Facebook เปลี่ยนไปยังไงบ้าง? สรุปข้อมูลตลอดปี 2018

Watch

เผลอแป๊บเดียว ก็จะจบปี 2561 แล้ว ปีที่ผ่านมานับว่าเป็นปีสำคัญของ Facebook เลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากผุดฟีเจอร์และบริการใหม่ๆ ออกมาอย่างไม่ขาดสายแล้ว Facebook ยังต้องเจอกับมรสุมลูกใหญ่อย่างคดี Cambridge Analytica และข้อมูลของผู้ใช้หลุด จากช่องโหว่ของฟีเจอร์ View As  นอกจากน้ี ยังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ Facebook ที่ส่งผลกระทบถึงผู้ทำเพจอย่างถ้วนหน้าอย่าง การลด Reach ซึ่งพี่มาร์คแกได้ให้เหตุผลไว้ว่า “อยากให้คนเล่น Facebook ได้เห็นโพสต์จากคนใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น” จึงต้องลดการเข้าถึงของโพสต์จากแฟนเพจต่างๆ ให้น้อยลง

เรามาดูกันดีกว่าว่า การเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ของ Facebook ในปีที่ผ่านมา มีอะไรบ้าง…

ยาวไป อยากเลือกอ่าน? (TL;DR)

มกราคม : เปิดปีใหม่มาก็เจอข่าวร้าย

Facebook ขอลด Reach จากแฟนเพจ เน้นเนื้อหาจากครอบครัว เพื่อนๆ และคนรอบตัวให้มากขึ้น

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ใครๆ ต่างก็เปิดเพจใน Facebook กัน ซึ่งการทำเพจนั้น เป็นเรื่องที่สะดวกและง่ายดายมาก จนทำให้เกิดเพจมากมายราวกับดอกเห็ด แต่ถ้ามาลองคิดๆ กันดูว่า ถ้าหน้า News Feed ของเราสามารถแสดงโพสต์ได้อย่างจำกัด หากต้องการให้ความสำคัญกับเพจเท่าเดิมเหมือนแต่ก่อน แปลว่าเราก็อาจจะเห็นโพสต์จากเพจมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าเราเห็นโพสต์จากเพื่อนๆ ครอบครัว และคนรอบตัวน้อยลง

จากเหตุผลนี้เอง ทำให้ Facebook ต้องตัดสินใจ ลด Reach จากโพสต์ของเพจต่างๆ ทางเพจเองก็ต้องปรับตัวให้มากยิ่งขึ้น โดยการงัดสารพัดวิธีต่างๆ เพื่อให้ลูกเพจรู้สึกอยากติดตามเพจนี้ไปตลอด ถึงแม้ว่าจะเห็นโพสต์จากเพจที่หน้า News Feed น้อยลง แต่ก็มีคนสังเกตเหมือนกันว่า.. “หรือแผนนี้ ตั้งใจให้เพจต่างๆ มาซื้อโฆษณาให้มากยิ่งขึ้น ??”

facebook ลด Reach จากโพสต์ของเพจ เพื่อให้ความสำคัญกับโพสต์ของเพื่อนและครอบครัวมากขึ้น
Facebook Newsroom

ป๋ามาร์คใจดี ซื้อเพลงจากค่ายดัง มาให้เหล่าครีเอเตอร์ใช้งานตัดวิดีโอกันฟรีๆ

หลังจากช่วงปลายปีที่แล้ว ที่ Facebook ได้เซ็นสัญญากับ Universal Music ไปแล้ว พอมาถึงเดือนนี้ ก็ถึงคราวของ Sony/ATV Music, Global Music Rights, HFA/Rumblefish และ Kobalt Music Publishing กันบ้างแล้ว สำหรับการเซ็นสัญญากับค่ายเพลงต่างๆ ก็จะทำให้ผู้ใช้ ทั้ง Facebook, Instagram และ Oculus สามารถอัปโหลดวิดีโอที่มีเพลงจากค่ายเพลงเหล่านี้ได้ฟรี ไม่ผิดลิขสิทธิ์ และไม่ต้องเสี่ยงที่จะถูกลบอีกต่อไป โดยทาง Facebook จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการนำเพลงมาใช้ ซึ่งเงินในส่วนนี้ก็จะถูกนำไปให้คนทำเพลงนั่นเอง คนทำวิดีโอก็ฟรี คนทำเพลงก็ได้รายได้ อะไรจะดีแบบนี้

** Sony/ATV Music เป็นคนละค่ายเพลงกับ Sony Music ซึ่งทั้งสอง ต่างก็เป็นบริษัทในเครือของ Sony Entertainment เช่นกัน

กุมภาพันธ์ : ลูกเล่นใหม่มาเพียบ

ถึงปุ่ม Dislike จะไม่มา แต่ปุ่ม Downvote มาแล้ว

“ปุ่ม Like” ที่ไม่ได้ดังแค่ในโลกของ Facebook เท่านั้น แต่ยังกลายมาเป็นคำติดปากของหลายๆ คน เวลาถูกใจสิ่งใดๆ ก็จะพูดว่า “กด Like ให้เลย” จนมาถึงวันนี้ ก็มีอีกหลายปุ่ม หลากอารมณ์ มาให้เราเลือกสรรมาใช้กัน แต่ Facebook ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ เตรียมจะเพิ่มอีกปุ่มแล้ว

ซึ่งปุ่มนั้น นั่นก็คือ “Downvote” เป็นปุ่มที่อยู่คนละส่วนกับ Emotions แต่เป็นปุ่มที่คอยให้ผู้ใช้ต่างๆ มากดปุ่มนี้ให้กับคอมเมนต์ ที่รู้สึกว่ามันไม่โอเคกับโพสต์นี้จริงๆ โดยฟีเจอร์นี้ ได้เริ่มทดลองใช้กับบางเพจในประเทศนิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยก่อนหน้านี้ ต้องระบุเหตุผลด้วย ว่าทำไมเราถึงกด Downvote แต่ในภายหลัง ไม่ต้องระบุเหตุผลในการกดแล้ว

