทำให้คอนเทนต์เราอาจแจ้งเกิดในนี้ได้ แต่ปัญหาก็คือ แล้วเราจะทำคอนเทนต์ใน Twitter อย่างไรให้มีความน่าสนใจ

ทำคอนเทนต์ Twitter ให้ปัง แม้ไม่เคยทำมาก่อน

ส่วนตัวเป็น Digital Marketer คนหนึ่งที่ได้รับโจทย์มาให้สร้าง Content ทาง Twitter ขององค์กรให้มีความ Active ต้องเพิ่มยอด Follower และยอด Engagement ต่อทวีต ซึ่งเป็นโจทย์ที่ยากมากค่ะ เพราะตอนแรกเป็น Account ของเราเป็น Account ที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีอยู่ แล้วเราจะทำยังไงให้อยู่ดีๆ คนมาสนใจคอนเทนต์ใน Twitter ของเรา จากประสบการณ์ที่ได้ลองผิดลองถูก ก็ค้นพบ 5 วิธีการหลักๆ ที่จะเปลี่ยน Twitter เหงาๆ ให้กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นได้ ด้วยวิธีการเหล่านี้ค่ะ ซึ่งขอบอกว่า เป็นวิธีแบบออร์แกนิก ที่ไม่ต้องพึ่งการยิง Ads ใดๆ ค่ะ

ยาวไป อยากเลือกอ่าน? (TL;DR)

1. ศึกษา Insight ของกลุ่มลูกค้าเราก่อน

สิ่งแรกที่เราควรทำก่อนที่จะคิดว่าเราจะเขียนคอนเทนต์อะไรลง Twitter ดี ก็คือ การศึกษา Insight ของ Follower ค่ะ แล้วเราจะรู้ Insight ได้อย่างไร วิธีการที่เราขอเสนอแนะมีอยู่ 2 ทางก็คือ

• ทำ Research

วิธีการนี้ก็จะค่อนข้างยากนิดนึงค่ะ และเป็นวิธีที่ต้องใช้เวลา และใช้กำลังคนด้วย เพราะเราต้องลงไปหาข้อมูลตามแหล่งต่างๆ เช่น ลงไปสัมภาษณ์ลูกค้า หรือกลุ่มคนที่ใกล้เคียงลูกค้าเรา เช่น ถ้าเราทำแบรนด์เครื่องสำอาง ก็อาจจะลงไปสัมภาษณ์ผู้หญิงที่รักสวยรักงามค่ะ ไปสัมภาษณ์เพื่อที่จะได้รู้ว่า กลุ่มเป้าหมายหรือกลุ่มลูกค้าเรา เขาสนใจเรื่องอะไร เป็นคนแบบไหน เพื่อที่เราจะได้สร้างคอนเทนต์ได้ตรงตามความต้องการและเหมาะสมกับพวกเขาค่ะ

• ดู Twitter Analytic​​s

Twitter ก็มีเครื่องมือที่สามารถดู Insight ของคนติดตามเราได้เหมือน Facebook ค่ะ วิธีการก็คือ ให้เข้าไปตามลิงก์นี้เลยค่ะ https://analytics.twitter.com/ จะเป็นหน้าที่เราสามารถดู Insight ของผู้ติดตามเราได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนตัว เช่น Follower เราส่วนใหญ่เป็นเพศอะไร อยู่ประเทศไหน หรือแม้แต่สนใจเรื่องอะไรก็สามารถดูได้ค่ะ ซึ่งตรงนี้เรามองว่าค่อนข้างมีประโยชน์เลยค่ะ เพราะทำให้เรารู้ได้ว่า คอนเทนต์แนวไหนที่ Follower ให้ความสนใจมากที่สุด แม้บางคนจะบอกว่า ข้อมูลตรงนี้ยังไม่ชัดเจนหรือแน่ชัด 100% แต่เราก็สามารถดูไว้เป็นแนวทางก็ได้นะคะ

