คำศัพท์ Inbound Marketing

Inbound Marketing Glossary คลังรวมคำศัพท์ทางการตลาดที่ผู้สนใจเรื่อง Inbound Marketing ควรรู้ นักการตลาดมือใหม่สาย Inbound คนทำคอนเทนต์ หรือผู้สนใจศึกษาการตลาดแบบแรงดึงดูด สามารถเริ่มต้นศึกษา Inbound Marketing Glossary เพื่อให้เข้าใจภาพรวม รวมทั้งเป็นคู่มือเสริมความรู้สำหรับต่อยอดศึกษาขั้นตอนการทำ Inbound แบบลงลึก โดย Inbound Marketing Glossary ครอบคลุมศัพท์ทางการตลาด 50 กว่าคำ เรียงตามหมวดหมู่ตัวอักษร A – Z ทำให้คุณค้นหาความหมายคำศัพท์ที่ต้องการได้สะดวก

A

A/B Testing คือ การทดลองเปรียบเทียบชิ้นงานสองแบบที่แตกต่างกัน เพื่อประเมินว่าแบบใดให้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังได้ดีกว่า

Analytics หมายถึง การนำข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการวัดผลบนแพลตฟอร์มดิจิทัลมาวิเคราะห์ เพื่อประเมินประสิทธิภาพ รวมทั้งหาสาเหตุและแนวทางปรับปรุง พัฒนา ให้ดีขึ้น

Attract หมายถึง การสร้างความสนใจสำหรับดึงดูดกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาหา เป็นขั้นตอนแรกตามแนวปฏิบัติของการตลาดแบบแรงดึงดูด

B

B2B (Business-to-Business) หมายถึง ธุรกิจที่ขายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้าระดับองค์กรหรือบริษัทมหาชน

B2C (Business-to-Consumer) หมายถึง ธุรกิจที่ขายสินค้าหรือให้บริการแก่ลูกค้าระดับบริโภคทั่วไป

Branding หมายถึง การสร้างแบรนด์ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของบริษัทหรือสินค้าให้โดดเด่นและเป็นที่จดจำในสายตาของผู้บริโภค เช่น ออกแบบโลโก้ เลือกใช้สีประจำแบรนด์ ออกแบบเว็บไซต์หรือสินค้า สร้างประสบการณ์เฉพาะ เป็นต้น

Brand Awareness หมายถึง การรับรู้แบรนด์ มักหมายถึงการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก

Brand Loyalty หมายถึง ความจงรักภักดีหรือความนิยมต่อแบรนด์อย่างเหนียวแน่น

Behavior Tracking หมายถึง การติดตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลต่าง ๆ

C

Call-to-Action หรือ CTA หมายถึง การกระตุ้นให้ผู้รับสารลงมือทำบางสิ่ง ซึ่งตอบสนองต่อข้อเสนอของนักการตลาด เช่น กรอกข้อมูลลงทะเบียน โทรติดต่อสอบถามข้อมูล ลงทะเบียนรับข่าวสาร เป็นต้น

Close (Won) หมายถึง ขั้นตอนปิดการขาย ทำข้อตกลง ทำธุรกิจร่วมกัน หรือเซ็นสัญญา

Close (Lost) หมายถึง การไม่ได้รับข้อตกลงตามที่ต้องการ ไม่ได้ทำธุรกิจร่วมกัน หรือลูกค้าไม่ตกลงเลือก

Content Gate หมายถึง เงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการเข้าถึงคอนเทนต์ เช่น กรอกอีเมล ตอบแบบสอบถาม หรือกรอกข้อมูลอื่น ๆ เป็นต้น

Content Matrix คือ แนวคิดและวิธีแบ่งรูปแบบคอนเทนต์ โดยดูคุณสมบัติของคอนเทนต์นั้นว่ากระตุ้นอารมณ์ ให้เหตุผล สร้างการรับรู้ หรือกระตุ้นให้ตัดสินใจ แบ่งออกเป็น คอนเทนต์ประเภทให้ความบันเทิง (Entertain) ให้แรงบันดาลใจ (Inspire) ให้ความรู้ (Educate) และชักจูง (Convince)