สำหรับผู้เขียนเอง สิ่งที่เราจะได้จากปุ่มนี้ ก็คงจะเป็นเหรียญสองด้าน หากมองในด้านดี ก็คงจะเป็นช่องทางที่ช่วยให้ผู้ใช้รายงานคอมเมนต์ที่มันไม่ดีจริงๆ แต่ในด้านร้ายๆ ก็คงไม่พ้นการรุมกด Downvote ให้กับคอมเมนต์ที่พูดถึงในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจคนที่มากดปุ่มด้วย อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีข่าวอัปเดตอะไรเพิ่มเติมจาก Facebook ว่าจะเพิ่มปุ่มนี้ให้ใช้งานกันในประเทศอื่นๆ หรือไม่ ก็คงจะต้องติดตามกันต่อไปนะครับ

Facebook เพิ่มปุ่ม Downvote ให้ใช้กับบางเพจในสหรัฐฯ และนิวซีแลนด์
TechCrunch

ฟีเจอร์น้องใหม่ “To Do List” สามารถโพสต์สเตตัสเป็นข้อๆ ได้แล้ว

“To Do List” หรือในภาษาไทยที่เรียกว่า “รายการ” ฟีเจอร์นี้น่าจะผ่านตาหลายๆ คนกันมาแล้ว ถ้าเราอยากรวบรวมอะไรสักอย่าง แล้วจัดเรียงเป็นข้อๆ และยังอยากใส่ Background สวยๆ ให้กับสเตตัสนี้ บอกเลยว่าตอบโจทย์มากๆ สมมุติว่าผมอยากรวบรวมว่า “หนังที่ชอบมากที่สุดในครึ่งปีแรก” ได้แก่ 1. Avengers 3 2. น้อง.พี่.ที่รัก 3. Incredibles 2 ก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยฟีเจอร์นี้ อยู่ในตัวเลือกของการโพสต์สเตตัส ใครยังไม่ลองใช้ ก็สามารถลองใช้กันได้เลย

สเตตัส Facebook ที่สร้างจากฟีเจอร์​ To Do List
สเตตัส Facebook ที่สร้างจากฟีเจอร์​ To Do List

ไม่ต้องเข้าเว็บหางาน ก็มีงานทำได้ Facebook เปิดหน้า Jobs แล้ว มีประเทศไทยด้วย

Facebook ก็ยังเป็นโซเชียลที่พยายามจะตอบโจทย์ทุกอย่างสำหรับผู้ใช้มาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เปิด Marketplace ไป ก็ได้เปิด “Jobs” เพิ่มขึ้นมาด้วย ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ก็ได้เปิดในสหรัฐอเมริกา และแคนาดาไปก่อนแล้ว และในปีนี้ก็ได้เปิดเพิ่มอีก 40 ประเทศทั่วโลก

สำหรับฟีเจอร์นี้ ก็จะให้ผู้ประกอบการ ไปโพสต์ประกาศรับสมัครงาน พร้อมกับรายละเอียดต่างๆ ในหน้าของ Jobs อีกทั้งยังสามารถคัดกรองผู้สมัคร และนัดสัมภาษณ์ผ่านฟีเจอร์นี้ได้อีกด้วย สำหรับผู้ที่กำลังหางาน ก็สะดวกเช่นกัน เพราะเราสามารถระบุไว้ก่อนได้ว่า เราสนใจงานแบบไหน เมื่อมีงานในแบบที่เราต้องเกิดเปิดรับสมัคร ก็จะมีการแจ้งเตือนส่งตรงถึงเราเลย ลองเข้าไปหางานกันได้เลย ที่นี่ สามารถใช้ได้ในประเทศไทยแล้ว

มีนาคม : อยากให้ผู้ใช้ใกล้ชิดกับท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

ค่ายเพลงที่ผ่านมายังไม่พอ ป๋ามาร์คจัดให้อีกหนึ่ง กับ “Warner Music”

ต่อเนื่องมาจากการเซ็นสัญญากับค่ายเพลงต่างๆ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ในครั้งนี้ Facebook ก็ได้เซ็นสัญญากับ Warner Music มาเสริมทัพในเรื่องนี้อีกหนึ่งค่าย ซึ่งก็ทำให้เหล่าครีเอเตอร์ หรือนักตัดต่อวิดีโอมือสมัครเล่นทุกคน มีทางเลือกในหารใช้เพลงมากยิ่งขึ้น

บางทีก็ต้องมีผู้คุมกฎกันบ้าง… กรุ๊ปแชตใน Messenger สามารถตั้งแอดมิน และเพิ่มลิงก์ชวนเพื่อนได้แล้ว

มาดูกันในฝั่งของแอปแชตของ Facebook อย่าง Messenger กันบ้าง แอปตัวนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งแอปที่สามารถตั้งกรุ๊ปได้ เหมือนกับแอปแชตตัวอื่นๆ ทั่วไป แต่ก็แลดูจะตามแอปแชตอย่าง LINE ไม่ทันสักเท่าไหร่ มาคราวนี้ Messenger ก็เลยเพิ่มอีกสองฟีเจอร์ใหม่ อย่างแรกคือ “สามารถตั้งแอดมินได้” ทำหน้าที่คล้ายๆ กับกรุ๊ปใน Facebook ที่คอยควบคุมคนเข้าคนออก ใครจะเข้ากลุ่มมา ต้องมีอนุญาตเข้าถ้ำ อุ้ย เข้ากรุ๊ปก่อน ถึงจะเข้าได้

และอีกหนึ่งฟีเจอร์ อย่าง “ลิงก์ชวนเพื่อน” อันนี้จะเหมือนกับใน LINE เลย ที่สามารถสร้างลิงก์ชวนเพื่อนของกรุ๊ปแชตเรา ให้เพื่อนๆ คนอื่นๆ ที่จะเข้ากรุ๊ป ได้กดลิงก์นี้ เพื่อที่จะสามารถเข้ากรุ๊ปได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น

กรุ๊ปแชตใน Facebook Messenger สามารถตั้งแอดมิน และเพิ่มลิงก์ชวนเพื่อนได้แล้ว
Facebook Newsroom

News Feed แสดงข่าวจากข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

สำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้เริ่มในสหรัฐอเมริกามาก่อน ตั้งแต่มกราคมที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ได้เปิดใช้งานทั่วโลกแล้ว โดยผู้ใช้ในท้องถิ่นนั้นๆ ก็จะเห็นโพสต์จากแฟนเพจของสื่อในท้องถิ่นนั้นๆ มากยิ่งขึ้น สำหรับแฟนเพจของ Content Shifu คนไหนที่เป็นคนกรุงเทพฯ ก็อาจจะชินกับการที่ติดตามข่าวสารผ่านสื่อหลักๆ ของประเทศ แต่อย่างในต่างจังหวัดขอประเทศเราเอง ก็มีสำนักข่าวที่คอยรายงานข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในท้องถิ่นนั้นๆ อีกด้วย สื่อที่ทำโดยคนท้องถิ่นเอง ก็ย่อมเข้าใจคนที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันเองมากกว่า

