การยิง Facebook Ads น่าจะเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ นักการตลาด ตลอดจนพ่อค้าแม่ขายในโลกออนไลน์อยากรู้และอยากที่จะเริ่มต้นศึกษา เพราะ Facebook Ads เปรียบเสมือนประตูที่ทำให้คนเข้าหาสินค้าและบริการได้มาก มีโอกาสพบเจอ ผ่านตา ไปจนถึงขั้นซื้อสินค้าได้

แต่สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยลองทำอาจจะรู้สึกไม่กล้าที่จะเริ่มต้นลงเงินในการซื้อโฆษณา และอาจเกิดความไม่มั่นใจว่า แอดที่กำลังทำอยู่ คุณทำการตั้งค่าต่างๆ ถูกต้องหรือไม่? และมีอะไรที่ต้องคำนึงถึงก่อนการยิงแอดบ้าง? 

บทความนี้เราจึงจะมาสอนการลงโฆษณา Facebook แบบ Step by Step ให้คนเริ่มต้นทำ Facebook Ads สามารถลงมือทำตามได้ง่ายๆ ใครไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นยิง Facebook Ads ลองเปิด Account ของคุณขึ้นมาแล้วทำตามไปพร้อมๆ กันได้เลยค่ะ 🙂

ยาวไปอยากเลือกอ่าน

4 เรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มต้นลงโฆษณา Facebook Ads

ก่อนที่เราจะสอนลงโฆษณา Facebook Ads เราอยากให้คุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับ 4 เรื่องเหล่านี้ก่อนลงมือทำ 👇

จะยิงแอดต้องยิงผ่าน Facebook Fanpage เท่านั้น

การลงโฆษณา Facebook เราจะทำได้ก็ต่อเมื่อเราทำการเปิด Facebook Fanpage เท่านั้น การลงโพสต์ใน Facebook ส่วนตัวเพื่อโปรโมตสินค้าจะไม่สามารถนำโพสต์นั้นมายิงโฆษณาได้  ดังนั้น ใครที่ยังไม่มี Facebook Fanpage แนะนำให้ดูวิธีสร้างต่อได้เลยที่ 👉 วิธีสร้างเพจ Facebook ทำได้อย่างไร บอกครบทุกขั้นตอน

Boost Post ≠ Facebook Ads

การกดปุ่ม Boot Post และการยิงโฆษณาผ่าน Facebook Ads นั้นมีความต่างกันทั้งในแง่ของการใช้งานที่การ Boot Post ดีในด้านความง่าย แต่อาจจะตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายและ Goal ได้ไม่ละเอียดเท่าการลงโฆษณา Facebook Ads  และประสิทธิภาพของการปรับแต่งโฆษณาที่เห็นได้ชัดเจนว่า  การลงโฆษณา Facebook Ads ทำได้มากกว่า เพียงแต่มีความคล้ายกันในด้านการแสดงผลจากการซื้อโฆษณาเท่านั้นเอง

อย่าใช้โทรศัพท์มือถือในการบริหารและลงโฆษณา Facebook

เพราะฟังก์ชันในการลงโฆษณาบนโทรศัพท์มีไม่ครบเหมือนกับการยิงผ่าน Facebook Ads Manager บนคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจส่งผลถึงความแม่นยำ ค่าใช้จ่าย และ Goal ที่ตั้งไว้ได้ 

ชิ้นงานที่ใช้ทำโฆษณาของ Facebook Ads = โพสต์บนเพจ

การลงโฆษณา Facebook ไม่จำเป็นต้องโพสต์ลงบนเพจก่อนทุกครั้ง แต่เราสามารถสร้างชิ้นงานโฆษณาที่ลอยๆ อยู่ในระบบ Facebook Ads ได้ (เราเรียกกันว่า Unpublished Post หรือ Ad Post) ซึ่งตัว Ad Post จะสร้างและนำไปใช้งานได้หลากหลายกว่า 

Shifu แนะนำ
อาจมีเรื่องอื่นๆ ที่คุณยังเข้าใจผิดอยู่อีกเกี่ยวกับการเริ่มต้นทำ Facebook Ads แนะนำให้ลองอ่านบทความ 5 เรื่องง่าย ๆ ที่คนมักจะเข้าใจผิดในการเริ่มทำ Facebook Ads เพื่อเช็กว่าสิ่งที่คุณได้ยินหรือได้ทำหรือได้ยินมานั้นมันเป็นสิ่งที่คุณกำลังเข้าใจผิดอยู่หรือเปล่า?

