สรุปอัปเดต Google Algorithm ตลอดปี 2018

Watch

แน่นอนว่า Google เป็น Search Engine ยอดนิยมที่สุดของโลกอย่างไม่ต้องสงสัย ในแต่ละวินาทีจะมีการค้นหาบน Google มากถึง 40,000 ครั้ง คิดเป็น 3.5 พันล้านครั้งต่อวัน! ทุกคนใช้ Google เพื่อเรียน ทำการบ้าน ทำงาน ค้นหาร้านอาหาร อ่านรีวิว และอีกมากมายนับไม่ถ้วน

…แต่จะมีใครรู้บ้างล่ะว่าเบื้องหลังการจัดอันดับของ Google มีกระบวนทำงานอย่างไร

บทความนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับเบื้องลึกเบื้องหลังของ Google Algorithm  หรือระบบประมวลผล จัดอันดับ และแสดงผลการค้นหาของ Google ซึ่งมีการอัปเดตอยู่เสมอ พร้อมกับสรุปภาพรวมตลอดปี 2018 ที่ผ่านมาว่า Google Algorithm มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้างใครทำงานเกี่ยวกับการตลาดหรือ SEO ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

Google Algorithm คืออะไร?

ปัจจุบันมีเว็บไซต์บนโลกอินเทอร์เน็ตมากกว่า 1.5 พันล้านเว็บไซต์ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เราจะค้นหาข้อมูลที่ต้องการด้วยการเข้าไปดูทุกเว็บไซต์ Google Algorithm จึงมีความสำคัญมาก เพราะมันคือระบบที่อยู่เบื้องหลังการจัดอันดับเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อค้นหาเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับคีย์เวิร์ดแต่ละคำมากที่สุด และแสดงผลการค้นหานั้นบนหน้าเว็บ

สรุปการทำงานของ Google Search ง่ายๆ คือ “ค้นหา-จัดอันดับ-แสดงผลลัพธ์” ให้ใกล้เคียงกับสิ่งที่คนต้องการมากที่สุด (และเร็วที่สุดด้วย) นั่นเอง

Seach Algorithm ของ Google มีการอัปเดตอยู่เสมอเพื่อพัฒนาผลการค้นหาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการอัปเดตนั้นถี่มากแทบจะทุกวัน บางวันก็มีอัปเดตหลายครั้งด้วย เฉลี่ยแล้วในแต่ละปีมีการอัปเดตประมาณ 500-600 ครั้งเลยทีเดียว! แต่มีบางอัปเดตที่เรียกว่า “Core Update” หมายถึงการปรับเปลี่ยน Algorithm ส่วนสำคัญของ Google Search ที่ส่งผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ และจะอัปเดตไม่กี่ครั้งต่อปีเท่านั้น

ทำไมเราควรติดตามการอัปเดตของ Google Algorithm?

  • ถ้าคุณอยากให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับต้นๆ บน Search Engine การติดตามอัปเดตของ Google Algorithm มีความสำคัญมากทีเดียว เพราะการเปลี่ยนแปลงบางอย่างอาจจะส่งผลต่อกลยุทธ์การทำ SEO ของคุณไม่ใช่น้อย เช่น ทำให้อันดับเว็บไซต์ของคุณเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  • Google เปรียบเสมือนเป็น “ผู้คุมกฎ” ของ Search Engine เว็บไซต์ที่ทำตามกฎก็จะได้รางวัล (ติดอันดับดีๆ หรือขึ้นหน้าแรก) ในขณะเดียวกันเว็บไซต์ที่ทำผิดกฎก็จะถูกลงโทษด้วย ขนาดเล่นเกมยังต้องรู้กติกา การทำ SEO ก็ต้องเข้าใจวิธีการเช่นกัน
  • การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นชั่วข้ามคืน เครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ๆ ผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เพียงแค่คุณหยุดนิ่งก็เหมือนถอยหลังไปแล้วหลายก้าวแล้วล่ะ

ดังที่กล่าวไปแล้วว่า Google Algorithm มีการอัปเดตยิบย่อยถี่รายวัน แต่บทความนี้เราจะคัดเฉพาะการอัปเดตใหญ่ๆ ที่มีความสำคัญ มาดูกันดีกว่าว่าทั้งปี 2018 ที่ผ่านมา Google Algorithm มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง และเราจะต้องปรับตัวอย่างไร