เมษายน : Facebook จริงจังกับภัยบนโลกออนไลน์

เวลาเปลี่ยน กฎก็เปลี่ยน Facebook อัปเดตมาตรฐานชุมชนใหม่ เพิ่มข้อไม่อนุญาตให้โพสต์นู่นนี่นั่นเต็มไปหมด

จริงๆ แล้ว กฎที่ Facebook ได้เพิ่มขึ้นในครั้งนี้ ก็เป็นสิ่งที่คนทั่วไป ก็ควรที่จะต้องปฏิบัติกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น การโพสต์ภาพโป๊เปลือย การใส่ร้ายป้ายสีให้กับเหยื่อจากเหตุการณ์ที่รุนแรง การซื้อขายยาเสพติด การปลุกระดมที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง การส่งเสริมให้ฆ่าตัวตาย การข่มขู่คุกคาม หรือแม้กระทั่งข้อมูลที่ใช้ในการระบุตัวตน เช่น รหัสบัตรประชาชน รหัสล็อกอินเข้าบริการต่างๆ ทั้งหมดนี้ จะมาเป็นส่วนหนึ่งของข้อห้ามในมาตรฐานชุมชนของ Facebook ด้วย

รวมทั้งยังได้เพิ่มฟีเจอร์การแจ้งเตือน เมื่อผู้ใช้กด Report โพสต์ของผู้อื่น แล้วถ้าโพสต์นั้นผิดจริง ทาง Facebook จะแจ้งให้ผู้ใช้คนนั้นรับทราบอีกด้วย

พฤษภาคม : พร้อมเป็นทุกอย่างให้ผู้ใช้

เป็นทุกอย่างให้เธอแล้ว Facebook เตรียมพร้อมสู่การเป็น “แม่สื่อ” ให้กับคนโสดทั่วโลก

เจอข่าวนี้เข้าไป Tinder ต้องร้องจ๊าก เพราะ Facebook ได้ออกมาแถลงข่าวว่า เตรียมเปิดตัว “Dating” ให้ผู้ใช้ได้สร้างความสัมพันธ์ที่ยาวนาน และยั่งยืน กับคนที่เราอยากจะคบหาดูใจกัน หลังจากที่ชาวไทยรอกันมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่าน ก็ได้เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใครสนใจที่จะลองใช้ สามารถกดที่ไอคอนรูปหัวใจ ที่มุมขวาบนของแท็บโฟรไฟล์ส่วนตัว ในแอปของ Facebook ได้เลย

ยุคนี้ต้องเรียบง่าย Messenger เตรียมให้ผู้ใช้สัมผัสหน้าตาใหม่ของแอป

ยุคนี้ ถ้าเราจะใช้งานแอปอะไรสักแอปอย่างเป็นประจำ แอปนั้นก็คงจะต้องใช้ง่าย สะดวก และมีประโยชน์ใช่มั้ย ? Facebook ก็คงเล็งเห็นข้อนี้เช่นกัน แอปที่มีประโยชน์ในการแชตอย่าง Messenger ก็เตรียมที่จะปรับเปลี่ยนการดีไซน์หน้าตาของแอป โดยมีการย้ายปุ่มต่างๆ ไปไว้ในตำแหน่งที่สะดวกมากยิ่งขึ้น และมาพร้อมกับฟีเจอร์ “Dark Mode” ให้ Background ของแอปเป็นสีดำ แบบที่ Twitter สามารถทำได้ในตอนนี้

 Messenger ปรับเปลี่ยนดีไซน์ของแอป
The Verge

มิถุนายน : เดือนแห่งการปล่อยของ

On This Day เปลี่ยนโฉมเป็น “Memories” ย้อนวันวานไปพบกับเรื่องราวเก่าๆ ได้มากยิ่งขึ้น

จากเดิมที่ On This Day จะเป็นการพาผู้ใช้ไปพบกับโพสต์ที่ตัวเองได้โพสต์หรือได้แชร์ในวันเดียวกันของปีก่อนๆ ซึ่งพอมาเป็น Memories แล้ว นอกจากโพสต์ใน On This Day ที่ยังมีอยู่เหมือนเดิม ก็จะมีการเพิ่มเนื้อหามามากยิ่งขึ้น ทั้งโพสต์ของเพื่อนที่แท็กเรา โพสต์เด่นๆ ที่เกิดขึ้นใน 1 เดือนที่ผ่านมา และโพสต์จาก On This Day ของวันก่อนๆ ใน 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

ใครที่อยากย้อนวันวาน อย่าลืมกดเข้าไปดูที่หน้านี้กัน

แอปตอบคำถามมาอีกแล้ว Facebook Live เพิ่มฟีเจอร์ ควิซโชว์ เพิ่มสีสันระหว่างดูไลฟ์

ถ้าจะพูดถึงแอปแนวๆ นี้ ที่ให้ผู้เล่นมาร่วมตอบคำถาม แล้วเอาเงินรางวัลมาแบ่งกัน ซึ่งแอปแนวนี้มีต้นกำเนิดมาจาก HQ Trivia ในสหรัฐอเมริกา ส่วนในเมืองไทยตอนนี้ก็เริ่มมีหลายแอปแล้ว ทั้ง Panya, Quiz Hunter ในแอป TuTu Live และล่าสุดอย่าง LINE 10 10 ของวู้ดดี้ ในแอป LINE

Facebook ก็จะตกขบวนเทรนด์นี้ไม่ได้ แต่ไม่ได้ลงมาทำควิซโชว์เอง แต่เป็นการสร้างฟีเจอร์ในแนวๆ เดียวกัน ลงใน Facebook Live ให้แฟนเพจต่างๆ สามารถใช้ฟีเจอร์นี้ระหว่างการไลฟ์ได้ โดยจะเปิดให้ใช้กับแค่บางเพจก่อน แล้วในอนาคตจะเปิดให้ใช้กับเพจอื่นๆ อีกที และในที่สุด เกมในรูปแบบ Trivia ผ่าน Facebook ก็ได้เปิดให้เล่นกันในประเทศไทยแล้ว ผ่านแฟนเพจ Confetti Thailand แต่วิธีการรับเงินรางวัลยังมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก เนื่องจากต้องใช้บัญชี PayPal ในการรับเงิน และจะได้รับในสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ไม่ใช่สกุลเงินบาท ขณะที่เกมอื่นๆ สามารถรับเงินผ่านบัญชีเงินฝากได้เลย หรืออย่างเกมในรูปแบบนี้ ที่อยู่ในแอปของ Shopee ก็สามารถนำเงินรางวัลไปซื้อสินค้าจาก Shopee ได้เลย

