สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในปี 2026 สำหรับการตลาด Social Media คาดการณ์ว่าน่าจะมี 3 เรื่องหลักคือ 1. The Hybrid AI Social Content Model หรือ การทำเนื้อหาแบบผสมผสานระหว่าง AI Generated Content และงานที่สร้างโดยมนุษย์ 2. The Rise of Creator Brands การเพิ่มขึ้นของแบรนด์ในฐานะ Creator 3. Rebalancing Toward Full-Funnel Social Media Marketing การกลับไปสร้างสมดุลระหว่างการตลาดที่เน้นยอดขายและการสร้างแบรนด์
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เราจะเจาะลึกถึงรายละเอียดของแต่ละเทรนด์ การจะมองภาพอนาคตได้ชัดเจนนั้น เราจำเป็นต้องถอยกลับไปมองอดีตเพื่อดูจุดเปลี่ยนสำคัญที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมาเสียก่อน
ยาวไป อยากเลือกอ่าน?
ปี 2025 เงินไหลออกจาก Facebook ไปสู่ TikTok
แรกสุดเลย เราได้เห็นการลดลงของงบประมาณที่ลงใน Facebook แต่ไปเพิ่มขึ้นที่ TikTok แทน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทั้งเอเจนซีและแบรนด์เห็นตรงกันว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา มีการเคลื่อนย้ายของเม็ดเงินโฆษณาไปลงใน TikTok เพิ่มขึ้นมาก ในขณะที่เริ่มลดความสำคัญบนแพลตฟอร์มรุ่นเก๋าอย่าง Facebook ลง
ประกอบกับข้อมูลจากทั้ง DAAT ที่เทียบ Actual Spending ปี 2024 และ Focrast Spending ปี 2025 พบว่า ในปี 2024 สัดส่วนของงบ TikTok มีอยู่ที่ประมาณ 4,167 ล้าน ในขณะที่ Facebook มีประมาณ 8,731 ล้านบาท แต่พอเข้าปี 2025 สัดส่วน TikTok spending เพิ่มมาเป็น 6,776 ส่วน Facebook ลดลงมาเหลือ 8,451 ล้านบาท
ซึ่งส่วนใหญ่ไปทุ่มให้กับ Live Commerce ไม่ว่าจะเป็นการที่แบรนด์ทำเองหรือจ้าง live streamer ชื่อดังก็ตาม รวมถึงงบยิง Ads ที่เพิ่มขึ้นบน TikTok อีกด้วย
Social Media เป็นช่องทางที่เห็นผลที่สุด
ข้อมูลจาก Nielsen สรุปไว้ว่านักการตลาดทั่วโลกระบุว่า Social Media เป็นช่องทางที่ลงทุนแล้วได้ผลตอบแทนกลับมาดีที่สุดเมื่อเทียบกับช่องทางอื่น ๆ และแบรนด์ใหญ่ ๆ เลือกที่จะลงงบการตลาดไปที่ Social Media แทนที่จะลงสื่อดั้งเดิมอย่างทีวี
นอกจากนั้นข้อมูลจาก Deloitte ยังระบุไว้อีกว่า กลุ่มเป้าหมายวัย Gen Z เกิน 56% ชื่นชอบคอนเทนต์บน Social Media มากกว่าคอนเทนต์บนทีวี
คอนเทนต์ AI Slop ถูกปั้มออกมาจนเต็ม Social Media Feed
ส่วนเรื่องที่ไม่คอยน่ายินดีคือ ในปี 2025 ทาง Brandwatch พบว่า มีการพูดถึง AI Slop เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ต้นปี และมายิ่งพีคตอนช่วงไตรมาสสุดท้าย AI Slop คือเนื้อหาคุณภาพต่ำที่ทำโดย AI ซึ่งถูกปั้มออกมาจนเต็ม Social Media Feed และผลของ Social Listening Research พบว่าหลังจากช่วงเปิดตัวของ Sora2 การพูดถึง AI Slop ยิ่งพุ่งสูงขึ้นไปอีก
คาดการณ์ปี 2026 Social Media Marketing Trend