Timeline การอัปเดต Google Algorithm ในปี 2018

มีนาคม

8 มีนาคม : ปรับเปลี่ยน Algorithm ในการแสดง Rich Snippet
Rich Snippet เป็นการแสดงผลการค้นหาที่มีความพิเศษมากกว่าทั่วไป Google เรียกการอัปเดตครั้งนี้ว่า The Brackets Updateเป็นหนึ่งใน Core Update โดยมีใจความหลักคือ Google จะให้ความสำคัญกับคอนเทนต์คุณภาพดีที่มีลักษณะแบบ E-A-T

E-A-T คืออะไร?

E – “Expertise” คอนเทนต์เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ หรือคุณสามารถแสดงให้เห็นได้ว่าคุณมีความรู้ในด้านนั้นจริงๆ
A – “Authoritativeness” คุณมีความเป็นเจ้าของคอนเทนต์นั้น
T – “Trustworthiness” มีความน่าเชื่อถือ

เว็บไซต์คุณภาพดีก็จะได้ “รางวัล” คือการได้แสดงผลบน Rich Snippet ในหน้าผลลัพธ์การค้นหา ซึ่งนอกจากจะมีความโดดเด่นจาก Snippet อื่นๆ แล้วยัง  Rich Snippet มีโอกาสที่จะได้ยอดคลิกสูงกว่าด้วย

ส่วนเว็บไซต์ที่ได้รับผลกระทบในเชิงลบ เช่น มี Traffic ลดลง ต้องเตรียมใจเลยว่าการกู้อันดับคืนมานั้นต้องใช้การทำงานหนักหน่อย และใช้ระยะเวลาหลายเดือนเลยทีเดียว

google algorithm rich snippet

14 มีนาคม : Google ทดลองแสดงผลลัพธ์การค้นหาแบบ Zero-result
Google ได้ทำการทดลองครั้งใหญ่เรียกว่า “Zero-result SERP Testตั้งแต่วันที่ 13-20 มีนาคม หากผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลที่เป็นการคิดเลข การแปลงหน่วย (เช่น สกุลเงิน น้ำหนัก ความยาว ฯลฯ) หรือถามเวลา ระบบจะไม่ได้แสดง Organic Result หรือผลการค้นหาแบบปกติที่แสดงลิงค์เว็บไซต์ วิดีโอ หรือรูปภาพที่เกี่ยวข้องในหน้าผลลัพธ์ แต่แทนที่ด้วยเซ็ตคำตอบเพียงไม่กี่คำตอบกับปุ่ม “Show all results” เท่านั้น (ต้องกดปุ่มนี้ ระบบถึงจะแสดงผลการค้นหาตามปกติ)

Google Algorithm Zero-result SERP

ซึ่งเหตุผลหลักๆ ที่ Google ทำการทดลองครั้งนี้ ก็เพราะว่าคำตอบสำหรับการค้นหาแบบนี้ มักจะมีคำตอบเพียงชุดเดียว และคนส่วนใหญ่ก็น่าจะไม่ได้ต้องการหรือสนใจส่วนการค้นหาหน้าเว็บสักเท่าไร แถมการแสดงผลแบบนี้ยังจะช่วยประหยัดเวลาโหลดข้อมูลได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้ก็ถูกพับเก็บไปใน 1 สัปดาห์ต่อมา แต่เราอาจจะต้องมาดูกันต่อว่าในอนาคตมันจะกลับมาอีกหรือไม่

26 มีนาคม : ระบบค้นหาและจัดอันดับสำหรับมือถือ (Mobile-First Index)
เมื่อพฤติกรรมของคนเปลี่ยน Seach Engine ก็ต้องเปลี่ยนตาม ทุกวันนี้คนใช้ Smartphone กันมากขึ้นจนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตยิ่งกว่าการใช้คอมพิวเตอร์ Google จึงได้ปรับเกณฑ์การจัดอันดับ โดยให้ความสำคัญกับเว็บไซต์รองรับการแสดงผลบนหน้าจอมือถือก่อน หรือที่เรียกว่า “Mobile-First Index เพื่อให้แน่ใจว่า ผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์ที่ดีในการเข้าชมเว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับการเข้าชมผ่านมือถือนั่นเอง

