เกาะติดการตลาดด้วยการ ‘ไลฟ์สด’ พร้อมเกร็ดความรู้การทำ Live อย่างมีคุณภาพ

Watch

ในช่วง 2 ปีหลังที่ผ่านมา Video content เป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาพูดถึงมากมาย โดยเฉพาะประโยชน์ สำหรับการเข้าถึงผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพและผลลัพธ์ในเชิงการมีส่วนร่วมที่ดีกว่าคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ

บทความนี้จะขอพูดถึงวิดีโอแบบ Live Streaming หรือ รูปแบบการไลฟ์สดโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมไม่ว่าจะกับผู้ใช้งานทั่วไป นักการตลาด ไปจนถึงบริษัทต่างๆ

ย้อนรอยสักนิดเกี่ยวกับเรื่อง ไลฟ์สด

หลายคนอาจไม่รู้เหมือนกับที่ผมเองก็ไม่รู้มาก่อนเลยว่า การไลฟ์สดเริ่มต้นครั้งแรกในแอพที่ชื่อ YouNow เมื่อปี 2011 จากนั้นก็ถึงคิวของ Snapchat ที่ตามออกมาในปี 2014 และจากความนิยมอย่างล้นหลาม ส่งผลให้ยักษ์ใหญ่ทั้ง Periscope (ของ Twitter), Facebook, YouTube และ Instagram ต้องหันมาพัฒนาช่องทาง live streaming บนแพลตฟอร์มของตัวเอง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งาน

กระแสมาแรงของไลฟ์สด ถูกสะท้อนจากพฤติกรรมผู้บริโภค

หากคุณพยายามจะหาเหตุผลเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องหันมาสนใจเรื่องการทำไลฟ์สดแล้วละก็ ถือว่าคิดผิด!

เพราะหลักสำคัญของการสร้างคอนเทนต์ที่ดี ต้องคำนึงถึงพฤติกรรมของผู้อ่าน โดย Livestream ระบุว่าผู้ใช้สื่อโซเชียลมีเดียกว่า 80% ชอบที่จะติดตามการไลฟ์สดจากแบรนด์มากกว่าการอ่านบล็อก และอีก 82% อยากให้แบรนด์นำเสนอคอนเทนต์ประเภทไลฟ์สด (ที่มีคุณภาพ) ให้พวกเขาติดตาม นอกจากนั้นยักษ์ใหญ่อย่างเฟสบุ๊ค ได้เปิดเผยข้อมูลว่า ผู้ใช้งาน 78% หันมาบริโภคเนื้อหาไลฟ์สด และ ตัวเลขคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ถ้าอยากรู้ว่าแบรนด์ต่างๆ เอาไลฟ์สดมาใช้ทำอะไรกันบ้าง คุณสามารถติดตามข้อมูลจากวิดีโอนี้เพิ่มเติมได้ครับ

ไม่ใช่แค่จำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น แต่ไลฟ์สด สร้างการมีส่วนร่วมได้สูงมาก

นอกจากจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้น อีกเรื่องที่นักสร้างคอนเทนต์หรือนักการตลาดไม่อาจมองข้ามคือการมีส่วนร่วมต่อเนื้อหา (Engagement) เพราะเป็นตัวชี้วัดว่าผู้บริโภคมีความรู้สึกในเชิงบวก สนใจ หรือ ชื่นชอบไม่ใช่แค่การเห็นแล้วมองผ่านเลยไป

… คำถามสำคัญคือ การไลฟ์สด สร้างประสิทธิภาพได้ดีขนาดไหน?

