Blog

The Consumer Decision Journey: การตลาดแนวใหม่จาก McKinsey ที่แบรนด์ยุค Digital ต้องรู้

• 24 กุมภาพันธ์ 2026

4 ขั้นตอนของ The Consumer Decision Journey ในการทำ Digital Marketing ยุคใหม่

Share on

Share on

ในโลกการตลาดยุคดั้งเดิม เรามักจะคุ้นเคยกับภาพของ Marketing Funnel หรือกรวยการตลาดที่ค่อยๆ คัดกรองผู้บริโภคจากกลุ่มใหญ่ให้เหลือเพียงผู้ซื้อที่ปลายกรวย แต่เมื่อพฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยี McKinsey & Company บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกได้นำเสนอแนวคิด The Consumer Decision Journey ซึ่งเปลี่ยนมุมมองจากการเดินทางเส้นตรงให้กลายเป็นวงจรที่สะท้อนความเป็นจริงในปัจจุบันได้แม่นยำกว่า

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไม The Consumer Decision Journey คืออะไร? ทำไมถึงเข้ามาแทนที่แนวคิดเดิม และนักการตลาดต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ชนะใจลูกค้าในทุกจุด

  • การเป็นแบรนด์แรกที่ลูกค้านึกถึงมีโอกาสถูกซื้อมากกว่า 3 เท่า
  • Active Evaluation คือ ช่วงที่ลูกค้าหาข้อมูลและเปรียบเทียบ เป็นจุดที่แบรนด์ใหม่สามารถใช้ Digital Marketing เข้าไปแย่งชิงพื้นที่ได้
  • Moment of Purchase คือ วินาทีตัดสินใจซื้อที่หน้างาน ซึ่งความง่ายและโปรโมชันมีผลต่อการเปลี่ยนใจสูงถึง 40%
  • ประสบการณ์หลังการซื้อที่จะตัดสินว่าลูกค้าจะเข้าสู่การซื้อซ้ำทันที หรือจะหนีไปหาคู่แข่ง

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

Marketing Funnel คืออะไร? และทำไมกรวยการตลาดแบบเดิมถึงเริ่มไม่ได้ผลในยุคนี้

Marketing Funnel คือ ทฤษฎีการตลาดที่ใช้อธิบายเส้นทางการตัดสินใจซื้อของลูกค้าในลักษณะกรวย โดยเริ่มจากฐานกว้างไปสู่ปลายแคบ ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก ได้แก่

1. Awareness (การรับรู้) 

2. Consideration (การพิจารณา) 

3. Conversion (การตัดสินใจซื้อ) 

4. Loyalty (การสร้างความภักดีต่อแบรนด์) 

5. Advocacy (การบอกต่อ)

ทฤษฎีนี้ที่ใช้กันมานานตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าลูกค้าจะค่อยๆ ตัดตัวเลือกที่ไม่สนใจทิ้งไปจนเหลือแบรนด์สุดท้าย อย่างไรก็ตามในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลและการรีวิว พฤติกรรมลูกค้าไม่ได้แคบลงเสมอไป แต่มีความซับซ้อนและยืดหยุ่นกว่านั้นมาก ลูกค้าอาจจะเจอแบรนด์ใหม่ในขณะที่กำลังเปรียบเทียบราคา นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้แนวคิด The Consumer Decision Journey กลายเป็นอาวุธสำคัญของแบรนด์ยุคใหม่

McKinsey พบว่าในโลกที่เต็มไปด้วยข้อมูลและการรีวิว พฤติกรรมลูกค้าไม่ได้แคบลงเสมอไป แต่มีความซับซ้อนและยืดหยุ่นกว่านั้นมาก ลูกค้าอาจจะเจอแบรนด์ใหม่ในขณะที่กำลังเปรียบเทียบราคา หรืออาจจะตัดสินใจซื้อทันทีเพราะเห็นรีวิวในโซเชียลมีเดีย นี่คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้แนวคิด The Consumer Decision Journey กลายเป็นอาวุธสำคัญของแบรนด์ยุคใหม่