Shifu แนะนำ
อีกวิธีการที่เราจะศึกษา Insight ลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมายได้ก็คือ การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเราค่ะ มันอาจจะไม่มีทฤษฎีอะไรมาสนับสนุน แต่ส่วนตัวเรามองว่า ควรทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายเราเป็นหลัก ลองนึกกลับกันว่า ถ้าเราเป็นกลุ่มเป้าหมาย เป็นคนที่ต้องมาอ่านคอนเทนต์เราจะอยากอ่านอะไร

2. เล่นตาม Hashtag ที่ติดเทรนด์ในขณะนั้น

นี่เป็นวิธีเบสิคที่จะช่วยดันคอนเทนต์เราสู่โลก Twitter ได้ค่ะ เพราะฟีเจอร์เด่นในโลก Twitter ก็คือการเล่น Hashtag เนี่ยแหละค่ะ ชาว Twitter มักจะเข้าไปตามอ่านคอนเทนต์ต่างๆ ด้วยการคลิกตาม Hashtag ที่ติดเทรนด์อยู่ในขณะนั้น Hashtag ที่ติดเทรนด์จะสื่อถึงว่า นี่คือประเด็นร้อนแรงที่คนกำลังพูดถึงอยู่ในขณะนี้ ถ้าเราอยากให้คอนเทนต์ถูกมองเห็นด้วย เราก็ควรสร้างคอนเทนต์แล้วติด Hashtag ที่กำลังติดเทรนด์อยู่ในขณะนั้นค่ะ พอคนคลิกเข้ามา โอกาสที่ผู้คนจะเห็นคอนเทนต์เราก็มีอยู่มาก แต่ข้อควรระวังคือ คุณต้องทำคอนเทนต์ให้เข้ากับ Hashtag นั้น และต้องสร้างคอนเทนต์ให้เข้ากับแบรนด์เราค่ะ ไม่เช่นนั้นเขาก็จะแค่รีทวีตแบบผ่านไป แต่ยังไม่ Follow เรากลับ หรือยังไม่ยินยอมที่จะเข้ามาทำความรู้จักกับแบรนด์เรา

3. สร้างคอนเทนต์เบาๆ อ่านเข้าใจง่าย

Twitter มีความแตกต่างจาก Social Media ประเภทอื่นๆ อยู่อย่างหนึ่งก็คือ Timeline หรือหน้าฟีดค่ะ มันจะเลื่อนไปเร็วมากๆ ใครที่เล่น Twitter จะรู้เลยว่า การโพสต์ถี่ๆ นั้นเป็นเรื่องปกติใน Twitter แต่ News Feed ที่เลื่อนเร็วนี้ ก็ส่งผลอะไรบางอย่างในการสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาค่ะ ถ้าเรามาเขียนอะไรที่เข้าใจยาก หรือยาวเกินไป ขอบอกเลยคอนเทนต์เราจะจมและไหลหายไปกับสายน้ำที่ไหลเชี่ยวของ Twitter แน่ๆ ดังนั้นต้องเน้นทำคอนเทนต์แบบย่อยง่าย อ่านแล้วเพลิน หรือตลก โดนใจไปเลย ซึ่งประเภทคอนเทนต์เบาๆ ที่นิยมใช้ก็คือ

– เน้นใช้ภาพในการทวีต

จากสถิติแล้ว ภาพและวิดีโอจะดึง Engagement ได้ดีกว่าการพิมพ์ Text อย่างเดียวค่ะ ดังนั้น ถ้าอยากให้ Tweet เราโดดเด่น เตะตาคนอ่าน ก็ควรจะทำคอนเทนต์ออกมาในรูปแบบของรูปภาพ หรือวิดีโอ แต่ส่วนตัวแล้วอยากแนะนำให้ทำเป็นรูปภาพ เพราะน่าจะใช้เวลาทำไม่เยอะทำวิดีโอ และเป็นสื่อที่สื่อสารถึงคนอ่านได้ง่ายค่ะ ขอยกตัวอย่างของ Account Twitter ชื่อดังของ Top Supermarket ที่ดีงามทั้งคอนเทนต์ และภาพที่ล้อเป็นกับคอนเทนต์ กระแสอะไรมาก็จับภาพสินค้าให้เชื่อมโยงกับกระแสนั้น แค่เห็นภาพก็รู้แล้วว่าสื่อถึงกระแสอะไร แถมขายของได้อีกต่างหาก อย่างเช่นโพสต์นี้เลย

