มัน เยอะ มาก…

นี่คือความรู้สึกแรกตอนผมเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับ Bitcoin (บิทคอยน์) ซึ่งเป็น Cryptocurrency (สกุลเงินดิจิทัล) เมื่อนานมาแล้ว และปัจจุบันมันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีกตามกระแสความฮิต อย่างไรก็ตามผมบอกไว้ก่อนเลยว่าบางส่วนของบทความอาจจะเป็นการมองมุมกลับให้ต่างจากคนอื่นซักเล็กน้อย เพราะบทความนี้จะมาให้ข้อมูลคุณในอีกมิติ คือมิติที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาดออนไลน์ เพื่อที่เราจะได้เห็นเทคโนโลยีต่างๆ ในมุมมองฝั่งอื่นมากขึ้น

Bitcoin (บิทคอยน์) แบบเข้าใจง่ายๆ

จะบอกว่ามันเป็นสกุลเงินดิจิทัลมันก็ไม่ผิด ข้อมูลยิบย่อยขออธิบายเป็นภาษาปากแล้วกัน

บิทคอยน์ ถูกพัฒนาโดยนักพัฒนาซอฟท์แวร์ที่ใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto ที่มุ่งหวังจะสร้างสกุลเงินที่ไม่ได้ตั้งบนพื้นฐานของรัฐบาลหรือธนาคารใดๆ ใช้การส่งผ่านกันทางอินเทอร์เน็ต

โดยบิทคอยน์จะเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ถอดสมการทางคณิตศาสตร์ ไม่ได้เป็นเหรียญจริงๆ ตามชื่อของมันแต่ประการใด ซึ่งอ้างอิงจากการทำงานของธนาคารที่จะ “เพิ่มจำนวนเงินลงในบัญชีที่อยู่ในระบบ” ในเวลาเราฝากเงินหรือ “ลดจำนวนเงินในบัญชี” ในเวลาที่เราถอนเงิน

สิ่งที่เราถอน หรือฝาก มันคือข้อมูล ส่วนเงินยังอยู่ในตู้ ATM ซึ่งจริงๆ ธนาคารอาจนำเงินเราไปหมุนในรูปแบบใดก็ได้ เพราะเงินเป็นแค่สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเท่านั้น

บิทคอยน์จึงเป็นอีก “สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน” ที่ใช้แทนเงินตราสกุลต่างๆ ในโลกนั่นเอง

ชะอ้าว แบบนั้นมันเชื่อถือได้ขนาดไหน? แล้วเหรียญมันมายังไง?

นั่นคือประเด็น ทุกครั้งที่เราทำธุรกรรมมันก็จะกระจายข้อมูล “การโยกย้าย” ที่เข้ารหัสไปสู่คอมพิวเตอร์ที่เป็นเครือข่าย และจะมีการยืนยันกลับมาว่า โอเค เราได้ทำธุรกรรมนี้แล้วจริงจากที่ต่างๆ และเมื่อมีการคอนเฟิร์มกันถึงระดับหนึ่ง ธุรกรรมของเราก็สมบูรณ์

ตรงนี้ล่ะที่การขุดมันเข้ามามีบทบาท เพราะว่าปริมาณการทำธุรกรรมนั้นมหาศาลและมีการเข้ารหัสที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจและต่อเนื่อง เครื่องขุดทั้งหลายจะทำหน้าที่คอนเฟิร์มการทำธุรกรรมและบันทึกข้อมูลต่างๆในการใช้งานนั่นเอง

และนั่นคือหลักการทำงานของเหรียญแบบเข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องใช้ศัพท์วิชาการมาก

เหตุผลที่ Bitcoin มีความน่าสนใจเมื่อคิดในมุมการตลาด

อาจจะดูห่างตัว แต่คนในประเทศเรากลับให้ความสนใจกับ Bitcoin และ Cryptocurrency มากกว่าที่คิด และไม่ใช่แค่ส่วนเล็กๆ ของประเทศ แต่มันกลับกระจายออกไปทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะถ้าเรามาเปรียบเทียบมันกับเทคโนโลยีต่างๆที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการทำงานในปัจจุบัน

