keyword คืออะไร และ หา keyword ของเว็บไซต์อย่างไรให้รายได้ของคุณพุ่ง

Act

Keyword คือ อะไร และ หา keyword อย่างไรให้รายได้ของคุณพุ่ง

การหา keyword คือ หัวใจสำคัญในการทำการตลาดของเว็บไซต์ มันเป็นเหมือนการติดกระดุมเม็ดแรก หากทำถูกต้อง ปริมาณคนเข้าเว็บไซต์จะเพิ่มแบบก้าวกระโดด ยอดขายสินค้าของคุณจะพุ่งสูง แต่หากเลือก keyword ผิด ก็เหมือนติดกระดุมเม็ดแรกพลาด สิ่งที่ตามมาจะผิดเพี้ยนหมด ต่อให้ทำ On-page หรือ Off-page SEO  ดีเลิศแค่ไหน ก็ยากเหลือเกินที่เว็บไชต์จะประสบความสำเร็จ

บทความนี้ผมจะขอแชร์วิธีการ หา keyword ทำเงิน ที่จะช่วยเว็บไซต์คุณเหมือนเครื่องจักรทำเงินตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มรายได้ให้คุณอย่างก้าวกระโดด กลั่นจากประสบการณ์ของคนทำเว็บไซต์ขึ้นอันดับ 1 หน้า 1 ของ google ด้วย keyword “สอนเล่นหุ้น ปัจจัยพื้นฐาน” ซึ่งผมเชื่อว่า เมื่ออ่านเสร็จ คุณจะรู้วิธีการ หา keyword ที่ทำเงินได้อย่างแน่นอนครับ

keyword คืออะไร

keyword คือ คำหรือวลีที่คนใช้ค้นหาข้อมูลจาก search engine เป็นคำที่สะท้อนถึงปัญหาหรือความต้องการของคน ตัวอย่างเช่น สมมุติผมอยากรู้ข้อมูลห้องพักที่เชียงใหม่ บรรยากาศดี ราคาไม่แพง ผมจึงเข้า google และค้นหาข้อมูลด้วยคำว่า “ที่พักเชียงใหม่ บรรยากาศดี ” คำว่า “ที่พักเชียงใหม่ บรรยากาศดี” นั่นแหละ คือ keyword

สำหรับเจ้าของเว็บไซต์ keyword คือคำหรือวลีที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือเป้าหมายของเว็บไซต์ เป็นคำที่ต้องอยู่ในเว็บเพจ โดยเจ้าของเว็บฯ ต้องพยายามหา keyword และทำให้เมื่อคนค้นหาข้อมูลด้วย keyword ที่เลือกนี้ เว็บเพจมุ่งหวังต้องปรากฏในหน้า 1 หรือ 2 ของ google จะได้เพิ่มคนเข้าเว็บไซต์และปั๊มยอดขายให้มากขึ้น

ทำไมการหา keyword จึงสำคัญ

ภาพประกอบจาก https://www.crimestoppersqld.com.au

1. keyword คือ สะพานเชื่อมระหว่างลูกค้ากับเว็บไซต์

หากคุณเลือก keyword ถูกต้อง จะเป็นการคัดกรองผู้เข้าเว็บไซต์ ที่เป็นคนที่สนใจหรืออยากซื้อสินค้าของคุณอยู่แล้ว จึงมีโอกาสสูงที่พวกเขาจะกลายเป็นลูกค้าในอนาคต ซึ่งนั่นก็ดีต่อธุรกิจของคุณ

ในโลกออนไลน์ คุณภาพสำคัญพอๆ กับปริมาณ จะมีประโยชน์อะไรหากมีปริมาณคนเข้าเว็บไซต์ 1 แสนคนต่อวัน แต่ไม่มีใครซื้อสินค้าของคุณเลย ซึ่งการหา keyword อย่างถูกต้อง จะทำให้เว็บไซต์ของคุณได้รับ traffic คุณภาพ ซึ่งมาจากคนที่สนใจสินค้าหรือบริการของคุณจริงๆ