-ใช้โพลในการดึง Communication

จริงๆ ก็ไม่ถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ใหม่มากของ Twitter แต่เป็นฟีเจอร์ที่น่าเล่น และน่าจะดึงความสนใจของนักเล่น Twitter ได้เป็นอย่างดีค่ะ ถ้าไม่รู้จะเขียนคอนเทนต์อะไรดี ก็ลองใช้ตัวช่วยนี้เลย สร้างโพลขึ้นมา เรียกให้คนมาแสดงความคิดเห็นค่ะ คนอ่านก็จะสนุกที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความคิดเห็น แถมได้เห็นผลของโพลอีกด้วย ตัวอย่างของโพล Twitter ที่ประสบความสำเร็จก็อย่างเช่นแบรนด์นี้เลย

มีคนโหวตตั้ง 5,000 กว่าคน และมีคน Retweet ออกไป 100 กว่าทวีต และสิ่งที่น่าสนใจคือ หัวข้อโพลสำรวจค่ะ ที่เป็นคำถามง่ายๆ ไม่ยากมาก ซึ่งจากการสังเกตการเล่นโพลในโลก Twitter เลยสรุปเทคนิคการเล่นโพลให้ปังออกมาได้ 4 ข้อใหญ่คือ

• ตั้งหัวข้อ หรือคำถามของโพลแบบเข้าใจง่าย ให้คนอ่านเห็นแล้วเข้าใจทันที ให้คนอ่านรู้สึกว่าเล่นง่าย เล่นได้เลย

• ตั้งหัวข้อให้เข้ากับเทรนด์ Hashtag ที่ดังๆ

• ถามความคิดเห็นของลูกค้าไปเลย เช่น ชอบสินค้าตัวไหนของแบรนด์เรามากที่สุด หรือเมื่อเราถึงทางตัน ไม่รู้จะเขียนคอนเทนต์เกี่ยวกับอะไรดี ก็ถามคนอ่านไปดื้อๆ แบบนี้ได้เลยค่ะ

• หัวข้อ หรือคำถามแนว Lifestyle ที่ใกล้ตัวคนอ่าน และใกล้กับสินค้าเราด้วย เช่น แบรนด์ The TrackR ที่ทำเกี่ยวกับระบบติดตามของหาย เขาก็เล่นโพลแบบนี้ค่ะ

แม้จะเป็นโพลที่ไม่ได้พูดถึงสินค้าของเขาเลย แต่แนวคำถามก็เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ของเขาที่เกี่ยวกับ “ของหาย” ส่วนคำถามก็ปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนที่บางครั้งเราเองก็มักจะลืมข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวค่ะ

Shifu แนะนำ
ลักษณะคอนเทนต์ของ Twitter ค่อนข้างมีความแตกต่างจาก Facebook อยู่ พอสมควรเลย Twitter จะเป็นแนว Sharing Platform สิ่งที่คนทำคอนเทนต์คาดหวังไม่ใช่จำนวน Like ที่เยอะที่สุด แต่เป็นการ Retweet ให้คอนเทนต์เราโผล่ไปหน้า News Feed คนอื่น แม้แต่การกด Like โพสต์นั้นก็จะขึ้นในหน้า Timeline เรา และขึ้นใน News Feed ของ Follower โดยอัตโนมัติด้วยค่ะ เราจะเห็นได้ว่า มันเป็นลักษณะของการแชร์มากกว่า ดังนั้น เวลาเราจะเขียนคอนเทนต์ เราควรเขียนว่า มีอะไรเกิดขึ้น เล่าแบบ “ดูนั่นสิ” แทนการเล่าแบบ “ดูนี่สิ” แทนค่ะ