ลองดูง่ายๆ จากกราฟการค้นหาเปรียบเทียบเทรนด์ในประเทศไทยระหว่างช่วงเมษายนปีก่อนหน้า จนถึงปี ณ ที่เขียนนี้ โดยเปรียบเทียบเทรนด์ระหว่าง Cryptocurrency และ Virtual Reality ซึ่งเป็นคำศัพท์ในวงการเทคโนโลยีที่เป็นที่นิยม

สีฟ้าคือ Cryptocurrency และ สีแดงคือ Virtual Reality และจากภาพจะเห็นได้ว่า Cryptocurrency ได้รับความสนใจมากกว่า

หรือถ้าลองเปรียบเทียบเทรนด์ในประเทศไทยระหว่างคำว่า Cryptocurrency กับ Big Data ซึ่งเป็นอีกคำศัพท์ในวงการเทคโนโลยีที่เป็นที่นิยมมาก เส้นสีฟ้าที่เป็นการค้นหาเกี่ยวกับ Cryptocurrency ก็เติบโตได้ดีกว่า

บางคนอ่านแล้วคง เฮ้ย มันเทียบกันได้เหรอ? ถ้าในแง่ความสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีตัวนี้ล่ะก็เทียบได้ระดับหนึ่งเลยล่ะครับ เพราะผมใช้คำว่า Cryptocurrency ไม่ใช่ Bitcoin (ซึ่ง Bitcoin เป็นศัพท์พูดง่ายกว่า เทรนด์ค้นหามากกว่า) อย่างน้อยๆ การที่ Cryptocurrency ได้รับความนิยมก็คาดการณ์ได้ระดับหนึ่งแล้วว่าการค้นหาสนใจสกุลเงินดิจิทัลภาพใหญ่ ไม่ได้สนแค่ตัวเหรียญใหญ่ๆ ตัวหนึ่งแน่ๆ

การซื้อซอฟท์แวร์ออนไลน์ รูปถ่ายออนไลน์แล้วใช้บิทคอยน์ในการจ่ายก็เป็นอีกตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่าเหรียญดิจิทัลถูกยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ใกล้ตัวไปกว่านั้นคือร้านอาหารในไทยบางร้านก็รับการจ่ายด้วยบิทคอยน์แล้ว

กระทั่งการที่ ไอดอลอย่าง เฌอปราง BNK48 ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain และ Bitcoin ก็เป็นตัวอย่างให้เห็น ว่าจริงๆ แล้ว Bitcoin ไม่ได้เป็น “ของเฉพาะกลุ่ม” ไปเสียทีเดียว มันเป็นสิ่งที่เปิดกว้างและมีความน่าสนใจในเชิงลึก อีกทั้งยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้กลุ่มเป้าหมายของผู้ใช้งาน Bitcoin มีความน่าสนใจอย่างมาก

เอาล่ะครับ หลังจากที่ได้เล่าไปบ้างแล้วว่ามันน่าสนใจอย่างไร เรามาลงรายละเอียดที่เป็นความรู้สั้นๆ เกี่ยวกับ Bitcoin และตบท้ายด้วยโอกาสการนำไปใช้ในสายงาน Digital Marketing นะครับ

 

ความเข้าใจเกี่ยวกับ Bitcoin ในประเทศไทย

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากเขียนโดยส่วนตัวเลย ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าความเข้าใจนี้ผมรวมถึงองค์ความรู้พื้นฐาน เทคโนโลยี และภาพลักษณ์ของมันจากสายตาคนอื่นด้วย

ต่อให้เรียกบิทคอยน์ว่าสกุลเงินดิจิทัลแต่มันก็ยังคงเป็นไม่ได้ถ้าเกิดคนที่ใช้ยังเป็นแค่บางส่วน แถมความสนใจส่วนใหญ่ที่เกี่ยวกับบิทคอยน์คือ มันจะทำกำไรอย่างไร มากกว่ามันจะเอาไปใช้งานจริงจังได้อย่างไร และนี่อาจเป็นประเด็นได้ในระยะยาว เพราะคนสนใจซื้อมาเพื่อแค่ถือเฉยๆ แล้วรอให้ค่าของมันขึ้นไปเอง ไม่อยากเอาไปใช้อะไรเพราะเสียดายค่าของมัน ไม่ว่าจะตกลง หรือเด้งขึ้นก็ตาม