2.  keyword คือทำเล ที่ส่งผลต่อเพดานรายได้

ลองจินตนาการว่า คุณเปิดร้านอาหารที่ราคาไม่แพง รสชาติเป็นเลิศ แต่ที่ตั้งอยู่ห่างไกลและเงียบเหงาราวป่าช้า ไม่มีใครเดินผ่านหน้าร้านของคุณเลย ไม่นานธุรกิจย่อมอยู่ในภาวะวิกฤต

keyword เปรียบเหมือน “ทำเล” ของธุรกิจออนไลน์ หากคุณมีการ หา keyword ที่ดี มีปริมาณคนค้นหามาก เพดานรายได้ของธุรกิจคุณย่อมสูงตามด้วย แต่หากเลือก keyword ที่คนเมิน โอกาสในการขายสินค้าย่อมน้อยลง

3. keyword คือดัชนีชี้วัดโอกาสประสบความสำเร็จ

พิชัยสงครามกล่าวว่า “ยอดขุนพล รู้แน่ว่าชนะจึงออกรบ ไม่ใช่ออกรบเพื่อหาชัยชนะ” การเคลื่อนทัพแต่ละครั้งต้องเสียเวลา เงินทอง เสบียง และชีวิตของทหาร  แม่ทัพจึงควรรู้จุดอ่อนจุดแข็งของข้าศึกอย่างแจ่มชัด วิเคราะห์สถานการณ์ให้ขาด เพื่อให้แน่ใจว่า เมื่อทำศึกแล้ว จะไม่พ่ายแพ้และสูญเสียทรัพยากรต่างๆ ไปฟรีๆ

การหา keyword แล้ววิเคราะห์ ก็เหมือนการพิจารณาโอกาสแพ้ชนะในสงครามครับ ทำให้เราทราบความเข้มแข็งของคู่แข่ง ต้นทุนที่ต้องใช้ โอกาสสำเร็จมีแค่ไหน หากคุณเลือก keyword ดี คู่แข่งไม่เข้มแข็งมาก ก็มีโอกาสสูงที่การปรับแต่งเว็บไซต์จะให้ผลลัพธ์อย่างที่ตั้งใจไว้ แต่หากเลือก keyword ผิด โอกาสสำเร็จจะริบหรี่ เสี่ยงสูงที่จะเสียทั้งเงินและเวลาไปฟรีๆ

keyword มีกี่ชนิด

การ หา keyword ที่เหมาะสมกับเว็บไซต์ สิ่งแรกที่ต้องรู้คือ keyword มีกี่ชนิด ในความเห็นผม keyword มี 3 ชนิด คือ

การหา Keyword
แหล่งความรู้จาก https://www.facebook.com/UncleTurtleZ

1. Seed keyword

Seed keyword คือ คำที่สะท้อนถึง “สินค้า” หรือ “เป้าหมาย” ของเว็บไซต์ เป็นคำกว้างๆ ไม่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น หากคุณขายรองเท้าผู้ชาย Seed keyword ก็คือ “รองเท้าผู้ชาย”

Seed keyword เป็นคำที่มีปริมาณค้นหาสูง เพราะไม่ว่าคนจะค้นข้อมูลใดเกี่ยวกับสินค้านั้น ก็มักมี Seed keyword ประกอบอยู่  คนที่จะซื้อ ขาย เช็คราคา ดูรูป เปิดโรงงานรองเท้า ฯลฯ ทุกคนต่างใช้คำว่า “รองเท้าผู้ชาย” ในการค้นหาทั้งนั้น

Shifu แนะนำ
แม้มีปริมาณค้นหาสูง แต่คุณไม่ควรหวังว่า Seed keyword จะเป็น keyword ทำเงิน เพราะเป็นคำที่มีการแข่งขันดุเดือดเลือดพล่าน จึงทำการตลาดยาก อีกทั้งคนใช้ Seed keyword ค้นหาข้อมูล อาจไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของคุณจริงๆ ดังนั้น Seed keyword จึงเหมาะเป็น keyword ตั้งต้น เพื่อใช้ค้นหา keyword อื่นๆ เท่านั้น ไม่ใช่ keyword ทำเงินแต่อย่างใด