รู้จัก The Consumer Decision Journey: โมเดล Customer Journey ยุคใหม่จาก McKinsey

แนวคิดของ McKinsey แบ่งเส้นทางการตัดสินใจออกเป็นวงจร 4 ระยะ ที่เชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง ดังนี้

1. Initial Consideration (การพิจารณาแบรนด์ในขั้นแรก)

Initial Consideration เมื่อลูกค้าเกิดความต้องการสินค้าหรือบริการ สมองจะทำการดึงข้อมูลแบรนด์ที่สะสมไว้ในจิตใต้สำนึกขึ้นมาทันที

ตัวอย่าง

หากคุณต้องการซื้อ “เครื่องปรับอากาศ” แบรนด์ที่แวบขึ้นมาเป็นชื่อแรกๆ เช่น Daikin หรือ Mitsubishi คือกลุ่มที่อยู่ใน Initial Consideration set

McKinsey ระบุว่าแบรนด์ที่อยู่ในลิสต์นี้ มีโอกาสได้รับการเลือกซื้อมากกว่าแบรนด์อื่นถึง 3 เท่า ดังนั้นการทำ Branding เพื่อสร้างความจดจำอย่างต่อเนื่องจึงยังเป็นเรื่องจำเป็น

2. Active Evaluation (การประเมินและรวบรวมข้อมูล)

Active Evaluation คือระยะที่โมเดล The Consumer Decision Journey แตกต่างจากกรวยแบบเดิมอย่างสิ้นเชิง ในขั้นนี้ลูกค้าจะไม่ใช่แค่ลดตัวเลือก แต่จะทำการเพิ่มแบรนด์ใหม่ๆ เข้ามาจากการหาข้อมูล

พฤติกรรมลูกค้าส่วนใหญ่จะเข้า Google ค้นหา อ่านกระทู้ ดูคลิปรีวิวบน YouTube TikTok หรือเช็กในแอปฯ Shopee Lazada

ในจุดนี้ แบรนด์ม้ามืดที่ทำ SEO ได้ดี หรือมี Influencer รีวิวที่น่าเชื่อถือ สามารถแทรกตัว เข้ามาเป็นตัวเลือกใหม่และเบียดเจ้าตลาดเดิมออกไปได้ทันที

3. Moment of Purchase (วินาทีแห่งการตัดสินใจซื้อ)

Moment of Purchase คือจุดที่ลูกค้าตัดสินใจจ่ายเงิน ซึ่งมักจะเกิดขึ้นที่หน้าร้านหรือหน้าเว็บไซต์ชำระเงิน

McKinsey พบว่าลูกค้ากว่า 40% สามารถเปลี่ยนใจได้ในวินาทีสุดท้าย หากเจอโปรโมชั่นที่เร้าใจกว่า การจัดสินค้าที่ดึงดูด หรือแม้แต่ความง่ายในการชำระเงิน

ตัวอย่าง 

คุณตั้งใจไปซื้อยี่ห้อ A แต่ที่ห้างมียี่ห้อ B จัดโปรโมชั่นแถมฟรีบริการเพิ่มอีก 2 ปี และผ่อน 0% นานกว่า คุณก็อาจจะเปลี่ยนใจได้ทันที

4. Post-purchase Experience (ประสบการณ์หลังการซื้อ)

Post-purchase Experience คือประสบการณ์หลังจากการซื้อ วงจรการตลาดไม่ได้จบที่การขาย แต่ประสบการณ์หลังจากนั้นคือตัวกำหนดอนาคตของแบรนด์

The Loyalty Loop คือ ถ้าลูกค้าใช้แล้วประทับใจ พวกเขาจะข้ามขั้นตอนการหาข้อมูลในครั้งต่อไป และกลายเป็น Active Loyalist ที่ซื้อซ้ำทันทีและช่วยบอกต่อ (Advocacy) 

ส่วน The Switcher ในทางกลับกัน หากแบรนด์ละเลยการบริการหลังการขาย ลูกค้าจะกลับไปสู่วงจร Active Evaluation ใหม่ในครั้งหน้า และพร้อมจะย้ายไปหาคู่แข่งตลอดเวลา