Newsroom.fb ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Facebook Live ซึ่งเป็นช่องทางการไลฟ์ที่คนไทยนิยมใช้งานโดยระบุว่า ผู้บริโภคจะใช้เวลาในการชมสูงกว่า 3 เท่า มีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาสูงกว่า 6 เท่า และเรียกคอมเม้นต์จากผู้ชมได้สูงถึง 10 เท่า เมื่อเทียบกับวิดีโอคอนเทนต์ประเภทอื่นๆ

ด้วยธรรมชาติของความเป็น Real-time Content ที่สดใหม่ และดูจริงและเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคโต้ตอบได้ ประกอบกับแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ค่อนข้างสนับสนุนเนื้อหาประเภทนี้ เช่น การแจ้งเตือนว่ามีไลฟ์สดเกิดขึ้น หรือ การแสดงผลที่ดีกว่า ก็ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไลฟ์สดอย่างมีคุณภาพ สามารถสร้างชุมชนออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ได้

หลายคนอาจคิดไปเองว่า โซเชียลมีเดียที่ใช้งานอยู่ยังมีผู้ติดตามไม่เยอะ หรือ เรื่องที่อยากจะถ่ายทอดเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มและกลัวว่าจะไม่มีใครสนใจ หรือทำไปก็อาจเสียเวลา

ผมขอค้าน และขอยืนยันว่าการไลฟ์สดมีพลังอย่างมากกับการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม

ตัวอย่างที่ผมขอพูดถึงคือ  Twitch ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มไลฟ์สด เน้นหาเจาะกลุ่มเป้าหมายที่คอเกมออนไลน์ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก โดยสร้างฐานแฟนคลับทั่วโลกจนมีผู้ติดตามเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 10 ล้านคน และ ใช้เวลาเฉลี่ยในการชม เช่น ดูการแข่งขันเกมส์ หรือ การแคสเกมส์ สูงถึง 106 นาที ต่อครั้งเลยทีเดียว เห็นไหมครับไม่ต้อง Mass ก็ Impact ได้

สร้างโอกาสปิดการขาย ด้วยคุณสมบัติเด่นจากการไลฟ์สด

นอกจากการสร้างชุมชนออนไลน์ การไลฟ์สดยังถูกนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์เรื่องการขายสินค้า ซึ่งแต่ละคนอาจมีผลิตภัณฑ์ เรื่องราว ลีลา และวิธีการนำเสนอที่แตกต่างกันไป โดยความคิดเห็นของผมคอนเทนต์ประเภทนี้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นและเอื้อประโยชน์ต่อการขายดังต่อไปนี้

โต้ตอบสด โอกาสสร้าง Personalize Content

นอกจากเป็น Real-time content  อีกจุดเด่นคือการไลฟ์สดเปิดโอกาสให้คุณสร้าง Personalize content ซึ่งอาจเป็นเนื้อหาเพื่อโน้มน้าวใจ การให้ข้อมูลสำคัญ หรือแนะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการรายบุคคล ทั้งหมดเพราะการเป็น Real-time interactive แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะใช้ประโยชน์จากสิ่งนี้ได้อย่างไรบ้าง

ค้นพบ Insight เอาไว้สร้างการไลฟ์ครั้งต่อไป

ผลต่อเนื่องจากการพูดคุยโต้ตอบ อาจนำมาสู่ข้อคำถามหรือการแสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจ ซึ่งแน่นอนว่า

บางเรื่องคุณอาจต้องใช้เวลาในศึกค้นหาข้อมูล และวิธีการสอดแทรกสินค้าหรือบริการของคุณเข้าไป แต่นั่นก็ทำให้คุณได้หัวข้อที่มาจากความอยากรู้ของกลุ่มเป้าหมาย สำหรับการผลิตคอนเทนต์คุณภาพ หรือแม้แต่นำไปเป็นข้อมูลในวาง Buyer Persona ได้อีกด้วย

เจาะจงแฟนตัวยง เพื่อสร้างฐานข้อมูลสำหรับวางกลยุทธ์ในการขาย

ผู้ชมที่ติดตามและมีส่วนร่วมกับการไลฟ์ของคุณ นับว่าเป็นแฟนตัวยงเพราะคุณคือผู้กำหนดช่วงเวลา

และถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ตัดสินใจซื้อในครั้งนี้ แต่ก็เป็นฐานข้อมูลกลุ่ม Audience ที่สำคัญสำหรับการพัฒนากลยุทธ์เพื่อการขาย เช่น ทำ Remarketing หรือ Lookalike ต่อไปในอนาคต

ตามหลักการของ Inbound marketing คอนเทนต์ไลฟ์สดจะมีความโดดเด่นในการเปลี่ยนจากกลุ่ม Visitorให้กลายเป็น Lead และสามารถพัฒนาจนกลายเป็น Customer ได้เช่นกัน หรือเรียกได้ว่าเป้าหมายนั้น สามารถสร้างได้ทั้งการรับรู้ จนเกิน Conversion และสร้างโอกาสปิดการขายได้เลย

ผู้ชมไลฟ์สด 3 กลุ่ม ที่อาจสร้างยอดขายให้กับคุณได้ง่ายๆ

จากเนื้อหาในส่วนที่แล้วเชื่อว่าหลายคนคงอยากค้นพบกลุ่มแฟน เพราะเป็นกลุ่มที่มีโอกาสผันตัวสู่การเป็นลูกค้าได้ง่ายที่สุด ดังนั้นผมจึงขออธิบายวิธีการสังเกตกลุ่มแฟนในหมู่ผู้ชมไลฟ์สด แบบคร่าวๆแถมให้ด้วย

  1. ผู้ที่สนใจสินค้าของคุณแบบจริงจัง: ผู้ชมเหล่านี้จะเริ่มตั้งคำถามทั้งที่เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์หรือสินค้า ทั้งเรื่องราคา คุณสมบัติ วิธีการใช้ หรือ เรียกร้องให้นำเสนอข้อมูลอื่นๆ (เช่น ใส่เสื้อแล้วเดินให้ดูหน่อยสิ) อย่าลืมใส่ใจที่จะโต้ตอบ เพราะเป็นทั้งโอกาสปิดการขาย การสร้างความสัมพันธ์ที่ดี และได้เรียนรู้ Pain point ของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำมาพัฒนากลยุทธ์การไลฟ์ในครั้งต่อไป
  2. ผู้ที่เชื่อมั่นในตัวคุณอย่างจริงจัง: ผู้ชมกลุ่มนี้จะติดตามคอนเทนต์ไลฟ์สดในเชิงถามมาตอบไป (Q&A) การวิเคราะห์ การแบ่งปันความรู้หรือประสบการณ์ รวมถึงการสร้างแรงบันดาลใจหรือให้ข้อคิดดีๆ หากคุณค้นพบผู้ชมที่ตั้งคำถาม ข้อสงสัย หรือ แสดงความคิดเห็นกับคุณแล้วละก็ นั่นคือกลุ่มแฟนพันธ์แท้ที่ชื่นชอบและไว้วางใจในตัวคุณ โดย Livestreaming เปิดเผยสถิติว่า 45% ของผู้บริโภคจะยอมจ่ายเงินเพื่อดูคอนเทนต์ไลฟ์สด ของบุคคลที่พวกเขาชื่นชอบ นั่นแปลว่าหากคุณสร้างตัวตนจนมีคนชื่นชอบคุณแล้วละก็ เนื้อหาวิดีโอหรือการไลฟ์สด สามารถขายได้ และยังต่อยอดสู่การจัดอบรม สัมมนา หรือ คอร์สการเรียนต่างๆ ได้อีกด้วย
  3. ผู้ที่อยากมีประสบการณ์ร่วมแบบจริงจัง: เราเคยเห็นการไลฟ์สดงานอีเว้นต์มากมาย ประโยชน์ก็คือช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมได้สัมผัสประสบการณ์ภายในงาน ซึ่งแน่นอนว่าหากงานของคุณเจ๋ง และ น่าสนใจจริง กลุ่มคนเหล่านี้จะไม่รอช้าที่จะผันตัวเองมาเป็นลูกค้าของคุณ โดยผู้ที่ได้ชมไลฟ์อีเว้นท์ในสหรัฐฯ 67% จะตัดสินใจซื้อตั๋วเพื่อเข้าร่วมงานนั้นในครั้งต่อไป ถือเป็น Conversion rate ที่สูงมากๆเลย และอย่าลืมว่าการไลฟ์สด ช่วยให้งานอีเว้นต์ของคุณมีโอกาสถูกเผยแพร่สู่สายตาคนทั่วโลกอีกด้วย
Shifu แนะนำ
คุณสามารถศึกษาสถิติที่น่าสนใจซึ่งจะทำให้คุณเชื่อมั่นในพลังของ Content ประเภทนี้มากยิ่งขึ้น 62 ตัวเลขที่น่าสนใจของเทรนด์การไลฟ์สด