2. Niche keyword

Niche keyword คือ คำซึ่งมีรายละเอียด มีการขยายความมากกว่า Seed keyword แต่ยังมีลักษณะเป็นภาพรวมของสินค้าหรือเนื้อหา จากตัวอย่างนี้ Niche keyword คือ “ขายรองเท้าผู้ชาย Adidas”

Niche keyword เหมาะที่จะใช้เป็น catagories หรือ Sub catagories ของเว็บไซต์ เพราะ เป็นคำที่บอก “กลุ่ม” ของสินค้าหรือเนื้อหา เนื่องจากไม่ว่าจะรุ่นไหน สีอะไร ราคาเท่าไหร่ ก็ยังครอบคลุมอยู่ในคำว่า “รองเท้าผู้ชาย Adidas” นั่นเอง

3. Niche Longtail keyword

Niche Longtail keyword คือ keyword ที่เฉพาะเจาะจง ระบุชัด รุ่นอะไร เท่าไหร่  ตัวอย่างเช่น “ขายรองเท้าผู้ชาย Adidas STAN SMITH รุ่น xxxx”

Niche Longtail คือ keyword ที่คุณควรสนใจเป็นพิเศษ เพราะเป็นคำที่ระบุถึงสินค้าของคุณ ถูกใช้โดยคนที่ต้องการซื้อสินค้าหรือบริการจริงๆ จึงเป็น keyword ทำเงิน มีคุณค่าทางธุรกิจกว่าคำกว้างๆ ปริมาณค้นหาเยอะ แต่ไม่เฉพาะเจาะจง

การหา keyword ควรมี “คำร่วม”

ถ้าเป็นไปได้ keyword ที่ใช้กับเว็บไซต์ ควรมีลักษณะเป็น Subset หรือ “คำร่วม” คือ Niche Longtail keyword ควรมีคำที่เป็น Niche keyword ปนอยู่ และใน Niche keyword ก็มีคำที่เป็น Seed keyword รวมอยู่ด้วย …ทำไมต้องทำแบบนั้น?

คุณเคยใช้ google ค้นหาข้อมูลโดยใช้คำต่างกัน แล้วสังเกตว่า เว็บเพจที่ปรากฏในผลการค้นหาคือเว็บไซต์เดียวกันไหมครับ ที่มาของเหตุการณ์นี้เกิดจาก คำที่ใช้แม้จะต่างกัน แต่มี “คำร่วม” อยู่ เช่น “ที่พักเขาใหญ่” กับ “ที่พักเขาใหญ่ สวยๆ” ดังนั้นหากเว็บเพจที่แสดงในผลการค้นหาของคำว่า “ที่พักเขาใหญ่ สวยๆ”  ทำ On-page และ Off-page SEO ดี  ก็มีโอกาสสูงที่จะปรากฏในผลการค้นหาของ “ที่พักเขาใหญ่” ด้วย เพราะมีคำร่วมเดียวกัน

 

การหา keyword

 

Shifu แนะนำ
จากเหตุผลข้างต้น หากคุณเลือก Niche Longtail keyword (สีส้ม) ให้มีลักษณะเป็นคำร่วม ของ Niche keyword (สีเขียว) ได้ จะดีมาก เพราะถ้า Niche Longtail มีคนคลิกมาก ปรับแต่งดี  ปรากฏในหน้า 1 -2 ของ google จะเป็นลมใต้ปีก ดันให้ Niche keyword คือ สิ่งที่ปรากฏในหน้าต้นๆ ของผลการค้นหาด้วย ซึ่งเป็นผลดีต่อเว็บไซต์คุณครับ

keyword ดี ต้องมีลักษณะ 5 อย่าง

คำถามต่อมาคือ แล้ว keyword ที่ดีเป็นอย่างไร ส่วนตัวคิดว่า keyword ดีที่ทำให้ยอดขายพุ่งกระฉูด ต้องมีลักษณะ 5 อย่างดังนี้