ขั้นตอนการลงโฆษณา Facebook Ads มีอะไรบ้าง?

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการลงโฆษณา Facebook Ads กันไปบ้างแล้ว คราวนี้มาลงรายละเอียดถึงขั้นตอนและวิธีการลงโฆษณา Facebook Ads กันบ้าง โดยเราจะแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

  1. สร้าง Account
  2. เข้าสู่หน้า Overview
  3. สร้าง Campaign
  4. สร้าง Ad sets
  5. สร้าง Ads
Shifu แนะนำ
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเราสร้าง Ads เลยไม่ได้ ทำไมต้องทำ Campaign และ Ad sets ขึ้นมาก่อน…เรื่องนี้อธิบายได้ด้วยโครงสร้างของ Facebook Ads หรือ Campaign Structure ค่ะ

โดยโครงสร้างที่ว่านี้ประกอบด้วยชั้น (Layer) ทั้งหมด 3 ชั้น คือ แคมเปญ (Campaign) ชุดโฆษณา (Ad Set) โฆษณา (Ad) ในแต่ละชั้นจะมีค่าสำคัญที่ต้องตั้งค่าแตกต่างกันไป ช่วยทำให้เรารู้ว่าในแต่ละชั้นเราจะต้องทำอะไรก่อน-หลัง เพื่อให้ Ads ออกมาสมบูรณ์เท่าที่ผู้ใช้โฆษณาต้องการและไม่ข้ามขั้นตอนหรือลืมอะไรไป 

Campaign Structure สอนลงโฆษณา Facebook Ads

นอกจากนี้การตั้งค่า Ads ตาม Campaign Structure ยังช่วยให้คนที่ลงโฆษณาสามารถกำหนดงบประมาณในการลงโฆษณาและตั้งเวลาในการลงได้สะดวกขึ้น แบ่งสัดส่วนของกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย และแสดงการวัดผลในการลงโฆษณาแยกให้เห็นกันอย่างชัดเจนไม่ปนกัน 

ซึ่งรายละเอียดเรื่อง Campaign Structure นี้ คุณสามารถอ่านประโยชน์และทำความเข้าใจเพิ่มเติมได้จากการอ่านบทความ Campaign Structure โครงสร้างโฆษณาที่ต้องรู้ลึกรู้จริงก่อนทำ Facebook Ads ค่ะ 

New call-to-action

1. สร้าง Account 

ก่อนอื่นเลยคุณจำเป็นจะต้องสมัคร Facebook Ads Manager เพื่อที่จะใช้เครื่องมือนี้ในการสร้าง ปรับปรุง จัดการ และวิเคราะห์ผลลัพธ์การยิงโฆษณา Facebook Ads 

2. เข้าสู่หน้า Overview

หน้า Overview ของ Facebook Ads

หลังจากสมัครเข้าใช้งาน Facebook Ads Manager ตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วจะถูกพาเข้าสู่หน้า Overview หากต้องการยิงโฆษณา Facebook Ads ให้คลิกเลือกที่ Business Tools (จุด 9 จุดฝั่งซ้ายมือ) และคลิกที่ Ad Manager เพื่อเข้าสู่หน้าของการสร้างแคมเปญ Ads ต่อไป

3. สร้าง Campaign 

ขั้นที่ 1 เริ่มต้นสร้าง Campaign

เมื่อคลิกเข้ามาแล้วจะเจอกับหน้าต่างภาพรวมในลักษณะ Table สำหรับใครที่ยังไม่เคยรันแคมเปญโฆษณาจะยังไม่มีผลลัพธ์ใดๆ ปรากฏ แต่จะมีแถบเมนูด้านบนเรียงลำดับจาก Campaign > Ad sets > Ads 

วิธีสร้างแคมเปญ (Campaign) ของ Facebook Ads

โดยที่เมนู Campaign จะเป็นเหมือนร่มใหญ่ที่ครอบ Ad sets และ Ads เอาไว้ ซึ่งเราสามารถจัดการแคมเปญต่างๆ และดูผลลัพธ์แบบภาพรวมได้ทั้งหมดในหน้านี้ เช่น