 Facebook Live เพิ่มฟีเจอร์ควิซโชว์ เพิ่มสีสันระหว่างดูไลฟ์
TechCrunch

พาครีเอเตอร์และลูกค้ามาเจอกัน… Facebook เปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์โชว์ของ พร้อมให้ลูกค้ามาดีลได้ง่ายยิ่งขึ้น

สำหรับฟีเจอร์นี้ เรียกว่า “Brand Collabs Manager” เปรียบเสมือนเป็นพื้นที่ ที่ให้เหล่าครีเอเตอร์มาทำ Portfolio ของตัวเอง ที่รวบรวมทั้งประวัติของครีเอเตอร์ แนวทางการสร้างผลงาน และผลงานต่างๆ แล้วพอลูกค้าจากแบรนด์ไหนมาเห็นเราแล้วสนใจก็สามารถดีลงานกันได้เลย สะดวกทั้งครีเอเตอร์และลูกค้า

บัตรทรูไม่ต้อง Facebook เตรียมเปิดทางให้การเก็บเงินเพื่อกดเข้ากรุ๊ปเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น

ถ้าในเมืองไทย ก็จะมี Facebook Group หลายๆ กรุ๊ป ที่มีคอนเทนต์พิเศษมาลงในนั้น โดยผู้ใช้ต้องเสียเงินในการกดเข้ามา เพื่อแลกกับการเข้ากรุ๊ปเหล่านี้ (เช่น กรุ๊ปติวหนังสือ สอนภาษา) ซึ่งวิธีการชำระเงิน บ้างก็ให้โอน บ้างก็ขอเป็นรหัสบัตรทรูมันนี่ แต่ชีวิตของเราจะง่ายขึ้น เพราะตอนนี้ Facebook ได้ออกมาเปิดเผยว่า กำลังทดสอบฟีเจอร์นี้แล้ว ซึ่งเรียกว่า “Subscription Group”

แต่ฟีเจอร์นี้ จะไม่เหมือนกับแบบที่เรายกตัวอย่างมาก่อนหน้านี้เสียทีเดียว แต่จะเป็นสร้างกรุ๊ปย่อยในกรุ๊ปแบบเดิมที่มีอยู่ แล้วกรุ๊ปย่อยนั้นสามารถเก็บเงินค่าเข้าได้ ส่วนจะเปิดให้ใช้เมื่อไหร่ ก็ต้องรอติดตามกันต่อไป

Facebook เตรียมเปิดทางให้การเก็บเงินเพื่อกดเข้ากรุ๊ปเป็นเรื่องง่ายขึ้น
Facebook Newsroom

ดูข้อมูลเพจได้ลึกยิ่งขึ้น ทั้งการซื้อโฆษณา และข้อมูลอื่นๆ ของเพจ

ฟีเจอร์นี้ จะทำให้ใครก็ได้สามารถเข้าไปดูข้อมูลที่ลึกยิ่งกว่าเดิมของเพจนั้นๆ ได้ ทั้งการซื้อโฆษณา การบูสต์โพสต์ของเพจ เฉพาะกับโฆษณาที่กำลังทำงานอยู่ และรวมไปถึงข้อมูลต่างๆ ของเพจด้วย ดูได้ทั้งวันที่ที่เพจนี้เปิดขึ้นมา และประวัติการเปลี่ยนชื่อของเพจ

Facebook ให้เหตุผลว่า ต้องการทำให้เพจต่างๆ มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น ฟีเจอร์นี้สามารถใช้ได้แล้ว ลองไปส่องกันดูได้เลย

จ่ายง่ายแบบนี้ เงินหมดบัญชีแน่นอน ซื้อของผ่านแชตเฟซ จ่ายเงินง่ายยิ่งขึ้น ผ่าน K PLUS

จากความร่วมมือของ Facebook และ 2C2P ที่เปิดให้การซื้อของผ่านแชต Messenger สามารถชำระเงินผ่านบัตรเครดิต และบัตรเดบิตได้ ผ่าน Qwik by 2C2P ตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งถือว่าในประเทศไทย เป็นประเทศแรกของโลกของฟีเจอร์นี้ (ก็ประเทศอื่นเขานิยมซื้อของผ่านเว็บอีคอมเมิร์ซมากกว่านี่นา)

ในปีนี้ Qwik by 2C2P ก็ได้เพิ่มช่องทางการชำระเงินผ่าน K PLUS อีกหนึ่งช่องทาง ให้ผู้ซื้อสามารถกดชำระเงินได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงสั่งซื้อของผ่านแชตปกติ แล้วแจ้งว่าจะจ่ายเงินผ่าน K PLUS กับผู้ขาย ผู้ขายจะส่งปุ่มการชำระเงินมาให้ผู้ซื้อ ผู้ซื้อก็กดปุ่ม “Pay with K PLUS” ที่หน้าจอของโทรศัพท์เรา จากนั้น แอปจะสลับไปที่แอป K PLUS ทันที เพื่อให้ผู้ซื้อกดโอนเงิน โดนไม่ต้องใส่ยอดเงินเลขบัญชีของร้านค้านั้นอีกครั้ง เมื่อจบรายการ จะสลับไปหน้าจอของ Messenger อีกครั้ง พร้อมกับส่งรูปสลิปให้กับผู้ขายโดยอัตโนมัติ สำหรับฟีเจอร์นี้ ใช้ได้กับบนแอปเท่านั้น ถ้าใช้บนคอมพิวเตอร์ จะมีให้เลือกแต่บัตรเครดิต และบัตรเดบิต

และล่าสุด เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาแอป Krungthai NEXT จากธนาคารกรุงไทย ก็รองรับการจ่ายเงินผ่านช่องทาง Facebook แล้ว แต่ยังไม่มีการแถลงข่าวออกมาแต่อย่างใด ทั้งจากทางธนาคารกรุงไทย และ Facebook เรียกได้ว่าฟังก์ชันนี้อำนวยความสะดวกลูกค้าอย่างมากเลยทีเดียว แต่ก็ระวังอย่าช็อปจนเพลินมากเกินไปนะ…