4. เน้นคอนเทนต์เร็ว ไว ตามกระแส

พฤติกรรมของคนเสพ Twitter ก็คือ นิยมเสพข่าวที่อัพเดทเร็ว ไว บางคนให้เหตุผลว่า ถ้าอยากรู้อะไรก่อน ให้มาสิงที่ Twitter สิ ดังนั้น ถ้าอยากให้คอนเทนต์เราเป็นหนึ่งในทวีตที่ถูกรีทวีตมากที่สุด เราต้องเป็นเจ้าแรกในการรีทวีตค่ะ อย่างเช่น เคสที่เคยทำ มีข่าวหนึ่งที่กำลังบูมมาก เราเองก็ตรวจดูไทม์ไลน์แล้วยังไม่มีใครเอามาเขียน เลยจัดทวีตก่อนใครเพื่อน ผลที่ได้คือ คนรีทวีตมากกว่า 1 พันภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

5. ไปเมนต์ตอบกลับ Account อื่นบ้าง

อย่าคิดแต่วิธี One Way Communication หรือคิดว่าตัวเองเป็นสื่อที่คอยส่งสารอย่างเดียวค่ะ การจะทำคอนเทนต์ Twitter ให้ Success เราต้องทำเสมือนว่า Account เราเป็นคนเล่นอยู่ ทำเหมือนกับว่าเป็นคนที่มีชีวิตจริงๆ เล่น และสิ่งหนึ่งที่คนทำกันก็คือการพูดคุย ตัวอย่างก็เช่น เวลามีคนมา Reply Tweet เรา เราก็ควรเข้าไปตอบลูกค้า หรือในอีกเคสหนึ่งที่เราปิ๊งเป็นไอเดียขึ้นมา แต่ไม่ค่อยเห็นในโลก Twitter มากสักเท่าไร นั่นก็คือ เราลองเอา Account เราไปคุยกับ Account อื่นบ้างค่ะ เหมือนกรณีของไอดอลวง BNK48 พอสมาชิกคนใดคนหนึ่งโพสต์อะไร ก็จะมีสมาชิกอีกคนไปคอมเมนต์ตอบด้วย ให้ความรู้สึกถึงความสนิทสนม เป็นกันเอง และคนที่ตามโพสต์นั้นก็จะรู้จักสมาชิกที่เมนต์เพิ่มขึ้นด้วยค่ะ (จากตอนแรกเราอาจจะไม่รู้จัก จำหน้าไม่ได้ พอมาเจอมาเมนต์กวนๆ น่ารักๆ กับไอดอลที่เราชอบ ก็สร้างภาพจดจำขึ้นมาเลย) คอนเทนต์ใน Twitter เช่นกัน ถ้าเราเข้าไปพูดคุยสื่อสารกับแบรนด์อื่นบ้างก็น่าจะสร้างสีสันขึ้นมาได้เหมือนกัน และเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่ทำให้ Account เราเป็นที่รู้จักด้วย แต่ก็มีข้อควรระวังนะคะว่า เวลาไป Reply ก็ต้องดูด้วยว่าเป็นประเด็นที่ซีเรียสหรือเปล่า และพยายามใช้คำพูดที่ซอฟต์ๆ ค่ะ เพราะหากพิมพ์อะไรไม่ระวัง อาจเกิดเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาก็ได้ ส่วนตัวก็มองว่ามันก็ยังเป็นวิธีที่เหมือนเป็นดาบสองคมค่ะ ถ้าอยากใช้ก็ต้องระมัดระวังให้ดีเลยล่ะ

กลยุทธ์พิเศษที่อยากแนะนำ

นอกจากเทคนิคข้างต้นแล้ว การทำคอนเทนต์ Twitter ให้ปังยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ อีกค่ะ เราเลยขอแนะนำอีก 4 กลยุทธ์พิเศษที่รู้ไว้ ก็จะช่วยให้คอนเทนต์เราถูกอ่านมากขึ้นในโลก Twitter ค่ะ

1. การเลือกโพสต์ให้ถูกเวลา

การโพสต์คอนเทนต์ Twitter ก็คล้ายๆ กับ Facebook เนี่ยแหละค่ะ ที่เราต้องโพสต์ให้ถูกเวลาด้วย ตามที่งานวิจัย Global Web Index, Nielsen & IAB, Digital Ratings + Nielsen Twitter Consumer Survey เผยว่า ช่วงเวลาที่คนเล่น Twitter มากที่สุดคือ ช่วง 2 ทุ่มถึงเที่ยงคืนของทุกวันค่ะ