  • Create Campaign: สร้างแคมเปญโฆษณา Facebook Ads ใหม่
  • Duplicate: สร้างแคมเปญโฆษณาเดิมซ้ำ
  • Edit: ปรับแต่งแคมเปญ เช่น ปรับแต่งชื่อแคมเปญ, เริ่มต้นทำ AB Test, กำหนดลิมิตการใช้เงินโฆษณา 
  • A/B Test: สร้างการทดสอบ A/B Test ของโฆษณาได้ 

ฯลฯ

สำหรับใครที่เริ่มต้นทำ Facebook Ads เป็นครั้งแรกให้เริ่มต้นโดยการกด ‘Create’ ด้านซ้ายมือได้เลยค่ะ

ขั้นที่ 2 เลือก Campaign Objective

Choose a campaign objective (Facebook Ads)

ต่อมาคุณจะต้องทำการเลือก Campaign Objective ให้ตรงกับผลลัพธ์ที่คุณต้องการจากการยิง Ads ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักๆ คือ

  • Awareness: มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก โดยผลลัพธ์ที่ได้อาจจะเป็นการกดไลก์ แชร์ คอมเมนต์ หรือการเข้าถึงในวงกว้าง ซึ่งแบ่งออกเป็น…
    • Brand Awareness > เป็นการสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มสนใจในโฆษณา Facebook Ads เพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์และจดจำให้มากขึ้น
    • Reach > เป็นการเน้นการแสดงผลโฆษณาให้คนเห็นได้มากที่สุด และเลือกความถี่ในการเห็นซ้ำๆ บ่อยๆ ได้จากการกำหนด Frequency Capping ในการโฆษณา
  • Consideration: มุ่งเน้นไปที่การให้กลุ่มเป้าหมายมีปฏิสัมพันธ์ด้วย แบ่งออกเป็น…
    • Traffic > เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์จากทั้งในและนอก Facebook โดยมีตัวชี้วัดเป็น จำนวนการเข้าชม (Landing Page Views) และจำนวนการคลิกลิงก์ (Link Clicks)
    • Engagement > เพิ่มการเห็นและนำส่งโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์เป็นลำดับต้นๆ โดยผลลัพธ์มักจะได้เป็นการกดไลก์ แชร์ คอมเมนต์ ฯลฯ
    • App Installs > เพิ่มโอกาสให้คนดาวน์โหลดหรือซื้อแอปพลิเคชัน (จะแสดงผลบนโทรศัพท์เท่านั้น)
    • Video Views > เพิ่มจำนวนการรับชมวิดีโอ ให้กลุ่มเป้าหมายคุ้นเคยกับแบรนด์หรือสินค้าด้วยเนื้อหาที่น่าสนใจ
    • Lead Generation > เพิ่มจำนวนลูกค้า ด้วยการเก็บข้อมูลลูกค้าในรูปของแบบฟอร์ม โดยคุณสามารถใช้รายชื่อลูกค้าเหล่านี้มาทำ CRM ย้อนหลังได้อีกด้วย
    • Messages > เพิ่มโอกาสในการที่กลุ่มเป้าหมายจะส่งข้อความกลับมาหาคุณ เหมาะสำหรับกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ หรือธุรกิจอยากปิดการขายบน Facebook Messager เป็นหลัก
  • Conversion: มุ่งเน้นไปที่การสร้างยอดขายให้กับธุรกิจ แบ่งออกเป็น…
    • Conversions > เข้าหากลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสจะทำ Action บางอย่างที่เราอยากได้ เช่น ซื้อสินค้าในเว็บไซต์, ลงทะเบียนรับข่าวสาร ฯลฯ เพื่อนำไปสู่ยอด Conversion ที่คุณต้องการ แต่การทำโฆษณาวัตถุประสงค์นี้จำเป็นต้องมีการติดตั้ง Facebook Pixel เสียก่อน ซึ่งคุณสามารถดูวิธีการติดตั้งได้ที่ 👉วิธีการติดตั้งและใช้งาน Facebook Pixel
    • Catalogue Sales > หากคุณขายสินค้าที่หลากหลายแบบ E-commerce สามารถใช้ Objective นี้ในการสร้างแอดหน้าตาคล้ายกับแคตตาล็อกได้เลย
    • Store Traffic > เป็น Objective ที่ช่วยแสดงตำแหน่งที่ตั้งของร้าน เพื่อโปรโมทธุรกิจกับคนที่อยู่ใกล้เคียงได้ตามที่กำหนด