กรกฎาคม : โซเชียลอย่างเดียวไม่พอ ขอเขยิบมาเป็นเจ้าของคอนเทนต์เอง

หมดยุคเคเบิลทีวี Facebook ชนะประมูล English Premier League ในไทย เริ่มฤดูกาลหน้า

ปกติแล้ว ลิขสิทธิ์ในประเทศไทยของรายการการแข่งขันฟุตบอลที่มีคนติดตามมากที่สุดในโลก อย่าง English Premier League จะอยู่ในมือของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเคเบิลทีวีมาโดยตลอด นั่นคือ TrueVisions CTH และ beIN SPORTS แต่ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ลิขสิทธิ์ในประเทศไทย รวมถึงลาว กัมพูชา และเวียดนาม จะตกมาอยู่ในมือของ Facebook ซึ่งในการประมูลครั้งนี้ Facebook ใช้เงินกว่า 8,200 ล้านบาท แลกกับการถือลิขสิทธิ์ตลอด 3 ฤดูกาล จนถึงปี 2565

เรื่องนี้ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่า ในฤดูกาลหน้า เราจะได้รับชมฟุตบอล English Premier League ผ่าน Facebook กันอย่างแน่นอน ส่วนวิธีการรับชมจะเป็นอย่างไร และจะฟรีหรือเสียเงิน ก็คงต้องคอยติดตามกัน ส่วน TrueVisions ที่ปัจจุบันซื้อสิทธิ์จาก beIN SPORTS มาฉายต่อ จะได้ฉายฟุตบอลรายการนี้ต่อหรือไม่ Facebook จะขายสิทธิ์การออกอากาศทางเคเบิลทีวีให้ต่อหรือเปล่า เรื่องนี้ก็น่าติดตามไปไม่น้อยกว่ากันเลย

Facebook ชนะประมูล English Premier League ในไทย

สิงหาคม : สารพัดกลเม็ดสกัดข่าวปลอมและข้อมูลหลุด

จะทวิตพร้อมโพสต์ลง Facebook ไม่ได้แล้ว เมื่อ Facebook อัปเกรดให้ API รัดกุมมากยิ่งขึ้น

ผลพวงจากคดี Cambridge Analytica ที่ทำเอาข้อมูลของผู้ใช้ Facebook หลุดออกไปจำนวนมาก หนึ่งในวิธีที่ Facebook ทำเพื่อยับยั้งไม่ให้ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นในอนาคตอีกก็คือการทำ API ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น API ที่กล่าวไปนั้นก็คือชุดเครื่องมือที่ทำขึ้นมา เพื่อให้ผู้ให้บริการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเกม แอปพลิเคชัน หรือเว็บไซต์ต่างๆ นำไปใช้ เพื่อให้ Facebook ไปเป็นส่วนหนึ่งของบริการนั้นๆ ตัวอย่างเช่น หลายๆ แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ จะให้ผู้ใช้ล็อกอินก่อนการเข้าใช้งาน หนึ่งในวิธีการล็อกอินแบบง่ายๆ ก็คือการล็อกอินด้วย Facebook ของผู้ใช้ ทำให้ผู้ใช้ไม่ต้องสมัครสมาชิกของบริการนั้นๆ ใหม่

สำหรับกรณีของ Twitter ไม่ใช่การล็อกอินเข้าใช้งานอย่างที่ได้ยกตัวอย่างไป แต่เป็นฟังก์ชันที่จะคัดลอกข้อความที่ผู้ใช้ทวิตลงบน Twitter ไปโพสต์ลงบน Facebook ให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งพอ Facebook ได้ปรับกฎกติกาต่างๆ ในการใช้งาน API สำหรับผู้พัฒนาภายนอก ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น Twitter จึงถอดใจในการพัฒนาฟังก์ชันนี้ต่อเพื่อให้สอดรับกับกฎกติกาใหม่ของ API และยกเลิกการให้บริการฟังก์ชันนี้ไปอย่างถาวร

สกัดยับยั้งข่าวปลอม Facebook ออกกติกาใหม่ แอดมินเพจใหญ่ต้องทำตาม

จากหลายๆ ข่าวปลอม ที่ถูกปล่อยออกมาให้รบกวนใจผู้ที่ถูกกล่าวหาในข่าว Facebook จึงได้เล็งเห็นถึงต้นตอของข่าวปลอม ซึ่งต้นตอนั้นก็คือเพจที่ปล่อยข่าวคลิกเบต (Clickbait) ข่าวปลอมต่างๆ และมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากด้วย Facebook จึงออกกฎกติกาใหม่ ให้แอดมินของเพจที่มีผู้ติดตามเป็นจำนวนมาก ต้องยืนยันว่าแอดมินอาศัยอยู่ที่ประเทศใด และให้เปิดการใช้งานระบบยืนยันตัวตนแบบสองขั้นตอน

Two-factor authentication for Facebook

Get extra security for your account with two-factor authentication.

Posted by Facebook Security on Wednesday, 23 May 2018

นอกจากกฎกติกาใหม่แล้ว Facebook ยังได้ออกปุ่ม “ข้อมูลและโฆษณาบนเพจ” หรือปุ่มตัว i ที่อยู่ด้านบนของเพจ เมื่อเข้าดูผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ผู้ใช้ได้ทราบถึงประวัติการเปลี่ยนชื่อของเพจ และโฆษณาที่เพจกำลังเผยแพร่อยู่ ซึ่งสามารถดูโฆษณาที่เผยแพร่ในเพจเดียวกัน แต่เป็นเวอร์ชันของประเทศอื่นๆ ได้อีกด้วย ซึ่งกรณีนี้ มักพบกับเพจที่เป็นของแบรนด์ระดับโลก ที่ทำธุรกิจในหลายประเทศ อาทิ สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านอาหารจานด่วน บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์ เป็นต้น อันเนื่องมาจาก Facebook เปิดโอกาสให้ผู้สร้างเพจ สามารถสร้างแค่เพจเดียว แต่เนื้อหาในแต่ละประเทศ สามารถแตกต่างกันได้