Conversion Rate หมายถึง อัตราส่วนระหว่างจำนวนผู้ใช้งานที่ลงมือทำตามเป้าหมายที่นักการตลาดตั้งไว้ต่อจำนวนผู้ใช้งานทั้งหมด เช่น นักการตลาดต้องการรายชื่อผู้ที่ลงทะเบียนสมัครสมาชิกเว็บไซต์ จึงสร้าง Landing Page ขึ้นมา โดยมีจำนวนผู้สมัครสมาชิกเว็บไซต์ 15 คน ที่มาจากจำนวนผู้เข้าชมหน้า Landing Page ทั้งหมด 100 คน คิดเป็น Conversion Rate 15 ต่อ 100 หรือ 15% เป็นต้น

Convert หมายถึง การเปลี่ยนสถานะผู้เข้าชมให้เป็นลูกค้ามุ่งหวัง ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 2 ตามแนวปฏิบัติของการตลาดแบบแรงดึงดูด

CRM หรือ Customer Relationship Management หมายถึง ระบบจัดเก็บข้อมูลเพื่อช่วยบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า บางครั้งก็ใช้อ้างอิงถึงศาสตร์ที่เกี่ยวกับการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าและคนที่มีโอกาสเป็นลูกค้า

Customer  หมายถึง ลูกค้า เป็นคำศัพท์ที่ถูกใช้ตอนปิดการขายตามแนวปฏิบัติของการตลาดแบบแรงดึงดูด

Customer Segmentation หมายถึง การแบ่งลูกค้าออกเป็นกลุ่มตามประเภทรูปแบบต่าง ๆ เช่น กลุ่มเพศชาย กลุ่มเพศหญิง กลุ่มอายุ 40 – 60 ปี กลุ่มชาวอีสาน กลุ่มคนที่มีรายได้ต่อปีหนึ่งล้านบาทขึ้นไป เป็นต้น

Competitive Advantage หมายถึง ความได้เปรียบในการแข่งขันทางการตลาด

Copywriting หมายถึง การเขียนเพื่อดึงดูดความสนใจหรือกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายให้ลงมือทำสิ่งที่ตอบสนองต่อข้อเสนอของนักการตลาด

D

Delight คือ การสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าหลังการขายเพื่อเปลี่ยนให้เป็น “ผู้ชื่นชอบแบรนด์” ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายตามแนวปฏิบัติของการตลาดแบบแรงดึงดูด

Demographic หมายถึง ข้อมูลเชิงประชากร เช่น เพศ อายุ ภูมิลำเนา ศาสนา เป็นต้น

Digital Marketing หมายถึง การทำการตลาดบนแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชัน เป็นต้น

Drip Marketing หมายถึง การทำการตลาดโดยส่งคอนเทนต์ไปยังผู้รับสารในเวลาที่เหมาะสม ค่อยเป็นค่อยไป และสม่ำเสมอ ซึ่งอ้างอิงจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้รับ

E

Editorial Calendar หมายถึง ตารางเผยแพร่คอนเทนต์ที่ใช้วางแผนสำหรับเผยแพร่คอนเทนต์ในแต่ละวัน สัปดาห์ หรือเดือน

Email Marketing หมายถึง การทำการตลาดด้วยอีเมล โดยส่งคอนเทนต์ต่าง ๆ ผ่านช่องทางอีเมล ประเภทของการตลาดอีเมลที่ควรรู้นั้นมีสองประเภท ได้แก่ Transactional Email ที่ส่งอีเมลแบบรายบุคคลซึ่งได้ทำบางสิ่งตามเงื่อนไขแล้ว เช่น ส่งอีเมลใบสั่งซื้อและใบเสร็จให้ผู้ซื้อผ่านเว็บไซต์ เป็นต้น และ Marketing Emai ที่ส่งอีเมลการตลาดโดยมักจะมีการเรียกร้องหรือกระตุ้นให้ผู้รับสารกระทำบางอย่าง เช่น คลิกอ่านบทความ คลิกสั่งสินค้า เป็นต้น

Engagement หมายถึง การมีปฏิสัมพันธ์หรือส่วนร่วมของผู้ใช้งาน เช่น ไลก์ แชร์ แสดงความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย เป็นต้น  

