สงสัยไหมครับว่าทำไม Tech จีนถึงโตไวแบบก้าวกระโดด
วันนี้ผมขอเอาตัวอย่างวิธีคิดของ Smart Locker ที่คิดให้ครบ แล้วจบที่การ Scale มาเล่าสู่กันฟัง
ก่อนอื่น ขอเล่าให้ฟังว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดดของ Tech จีนไม่ได้มาจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่มาจากวิธีคิดที่มองเห็นและแก้ปัญหา (Pain Point) ที่แท้จริงในชีวิตประจำวันของคนจำนวนมาก กรณีศึกษาของ Hive Box ซึ่งเป็นระบบตู้ล็อกเกอร์อัจฉริยะ (Smart Locker System) ที่เซินเจิ้น แสดงให้เห็นถึงการสร้างนวัตกรรมที่กลายเป็น Infrastructure ของเมือง ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และเติบโตจากการเป็นเพียงตู้ฝากของ สู่การเป็น Martech Infrastructure ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
ถ้าใครเคยไปเมืองจีน โดยเฉพาะย่านธุรกิจ ก็น่าจะคุ้นตากับกล่องล็อคเกอร์หลากสีสันที่อยู่
ใต้อาคารสำนักงานของจีน เชื่อไหมครับว่ากล่องล็อกเกอร์ หรือ Smart Locker เหล่านี้เปรียบเสมือนระบบชีวภาพที่ขับเคลื่อนด้วย Technology ของคนเมืองเลย
ยาวไป อยากเลือกอ่าน?
Hive Box: นวัตกรรมที่เกิดจากความวุ่นวายของการส่งพัสดุ
Hive Box ก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ที่เมือง เซินเจิ้น (Shenzhen) โดยบริษัท Hive Box Holdings ที่มองเห็นปัญหาจาก ยุคก้าวกระโดดของ E-commerce ที่มีพัสดุมากกว่า 100 ล้านชิ้นต่อวัน ที่ต้องจัดส่งไปทั่วประเทศ และ “Last Mile Delivery” ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของโลจิสติกส์จีน
จากปัญหาที่ผู้ส่งของ (Courier) ต้องวิ่งส่งพัสดุทีละบ้านในตึกอพาร์ตเมนต์สูง ๆ แต่ไม่มีลิฟต์หรือคนอยู่บ้านรับพัสดุ ทำให้เกิดการส่งซ้ำ, สูญหาย, ล่าช้าเป็นจำนวนมาก จึงเกิดนวัตกรรมที่เริ่มต้นจากคำถามง่ายๆ ว่า “ทำไมเราไม่สร้าง ‘จุดกลาง’ สำหรับพัสดุทุกชิ้นในชุมชนไปเลยล่ะ?”
จากไอเดียนั้นจึงเกิดเป็น Hive Box – Smart Locker System หรือตู้ล็อกเกอร์อัจฉริยะสำหรับรับ-ฝากพัสดุ โดยเริ่มติดตั้งครั้งแรกในอาคารในเมืองเซินเจิ้น
ตัวเลขสำคัญของการเติบโตของ Hive Box
Hive Box ขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นระบบชีวภาพที่ขับเคลื่อนด้วย Technology ของคนเมือง
- จำนวนจุดติดตั้ง: มีตู้ล็อกเกอร์อัจฉริยะ (Smart Lockers) มากกว่า 330,200 จุด ครอบคลุมกว่า 31 มณฑลของจีน
- พื้นที่ให้บริการ: ให้บริการในชุมชนกว่า 209,000 ชุมชน ทั่วประเทศจีน
- ผู้ใช้งาน (Users ): มีผู้ใช้งานราว 367.8 ล้านคน นับตั้งแต่ช่วงต้น – กลางปี 2024
- สัดส่วนพัสดุ: ตู้ล็อกเกอร์ของ Hive Box มี “ช่อง” หรือ Compartments รวมมากกว่า 29.9 ล้านช่อง โดยในปี 2018 เคยให้บริการเก็บพัสดุประมาณ 2.5 พันล้านชิ้น ซึ่งคิดเป็นราว 5% ของพัสดุทั้งหมดในจีนในปีนั้น