เมษายน

16 เมษายน : Core Update
Core Update ในเดือนนี้คล้ายกับของเดือนมีนาคมที่จะเน้นให้รางวัลกับเว็บไซต์ที่มีคอนเทนต์คุณภาพดี เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ มีการอัปเดตและสร้างคอนเทนต์ใหม่ๆ จำนวนตั้งแต่หลักสิบถึงหลักร้อยต่อเดือน

พฤษภาคม

13 พฤษภาคม : ลดความยาวการแสดง Snippet
Snippet คือคำอธิบายหน้าเว็บที่แสดงบนหน้าผลลัพธ์การค้นหา หลังจากเพิ่มความยาว Snippet มากกว่า 300 ตัวอักษรเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน การอัปเดตครั้งนี้ Google ได้ปรับลดจำนวนตัวอักษรของ Snippet ลงอีกครั้งให้เหลือประมาณ 160 ตัวอักษรสำหรับการแสดงผลบนหน้าเดสก์ท็อป และเหลือเพียง 130 ตัวสำหรับบนจอมือถือ

ซึ่งหลายคนพยายามเพิ่มความยาวของ Meta Description เพราะคาดหวังให้ Snippet ยาวขึ้นด้วย แต่ขอบอกก่อนเลยว่า มันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกัน เพราะจากการทดสอบของ Yoast พบว่า Google ไม่ได้ดึงเนื้อหาจากส่วน Meta Description มาแสดงบน Snippet อย่างที่บางคนเข้าใจ แต่ดึงมาจากคอนเทนต์ในย่อหน้าแรกบนหน้าเว็บ (ทั้งนี้ ​Yoast บอกไว้ในบทความว่า การทดลองครั้งนี้เป็นการทดสอบกับเว็บไซต์เดียวเท่านั้น ซึ่ง Yoast เองก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่า สิ่งที่ค้นพบนี้จะเป็นเหมือนกันกับเว็บอื่นๆ ทั้งหมดหรือเปล่า)

มิถุนายน

14 มิถุนายน : Google เปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลการค้นหาวิดีโอ
รูปแบบการแสดงผลวิดีโอส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนจาก Thumbnail เป็นลิสต์วิดีโอที่เรียกว่า Video Carousel ดังภาพด้านล่าง (การเปลี่ยนแปลงนี้จะเกิดขึ้นเมื่อค้นหาผ่าน Desktop เท่านั้น)

Google Algorithm Video Carousel

กรกฎาคม

9 กรกฎาคม : “ความเร็ว” มีผลในการจัดอันดับเว็บไซต์บนมือถือ
ใครๆ ก็อยากค้นหาข้อมูลได้รวดเร็วจริงไหม? ปกติแล้ว Google จะใช้ “ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ” เป็นเกณฑ์หนึ่งในการจัดอันดับเว็บไซต์สำหรับการค้นหาบน Desktop อยู่แล้ว แต่การอัปเดตครั้งนี้ เป็นการนำเกณฑ์เรื่อง “Speed Update” นี้มาใช้ในการจัดอันดับบนมือถือด้วยเช่นกัน

24 กรกฎาคม : Chrome ปรับการแจ้งเตือนความปลอดภัย
ข่าวนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับ Google Search ซะทีเดียว แต่สำคัญและเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนที่มีเว็บไซต์ เพราะ Chrome ได้มีการอัปเดตเวอร์ชันใหม่เป็น Chrome68 โดยเพิ่มการแจ้งเตือน “Not Secure” สำหรับทุกเว็บไซต์ที่ยังเป็น HTTP เพื่อให้ผู้ใช้ทราบได้ว่าเว็บไซต์ที่เข้านั้นปลอดภัยหรือไม่

Google Chrome HTTP pages

ภาพจาก blog.google

ดังนั้นก่อนจะทำธุรกรรมการเงิน เช่น ซื้อสินค้า หรือชำระค่าบริการอย่าลืมสังเกตเว็บไซต์ที่เป็น “HTTPS” เพราะข้อมูลสำคัญอย่างพาสเวิร์ด บัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิตของคุณจะได้ถูกเก็บไว้เป็นส่วนตัว