Evergreen Content หมายถึง คอนเทนต์ที่มีเนื้อหาไม่เสื่อมมูลค่าตามกาลเวลา มักเป็นคอนเทนต์ประเภทให้ความรู้ ขั้นตอนการทำ หรือวิธีการแก้ไข

G

Google AdWords (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Google Ads) หมายถึง บริการโฆษณาของ Google ที่จะแสดงโฆษณาในหน้าค้นหาของ Google รวมไปถึงช่องทางอื่น ๆ ที่ Google เป็นเจ้าของหรือเป็นพันธมิตร

Google Analytics หมายถึง เครื่องมือของ Google ที่ช่วยติดตาม เก็บข้อมูล และรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับยอดการใช้งานเว็บไซต์ เช่น ยอดเข้าชมเว็บไซต์ทั้งเว็บหรือในหน้าเพจที่เราสนใจ สัดส่วนข้อมูลเชิงประชากรของผู้เข้าเว็บไซต์ เป็นต้น

Google Keyword Planner หมายถึง เครื่องมือที่ช่วยแสดงปริมาณการค้นหาและคำใกล้เคียง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวางแผนคำหลักหรือคำสำคัญ (Keyword) ที่มีคนใช้ค้นหาบน Google

Google Search Console (ชื่อเดิม Google Webmaster Tools) หมายถึง หรือชุดเครื่องมือของ Google ที่ช่วยผู้ดูแลเว็บไซต์ (เว็บมาสเตอร์) ติดตามสถานะการทำงานของเว็บไซต์ เช่น สถานะการถูกค้นพบโดย Search Engine รวมถึงช่วยรายงานปัญหาเชิงเทคนิคที่อาจเกิดขึ้น

Google Trend หมายถึง ระบบที่แสดงผลการค้นหายอดนิยมของ Google

I

Impression หมายถึง จำนวนการแสดงผลของหน้าเพจ เว็บไซต์ โพสต์ หรือคอนเทนต์ประเภทต่าง ๆ ให้ผู้คนเห็น

Inbound Framework / Inbound Marketing Framework หมายถึง แนวทางปฏิบัติของการตลาดแบบแรงดึงดูดหรือกระบวนการเปลี่ยน “คนแปลกหน้า” เป็น “ผู้เข้าชม” จากนั้นจึงฟูมฟัก (Nurture) ให้กลายเป็น “ลูกค้ามุ่งหวัง” และ “ผู้ชื่นชอบแบรนด์”

Inbound Marketing หมายถึง การตลาดแบบแรงดึงดูดที่ไม่ได้มุ่งโฆษณาหรือการกระจายการตลาดออกไปยังแหล่งต่าง ๆ ให้เกิดความอยากซื้อ แต่เตรียมช่องทางของสินค้าหรือบริการที่พร้อมแก้ไขปัญหากลุ่มเป้าหมาย ทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาหาด้วยตัวเอง และหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์จนเกิดโอกาสทางธุรกิจ

Influencer หมายถึง ผู้ที่มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า หรือมีอิทธิพลในการส่งสารออกไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายและทำให้พวกเขาเกิดความสนใจ

K

Keyword หมายถึง คำสำคัญหรือคำหลัก โดยปกติใช้เรียกคำที่ผู้คนมักใช้ค้นหาบน Search Engine

Keyword Research หมายถึง การค้นหาคำสำคัญที่ติดอันดับการค้นหาใน Search engine เพื่อนำมาใช้ผลิตคอนเทนต์ให้ถูกค้นพบได้ง่าย

L

Landing Page หมายถึง หน้าเว็บที่มีจุดประสงค์ทางการตลาด กระตุ้นให้เกิดการกระทำบางอย่าง (Call-to-Action) โดยออกแบบมาให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายที่คลิกเข้ามาจากแหล่งต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย อีเมล หรือ Search Engine เป็นต้น

Lead หมายถึง ลูกค้ามุ่งหวังหรือผู้ที่มีแนวโน้มจะซื้อ

Lead Generation หมายถึง การสร้างลูกค้ามุ่งหวังจากการเก็บรายชื่อและข้อมูล

Lead Generation Software คือ ซอฟต์แวร์ที่ช่วยสร้างนำเสนอเทคนิคต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เข้าชม (Visitor) ทำในสิ่งที่จะเปลี่ยนเป็นลูกค้ามุ่งหวัง (Lead) ตัวอย่างเช่น ซอฟต์แวร์ที่ช่วยแสดงผล Popup ให้กรอกข้อมูลเพื่อดาวน์โหลด E-book หรือ Banner ให้สมัครสมาชิก เป็นต้น