ผู้ใช้ Facebook สามารถดูโฆษณาที่เผยแพร่ในเพจเดียวกัน แต่เป็นเวอร์ชันของประเทศอื่นๆ ได้
Marvel บริษัทผู้ผลิตสื่อความบันเทิงซูเปอร์ฮีโร่ชื่อดังจากดิสนีย์ ที่มีแฟนเพจในเวอร์ชันประเทศต่างๆ มากมาย

ต่อยอด Pixel ไปอีกขั้น Facebook เปิดตัว Pixel for Groups สำหรับแอดมินดูแลกลุ่มโดยเฉพาะ

ก่อนหน้านี้ เราเคยรู้จักกับ Facebook Pixel เครื่องมือที่ไว้ใช้ตามรอยผู้ใช้ที่เข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเรา จากเครื่องมือชิ้นนี้ Facebook จึงได้ต่อยอดมาเป็น Pixel for Groups โดยเครื่องมือชิ้นนี้ทำออกมาเพื่อให้แอดมินของกลุ่มต่างๆ บน Facebook สามารถติดตามพฤติกรรมต่างๆ ของสมาชิกในกลุ่ม ว่าคลิกลิงก์จากในกลุ่มออกไปที่เว็บไซต์ไหนบ้าง

หลายๆ เว็บไซต์ที่มีแฟนเพจ เดี๋ยวนี้ก็ได้ทำกลุ่มใน Facebook เพื่อบริหารความสัมพันธ์ระหว่างแอดมินกับแฟนๆ ผู้ติดตาม การที่มีเครื่องมือชิ้นนี้ขึ้นมา ก็ทำให้แอดมินของกลุ่มสามารถเช็กเรตติ้งของโพสต์ในกลุ่มได้อีกด้วย โดย Pixel for Groups สามารถใช้งานได้ผ่านหน้า Group Insights ซึ่งจะสามารถใช้ได้เฉพาะกับกลุ่มที่มีสมาชิกมากกว่า 50 คนเท่านั้น

Facebook Pixel for Groups ทำให้แอดมินสามารถติดตามพฤติกรรมของสมาชิกได้
หน้า Group Insights

Facebook ภูมิใจนำเสนอ เพิ่มแท็บ “Watch” ทั้งหน้าเว็บและแอปมือถือ

นอกจาก Messenger ที่ Facebook พยายามชูโรงมาตลอดในการเป็นแอปสำหรับการแชต อีกหนึ่งแบรนด์ที่ Facebook พยายามนำเสนอเช่นเดียวกัน จนยกมาเป็นหนึ่งแท็บ ทั้งในหน้าเว็บและหน้าแอปบนมือถือ ก็คือ “Watch” หน้าที่รวบรวมวิดีโอจากทุกแฟนเพจมารวมอยู่ในหน้าเดียว

ในเมื่อ Facebook มีความพร้อมทั้งคอนเทนต์ที่ผู้ผลิตป้อนลง และฐานผู้ชมที่เป็นผู้ใช้ Facebook อยู่แล้ว จึงได้ปลุกปั้น Watch ขึ้นมา เพื่อเป็น Hub ที่รวบรวมวิดีโอต่างๆ มากมาย และพุ่งท้าชนกับ YouTube โดยเฉพาะ นอกจากการเพิ่มแท็บแล้ว Facebook ก็ยังให้ความสำคัญกับเหล่าครีเอเตอร์ โดยการเปิดหน้า Facebook for Creators ที่ช่วยส่งเสริมการทำวิดีโอของเหล่าครีเอเตอร์อีกด้วย

Facebook Watch Is Going Global

Posted by Facebook on Monday, 27 August 2018

กันยายน : มรสุม Facebook ระลอกใหม่ ใหญ่เหมือนเดิม

ปัดสตอรี่ดูเพลินๆ อ้าว… โฆษณามา Facebook Stories มีโฆษณาแล้ว

คนเล่นโซเชียลทุกๆ คน น่าจะคุ้นเคยกับ “Stories” ที่ Facebook จับใส่ในทุกบริการ ไม่ว่าจะเป็น Facebook ตัวหลัก Messenger Instagram และ Whatsapp ถึงขนาดที่แอปคู่แข่งอย่าง YouTube ยังต้องเพิ่มฟีเจอร์นี้ลงไปในแอปของตัวเองบ้าง และแน่นอนว่า หลายๆ ฟีเจอร์ที่ Facebook ทำออกมาให้พวกเราใช้กัน ย่อมเป็นพื้นที่โฆษณาดีๆ ที่ Facebook สามารถทำเงินได้

“Stories” ก็เป็นหนึ่งในฟีเจอร์เหล่านั้น ที่สามารถให้ลูกค้ามาลงโฆษณาในพื้นที่ตรงนี้ได้ โดยสตอรี่ที่เป็นโฆษณาจะมีลูกเล่นอื่นๆ ที่เพิ่มเข้ามาจากสตอรี่ปกติ เช่นการปัดจอขึ้นเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์ที่ผู้ลงโฆษณาได้ตั้งไว้เป็นปลายทางได้

โฆษณามา Facebook Stories มีโฆษณาแล้ว
สตอรี่ที่เป็นโฆษณาสามารถเพิ่มให้ผู้ใช้สามารถปัดจอขึ้นเพื่อเข้าลิงก์ที่กำหนดต่อได้

View As เป็นเหตุ ผู้ใช้ Facebook 50 ล้านคน เสี่ยงภัยโดนขโมยบัญชีจากช่องโหว่ของฟีเจอร์นี้

ค่ำคืนวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย ผู้ใช้หลายๆ คนต่างพากันสงสัยว่า “ทำไม Facebook ถึงหลุดแล้วให้ล็อกอินใหม่” ก็ได้แต่สงสัยกันไป จนผ่านมาไม่กี่ชั่วโมงภายในคืนเดียวกัน Facebook ก็ได้ประกาศออกมาว่า Facebook ถูกแฮกเกอร์เข้ามาขโมย Token ของผู้ใช้ออกไป ผ่านช่องโหว่ของฟีเจอร์ View As ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้สวมบทบาทเป็นเพื่อนของผู้ใช้เอง เพื่อย้อนกลับมาดูหน้าโปรไฟล์ของตัวเอง ตั้งแต่วันนั้น Facebook ได้ทำการปิดฟีเจอร์นี้ แต่จนถึงวันนี้ Facebook ก็ยังไม่เปิดฟีเจอร์นี้ให้กลับมาใช้ดังเดิมเสียที