- ผลกำไร: ปี 2024 บริษัทเริ่มมีกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit) จากขาดทุน 313.8 ล้าน RMB ในช่วงเดียวกันปีก่อน มาเป็นกำไร 71.6 ล้าน RMB ในช่วง 5 เดือนแรกของปีก่อนหน้า
Smart Locker โตได้เพราะทุกฝ่ายได้ประโยชน์
ถึงจีนจะมีสุดยอดนักคิดนักพัฒนา แต่ไม่ใช่ว่านวัตกรรมทุกอย่างจะเกิดและโตได้นะครับ แต่ Hive Box และ ผู้ให้บริการ Smart Locker เจ้าอื่น ๆ ทำได้เพราะมัน แก้ Pain Point ได้ทุกฝ่าย
- Courier ส่งพัสดุได้เร็วขึ้น (เฉลี่ย 5-10 วินาทีต่อชิ้น)
- ลูกค้า มารับของเมื่อไหร่ก็ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- E-commerce Platform ลดต้นทุนการส่งซ้ำ
- รัฐ มองว่าเป็นสาธารณูปโภคเมือง (City Utilities) ที่ช่วยจัดระเบียบชุมชน
ปี 2017-2019 Hive Box ขยายติดตั้งกว่า 200,000 จุดทั่วประเทศจีน และได้รับการลงทุนจาก Alibaba Group, China Post, Vanke, และ SF Express Holdings (ผู้ถือหุ้นหลักกว่า 30%)
จากตู้ฝากของ สู่ Martech Infrastructure
ความอัจฉริยะของ Smart Locker ปัจจุบัน ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นตู้ฝากของ แต่ได้ก้าวไปเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการตลาดและเทคโนโลยี (Martech Infrastructure)
- Data Node: ทุกตู้ของ Hive Box เป็น Data Node ที่เชื่อม AI + IoT + พฤติกรรมมนุษย์ เข้าด้วยกัน
- การเก็บข้อมูล: ทุกการสแกนจะมีการเก็บเวลา อุณหภูมิ และจุดพิกัดของพัสดุ
- การวิเคราะห์: ระบบ AI จะวิเคราะห์ “Heat Map” ของการรับของในแต่ละย่าน
- Optimization: ข้อมูลที่ได้จะถูกป้อนกลับไปยังบริษัทขนส่งอย่าง Meituan หรือ SF Express เพื่อวางจุด Delivery ใหม่ทุกสัปดาห์
- User Experience: Hive Box ยังเชื่อมกับ WeChat Mini App เพื่อแจ้งเตือนและจ่ายค่าบริการได้ทันที
กระบวนท่า Martech จีนที่เราควรเรียนรู้
การเติบโตของ Tech จีนผ่านกรณี Smart Locker สรุปได้เป็น 3 กระบวนท่าสำคัญ:
- แก้ปัญหาจริงก่อน ค่อยพูดเรื่องเทคโนโลยี: นวัตกรรมไม่ได้เริ่มจากเทคโนโลยี แต่มาจาก “ปัญหา” ความวุ่นวายของพัสดุที่ต้องจัดระเบียบ
- ทำให้เทคโนโลยี “กลืน” ไปกับชีวิตคน: คนจีนหลายร้อยล้านคนใช้ Hive Box ทุกวัน ผ่านระบบการจัดเก็บข้อมูลพฤติกรรมอันซับซ้อน
- มากกว่า Tech แต่เป็น Infrastructure: Smart Locker ไม่ใช่แค่กระแส แต่ทำให้เทคโนโลยีอยู่ได้ในชีวิตจริงของเมืองอย่างยั่งยืน
ในแต่ละช่องของ Smart Locker ไม่ใช่แค่ของฝากหรือพัสดุ แต่คือ…
- “แรงของคนตัวเล็ก” ไรเดอร์ที่ฝ่าฝน ฝ่าหิมะ หรือแดดแรงกล้ามาส่ง
- “การจัดการของรัฐ” ที่ทำให้เมืองไม่ล่มจากพัสดุนับพันล้านชิ้น
- และคือ “ระบบ Technology ที่เติบโตด้วยหัวใจคน”
จีนอาจจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแต่หัวใจของระบบที่ยั่งยืน ยังคงต้องสูบฉีดไปด้วยความเป็น “มนุษย์” ครับ
ดูเทคโนโลยีอื่น ๆ ของจีนใน Entertainment Industryจากบทความ AI ในวงการบันเทิงจีน (Case Study จาก iQIYI)