เมื่อโลกโซเชียลปี 2026 มี AI กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและผู้บริโภคเริ่มโหยหาความเป็นมนุษย์มากขึ้น การทำ Hybrid AI Content, การเปลี่ยนแบรนด์ให้กลายเป็น Creator, ไปจนถึงการสร้าง Full-Funnel Renaissance คือ 3 เทรนด์หลัก ที่จะพลิกโฉม Social Media Marketing ในปีนี้และปีต่อ ๆ ไป
- The Hybrid AI Social Content Model: การทำเนื้อหาแบบผสมผสานระหว่าง AI Generated Content และงานที่สร้างโดยมนุษย์
เหตุเกิดจากการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของ AI Slop เลยทำให้หลายคนเริ่มเอียนงานที่ทำโดย AI 100% จึงเป็นที่มาของกระแส Anti-AI marketing รวมถึงมีกลุ่มคนบางกลุ่มที่เรียกได้ว่าต่อต้าน AI เลยก็ว่าได้ เช่นกลุ่มที่สนับสนุนศิลปินวาดภาพที่มักจะเจอปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์หรืองานที่ทำโดย AI ออกมาคล้ายกับลายเส้นของ Artist
อย่างไรก็ดี สำหรับคนส่วนใหญ่ อาจจะไม่ได้ใส่ใจมากว่าเนื้อหาที่เห็นเป็น AI หรือไม่ ตราบใดที่เล่าเรื่องดี น่าคิดตาม รวมทั้งในปี 2026 เชื่อได้เลยว่าภาพและวิดีโอที่ทำโดย AI มันเนียนมากจนแทบจะแยกไม่ออกอีกต่อไป
ดังนั้นทิศทางในปี 2026 เป็นไปได้สูงว่า แทนที่จะเป็น Anti-AI น่าจะเป็น Hybrid AI มากกว่า คือการผสมผสานอย่างแนบเนียนระหว่างงานที่สร้างโดย AI และงานที่สร้างโดยมนุษย์ ยกตัวอย่างเช่น งานวิดีโอหนึ่งตัว อาจจะมีทั้งซีนที่ถ่ายทำในสถานที่จริงใช้นักแสดงจริง ตัดสลับกับซีนสั้น ๆ ที่สร้างโดย AI ในแบบที่แนบเนียนมากจนคนไม่ได้สนใจว่าทำด้วยอะไร ในเมื่อการเล่าเรื่องมันน่าสนใจและน่าติดตาม
- The Rise of Creator Brands: การเพิ่มขึ้นของแบรนด์ในฐานะ Creator
แบรนด์ไม่ได้แค่แย่งความสนใจจากแบรนด์ด้วยกันแล้ว แต่ยังต้องแข่งกับคอนเทนต์ที่เหล่า Creator สร้างขึ้น ซึ่งทำออกมาได้ดีมากด้วย
ดังนั้นแบรนด์ต้องพัฒนาตัวเองเป็น Creator ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะผ่าน CEO Branding การทำ Employee Generated Content (EGC) หรือการไปพาร์ทเนอร์กับ Creator เพื่อสร้างเนื้อหาเฉพาะของแบรนด์ขึ้นมา
- Rebalancing Toward Full-Funnel Social Media Marketing: การกลับไปสร้างสมดุลระหว่างการตลาดที่เน้นยอดขายและการสร้างแบรนด์
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ส่วนใหญ่เน้นเรื่องสร้างยอดขายหรือ Lower Funnel Campaign เพื่อสร้าง Conversion ให้เยอะที่สุด จนหันไปทางไหน ทุกแบรนด์ล้วนทุ่มไปที่ Performance Marketing กันหมด
แต่ด้วยการมาของ AI Agent และ Agentic Commerce เลยทำให้แบรนด์ต้องหันกลับมาสร้างแบรนด์โดยเน้น Brand Building Campaign กันมากขึ้น จะอาศัยแค่ Generative Engine Optimization (GEO) หรือรอให้ AI แนะนำแบรนด์ให้กับลูกค้าอย่างเดียวไม่พออีกแล้ว แบรนด์ต้องทำตัวให้ผู้บริโภคมองหาและอยากได้แบรนด์ด้วย
แนวทางพาแบรนด์ประสบความสำเร็จทำการตลาดบน Social Media ปี 2026
โจทย์ใหญ่ของนักการตลาดในปี 2026 และปีต่อ ๆ ไป ไม่ใช่แค่การทำโฆษณาให้คนเห็น แต่คือการทำอย่างไรให้แบรนด์ยังมีที่ยืนในใจผู้บริโภค ดังนั้น 2 ข้อที่สำคัญในการทำ Social Media Marketing นั่นคือ “Trust และ Attention”