ที่สำคัญเลยคือมันเป็นเหรียญที่ค่อนข้างตื่นตูม จนบางทีอดคิดไม่ได้ว่านี่มันเหรียญคริปโตหรือกระต่าย

และนี่จะเป็นผลเสียในอีกรูปแบบ อย่างที่เรารู้กันว่าโซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ ในปัจจุบันไปไวขนาดไหน การให้ข้อมูลจริงจังเกี่ยวกับ Cryptocurrency มักจำกัดแค่ในเว็บที่เกี่ยวกับไอทีและเว็บคริปโตนั้นๆ ตรงๆ

สังเกตได้เลยว่าถ้ามีข่าวเกี่ยวกับบิทคอยน์ต้องมีใครซักคนพิมพ์ว่ามันคือแชร์ลูกโซ่ลงคอมเมนต์ และคอมเมนต์ที่ตามมาจะเต็มไปด้วยการด่า ไม่ก็เห็นด้วย หายากมากที่จะค่อยๆ อธิบายกันอย่างใจเย็น และด้วยความที่ราคาเหรียญมันขึ้นลงๆ นี่เอง ทำให้หลายคนเห็นว่าความน่าเชื่อถือมันต่ำและถูกควบคุมได้ง่ายจากผู้ที่ถือเหรียญในมือเยอะๆ

ตรงนี้ผมเลยอยากให้ใครที่เล่นเหรียญ หรือไม่เล่นก็ตาม ใจเย็นละเปิดใจว่ามันมีเทคโนโลยีนี้อยู่ในโลก และไม่ใช่แค่เพื่อการเก็งกำไร มันยังมีประโยชน์อีกมาก และพยายามอธิบายให้คนไม่เข้าใจเข้าใจว่า แท้จริงแล้วเทคโนโลยีตัวนี้เป็นอย่างไร อย่างน้อยๆ ถ้าเราเล่นหุ้นๆ ก็ใช้ซื้อกับข้าวไม่ได้ แต่ในอนาคตบิทคอยน์มันอาจทำได้ในประเทศไทย มันจึงเป็นเรื่องน่าเสียดายมากถ้าบรรดาเหรียญโดนมองในแง่ลบแต่ต้น

บทบาทของ Bitcoin ในด้าน Digital Marketing

ถ้าพูดกันแบบตรงไปตรงมา Digital Marketing มันก็คือการทำการตลาดแบบ Digital นั่นล่ะครับ ส่วนตัวบิทคอยน์และเหรียญประเภทอื่นๆ จะเข้ามามีบทบาทอย่างไร ลองมาดูกัน

1.เปิดกว้างทางธุรกิจของตนเอง

การโปรโมตว่าเว็บไซต์นี้รับบิทคอยน์หรือ ร้านนี้รับบิทคอยน์จะทำให้บริษัทหรือห้างร้านคุณดูเข้ากับยุคสมัยและเทคโนโลยีใหม่ๆ ดึงดูดลูกค้าที่ถือเหรียญชนิดต่างๆ โดยเฉพาะร้านใหญ่ๆที่ เปิดตัวว่ารับบิทคอยน์จะได้รับความสนใจจากเว็บไซต์ไอทีหรือเว็บรีวิวเป็นพิเศษ

ยกตัวอย่างเช่นร้านก๋วยเตี๋ยว ลิ้ม เหล่า โหงว ที่เปิดรับบิทคอยน์ได้รับความสนใจจากสื่ออยู่พักใหญ่ นอกจากเป็นการเปิดช่องทางการจ่ายเงินรูปแบบใหม่ มันยังเป็นการตลาดเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวอายุกว่า 80 ปีเจ้านี้ด้วย

2.สร้างโปรโมชันใหม่ๆ

แน่นอนว่ามันอาจอิงหลักการเดิมๆ อย่างการชิงโชคหรือการสะสมแต้ม แต่ด้วยคำว่าบิทคอยน์อาจทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

