และทำไมนักเขียนบทความออนไลน์ถึงควรที่จะรับเขียนในราคาที่สูงขึ้นกว่าเดิมอีกสักหน่อย (จริงๆ ชื่อหัวข้อบทความเต็มๆ มันต้องรวมประโยคนี้ด้วย แต่ว่าที่ไม่พอ ผมเลยเอามาต่อตรงนี้)

ไม่กี่วันก่อนผมเห็นบทความบทความนึงของเว็บไซต์ Oxegenyoyo นี่ว่าด้วยเรื่อง

จ้างเขียน Content “แค่นี้” ทำไมถึงแพง? เลยคันมือคันไม้ อยากจะเขียนเรื่องนี้ในมุมมองของผมบ้าง

ถ้าคุณลองไปดูราคาค่าเขียนบทความที่ประกาศรับกันอยู่ คุณน่าจะเห็นอยู่หลายที่ทั้งบนเว็บไซต์บางที่ หรือใน Facebook Group บางแห่ง และคุณอาจจะเห็นประกาศที่ลงไว้ว่า “รับเขียนบทความ SEO ราคา 10 บาท ต่อ 100 คำ” หรือ “หาคนเขียนบทความ SEO ราคา บทความละ 200 บาท”

ครั้งแรกที่ผมเห็นราคาประมาณขึ้นมาใน Facebook Group บอกตรงๆ ว่าผมค่อนข้างตกใจ แล้วก็เกิดคำถามในใจมา 2 ประโยคว่า “รับเขียนบทความเรตราคานี้ สิ้นเดือนจะเอาอะไรกิน?” และ “จ้างเขียนราคานี้ คุณภาพที่ได้จะเป็นยังไง?”

ผมลองคิดอิงจากที่ตัวเองเขียน ซึ่งกว่าผมจะเขียนออกมาได้ 1 บทความนี่ใช้เวลาเป็นวันๆ ไหนจะต้องหาข้อมูล ไหนจะต้องคิด Outline ไหนจะต้องเขียน ไหนจะต้องตรวจสอบ

ไม่ว่าคุณจะเป็นคนจ้าง หรือคนรับจ้าง ถ้าคุณยังให้คุณค่ากับงานเขียนน้อยอยู่ ผมขอให้คุณเปิดหู เปิดตา เปิดใจ ลองให้โอกาสกับงานเขียนชิ้นนี้ในการโน้มน้าวคุณเพื่อทำให้เห็นคุณค่าของงานเขียนมากยิ่งขึ้นนะ : )

ทำไมงานเขียนออนไลน์ถึงควรที่จะมี “ราคา” มากกว่านี้

ถ้ามองในแง่คนเขียน

ส่วนตัวผม ผมคิดว่าคนที่เขียนบทความออนไลน์ควรจะรู้จัก ‘เขียน’ ‘ค้น’ ‘คิด’

รู้จักเขียน คือรู้จักเทคนิค และวิธีการเขียนออนไลน์ให้มีคนอ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางโครงสร้างการเขียนให้ง่ายต่อการอ่าน การใช้ภาษาให้ดูน่าติดตาม หรือการใช้ตัวสะกดให้ถูกต้อง

รู้จักค้น คือรู้จักค้นคว้าหาข้อมูลก่อนที่จะเริ่มเขียน ไม่นั่งเทียนเนื้อหาขึ้นมาเองถ้าเรื่องที่คุณเขียนนั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ผมเชื่อมาตลอดว่าการที่คนคนนึงจะเขียนออกมาได้ดี คนคนขึ้นจะต้องเป็นคนที่ค้นคว้า และศึกษาไม่ว่าจะเป็นด้วยการอ่าน ฟัง หรือดู มามากพอสมควร

พ่อทุกสถาบันอย่าง Google และ Facebook นั้นสามารถช่วยให้คุณหาข้อมูลอ้างอิง หรือหาความรู้เพิมเติมเกี่ยวกับเรื่องที่คุณจะเขียนได้ไม่ยาก (อ่านเพิ่มเติม: วิธีการเจ๋งๆ ในการหาหัวข้อมาเขียน)