1. เกี่ยวข้อง

keyword ต้องเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือเป้าหมายของเว็บไซต์ เช่น ชื่อ รุ่น ยี่ห้อ ของสินค้า หรือ ปัญหาของลูกค้า ผลลัพธ์จากการใช้สินค้า ฯลฯ  ยิ่ง keyword เกี่ยวข้องและเฉพาะเจาะจงไปยังสินค้าคุณเท่าไร โอกาสที่ผู้ที่เข้าเว็บไซต์จะกลายเป็นลูกค้า ยิ่งมากเท่านั้น

2. มีคนใช้

หลายคนเข้าใจผิดว่า การหา keyword ที่ดี คือ หาคำที่บอกชื่อลักษณะสินค้าแบบตรงๆ ถูกหลักภาษา ซึ่งความจริงไม่ใช่แบบนั้น

keyword  คือ คำที่กลุ่มเป้าหมายของคุณใช้  ซึ่งอาจเป็นคำต่างคำที่หมายถึงสิ่งเดียวกัน หรือแม้แต่คำที่สะกดผิด หากมีปริมาณค้นหาสูง ก็เป็น keyword ที่ดีได้ เช่น

  • คำที่ผิดไวยกรณ์อย่างสิ้นเชิง แต่มีปริมาณค้นหาสูง แถมคู่แข่งต่ำ เช่น มอไซค์ น่ำตาล แทปเลต ฯลฯ
  • คำต่างคำที่หมายถึงสิ่งเดียวกัน เช่น “คอนโด ห้องเช่า ห้องพัก ที่พัก” , “มือถือ smartphoe สมาร์ทโฟน”, “ต่างหู ตุ้มหู เครื่องประดับหู”

สรุปง่ายๆ คือ คุณต้องหาให้ได้ว่ากลุ่มเป้าหมายใช้คำอะไรในการค้นหาสินค้าของคุณ และใช้คำนั้นเป็น keyword

หา Keyword

3. มีปริมาณค้นหาพอสมควร

keyword ที่ดีต้องมีปริมาณค้นหาพอสมควร เพราะยิ่งมากเท่าไร โอกาสเพิ่มยอดขายยิ่งมากเป็นเงาตามตัว keyword ที่ไม่มีคนค้นหาหรือมีปริมาณค้นหาน้อยเกินไป ก็เหมือนทำเลขายของที่ร้างผู้คน แม้ร้านมีสินค้าดีแค่ไหน ก็ยากที่จะประสบความสำเร็จ

4. แข่งขันได้

keyword ที่ดีต้องแข่งขันได้ อันหมายถึง เมื่อเลือก keyword นี้ใส่ไปในเว็บเพจ เราสามารถทำให้เว็บเพจมุ่งหวังปรากฏในหน้า 1 – 2 ของ google ได้ ยิ่งอันดับเหนือกว่าคู่แข่งยิ่งดี

คำถามคือ แล้วขนาดไหนที่เรียกว่า “แข่งขันได้” คำตอบส่วนตัวคือ พิจารณาจาก 3 ประการคือ งบประมาณ เครื่องมือ และความคุ้มค่า หากผ่านเกณฑ์ทั้งหมด ก็แข่งขันได้ แต่ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็แข่งยาก

ตัวอย่างเช่น keyword A มีปริมาณค้นหาเยอะแต่คู่แข่งมาก หากอยากทำให้ keyword A ปรากฏบนหน้าหนึ่ง ต้องใช้เครื่องมือดังนี้

  • Backlink 5 ลิงค์
  • งบประมาณ 1,000 บาท ต่อเดือน

ซึ่งคุณมีเงินพอ และสามารถหา backlink ดังกล่าวได้ โดยคาดว่า keyword A จะสร้างยอดขายประมาณ 1,300 บาท ต่อเดือน ซึ่งถือว่าคุ้ม