2. ลองเปลี่ยนคาแร็กเตอร์แบรนด์ให้เป็นคนที่มีชีวิต

สื่อ Twitter จะมีความสนุกสนานมากกว่า การสร้างคอนเทนต์ให้ถึงใจคนอ่าน เราก็ควรมีสีสัน ใส่ความเป็นมนุษย์ลงไปให้มากขึ้นค่ะ ซึ่งวิธีการที่จะทำให้แบรนด์เราดูมีชีวิต สดใส เป็นกันเองก็มีหลายวิธีด้วยกัน แต่วิธีที่เราเองก็ทำอยู่ และคิดว่าน่าจะเวิร์ก ก็มี 2 วิธีด้วยกันค่ะ

• ใช้ภาษาเดียวกับกลุ่มเป้าหมาย

เราคงได้ยินมาบอกว่า การเขียน Online Content ต้องใช้ภาษาให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น แต่ทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ตีโจทย์ภาษาที่มีความเป็นมนุษย์อย่างเดียวแล้วค่ะ แต่เราต้องใช้ภาษาให้เหมือนมนุษย์ที่เขาเป็นกลุ่มเป้าหมายเราด้วย เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่า เป็นพวกเดียวกัน สื่อสารได้รู้เรื่อง อย่างเช่น ถ้าคุณทำแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยรุ่น เช่น ทำหนังสือนิยายวัยรุ่น ขายเสื้อผ้าวัยรุ่น หรือแม้แต่สถาบันกวดวิชา เราจะมาใช้ภาษาที่ดูเป็นทางการ ภาษาที่ผู้ใหญ่ใช้พูดกัน กลุ่มเป้าหมายที่เป็นเด็กวัยรุ่นก็คงไม่อิน และเขาจะเข้าไปไม่ถึงแบรนด์เราค่ะ ดังนั้น ทุกคอนเทนต์ควรใช้ภาษาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย มีความเป็นกันเอง ใช้ภาษาเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความจะใช้ภาษาไทยแบบผิดๆ นะคะ ใช้ภาษาให้เข้าใจง่ายมากขึ้น แต่ต้องให้ถูกตามหลักภาษาไทยด้วยค่ะ

ชอบการเขียนแคปชั่นของ Netflix Thailand มาก ดูเป็นคนคอหนังมาคุยกับเราจริงๆ ค่ะ

• ลองใช้คาแร็กเตอร์การ์ตูนเข้ามาช่วย

วิธีการนี้ก็เป็นวิธีที่ถูกพูดถึงมาเป็นเวลานาน แต่ก็ต้องดูด้วยว่า แบรนด์เราเหมาะกับการเปลี่ยนมาใช้คาแร็กเตอร์การ์ตูนหรือเปล่า ถ้าเราอยากให้แบรนด์เราเข้าถึงคนได้ง่าย เป็นแบรนด์ที่เน้นความเอนเตอร์เทนเมนต์ก็ใช้วิธีนี้ได้อยู่ค่ะ เราก็เริ่มจากสร้างคาแร็กเตอร์การ์ตูนขึ้นมาเลย เป็นการ์ตูนตัวหนึ่งที่เราจะให้เป็นตัวแทนแบรนด์นี้ แล้วเวลาจะทวีตอะไร ก็ให้ทำเหมือนกับว่าตัวการ์ตูนตัวนี้กำลังพูดคุยกับ Follower เราอยู่ค่ะ การ์ตูนก็จะช่วยทำให้แบรนด์เราดูเป็นกันเองมากยิ่งขึ้น หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือ การสร้างมาสคอตประจำแบรนด์ขึ้นมา แล้วให้แบรนด์เล่าถึง Story ของมาสคอตตัวนี้แทนค่ะ ตัวอย่างเช่น M&M ที่มีตัวละครหลักเป็น Ms. Brown กับ Ms. Green และเล่าเรื่องถึงชีวิตส่วนตัวของมาสคอตแบบนี้ค่ะ