รู้จักคิด คือรู้จักคิดวางแผนในด้านต่างๆ เช่นพวก SEO หรือ Social Media ซึ่งผมคิดว่านักเขียนออนไลน์ที่ดีจะรู้ และสามารถแนะนำผู้จ้างได้ตั้งแต่การแนะนำว่า Keyword ไหนควรจะมาเอาทำเป็นบทความ (อ่านเพิ่มเติม: keyword คืออะไร และ หา keyword ของเว็บไซต์อย่างไรให้รายได้ของคุณพุ่ง) บทความแนวไหนที่เขียนแล้วได้ Engagement บน Social Media ดีๆ ไปจนถึงบทความแบบไหน พอเขียนแล้วจะมีใครมาช่วยที่มีโอกาสมาช่วยแชร์ได้บ้าง (อย่างบทความนี้ เวลาผมเขียนขึ้นมา ผมก็คาดหวังว่าคุณตอง เจ้าของเว็บ Oxegenyoyo ที่ผมพึ่งเขียนถึงไปในตอนต้นจะช่วยผมแชร์ หรือถ้าส่ง Backlink กลับมาผมจะดีใจมาก ฮา)

ถ้าคุณไม่ได้ใส่ใจ 3 ข้อที่ผมพึ่งเขียนถึงไปมากนัก เน้นแต่การผลิตคอนเทนต์ให้ได้ถูก เร็ว เยอะ คุณจะไม่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวเองได้เลยครับ

ถึงแม้ว่าการทำตาม 3 ข้อข้างบน จะทำให้คุณต้องลงแรงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้คุณจะต้องใช้เวลาต่อบทความเยอะขึ้น แต่ผมคิดว่ามันก็เป็นการทำให้มูลค่าของงานของคุณไม่ได้แปรผันตามจำนวน และราคาที่คุณผลิตออกมา แต่จะแปรผันตามเวลา ความทุ่มเท และคุณค่าที่คุณส่งมอบให้กับผู้จ้าง และผู้อ่าน ซึ่งแน่นอนว่าค่าจ้างที่คุณจะได้รับมันจะมากกว่าราคาตลาดในตอนนี้หลายเท่าตัวแน่นอนครับ

ถ้ามองในแง่คนจ้าง

ในความเห็นของผม 1 บทความเจ๋งๆ มีคุณค่ามากกว่าบทความธรรมดาๆ 10-20 บทความ และมีคุณค่ามากกว่าบทความที่เป็นเทมเพลต (เขียนครั้งเดียวแต่เอาไปขายให้คนหลายๆ คน) เป็น 100 บทความ

ถ้าคุณเน้นการจ้างคนเขียนมาเขียนแบบบทความละ 100-200 บาท มีแนวโน้มสูงมากว่าบทความที่คุณได้มาจะเป็นบทความแบบที่มีอยู่มากมายบนโลกออนไลน์

ปัจจุบันสิ่งที่ขาดแคลนสำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์นั้นไม่ใช่ “คอนเทนต์” แต่เป็น “เวลา” คนเหล่านั้นมีทางเลือกมากมายบนโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นคุยกับเพื่อน ติดตามข่าว อ่านเรื่องราวดราม่า และอื่นๆ คำถามก็คือ ด้วยเวลาที่มีอยู่จำกัด ทำไมพวกเขาเหล่านั้นถึงจะต้องมาสนใจคอนเทนต์ธรรมดาๆ ของคุณ?

บางทีอาจจะมีคนแย้งผมมาว่า ถ้ามีบทความเยอะๆ คุณภาพอาจจะไม่ต้องดีมาก แต่ หา Keyword ในการทำ SEO แม่นๆ มันก็สามารถทำให้ติด Google หน้าแรกๆ แล้วก็ได้ Traffic มาอยู่ดีรึเปล่า?