เช่นกรณีของ Boost Juice ร้านขายน้ำผลไม้ที่ทำเกมชิงโชคผ่านแอปพลิเคชันให้คนที่ซื้อสินค้าของตัวเองเดาราคาบิทคอยน์ในวันนั้นๆ ใครเดาได้ใกล้เคียงที่สุดจะได้รับบิทคอยน์ไปเลยฟรีๆ และโปรโมชั่นนี้ก็ได้รับความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว แถมคนใช้แอปยังเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก

3.เข้าถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้น

อย่างที่ทราบกันว่าในวงบิทคอยน์ที่เห็นเยอะๆ กันนี้ยังคงเป็นสังคมที่จำกัดพอสมควร (Niche) หากเทียบกับร้านค้าหรือเว็บไซต์ที่รับเงินสด การโปรโมตว่าเรารับบิทคอยน์หรือเหรียญชนิดอื่นๆ มีโอกาสทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้เข้ามาให้ความสนใจได้ไม่ยาก อีกทั้งยังมีเว็บไซต์อย่าง Bitcoinmap ซึ่งสามารถค้นหาร้านค้าที่รับบิทคอยน์ได้อีกต่างหาก

4.เพิ่มโอกาสในการโฆษณาด้วย Bitcoin

การโฆษณาออนไลน์ในปัจจุบันกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตลาดไปแล้ว และในฐานะนักการตลาดหรือเจ้าของธุรกิจคงไม่อยากเสียงเงินโฆษณาแบบตูมเดียวแต่ไม่มีอะไรรับประกัน นั่นคือที่ๆ บิทคอยน์เข้ามามีบทบาท

บิทคอยน์มันเป็นหน่วยดิจิทัลและสามารถย่อยลงไปได้แบบทศนิยมนับสิบๆ ตำแหน่ง การใช้งานมันร่วมกับระบบ Pay Per Click หรือ “กดเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น” จึงเป็นไปได้ไม่ยาก อีกทั้งตอนนี้ Google เองก็รองรับบิทคอยน์นอกจากจะทำให้คุ้มค่าโฆษณาแล้ว เราสามารถทำการตลาดได้เฉพาะกลุ่มมากขึ้นและวางแผนการตลาดได้ดีขึ้น จากการสังเกต “เงินค่าโฆษณา” แต่ต้องให้แน่ใจว่าเจ้าโฆษณานั้นไม่ไปกวนใจลูกค้าด้วย

สรุป

นี่ เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของบทบาทบิทคอยน์ากมุมมองของคนๆ หนึ่งเพียงเท่านั้น และเน้นเพียงแค่ว่ามันมีบทบาทอย่างไรในการทำ Digital Marketing ยุคปัจจุบัน

ซึ่งคงเห็นได้ชัดแล้วว่ามูลค่าของเงินดิจิทัล…ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในจอแต่อย่างใด ต่อให้เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวหรือร้านขายน้ำผลไม้ก็สามารถใช้บิทคอยน์ได้หากมีการประยุกต์ใช้และไอเดียที่ดี แม้ตอนนี้จะได้เห็นแค่ร้านใหญ่ๆ ก็ตาม

แม้ประชากรโลกที่ถือบิทคอยน์ในช่วงท้ายปี 2017 มีเพียง 0.23% หรือทุกๆ 438 คน จะต้องมีคนถือบิทคอยน์ 1 คน มันคงเป็นตัวเลขที่น้อย

แต่ลองคิดมุมกลับว่าถึงจะน้อยแต่ก็ยังมีคนให้ความสนใจขนาดนี้ อนาคตจะเป็นอย่างไร

ตาคุณแล้ว

ดีหรือไม่ดี มีประโยชน์ หรือไม่มีประโยชน์ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับมุมมองและการประยุกต์ใช้ของแต่ละบุคคลอย่างที่กล่าวไป ตอนนี้ถึงตาคุณแล้วครับ ว่าสำหรับคุณ Cryptocurrency จะสามารถไปไกลได้แค่ไหน และคุณ…จะสามารถใช้งานมันได้อย่างไรบ้าง

อ่านต่อ