คอนเทนต์บน Twitter ของ M&M

3. สร้าง Hashtag ที่เป็นของตัวเอง

พอเราตาม Hashtag ของกระแสแล้ว สิ่งที่ควรทำก็คือ ควรสร้างกระแส Hashtag ของตัวเองขึ้นมาบ้างค่ะ มันก็จะดีไม่น้อยใช่ไหมคะ ถ้า Hashtag แบรนด์เราติดอันดับต้นๆ ของเทรนด์ ใครๆ ก็เข้ามาติด Hashtag นี้ แน่นอนว่า แบรนด์เราต้องถูกมองเห็นเยอะขึ้นในโลก Twitter แน่นอนค่ะ แต่ปัญหาคือ การทำ Hashtag ของตัวเองให้เป็นกระแสนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกเสียจากว่า เราจะซื้อ Ads Twitter หรือคิดชื่อ Hashtag เจ๋งๆ ให้คนอยากเข้ามาเล่นเยอะๆ ค่ะ

4. คิด Keyword

ถ้าการทำ Hashtag เป็นเรื่องที่ยากไป เราอาจจะเริ่มต้นที่ Keyword ก็ได้ค่ะ เรื่องของ Keyword ไม่ได้มีแค่ในบทความ SEO เท่านั้น แต่ยังใช้ได้ใน Twitter ด้วย หากเราเล่น Twitter เราจะสังเกตเห็นช่อง Search ใช่ไหมคะ ช่องนั้นสามารถเสิร์ชหาได้ทุกอย่างเลยค่ะ แม้แต่โพสต์ Tweet ที่มีคำๆ นั้นอยู่ ถ้าอยากให้คนเสิร์ชเจอ เราก็ต้องคิดว่า คำว่าอะไรที่คนน่าจะเสิร์ช หรืออาจจะไปดูแบรนด์ป็อปๆ ใน Twitter ก็ได้ค่ะว่า ตอนนี้เขากำลังพูดเรื่องอะไร เราก็คิดคอนเทนต์ให้มีคำดังกล่าวอยู่ในทวีต ก็ช่วยให้คอนเทนต์ถูกค้นพบได้ง่ายขึ้นแล้วค่ะ

สรุป

Twitter ก็เป็นอีกหนึ่ง Social Media ที่น่าลงมาเล่นค่ะ แต่ก็ยังมีความยากและท้าทายอยู่มาก แม้ Twitter จะนำเสนอคอนเทนต์ในรูปแบบสั้นๆ แต่ก็ใช้เวลาในการสร้างไม่น้อยเลยค่ะ เพราะเพื่อที่จะโดดเด่นขึ้นมาให้ได้ ต้องใช้พลังแห่งความคิดสร้างสรรค์มากๆ หากใครกำลังเริ่มต้น หรืออยู่ใน Platform นี้อยู่แล้ว ก็ลองใช้เทคนิคดังที่กล่าวมาข้างต้นดูค่ะ ลองทดลอง ปรับคอนเทนต์เรื่อยๆ ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอสไตล์ที่ใช่ และเข้าถึงใจเหล่า Follower ของเรา

ถึงตาคุณแล้ว

ในวันนี้ธุรกิจของคุณมี Twitter เป็นช่องทางหนึ่งในการสื่อสารแล้วหรือยัง แม้จะเป็นสื่อ Social Media ที่มีคนเล่นอยู่ไม่มาก แต่ก็เป็นสถานที่แห่งโอกาส ที่จะทำให้คอนเทนต์เราแจ้งเกิดได้ค่ะ อย่างน้อยก็ขอให้บทความนี้เป็นไกด์ไลน์ที่ช่วยสร้างคอนเทนต์ของทุกคนขึ้นมาสร้างสีสันในโลก Twitter และเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจของคุณค่ะ

Nuch

นุชเป็น Content Marketing ที่หลงใหลในเรื่องการเขียน และการตลาดออนไลน์ ปัจจุบันมีผลงานการเขียนบทความออนไลน์อยู่หลายแห่ง และเป็นคนพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ

More From Me
>