ก็จริงที่คุณจะได้ Traffic มา แต่ Traffic ที่คุณจะได้นั้นอาจจะเป็นเพียงแค่ Awareness คือคนเข้ามาอ่าน เห็น ปิด แล้วก็จบ ซึ่งถ้าธุรกิจของคุณไม่ไดัเป็นธุรกิจสไตล์ข่าวที่รายรับแปรผันตาม Pageview สิ่งที่ต้องทำต่อจาก Awareness คือการ Convert คนที่เข้ามาเสพบทความของคุณให้เป็นผู้ติดตาม หรือลูกค้า

ผมไม่คิดว่าบทความทั่วๆ ไปจะมีแรงดึงดูด และแรงโน้มน้าวที่มากพอที่ทำให้คน Convert ครับ

Shifu แนะนำ

ถ้าอยากลองดูตัวอย่างของคนที่เขียนบทความน้อย แต่คุณภาพเยอะ แล้วประสบความสำเร็จ ผมแนะนำให้ไปดู Backlinko ของ Brian Dean ที่เป็น Expert ในเรื่อง Link Building ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำ SEO ครับ บทความที่เขาเขียนนั้นมีไม่ถึง 50 บทความ แต่ว่าเขาสามารถดึง Traffic เข้ามายังเว็บไซต์ของเขาได้เดือนละหลายแสน

นอกจากการเข้าไปอ่านบทความของเขาแล้ว ผมแนะนำให้คุณลองไป Subscribe email เพื่อเข้าไปอยู่ใน Sales Funnel ของเขาดู ซึ่งของที่เขาขายนั้นถือว่าไม่ถูกเลย (เริ่มต้นที่เดือนละเกือบๆ 200 เหรียญ) แต่ว่าเขาขายได้ “โคตร” เยอะ ซึ่งสาเหตุ นอกเหนือจาก Traffic ที่เขาได้เข้ามาแล้ว นั้นคือการที่บทความของเขาดี และคนมองเข้าเป็น Authority (ผู้เชี่ยวชาญ) ทางด้านการทำ Link Building ครับ

สรุป

สำหรับนักเขียน – ใช้เวลาศึกษา ค้นคว้า และกลั่นออกมาเป็นบทความให้ดียิ่งขึ้น และรับงานให้แพงขึ้น แรกๆ อาจจะต้องพิสูจน์ตัวเองเยอะหน่อย และอาจจะหางานได้ยากขึ้น แต่ถ้าคุณทำได้ คุณจะกลายร่างจาก “คนเขียน” เป็น “นักเขียน” อย่างแน่นอน  

สำหรับนายจ้าง – การจะเอาบทความไปใช้เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งของการทำ Inbound Marketing / Content Marketing นั้น บทความของคุณไม่สามารถเป็นบทความที่มีอยู่เกลื่อนตามท้องตลาดได้ บทความของคุณต้องมีอะไรดีกว่า เจ๋งกว่า ลองจ้าง “นักเขียน” ที่มาช่วยเขียนบทความให้สูงขึ้นอีกนิด ราคาเป็นหนึ่งในสิ่งที่จะสะท้อนถึงคุณภาพ ของถูก เร็ว ดี ไม่มีอยู่จริงในโลก

สุดท้ายเรื่องที่อยากฝากไว้คือ

1. นักเขียนที่ให้ราคาตัวเองต่ำ แสดงว่าเขาไม่เห็นค่าในตัวเอง และถ้านักเขียนไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ผู้จ้างก็ไม่มีเหตุผลที่จะเห็นคุณค่าในตัวนักเขียนเช่นกัน

2. ผู้จ้างที่ให้ราคาค่าเขียนบทความต่ำ แสดงว่าเขาไม่เห็นคุณค่าของงานเขียน และถ้าผู้จ้างไม่เห็นคุณค่าของงานเขียน นักเขียนก็ไม่ควรที่จะให้คุณค่ากับผู้จ้างเช่นกัน

บทความนี้เขียนด้วยความหวังดีนะ : )

ตาคุณแล้ว

คุณกำลังรับจ้างเขียนคอนเทนต์ หรือกำลังหานักเขียนมาช่วยเขียนคอนเทนต์อยู่รึเปล่า? คุณเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยยังไงกับบทความนี้ มาคุยกันต่อได้ในคอมเมนต์เลยนะครับ

ป.ล. อันนี้สุดท้ายจริงๆ แล้ว Content Shifu ตามหาคนมาช่วยเขียนเกี่ยวกับเรื่อง Inbound Marketing อยู่ (อาจจะมีเรื่อง Outbound Marketing บ้างก็ได้) ถ้าคุณรู้จัก ”เขียน” “ค้น” “คิด” และมี Passion กับเรื่องเหล่านี้ มาคุยกัน 🙂

อ่านต่อ