Facebook ได้พบช่องโหว่นี้ตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน พร้อมกับพบว่าแฮกเกอร์ยังได้อาศัยใช้ช่องโหว่นี้เข้ามาอีกด้วย ทำให้ในวันที่ 28 กันยายน Facebook ได้ทำการรีเซ็ต Token ของผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด ราวๆ 50 ล้านคน แม้กระทั่ง Mark Zuckerberg ก็เป็นหนึ่งในนั้น ทำให้ผู้ใช้กลุ่มนี้หลุดออกจากระบบ และผู้ใช้ต้องล็อกอินกลับเข้าไปใหม่

สำหรับ Token ที่พูดถึงนั้น เปรียบเสมือนกุญแจที่ใช้ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ บน Facebook ของผู้ใช้ เช่นการโพสต์ การแชร์ การแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นคนละส่วนกับรหัสผ่านในการเข้าใช้งานของผู้ใช้ เมื่อ Facebook ได้ทำการปิดช่องโหว่นี้แล้ว ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องทำการเปลี่ยนรหัสผ่านอีก และสำหรับคดีนี้ Facebook อาจถูกปรับร่วม 5.1 หมื่นล้านบาท จากการทำข้อมูลของผู้ใช้รั่วไหล ตามกฎ GDPR

ข้อความที่ Facebook แจ้งผู้ใช้เกี่ยวกับช่องโหว่จากฟีเจอร์ View As
ข้อความแจ้งผู้ใช้เกี่ยวกับช่องโหว่ที่เกิดขึ้น

ตุลาคม : Facebook ลงมาทำฮาร์ดแวร์เต็มตัว

Portal ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์จาก Facebook ที่เกิดมาเพื่อวิดีโอคอลล์โดยเฉพาะ

ที่ผ่านมา Facebook ได้ซื้อกิจการผู้ผลิตฮาร์ดแวร์สำหรับการเล่น VR อย่าง Oculus มาอยู่ในมือ แต่ Facebook เอง ก็ยังไม่ได้สรรสร้างผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์ภายใต้แบรนด์ตัวเองออกมาจำหน่ายเสียที จนเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา Facebook ก็ได้เปิดตัว “Portal” อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวิดีโอคอลล์โดยเฉพาะ โดยกล้องที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ชิ้นนี้ มีฟังก์ชันอันชาญฉลาดมากมาย ทั้งการจับภาพในมุมกว้าง ปรับมุมกล้องให้หันไปทางผู้ใช้งานในขณะที่เคลื่อนที่อยู่ หรือหากในฝั่งของเราไม่ได้มีแค่เราคนเดียว แต่มีเพื่อนๆ อยู่ด้วย การเก็บทุกคนให้อยู่ภายใต้เฟรมเดียว กล้องตัวนี้ก็สามารถทำได้เช่นกัน อีกทั้งยังมีสติกเกอร์ AR ที่ขับเคลื่อนโดยแพลตฟอร์ม Spark AR จาก Facebook เอง ที่ช่วยเพิ่มสีสันระหว่างการสนทนาอีกด้วย

แต่ถ้าจะซื้ออุปกรณ์แบบนี้มาตั้งประจำในบ้านทั้งที แต่มีฟังก์ชันแค่การวิดีโอคอลล์อย่างเดียว ก็คงจะดูกระไรอยู่ Portal จึงมาพร้อมกับผู้ช่วยส่วนตัวอย่าง Alexa จากค่าย Amazon ที่ฝังมาอยู่ในตัวเครื่องเดียวกันเลย ทำให้ผู้ใช้งาน ได้ทั้งอุปกรณ์วิดีโอคอลล์และผู้ช่วยส่วนตัวมาในเครื่องเดียวกันเลย ทั้งนี้ Portal สนนราคาอยู่ 199 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับ Portal รุ่นธรรมดา จอกว้าง 10 นิ้ว และ 299 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับ Portal+ จอกว้าง 15 นิ้ว

Portal from Facebook

Posted by Facebook on Friday, 5 October 2018

พฤศจิกายน : หลากหลายลูกเล่น โดนใจผู้ใช้

แชร์ให้เพื่อนเห็นครบ ทั้งกว้าง ยาว ลึก กับ 3D Photos ผ่าน Facebook

เรียกได้ว่า Facebook เป็นผู้นำเทรนด์ในการโพสต์รูปบนโลกโซเชียลจริงๆ จากที่เคยเห็นผู้ใช้สามารถอัปโหลดรูปภาพแบบ 360 องศา Live Photos และไฟล์โมเดลสามมิติกันมาแล้ว มาถึงคราวนี้ Facebook ก็ได้ เปิดตัว “3D Photos” ให้ผู้ใช้สามารถอัปโหลดไฟล์ภาพสามมิติ ที่ถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนที่สามารถถ่ายภาพในรูปแบบ Portrait ที่มีการเก็บรายละเอียดในแนวลึกด้วยเลนส์คู่ โดยสมาร์ตโฟนที่มีเลนส์คู่ หลังๆ มานี้ก็มีการเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่อง

แน่นอนว่า ฟีเจอร์ตื่นตาตื่นใจแบบนี้ ต้องมีสักแบรนด์ที่นำ 3D Photos มาเป็นลูกเล่นในการทำนำเสนอแคมเปญต่างๆ บน Facebook ก็ต้องมาจับตาดูกันว่า แบรนด์ไหนจะทำ 3D Photos ออกมาได้ดูดี และน่าสนใจกันบ้าง

How to Create 3D Photos

We presented the 3D photos feature and now we're handing the creativity off to you! We can't wait to see what you come up with. If you need a little help getting started, check out our video on how to post a 3D photo. What are you excited to bring to life using this immersive format?