ขั้นที่ 3 ใส่ Campaign Detail

เมื่อเลือก Objective เสร็จก็จะเข้าสู่หน้าการตั้งค่าเพิ่มเติม โดยคุณสามารถใส่รายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวกับแคมเปญได้ในขั้นนี้

เพิ่ม Campaign detail ก่อนการลงโฆษณา Facebook Ads

ใส่รายละเอียดของแคมเปญ ได้แก่ 

  1. ชื่อแคมเปญ 
  2. การทำ A/B Test โดยสามารถเลือกได้ว่าจะทำ A/B Testing หรือไม่
  3. การกำหนด Budget ที่จะใช้ในแคมเปญนี้ โดยจะเลือกได้ว่าจะจ่ายเป็นรายวัน (Daily Budget) หรือตั้งงบลงโฆษณาแบบตลอดอายุ (Lifetime Budget) ซึ่งจะเป็นการใช้งบจนกว่าจะหมดตลอดทั้งแคมเปญ
Shifu แนะนำ
คุณสามารถเลือกตั้งค่างบประมาณให้ใช้ในระดับ 1) Campaign หรือ 2) Ad Sets ก็ได้ ถ้าต้องการใช้  Budget ส่วนไหน ก็เพียงไปตั้งค่า Budget ในขั้นนั้น

ส่วนความแตกต่างของการใช้งบใน 2 ขั้นนี้คือ…

ถ้าคุณกำหนดงบประมาณในระดับแคมเปญ Budget งบก้อนนี้ก็จะถูกเฉลี่ยและใช้งานโดย Ad sets ที่อยู่ภายใต้แคมเปญนี้ทั้งหมด แต่ถ้าอยากแบ่งการใช้ Budget ในแต่ละ Ad sets ภายใต้แคมเปญเดียวกัน เพื่อแยกงบประมาณที่ใช้ในแต่ละกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มตามที่วางแผนเอาไว้ แนะนำให้กำหนด Budget ในขั้น Ad sets แทนค่ะ

4. สร้าง Ad sets

เข้าสู่ขั้นตอนสำคัญของการลงโฆษณา Facebook Ads กับการสร้าง Ad sets ซึ่งเป็นขั้นตอนของการกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ยิ่งถ้าคุณกำหนดได้ละเอียดและตรงกับความสนใจของเขาจริงๆ มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งช่วยให้ Ads มี Performance ที่ดีขึ้นตามไปด้วย 

วิธีการตั้งค่าต่างๆ จะมีรายละเอียดอะไรที่คุณต้องรู้บ้าง ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

ขั้นที่ 1 ตั้งชื่อ Ad sets ตั้งค่า Budget และเวลาที่ต้องการรันแคมเปญ

Create New Ad sets for facebook ads

ขั้นตอนนี้คือการกำหนดชื่อของ Ad sets และถ้าหากคุณไม่ได้ตั้งค่า Budget ในระดับแคมเปญไว้ คุณสามารถตั้งค่า Budget แยกตาม Ad sets ได้ที่นี่ค่ะ

นอกจากนี้ คุณยังต้องกำหนดวันและเวลาที่ต้องการ Publsih แคมเปญและวัน-เวลาที่ต้องการสิ้นสุดแคมเปญนี้เอาไว้ด้วย

ขั้นที่ 2 กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

create new audience for facebook ads

คุณสามารถเลือกกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้จากการสร้าง New Audience ซึ่งจะแบ่งเป็น…

  • Custom Audiences (กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง) ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่สร้างขึ้นมาได้โดยใช้ข้อมูลจากธุรกิจเราโดยตรงทั้งที่อยู่ในระบบ Facebook (On-Facebook) หรือข้อมูลที่อยู่นอกระบบ Facebook (Off-Facebook) โดยคุณสามารถดูมีวิธีการสร้าง Custom Audiences ได้ ที่นี่
  • Lookalike Audiences (กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน) โดยจะเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ใช้หากลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มลูกค้าเดิมของเรา