ดังนั้น keyword A จึงเป็น keyword ที่แข่งขันได้ เพราะผ่านเงื่อนไขทั้ง 3 ข้างต้น

5. เป็นคำประเภท “High Commercial Intent”

คุณควรให้ความสำคัญกับ keyword แบบ “High Commercial Intent” เป็นพิเศษ เพราะเป็น keyword ทำเงิน ช่วยเพิ่มยอดขาย โดย High Commercial Intent keyword มี 2 แบบหลัก คือ

1. Buy Now keyword คือ keyword ที่ถูกใช้โดยคนที่มีกำลังซื้อและต้องการสินค้าอย่างเร่งด่วน เช่น

  • “จอง ที่พัก เชียงใหม่ แม่ริม” (เดินทางชัวร์ จึงต้องการจองที่พัก)
  • “ขาย มอไซด์เก่า มีทะเบียน พร้อมส่ง”
  • “ร้านอาหาร xxx จองโต๊ะ” (มากินแน่ กลัวโต๊ะไม่ว่าง)

2. Product keyword คือ keyword ที่ระบุ ยี่ห้อ รุ่น ลักษณะ ของสินค้าหรือบริการ แม้เป็นคำที่มีพลังในการซื้อน้อยกว่า “Buy Now keyword” แต่ก็น่าสนใจ เพราะมันถูกใช้โดยคนที่มีใจเอนเอียงสู่สินค้าอยู่แล้ว เช่น

  • “5 กองทุนรวม Ltf ผลตอบแทนสูง” (แน่ละ มีกองทุนรวมที่คุณทำตลาดอยู่ในบทความด้วย)
  • “รีวิว ห้องพัก aaa สวยๆ” (บอกเล่าประสบการณ์ดีๆ กับห้องพักสวยๆ)
  • “10 ที่พักเชียงใหม่ ราคาถูก”
หา keyword
ภาพประกอบจาก http://dotbuzz.com/commercial-intent-keywords-versus-informational-keywords/

วิธี หา keyword ที่ช่วยให้รายได้ของคุณพุ่งกระฉูด

ต่อไปผมจะแชร์วิธีและขั้นตอนการ หา keyword แบบของผม มีอยู่ 4 ขั้นตอนดังนี้

หา keyword
ภาพประกอบจาก http://at-home-study.com/blog/?p=2669

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพ ผมจึงขอยกตัวอย่างด้วยสถานการณ์จริง โดยผมได้ ทำ SEO ให้กับ “น้ำสมุนไพรและผลิตภัณฑ์จากหญ้าหวาน” ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีวิธีการดังนี้

1. วิเคราะห์ 5W 1H

ขั้นแรก ให้วิเคราะห์  5W1H ของสินค้า นั่นคือ “ใคร อะไร ที่ไหน อย่างไร เท่าไหร่ ทำไม”  มีเป้าหมายเพื่อหา “Seed keyword” ของเว็บไซต์  โดยผมวิเคราะห์ 5W1H ของสินค้า ได้ผลดังรูป

หา keyword

เมื่อวิเคราะห์เสร็จ ให้พิจารณาว่า คำไหนเหมาะเป็น Seed Keyword โดยคำที่นิยม คือ ชื่อสินค้า ลักษณะ จุดเด่น ประโยชน์(สิ่งที่ได้)

โดยผมเลือกคำว่า “หญ้าหวาน น้ำสมุนไพร ลดน้ำหนัก ลดน้ำตาล สารให้ความหวานแทนน้ำตาล” มาเป็น Seed keyword

2. ใช้โปรแกรมค้นหา keyword

ต่อไป ให้นำ Seed keyword ไปใช้ในโปรแกรมค้นหา keyword  เช่น Google Keyword Planner หรือ keyword finder (kwfinder) โดยประโยชน์ของโปรแกรมพวกนี้คือ จะแสดง “keyword ไอเดีย” ซึ่งเป็นคำ วลี หรือประโยค ที่เกี่ยวข้องกับ Seed keyword ออกมาจำนวนมาก พร้อมแสดงปริมาณค้นหา จำนวนคู่แข่ง และข้อมูลอื่นๆ