Posted by Facebook 360 on Thursday, 11 October 2018

เจอ TikTok บุกขนาดนี้ มีหรือจะไม่สู้ Facebook เปิดตัว Lasso แอปลิปซิงก์ถูกใจวัยรุ่น

ตามที่เราได้กล่าวไปว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา Facebook ได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่คล้ายคลึงกับ Tinder และ HQ Trivia มากๆ คราวนี้ ก็มาถึงคิวของ TikTok แล้ว เพราะ Facebook เปิดตัว “Lasso” แอปที่ให้ผู้ใช้สามารถอัดคลิปวิดีโอตัวเองลิปซิงก์เพลงดังๆ และเสียงจากละครได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่า Lasso จะให้โหลดเป็นแอปต่างหาก ไม่ได้ฝังอยู่แอป Facebook แต่ก็สามารถกดแชร์เข้าสู่ Facebook ทั้งในรูปแบบโพสต์ปกติ และสตอรี่ได้อย่างง่ายดาย

ตอนนี้ Lasso มีให้ดาวน์โหลดแค่ในบางประเทศเท่านั้น ยังไม่มีการประกาศออกมาอย่างแน่ชัดว่าจะปล่อยให้ใช้ทั่วโลกเลย หรือจะเจาะจงกับแค่บางประเทศเท่านั้น ส่วนฟังก์ชันจะสู้ TikTok ได้หรือไม่ เพราะตัว TikTok เอง ก็มีหลากหลายฟังก์ชันในการทำคลิปสนุกๆ ที่นอกเหนือจากการลิปซิงก์อีกด้วย แล้วสุดท้าย Lasso จะเป็นแอปที่ต่อกรกับ TikTok ได้หรือไม่ ศึกนี้ต้องดูกันยาวๆ

แอป Lasso ของ Facebook
ภาพตัวอย่างแอปพลิเคชันจาก App Store

ธันวาคม : หลากหลายฟีเจอร์ โดนใจผู้ลงโฆษณา

“มีแล้วจ้า เลิกโฆษณาได้แล้ว” Facebook เพิ่มปุ่ม “ซื้อมาแล้ว” เพื่อซ่อนโฆษณากับสินค้าที่มีอยู่แล้ว

หลายๆ ครั้งที่เราเข้าเว็บช็อปปิ้งออนไลน์เพื่อจะหาสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ไม่ว่าเราจะซื้อหรือไม่ได้ซื้อ เวลากลับมาเล่น Facebook ทีไร ก็จะมีโฆษณาสินค้าชิ้นนั้นๆ ที่เราเคยเข้าไปดู หรือชิ้นที่เกี่ยวข้อง โฆษณาขึ้นมาให้เราได้พบเห็นกันอยู่ตลอดทุกที หรือแม้แต่แบรนด์ออฟไลน์ที่ทำการโฆษณาบน Facebook เมื่อเราไปซื้อสินค้าชิ้นนั้นมาแล้ว ผู้ใช้ยังพบเห็นโฆษณาชิ้นนั้นอยู่ เพราะข้อมูลการสั่งซื้อไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบโฆษณา

ปกติแล้ว เมื่อเรารู้สึกว่าโฆษณาชิ้นนี้กวนใจเกินไป เราสามารถกดปุ่ม “ซ่อนโฆษณา” ที่มุมขวาบนของโพสต์ได้ โดยเมื่อกดปุ่มนี้แล้ว Facebook จะถามเราว่าเรามีเหตุผลอะไรที่กดซ่อนโฆษณา ซึ่งแต่เดิมจะมีตัวเลือกแค่ “ไม่เกี่ยวข้อง” กับ “เห็นบ่อยเกินไป” เท่านั้น แต่จากเหตุการณ์ที่ผมได้ยกตัวอย่างไปข้างต้น Facebook จึงได้เพิ่มเหตุผล “ฉันซื้อมาแล้ว” เพิ่มเข้ามา จากเดิมที่มีแค่สองเหตุผล ทำให้เหตุผลที่ผู้ใช้กด อาจไม่ตรงกับความเป็นจริง การเพิ่มเหตุผล “ฉันซื้อมาแล้ว” เข้ามา ทำให้ผู้ลงโฆษณาสามารถทราบถึงเหตุผลที่ผู้ชมโฆษณากดซ่อนโฆษณาได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น

Facebook เพิ่มปุ่ม "ซื้อมาแล้ว" สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการซ่อนโฆษณา
ขั้นแรก ต้องกดปุ่มสามจุดที่มุมขวาบนของโพสต์ จากนั้นจึงกดปุ่ม “ซ่อนโฆษณา”
หากเรามีสินค้าชิ้นนี้แล้ว ให้กดเหตุผลว่า “ฉันซื้อมาแล้ว”

ทุกที่เป็นเงินเป็นทองไปหมด Facebook เพิ่มพื้นที่โฆษณาในช่องค้นหา

“ทุกที่เป็นเงินเป็นทองไปหมด” คำพูดนี้คงไม่ใช่คำพูดที่ใช้เฉพาะกับพื้นที่ขายตามห้างร้านต่างๆ แล้ว เพราะแม้แต่ใน Facebook ทุกๆ พื้นที่ก็สามารถทำเงินได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งกับช่องค้นหา ที่ Facebook เพิ่มพื้นที่โฆษณา ให้ปรากฏอยู่ในบริเวณที่แสดงผลการค้นหา โดยตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทดสอบการใช้งาน เฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และโฆษณาที่ลูกค้าจะนำมาลงในบริเวณนี้ ยังจำกัดเฉพาะรูปแบบภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ยังไม่รองรับรูปแบบวิดีโอ หากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ทาง Facebook ก็จะเดินหน้าโครงการและขยายไปยังประเทศอื่นๆ ต่อไป

อัพเดต ข่าว Facebook ในปี 2018
ความเปลี่ยนแปลงของ Facebook ในปี 2018

เรียกได้ว่าในปี 2561 ที่ผ่านมา Facebook ทั้งจัดเต็มและโดนจัดเต็มจริงๆ โดยเฉพาะกับเรื่องข่าวปลอม การคุมคามในรูปแบบต่างๆ ทางโซเชียล และฟีเจอร์ต่างๆ ที่ถอดแบบมาจากแอปอื่นๆ (อ้าว!) สำหรับปีหน้าฟ้าใหม่ 2562 Facebook จะงัดฟีเจอร์อะไรเด็ดๆ ออกมาอีก ก็ต้องมาติดตามใน Content Shifu กันอีกเช่นเคยนะครับ ผมเองก็ขอให้ปีหน้า 2562 เป็นปีที่สดใสสำหรับท่านผู้ติดตาม Content Shifu ทุกท่านนะครับ สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ 😀

Fuse Sivakorn

ฟิวส์.. ผู้ที่ชอบติดตามข่าวสารในโลกของธุรกิจ ดิจิทัลมีเดีย และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตของคนเราดียิ่งขึ้น มาเป็นนักเขียนน้องใหม่ที่ Content Shifu ฝากเนื้อฝากตัวทุกคนด้วยนะครับ :D

More From Me
>