Shifu แนะนำ
เว็บไซต์เป็น HTTPS ดีอย่างไร? ทำไมควรเปลี่ยน? อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับหัวข้อนี้ได้ในบทความนี้

สิงหาคม

1 สิงหาคม : Core Update ที่กระทบกับเว็บไซต์สายสุขภาพเต็มๆ
Core Update ครั้งนี้ส่งผลกับเว็บไซต์ในกลุ่ม “YMYL” (Your Money or Your Life) มากเป็นพิเศษ ซึ่งหมายถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของผู้คนโดยตรง เช่น ด้านการแพทย์ ด้านกฎหมาย การเงิน เป็นต้น เนื่องจาก Google มองว่าเว็บไซต์กลุ่มนี้ควรจะถูกเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นจริงๆ

ภาพจาก mariehaynes.com

ตัวอย่าง Traffic หน้าเว็บที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโภชนาการและไดเอ็ต จะเห็นได้เลยว่ามี Traffic ลดลงอย่างชัดเจน (ในขณะเดียวกันก็มีบางเว็บไซต์มี Traffic เพิ่มขึ้นด้วย) เป็นผลจากการที่ Google ต้องการดึงมาตรฐานเว็บไซต์กลุ่ม YMYL นั่นเอง วิธีหนึ่งที่คุณสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ได้คือ การระบุอาชีพ ตำแหน่งงานของผู้เขียนคอนเทนต์ ซึ่งถ้าเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญ มีความสามารถและประสบการณ์แล้วล่ะก็จะสามารถเรียกคะแนนจาก Google ได้เป็นอย่างดี

ถ้าต้องการให้เว็บไซต์มีอันดับการค้นหาดีขึ้น หรือหากเว็บไซต์เราได้รับผลกระทบเชิงลบไปแล้วเราจะแก้ปัญหาอย่างไรดี? มีคำแนะนำง่ายๆ จาก Danny Sullivan หนึ่งในทีมพัฒนาของ Google นั่นก็คือ…

“Just create great content” 🙂

สรุป

ภาพรวมการอัปเดต Google Algorithm ในปีนี้ คอนเทนต์คุณภาพยังเป็นสิ่งสำคัญอยู่เสมอ ซึ่ง Google ให้ความสำคัญกับ “ความน่าเชื่อถือ” ของคอนเทนต์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะหากเว็บไซต์นั้นเกี่ยวข้องกับชีวิตผู้คนโดยตรง

นอกจากนี้ Algorithm ยังถูกปรับปรุงสำหรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ โดยเพิ่มเกณฑ์การจัดอันดับให้เหมือนกับเว็บไซต์เวอร์ชัน Desktop และให้ความสำคัญกับเว็บไซต์ที่รองรับการแสดงผลในมือถือด้วย

แม้เบื้องหลังของ Google Algorithm จะเป็นความลับ แต่หลายๆ การเปลี่ยนแปลงที่มีการเปิดเผยออกมาก็เป็นแนวทางให้กับสายคอนเทนต์ คนที่ทำงานด้านการตลาดและ SEO ว่าอะไรเอ่ยคือ ‘หัวใจ’ สำคัญในการทำงาน และในอนาคตเราควรจะโฟกัสจุดใดต่อไป

ตาคุณแล้ว

เว็บไซต์ของคุณเคยได้รับผลกระทบจากการอัปเดต Google Algorithm หรือเปล่า? แล้วผลกระทบเป็นอย่างไร? แชร์กับเราได้เลย ส่วนใครที่ไม่แน่ใจว่าได้ปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างที่ Google ชอบหรือยัง ก็สามารถเริ่มตรวจสอบจาก Checklist สำหรับ On-page SEO ของเราได้เลย

Waricha

เป็น Digital Content Writer ที่หลงรักการอ่านและการเขียนเป็นชีวิตจิตใจ ชื่นชอบเรื่องเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลง สนใจการพัฒนาตัวเองทุกๆ ด้านใน ทุกๆ วัน :)

More From Me
>