ในตัวอย่างนี้ ผมใช้โปรแกรม keyword finder เพราะมีจุดเด่นคือ รองรับภาษาไทย ราคาไม่แพง ให้ข้อมูลเรื่องคู่แข่งเยอะมาก

หา keyword
ภาพประกอบจาก https://kwfinder.com

ซึ่งข้อมูลดิบข้างต้น ให้โหลดมาเป็นไฟล์ execl หรือ CSV เพื่อนำไปใช้หา Niche keyword และ Niche Longtail keyword ต่อไป

3. กรองด้วยเลข

ขั้นต่อไป นำไฟล์ excel มาคัดกรองเพื่อ หา keyword ที่ “ปริมาณค้นหาสูง คู่แข่งน้อย” จากนั้นพิจารณาว่า คำใดเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือเป้าหมาย จะได้นำมาใช้เป็น keyword ของเว็บไซต์

โดยวิธีคัดกรองเบื้องต้น เราจะใช้ค่าคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า “ค่าเฉลี่ย” ซึ่งผมขออธิบายความหมายของค่าดังกล่าว เพื่อทุกท่านจะได้เห็นภาพว่า ค่าเฉลี่ยช่วยคัดกรองคำได้อย่างไร

สมมติว่า คุณต้องการซื้อกล้องติดหน้ารถ โดยมีข้อมูลของกล้อง 6 ยี่ห้อดังนี้

 

หา keyword

 

คำถามคือ หากคุณต้องการกล้องคุณภาพสูง และราคาต่ำ ควรซื้อกล้องรุ่นใด

เราตอบคำถามข้างต้นได้โดยใช้ “ค่าเฉลี่ย” ซึ่งเท่ากับผลรวมข้อมูลหารจำนวนข้อมูล ค่าเฉลี่ยคือค่ามาตรฐานของกลุ่มข้อมูล
ทำหน้าที่เหมือนรั้วกั้น แบ่งข้อมูลออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ข้อมูลสูงกว่า และต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

 

หา keyword

หา keyword

หากยี่ห้อใดมีระยะเวลาใช้งานสูงกว่าค่าเฉลี่ย นัยยะคือ สินค้ามีระยะเวลาใช้งานค่อนทางสูง (คุณภาพดี) เมื่อเทียบกับยี่ห้อทั้งหมด

หากยี่ห้อใดมีราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย นัยยะคือ สินค้ามีราคาค่อนทางถูก เมื่อเทียบกับยี่ห้อทั้งหมด

จากข้อมูล ยี่ห้อ D มีระยะเวลาใช้งานสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่ราคาต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จึงเป็นยี่ห้อที่ตอบโจทย์คุณที่สุด

Shifu แนะนำ
การ หา  keyword ก็เหมือนกับเลือกกล้องติดรถครับ keyword ที่ดีคือ มีปริมาณค้นหาสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่มีการแข่งขันน้อยกว่าค่าเฉลี่ย เพราะเป็น keyword ที่สร้าง traffic มาก แต่คู่แข่งน้อย โดยผมทำ VDO สอนวิธี หา keyword ดังกล่าว ตามข้างล่าง

เมื่อคัดกรองเสร็จ ให้พิจารณาว่า คำใดเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือเป้าหมายของคุณ เมื่อเจอ ให้เก็บไว้ในคลังคำ เพื่อเลือกมาเป็น Niche keyword หรือ Niche Longtail keyword ต่อไป

จากตัวอย่าง ผมพบคำที่น่าสนใจคือ “หญ้าหวาน สรรพคุณ” และ “สารให้ความหวานแทนน้ำตาล”

4. กรองด้วยคำ

จากข้อ 3 หาก หา Keyword แล้วพบว่า คำที่ผ่านการคัดเลือกมีน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติเพราะ keyword ที่ทั้งมีปริมาณค้นหามากและคู่แข่งน้อย ย่อมมีจำกัด คำถามคือ แล้วถ้าคุณอยากได้คำเพิ่ม หรืออยากได้ Buy now keyword สักคำ จะทำอย่างไร?