แต่ถ้าหากคุณยังไม่มีข้อมูลฐานลูกค้ามากพอที่จะทำ Custom และ Lookalike Audience คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการใช้ Saved Audience โดยการกำหนด ความสนใจ พฤติกรรม ข้อมูลประชากร ตามตัวเลือกที่ระบบโฆษณาบน Facebook มีให้

select locations for facebook afs

นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้งค่า Location ของกลุ่มเป้าหมายได้ว่าอยู่ที่ไหน รวมถึงกำหนด Demographic อย่าง อายุ เพศ ความสนใจ และพฤติกรรมเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะส่งโฆษณาไปถึงได้อีกด้วย

ขั้นที่ 3 กำหนดพื้นที่การโฆษณา

select placements for facebook ads

คุณสามารถเลือก Placement ที่โฆษณาจะไปปรากฏบน Platform ต่างๆ ได้ เช่น Facebook, Instagram, Messenger รวมถึงเลือก Device ว่าจะให้แสดงโฆษณานี้เฉพาะการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์หรือบนโทรศัพท์ก็ได้อีกเหมือนกัน

Shifu แนะนำ
Audience definition ของ Facebook Ads

สำหรับคนที่เริ่มต้นยิง Facebook Ads ต้องอย่าลืมดู Audience Definition ประกอบกับการกำหนดกลุ่มเป้าหมายด้วยว่า อยู่ในขนาดที่พอดีหรือไม่ 

ถ้าหากอยู่ในเกณฑ์สีเขียว หมายถึง กลุ่มเป้าหมายมีขนาดกำลังพอดี

สีเหลือง หมายถึง กลุ่มเป้าหมายกว้างเกินไป ทำให้โฆษณาอาจเข้าไม่ถึงกลุ่มลูกค้าที่มุ่งหวัง

สีแดง หมายถึง กลุ่มเป้าหมายแคบไป อาจทำให้การหากลุ่มเป้าหมายที่จะทำการโฆษณาทำได้ยากขึ้น 

ซึ่งคุณจะดูตัวเลขสรุปยอดคนที่สามารถเข้าถึงได้จาก Potential Reach ว่ามากหรือน้อยเกินไป ถ้าหากมากเกินไปก็ควรจะกำหนดกลุ่มเป้าหมายหรือเพิ่มความสนใจให้แคบลง

5. สร้าง Ads 

สุดท้ายจะเป็นเรื่องของการสร้างแอด โดยขั้นนี้จะเป็นการกำหนดรูปแบบโฆษณาของคุณว่าจะออกมาเป็นรูปแบบไหน ซึ่งสามารถแบ่งขั้นตอนออกเป็น 5 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 ตั้งชื่อและเลือกกำหนดรูปแบบของโฆษณา Facebook Ads

รูปแบบโฆษณา Facebook Ads

เริ่มแรกเลยให้คุณตั้งชื่อ Ads ให้เรียบร้อย หลังจากนั้นให้ลงมาที่ Ad setup และกำหนดรูปแบบโฆษณาว่าจะเลือกเป็น Ads ที่สร้างใหม่ (Create Ad) เลือกใช้ของเดิมที่เป็นโพสต์บน Facebook Fanpage หรือเป็น Ads ที่เคยทำและเคยใช้งานมาก่อนแล้ว (Use existing post) หรือจะเลือกใช้แบบจำลองของสินค้าแทนรูปภาพจริงในการลงโฆษณาก็ได้เช่นกัน (Use creative hub mockup)

ขั้นที่ 2 เลือก Format ของ Ads ที่จะใช้

Format โฆษณา Facebook Ads

หากคุณเลือกการสร้างแอดใหม่ คุณสามารถเลือก Format ที่จะไปแสดงผลเป็นรูปแบบโพสต์ประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น…