3 Step เตรียมตัวให้พร้อม เพื่อการไลฟ์สดอย่างมีประสิทธิภาพ

Step 1 เลือกใช้แพลตฟอร์มสำหรับเป็นช่องทางในการไลฟ์สด

แม้ว่าหลายๆ ช่องทางจะพัฒนาและอัปเกรดตัวเองให้มีโหมดการไลฟ์สด แต่จะมีข้อแตกต่างเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณอาจต้องพิจารณาเพื่อให้ตอบโจทย์วัตถุประสงค์ของคุณ

หากเน้นความยอดนิยมและใช้งานได้ง่าย Facebook live ก็น่าสนใจเพราะไลฟ์ผ่านได้ทั้งอุปกรณ์มือถือ หรือ คอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมต่อกล้องวิดีโอ

หากต้องการลูกเล่นแบบ ”เนื้อหาอายุสั้น” Short-lived content คือ ให้เนื้อหาหายไปทันที หรือภายใน 24 ชั่วโมงหลังจากการไลฟ์สดจบลง เพื่อไว้สำรวจผู้ติดตามคุณตัว  Instagram live นั้นจะแสดงผลใน Instagram Stories (ไม่โชว์หน้าฟีดหรือไทม์ไลน์เหมือน Facebook live)

แต่หากต้องความคมชัด อาจเลือกการไลฟ์ผ่าน Youtube Live ซึ่งนอกจากคุณภาพแบบจัดเต็มแล้วยังสามารถไลฟ์สดได้ยาวนานถึง 36 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม Youtube Live มีข้อกำหนดว่าคุณต้องมีอย่างน้อย 1000 สับตะไคร้ (1,000 Subscribers) จึงจะสามารถใช้งานการไลฟ์สดได้

โดยยังมี Periscope แพลตฟอร์มจากการพัฒนาโดย Twitter รวมทั้ง Younow อีก 2 ช่องทางที่เปิดให้ใช้ฟรี ส่วนช่องทางที่เสียค่าใช้จ่าย เช่น Livestream Brightcove หรือ Twitch ก็มีให้เลือกอยู่มากมายเช่นกัน

 

Step 2 อุปกรณ์เพื่อการไลฟ์สดฉบับสามัญชนทั่วไป

การไลฟ์สดอาจทำได้เลยทันทีแต่ถ้าต้องการให้การไลฟ์ของคุณยกระดับคุณภาพขึ้นมาก็ควรจะต้องเสริมด้วยกล้องเพื่อภาพที่คมชัดขึ้นที่นิยมเช่น Mevo หรือ กล้องจิ๋วอย่าง Streamcam ก็สามารถพกพาได้ง่าย และขาตั้งกล้องเพื่อให้ได้ภาพที่นิ่งไม่ส่ายไปมา รวมทั้งไมโครโฟนซึ่งมีหลายรูปแบบขึ้นอยู่กับการใช้งาน เพื่อเพิ่มระดับคุณภาพเสียงให้ชัดแจ๋ว