Lead Nurturing หมายถึง กระบวนการฟูมฟักลูกค้ามุ่งหวังหรือติดต่อและดูแลลูกค้ามุ่งหวัง โดยส่งสารที่ดึงดูดให้ลูกค้ามุ่งหวังกลายเป็นลูกค้าจริง เช่น ส่งข้อมูลที่กลุ่มเป้าหมายต้องการหรือเป็นประโยชน์สำหรับกลุ่มเป้าหมาย

Lead Scoring คือ การให้คะแนนลูกค้ามุ่งหวังแต่ละคนตามข้อมูล เช่น ข้อมูลเชิงประชากร พฤติกรรมการใช้งาน เป็นต้น เพื่อเป็นเกณฑ์ประเมินลูกค้ามุ่งหวังรายนั้นว่ามีคะแนนโอกาสมากน้อยเพียงใดที่จะกลายเป็นลูกค้าจริง

Loyal Customer หมายถึง ลูกค้าประจำ

M

Marketing Automation หมายถึง การตลาดแบบอัตโนมัติ ซึ่งรวมถึงซอฟต์แวร์และเทคนิคทำการตลาดที่จะส่งคอนเทนต์ไปยังกลุ่มเป้าหมายโดยอัตโนมัติแบบเฉพาะรายบุคคล

Mass หมายถึง ตลาดรวมหรือตลาดแบบกว้าง ๆ ประกอบด้วยคนหรือองค์กรมากหน้าหลายตาหลายประเภท ที่มีโอกาสสนใจเป็นลูกค้าของสินค้าหรือบริการนี้

Metrics หมายถึง ตัวชี้วัดในการประเมินผลต่าง ๆ เช่น ยอดเข้าชม ยอดผู้ติดตาม ยอดการมีส่วนร่วม เป็นต้น

N

Niche หมายถึง ตลาดเฉพาะ ประกอบด้วยคนหรือองค์กรที่มีคุณลักษณะหรือประเภทเฉพาะเจาะจงเท่านั้นที่มีโอกาสสนใจเป็นลูกค้าของสินค้าหรือบริการนี้ (ตรงข้ามกับ Mass)

O

Outbound Marketing หมายถึง การตลาดแบบผลัก ที่มุ่งเน้นโฆษณาไปตามสื่อหรือช่องทางต่าง ๆ โดยหวังสร้างการรับรู้และกระตุ้นให้ผู้รับสารเกิดความอยากซื้อ

P

Persona หมายถึง เอกสารหรือเครื่องมือที่ช่วยจำลองข้อมูลของลูกค้าในอุดมคติ เน้นเจาะจงข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อนักการตลาด เพื่อทำความเข้าใจลูกค้าในอุดมคติ ซึ่งอาจมีทั้งข้อมูลเชิงประชากร ข้อมูลเชิงพฤติกรรม ข้อมูลเชิงทัศนคติ เป็นต้น

Promoter หมายถึง ผู้ชื่นชอบแบรนด์ หรืออาจหมายถึง ลูกค้าประจำ

Publisher Mindset หมายถึง วิธีการคิดแบบสื่อสำหรับผลิตคอนเทนต์ เช่น สิ่งที่ผู้คนกำลังสนใจคืออะไร สิ่งใดควรเผยแพร่เมื่อไร อะไรที่ทำให้ผู้คนสนใจ เป็นต้น (Publisher = สื่อ, Mindset = รูปแบบความคิด)

R

Remarketing หรือ Retargeting หมายถึง การส่งโฆษณาหรือข้อความทางการตลาดไปหาคนที่เราทราบว่าเคยเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หน้าเพจ หรือแอปพลิเคชัน เป็นต้น

Retargeting Ads หมายถึง โฆษณาที่ถูกออกแบบมาให้ส่งหากลุ่มเป้าหมายที่เคยเข้าชมสื่อหลักของเรามาก่อน