  • Image โฆษณาประเภทรูปภาพ ใช้ jpg หรือ png ในขนาด 1.91 : 1 ถึง 4 : 5
  • Video โฆษณาประเภทวิดีโอ ใช้ได้เกือบทุกสกุลไฟล์ แต่จะมีการกำหนดความยาวว่าต้องไม่น้อยกว่า 1 วินาที สูงสุดไม่เกิน 240 นาที และมีสัดส่วน 9 : 16 ถึง 16 : 9 
  • Carousel โฆษณาในรูปแบบสไลด์ ใช้ได้ทั้งแบบรูปภาพและวิดีโอ โดยจะต้องมีจำนวนทั้งหมด 2 ภาพ หรือ 2 วิดีโอขึ้นไป ซึ่งการยิง Ads รูปแบบนี้จะต้องมี Landing page รองรับ
  • Full-screen mobile Experience หรือการทำ Canvas Ads เป็นโฆษณาที่คุณสามารถนำเสนอสินค้าด้วยสื่อต่างๆ ทั้งรูปภาพ วิดีโอ ข้อความ รวมไปถึงการมีลิงค์เพื่อสั่งซื้อหรือสอบถามได้ในโพสต์เดียว

ขั้นที่ 3 เขียนแคปชั่นและ Headline ให้ปัง

เขียนแคปชั่น Facebook Ads

นอกจาก Format ที่ต้องดึงดูดเตะตาแล้ว เรื่องของ Headline และแคปชั่นเองก็เป็นปัจจัยสำคัญที่คุณต้องครีเอตไอเดียในการเล่าเรื่องของสินค้าและบริการที่ต้องการนำเสนอให้ออกมาโดนใจกลุ่มเป้าหมายให้ได้

ขั้นที่ 4 อย่าลืมเรื่องการ Tracking

Facebook Ads Tracking

ขั้นตอนสุดท้ายก่อน Publish คือเรื่องของการ Tracking ผ่าน Facebook Pixel เพื่อดูพฤติกรรมของลูกค้าว่ามีผลลัพธ์มาจากโฆษณาที่เราส่งไปหรือไม่ หากติดตั้ง Facebook Pixel แล้วต้องอย่าลืมใส่ข้อมูลส่วนนี้ด้วยนะคะ

ขั้นที่ 5 กด Publish 

Facebook ads table result

หลังจากกด Publish แล้ว คุณจะเห็นว่าในช่อง Delivery สถานะจะขึ้นเป็น ‘In Review’ คือการรอตรวจสอบ หลังจากผ่านไปสักพักเมื่อ Facebook อนุญาตแล้วสถานะจะเปลี่ยนเป็น Active และเมื่อจบแคมเปญแล้วสถานะจะเปลี่ยนเป็น Completed เป็นขั้นสุดท้าย

Shifu แนะนำ
เมื่อคุณเริ่มทำการลงโฆษณา Facebook Ads จนเชี่ยวชาญแล้วต่อไป เราขอเเนะนำให้คุณศึกษาเรื่อง Metrics ที่ใช้เป็นตัวชีวัดความสำเร็จของการทำ Facebook Ads ซึ่งเราได้รวบรวมวิธีการวิเคราะห์และการอ่านค่า Metrics ในเบื้องต้นไว้แล้วที่ 👉Metrics และเทคนิคการวิเคราะห์ Facebook Ad เบื้องต้นที่นักการตลาดออนไลน์ควรรู้ 

ใครที่สนใจก็ลองไปตามอ่านและศึกษากันต่อได้เลยนะคะ 🙂 

สรุป

การลงโฆษณา Facebook เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยให้เราเข้าถึงเป้าหมายที่ต้องการได้แบบตรงจุดอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งถ้าผู้ใช้งานสามารถบริหาร จัดการ และลงมือยิงแอดได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ รับรองเลยว่า Facebook Ads จะเป็นช่องทางคุณภาพที่ช่วยสร้างได้ทั้งการรับรู้ (Awareness), การตัดสินใจ (Consideration) และสามารถนำพาให้กลุ่มเป้าหมายกระทำบางอย่างในแบบที่เราต้องการ (Conversion) ในงบประมาณที่จ่ายไปแล้วคุ้มค่าอย่างแน่นอนค่ะ 

ตาคุณแล้ว

คราวนี้ถึงตาคุณลองลงมือทำแล้วค่ะ เริ่มต้นอาจจะยากและใช้เวลาเรียนรู้สักหน่อย แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ เพราะ Content Shifu มีบทความให้ความรู้ และคอร์สสอนลงโฆษณา Facebook ที่ช่วยคุณตั้งแต่เริ่มต้นจนลงมือทำเป็น ถ้าลองศึกษาแล้วมีอะไรอยากให้เราบอกหรือแนะนำเพิ่มเติมอีก ลองคอมเมนต์บอกกันได้เลยค่ะ 😊