แต่หากคุณต้องการให้การไลฟ์มีสีสันบันเทิงมากขึ้นอาจเลือกใช้บริการแอปพลิเคชัน อย่าง Switcher Go ที่มีเครื่องมือในการปรับแสงภาพ รวมทั้งการแทรกภาพระหว่างการไลฟ์ได้ หรือสายฟรุ้งฟริ้งอาจใช้แอพอย่าง Bigo, voov, kitty, It’s me หรือ fame ก็เป็นที่นิยมในหมู่เน็ตไอดอล หรือ วัยรุ่นอยู่เช่นกัน

อย่างไรก็ตามหากคุณอยากให้การไลฟ์เข้าขั้นแอดวานซ์แล้วละก็ อาจต้องพึ่งพาโปรแกรมการไลฟ์สำหรับคอมพิวเตอร์ หรือ ระบบซอฟ์ตแวร์ที่สนับสนุนการไลฟ์ เช่น Wirecas ซึ่งรองรับกล้องมากกว่า 1 ตัว จะทำให้ได้ภาพหลายมุม สามารถใส่ภาพประกอบ โลโก้ หรือ ข้อความที่อยากเน้นระหว่างการไลฟ์สดได้อีกด้วย

Step 3 ช่องทางพร้อม ของพร้อม อย่าลืมเตรียมตัวและแผนการให้พร้อม

ถ้าหากคุณอยากได้การไลฟ์สดที่มีคุณภาพ การวางแผนหรือกำหนดกลยุทธ์ก็มีส่วนสำคัญ ทั้งการเตรียมสคริป หรือ หัวข้อเรื่องที่จะพูด การจัดกิจกรรมเพื่อดึงดูดและสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ชมที่ติดตาม

หรือหากไลฟ์เพื่อการขายของคุณอาจต้องวิเคราะห์ถึงกลุ่มเป้าหมายที่จะพูดคุยด้วย เพื่อสร้างคอนเทนต์   ที่ตรงกลุ่ม โดนใจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ฟัง หรือแม้แต่การประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการไลฟ์สดในหัวข้ออะไร วันและเวลาไหน เป็นต้น

สรุป

เห็นไหมครับว่า การไลฟ์สดไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำได้ แต่ต้องขอบอกเช่นกันว่าก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำให้ดี

อย่างไรก็ตามเราคงหลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกว่า คอนเทนต์ไลฟ์สด จะเป็นกระแสที่มาแรง ดังนั้นหากคุณคือหนึ่งในนักสร้างคอนเทนต์ นักการตลาด หรือ ผู้ที่มีความเกี่ยวกับข้องกับการตลาดออนไลน์ คงต้องเตรียมพร้อมและ เริ่มต้นไลฟ์สด กันบ้างแล้วละครับ เพราะสถิติตัวเลขเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขากำลังต้องการอะไร

ตาคุณแล้ว

ประโยชน์และพลังอันเหลือล้นของวิดีโอคอนเทนต์ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว ส่วนการไลฟ์สดก็เป็นกระแสที่ถูกมองว่าจะมาแรงไม่แพ้กัน ดังนั้นถึงเวลาของคุณแล้วครับว่าจะสามารถปรับตัวให้ทันกับความต้องการในโลกที่เปลี่ยนเร็วขึ้นทุกวัน และสามารถที่จะพัฒนาพลังเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์กับตัวคุณได้อย่างไร

Benz

เบนซ์ คือผู้ที่หลงไหลผลงานด้าน Creative Content เป็นอย่างมาก และชื่นชอบในการผลิตเนื้อหาที่มีคุณค่าในด้านความแปลกใหม่ ที่โดนใจผู้อ่าน เบนซ์เคยเป็นทั้งพนักงานประจำ นักเขียนฟรีแลนซ์ และ สร้างเพจของตัวเอง

More From Me
>