ส่วนตัวผมใช้วิธี “กรองด้วยคำ” โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. ล้างการกรองด้วยตัวเลขทั้งหมด
2. จากนั้น ทำการ “กรองด้วยคำ” โดยใส่คำที่น่าสนใจ เช่น “ซื้อ ขาย จอง ฯลฯ” แล้วกดคัดกรอง
3. เรียงลำดับคำที่มีการแข่งขันน้อยไปหามาก แล้วพิจารณาหาคำที่น่าสนใจ

โดยผมทำ VDO สอนวิธี หา keyword แบบกรองคำตามข้างล่าง

ข้อดีของวิธีกรองคำคือ คุณจะได้คำที่ตรงใจ ไม่ต้องแข่งขันมากเกินควร เพราะบางครั้ง จะเจอคำ 2 คำ ที่มีความหมายใกล้เคียงกัน แต่คำหนึ่งแข่งขันง่ายกว่า จะได้เลือกคำถูกต้อง ไม่ต้องแข่งขันมากเกินจำเป็น

จากตัวอย่าง ผมได้ หา keyword ได้ดังนี้

หา keyword

ด้วยขั้นตอนตามนี้ คุณก็สามารถ หา keyword ทำเงิน เพิ่มปริมาณคนเข้าเว็บไซต์ ยอดขายสินค้าออนไลน์พุ่งกระฉูดได้แล้วครับ

สรุป

keyword คือ หัวใจสำคัญในการทำเว็บไชต์ หาก หา keyword ถูกวิธี จะเหมือนมีนางกวักวิเศษ เชิญลูกค้าที่ใช่เข้าร้านไม่ขาดสาย รายได้คุณจะพุ่งสูง โดย keyword มี 3 ชนิดคือ Seed keyword , Niche keyword และ Niche Longtail keyword นักการตลาดออนไลน์ควรเข้าใจว่า แต่ละชนิดมีหน้าที่อย่างไร เพื่อจะได้ใส่ในเว็บไชต์อย่างถูกต้อง

โดยวิธีหา keyword มี 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1. วิเคราะห์ 5W 1H  2. ใช้โปรแกรม หา keyword  3. กรองด้วยเลข  4. กรองด้วยคำ ซึ่งผมเชื่อว่าหากคุณทำครบทั้ง 4 ขั้นตอน ก็จะสามารถ หา keyword ทำเงิน สร้างเว็บไซต์แล้วประสบความสำเร็จแน่นอนครับ

ตาคุณแล้ว

ทั้งหมดข้างต้นก็เป็นวิธีหา keyword ทำเงินแบบของผม แล้วคุณล่ะครับ หลังจากอ่านบทความจบ ได้ไอเดียอะไรดีๆ หรือเปล่า หรือหากมีเทคนิคการหา keyword ดีๆ ก็อย่าลืมแชร์ในช่องความเห็นบ้างนะครับ ขอบคุณครับ 🙂

Shifu แนะนำ

คอร์สเรียน SEO

สำหรับคนที่ต้องการศึกษาเรื่องการหา keyword รวมถึงอื่นๆ ในหมวด SEO เพิ่มเติมอย่างละเอียด ตอนนี้ผมร่วมกับ Content Shifu Academy ได้จัดทำคอร์ส SEO แบบออนไลน์ ความยาว 6 ชั่วโมง ลองดูรายละเอียดคอร์สเรียน SEO เพิ่มเติมได้เลยครับ

topcat
topcat

ชื่อจริง สุธี เผ้าอาจ เป็นนักเขียน นัก SEO วันยันค่ำ และเป็นนักลงทุนหุ้นแนว quantitative เจ้าของเว็บ thaitfstock.com

More From Me
>