S

Sales Funnel หมายถึง แบบจำลองขั้นตอนหรือช่วงเวลาในการขาย แบ่งเป็น 3 ช่วง ได้แก่

  • ToFu (Top of the funnel) คือ ช่วงที่ผู้รับสารกำลังมีปัญหาและกำลังหาทางออก ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้รับสารจะเห็นคอนเทนต์หรือสินค้า
  • MoFu (Middle of the funnel) คือ ช่วงถัดจาก ToFu ที่ผู้รับสารกำลังพิจารณาทางเลือกหรือสินค้าที่กำลังมองหา ซึ่งเป็นช่วงที่ควรให้ข้อมูลแก้ปัญหากับลูกค้า รวมทั้งมอบข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือสินค้า/บริการให้ผู้รับสารรับรู้
  • BoFu (Bottom of the funnel) คือ ช่วงถัดจาก MoFu ที่ผู้รับสารกำลังตัดสินใจเลือกทางออกหรือซื้อสินค้า เป็นช่วงที่เหมาะกับการขาย โดยเน้นตอบข้อสงสัยหรือความลังเลที่ลูกค้ามีก่อนการซื้อ

SEO (Search Engine Optimization) หมายถึง การปรับแต่งเนื้อหาในเว็บไซต์ให้ค้นหาพบได้ง่าย

Scarcity Marketing หมายถึง การตลาดที่นำเสนอความขาดแคลน เพื่อใช้กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ เนื่องจากกลัวว่าสินค้าจะหมด งดจำหน่าย หรือไม่ได้โปรโมชันพิเศษ

Search Engine หมายถึง ระบบการค้นหาข้อมูล เช่น Google

StoryBrand Framework หมายถึง กรอบแนวคิดที่เปรียบลูกค้าเป็นตัวละครหลักของเรื่องราวหรือบุคคลสำคัญตลอดกระบวนการซื้อขาย จากหนังสือ “Build a StoryBrand”  โดย Donald Miller

Stranger หมายถึง คนแปลกหน้าหรือผู้ที่ไม่รู้จักธุรกิจนั้น ๆ หรือไม่เคยเข้าชมช่องทางของธุรกิจนั้น ๆ มาก่อน

T

Target Customer หมายถึง ลูกค้าเป้าหมาย

Topical Content หมายถึง คอนเทนต์เชิงกระแส โดยเนื้อหากำลังเป็นหัวข้อที่สังคมให้ความสนใจ คอนเทนต์ประเภทนี้มักได้รับความสนใจมากในช่วงหนึ่ง จากนั้นความสนใจจะลดลงเมื่อกระแสน้อยลง

U

UX (User Experience) หมายถึง ประสบการณ์ของผู้ใช้ มักใช้อ้างอิงถึงศาสตร์การออกแบบที่ไม่ได้มุ่งเป้าหมายที่ความสวยงาม แต่มุ่งเป้าหมายที่ประสบการณ์การใช้งานที่ง่ายและน่าพึงพอใจที่สุดสำหรับผู้ใช้

UI (User Interface) หมายถึง หน้าตาของเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ปกติแล้วมักถูกกล่าวถึงในเรื่องการออกแบบเพื่อความสวยงาม

UTM Tracking หมายถึง การติดตามแหล่งที่มาของการเข้าถึงเว็บไซต์ โดยอาศัยตัวแปร UTM (Urchin Tracking Modules) ซึ่งบอกให้ทราบถึงชื่อที่มาของต้นทาง ชื่อคอนเทนต์ หรือชื่อแคมเปญการตลาดที่นำมาสู่การเข้าชม เป็นต้น

V

Vanity Metrics หมายถึง ตัวชี้วัดที่ฟุ้งเฟ้อ เป็นคำศัพท์ที่ใช้กล่าวถึงตัวชี้วัดที่ไม่ได้วัดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ทางธุรกิจโดยตรง แต่อาจวัดผลในเรื่องอื่น ๆ เช่น วัดความนิยมบนโลกออนไลน์

Visitor หมายถึง ผู้เข้าชม ในบริบทของการตลาดแบบแรงดึงดูดจะเน้นไปที่ผู้เข้าชมเว็บไซต์

W

WordPress หมายถึง ชื่อเครื่องมือชนิดหนึ่งที่ช่วยในการสร้างและบริหารจัดการเว็บไซต์ซึ่งได้รับความนิยมระดับโลก