Trust คือสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มเป้าหมายผ่านความจริงใจและความตั้งใจ เช่น หลีกเลี่ยงการเป็นตัวการในการผลิต AI Slop และแสดงความจริงใจผ่าน EGC หรือ CEO Branding ก็ช่วยได้มากเช่นเดียวกัน รวมถึงการออกแบบประสบการณ์ที่ดีตลอดเส้นทางของผู้บริโภค (Brand Experience)
Attention คือการดึงความสนใจของกลุ่มเป้าหมายผ่าน Insights ที่ใช่และมีการนำเสนอที่น่าสนใจผ่าน Creativity เพราะเรารู้ว่าตอนนี้คนบน Social Media มี Attention Span ที่สั้นมาก ๆ แค่ให้พวกเขาเห็นผ่านตาไม่เพียงพออีกต่อไป ต้องสนใจและจำได้ด้วยจึงจะช่วยสร้างผลลัพธ์ที่มี Impact กับธุรกิจได้
สรุป
Social Media Marketing Trends ปี 2026 ทั้งสามเรื่อง Hybrid AI Content Model / The Rise of Creator Brands / Rebalancing Toward Full-Funnel Social Media Marketing มีจุดเริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภคและพัฒนาการของเทคโนโลยี AI ทำให้แบรนด์ต้องหันมาใส่ใจเรื่อง Trust และ Attention ผ่านการสร้างคอนเทนต์ที่จริงใจและมีความน่าสนใจเพื่อให้ถูกจดจำอยู่ในใจผู้บริโภคได้อย่างยั่งยืน
FAQs
Q: แบรนด์จะสื่อสารยังไงไม่ให้โดนเหมารวมว่าเป็นงาน AI Slop ที่คนไม่อยากดู?
A: กระแส Anti-AI Marketing เกิดขึ้นเพราะมี AI Slop เยอะมากขึ้นในปี 2025 ทำให้หลายคนเกิดอาการเบื่อและเอียนงาน AI ห่วย ๆ แต่ก็ยังมีงานดี ๆ เล่าเรื่องน่าติดตามและนำเสนอได้น่าสนใจที่ทำด้วย AI อีกเยอะ อย่างไรก็ดีทิศทางในปี 2026 และปีต่อ ๆ ไป น่าจะเป็นแนวทางแบบ Hybrid คือผสมผสานระหว่าง AI Generated Content และงานที่สร้างโดยมนุษย์มากกว่าจะเป็น Anti-AI แบบ 100%
Q: การใช้ AI ทำคอนเทนต์ในปี 2026 จะทำให้แบรนด์ดูไม่จริงใจในสายตาลูกค้าหรือเปล่า?
ความรู้สึก AI Anti ที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากตัวเทคโนโลยีโดยตรง แต่เกิดจาก AI Slop หรือคอนเทนต์คุณภาพต่ำที่ทำออกมาแบบเน้นปริมาณจนขาดจิตวิญญาณ ซึ่งทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์ไม่ได้พยายามสื่อสารกับพวกเขาอย่างจริงใจ หรือไม่ได้ใส่ใจในคุณภาพของสารที่ต้องการจะสื่อ ถ้าแบรนด์มีการใช้ AI มาช่วยสร้างสรรค์งาน ในขณะที่ก็ยังรักษาความสัมพันธ์ที่จริงใจไว้ได้ ก็จะรอดพ้นจากกระแส Anti-AI ได้มากขึ้น
Q: ในยุคที่ AI เป็นคนตัดสินใจซื้อของแทนคนได้ (Agentic Commerce) การสร้างแบรนด์ยังจำเป็นอยู่ไหม
จำเป็นกว่าเดิมมาก เพราะ AI Agent หรือระบบการค้นหาแบบใหม่ (GEO) จะแนะนำเฉพาะแบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจนและถูกพูดถึงในเชิงบวกเท่านั้น หากแบรนด์เน้นทำแต่ยอดขาย (Performance Marketing) โดยไม่สร้างแบรนด์เลย แบรนด์ของคุณอาจไม่มีชื่ออยู่ในฐานข้อมูลที่ AI จะหยิบมาแนะนำ ดังนั้นการสร้างแบรนด์เพื่อให้ผู้บริโภคเจาะจงระบุชื่อแบรนด์ หรือเพื่อให้ AI มองเห็นความน่าเชื่อถือ จึงเป็นกระบวนการสำคัญในยุคที่ AI เป็นคนช่วยตัดสินใจซื้อครับ