เปรียบเทียบระหว่าง Marketing Funnel vs Consumer Decision Journey ต่างกันอย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาสรุปความแตกต่างของทั้งสองแนวคิดนี้

3 วิธีปรับตัวของนักการตลาดไทย เพื่อชนะใจลูกค้าในทุกขั้นตอนการตัดสินใจซื้อ

การทำความเข้าใจ The Consumer Decision Journey ไม่ใช่แค่เรื่องทฤษฎี แต่คือการปรับ Mindset ในการทำงานจริง นักการตลาดต้องปรับตัวอย่างไร? สรุปมาให้แล้ว 3 ข้อสั้นๆ

1. ลงทุนในจุดสัมผัสที่ลูกค้าเป็นคนคุม (Consumer-Driven Touchpoints)

ในระยะ Active Evaluation ลูกค้ามักเชื่อคนแปลกหน้า บนอินเทอร์เน็ตมากกว่าโฆษณาของแบรนด์ นักการตลาดจึงต้องให้ความสำคัญกับการทำ SEO การบริหารจัดการ Online Reputation และการสร้าง Community เพื่อให้ข้อมูลเชิงบวกของแบรนด์ปรากฏอยู่ทุกที่ที่ลูกค้าค้นหา

2. เปลี่ยน “ลูกค้า” ให้เป็น “กระบอกเสียง”

การสร้าง Loyalty Loop คือหัวใจของการลดต้นทุนทางการตลาด การดูแลลูกค้าเก่าให้กลายเป็น Active Loyalist จะช่วยให้แบรนด์มีกระบอกเสียงที่ทรงพลัง ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อคนอื่นๆ ที่กำลังอยู่ในช่วงเปรียบเทียบข้อมูล

3. ผสานการตลาดและการขายให้เป็นเนื้อเดียวกัน

เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าสามารถเปลี่ยนใจได้จนถึงวินาทีสุดท้าย ทีมการตลาดและทีมขายรวมถึงหน้าร้านต้องมีข้อมูลชุดเดียวกัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ หากการตลาดทำไว้ดีมากแต่พนักงานหน้าร้านไม่มีความรู้หรือไม่ใส่ใจ วงจรนี้ก็จะพังทลายลงทันที

สรุป

The Consumer Decision Journey จาก McKinsey คือโมเดลที่ช่วยให้แบรนด์มองเห็นโอกาสในทุกช่วงเวลาที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจ ในยุคที่ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น แบรนด์ที่ชนะไม่ใช่แบรนด์ที่มีงบโฆษณาเยอะที่สุด แต่คือแบรนด์ที่สามารถเข้าไปอยู่ในทุกจังหวะชีวิตของลูกค้าให้ข้อมูลที่ใช่ ในเวลาที่เหมาะสม และรักษาความสัมพันธ์หลังการขายได้ดีที่สุด 

ตาคุณแล้ว! 

อย่าปล่อยให้กลยุทธ์เหล่านี้ผ่านไป ลองเลือกหยิบแนวคิด The Consumer Decision Journey ไปกางควบคู่กับแผนธุรกิจของคุณในปี 2026 ดู แล้วคุณจะพบว่ายอดขาย เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จ แต่ความรักในแบรนด์ต่างหากคือสิ่งที่จะทำให้ธุรกิจยั่งยืน
ถ้าไม่อยากตกข่าวเทรนด์โลกที่เปลี่ยนไวแบบติดเทอร์โบ! กดติดตาม Content Shifu เอาไว้เลย เราจะคัดเรื่องยากๆ มาย่อยให้เข้าใจง่าย และใช้ได้จริงแบบนี้ ส่งตรงถึงคุณแน่นอน!

ที่มาข้อมูล: The Consumer Decision Journey

Share on

Sirimaporn

Writer

Sirimaporn

Digital Content Creator ของ Content Shifu Digital ที่อินกับเทรนด์ใหม่ๆ ชื่นชอบ MarTech และสกิลที่นักการตลาดดิจิทัลควรรู้ คอนเทนต์ของเราคือ การสรุปเหมือนเม้าท์ให้เพื่อนฟัง เข้าใจง่ายๆ เอาไปใช้ทำงานจริงได้!

More From Me