เทรนด์การตลาดออนไลน์ 2026 จะเป็นอย่างไร?
พอมีคำว่าเทรนด์แล้ว คนอาจจะคาดหวังว่าจะได้เห็นอะไรที่มันแปลกใหม่ เป็นกระแส ที่ต้องขี่ตามไปให้เร็ว ไม่อย่างนั้นจะตกขบวน
ซึ่งมันก็จริงส่วนหนึ่ง…
แต่ผมอยากจะเน้นย้ำตั้งแต่ตอนเปิดบทความนี้เลยว่า “การตลาดออนไลน์” เป็นส่วนหนึ่งของ “การตลาด” ซึ่งเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจคน ทำความเข้าใจลูกค้า และนำเสนอสิ่งที่ลูกค้าต้องการ (หรือในบางครั้ง… สิ่งที่พวกเขาคิดว่าพวกเขาต้องการ)
สิ่งที่ผมอยากจะสื่อคือ ไม่ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน เทรนด์ใหม่ๆ จะมาอีกกี่เทรนด์ ความรู้ความเข้าใจพื้นฐานก็ยังคงเป็นสิ่งที่จำเป็น
เทรนด์เป็นสิ่งที่อ่านให้รู้ เอาไว้เป็นวัตถุดิบเพิ่มเติมใส่หัวสมอง ใช้เป็นข้อมูลเพื่อส่งเสริมการทำการตลาด ไม่ใช่เป็นวัตถุดิบหลักในการทำการตลาด เพราะไม่อย่างนั้น เมื่อไหร่ที่เทรนด์นั้นๆ หมดกระแสไป คุณเองก็อาจจะตกกระแสตาม
สิ่งที่ผมจะแชร์ในบทความนี้ บางเรื่องก็เป็นเรื่องใหม่ล่าสุดที่ได้ข้อมูลมาจากปี 2025 บางเรื่องเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงกันมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องที่มีเทรนด์ขาขึ้นอยู่
ผมขอหยิบเอาเทรนด์มาเล่าผ่านหัวข้อสำคัญ 8 หัวข้อที่ทุกคนที่ทำการตลาดออนไลน์ควรรู้นะครับ เทรนด์ต่างๆ ที่เอามาเล่า ไม่ได้เรียงตามอันดับหรือเป็นขั้นเป็นตอนเพราะทุกอย่างล้วนแล้วแต่เชื่อมโยงกันหมด
เทรนด์ 8 อย่างนี้ได้แก่ Consumer, Digital Strategy, MarTech, AI, Digital Advertising, Data, Content Marketing และ Social Media Marketing นะครับ
เนื้อหาที่เอามาแชร์ มีทั้ง Data จากการ Research ของ Content Shifu และพาร์ทเนอร์ Data ที่เอา Data จากหลายๆ แหล่งมา Backup และ Insight ที่ได้จากการพูดคุยกับคนในแวดวง Digital marketing ของไทย รวมถึงอันที่เป็นความเห็นของผม เพราะฉะนั้นอ่านแล้วอย่าเชื่อทั้งหมด ต้องเอาไปศึกษา และเอาไปคิดวิเคราะห์ต่อนะครับ
เอาล่ะ ถ้าพร้อมแล้ว มาดูเทรนด์การตลาดออนไลน์สำหรับปี 2026 กันเลยครับ!
ป.ล. ผมใช้เวลาในการตกผลึก และหาข้อมูลเพิ่มเติมมาเขียนบทความนี้หลายสิบชั่วโมง และผมยินดี ถ้าคุณจะเอาเนื้อหาบางส่วนไปอ้างอิงต่อ ซึ่งผมจะขอบคุณมากๆ ถ้าคุณช่วยส่งลิงก์กลับมายัง https://contentshifu.com/blog/digital-marketing-trends ด้วยนะครับ :)
ป.ป.ล. เนื้อหาในบทความนี้ อาจจะมีมุมที่ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบกับ Platforms หรือ Providers บ้าง ผมพยายามจะเรียบเรียงอย่างเต็มที่และเขียนด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อประโยชน์ในภาพรวม และไม่ให้ความสัมพันธ์ต่างๆ ที่ผมเองอาจจะมีกับ Platforms หรือ Providers มา Influence เนื้อหาในบทความนี้นะครับ
📖 คอร์สเรียนแนะนำ
อยากอัปเดตเทรนด์ Digital Marketing แบบเจาะลึก พร้อมทั้งรับฟังเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ และอุตสาหกรรมที่คุณอยู่? ทาง Content Shifu สามารถจัดคลาสยาว 1-6 ชั่วโมง เกี่ยวกับเรื่อง Digital Marketing Trends ให้คุณได้ ติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียดกับการอบรมในองค์กร (In-house Training)
ยาวไป อยากเลือกอ่าน?
1. เทรนด์เกี่ยวกับ Consumer
ภาพรวมเทรนด์ Consumer
ผมคิดว่าเนื้อหาจาก Session Market & Consumer ของ Marketing Conference 2025 ได้สรุปเรื่อง Consumer Trends สำหรับคนแต่ละ Generation ไว้ค่อนข้างดีครับ
- กลุ่ม Baby Boomers ให้ความสำคัญกับเรื่อง Wellness ส่วน Gadget เน้นความเรียบง่ายและฟังก์ชัน และก็ช่างกินช่างเลือกมากขึ้น
- กลุ่ม Gen X ให้ความสำคัญกับคุณภาพใน Health & Beauty Product มากกว่าแค่เรื่องของปริมาณ เน้น Gadget ที่มอบความสะดวกสบาย และการซื้อของกินก็เน้นซื้อของที่ใช้กับครอบครัวเป็นหลัก
- กลุ่ม Gen Y พยายาม Balance ภาพลักษณ์และสุขภาพ ส่วน Gadget เน้นของที่เพิ่ม Productivity และพยายาม Balance ความสะดวกและของที่ดีต่อสุขภาพเวลาซื้อของกิน
- กลุ่ม Gen Z มองการดูแลตัวเอง = การสร้างตัวตน เป็นกลุ่มคนที่เป็น Tech Native และชอบซื้อของกินแบบ Ready to Eat
ผู้บริโภคไทยกังวลเรื่องอะไรมากที่สุด
ข้อมูลจาก PWC ที่ได้จากการ Survey ผู้บริโภคไทยในปี 2025 มากกว่า 500 คน บอกว่าผู้บริโภคไทยกังวลเรื่องค่าครองชีพ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศมากที่สุดตามลำดับ
เด็กเกิดน้อยลง แต่ลูกรักมีมากขึ้น
ผมเอาข้อมูลจำนวนการเกิดของคนไทยจากสำนักงานสถิติแห่งชาติมา Plot Graph ให้เห็นง่ายๆ ดู จะพบว่าตั้งแต่ปี 2555-2567 (2012-2024) เทรนด์การเกิดของเด็กในประเทศไทยน้อยลงทุกๆ ปี
แต่อัตราการเกิดของเด็กกลับสวนทางกลับอัตราการเติบโตของการเลี้ยง “ลูกรัก”
คำว่า “ลูกรัก” ในที่นี้คือ “สัตว์เลี้ยง” ครับ
ข้อมูลจาก TTB Analytics ได้บอกว่าตลาดสัตว์เลี้ยงในปี 2025 นั้นขยายตัวขึ้นถึง 13.2% ขึ้นไปแตะ 9.2 หมื่นล้านบาท และคาดว่าน่าจะทะลุแสนล้านบาทในปี 2026
และที่บอกว่าคนเลี้ยงสัตว์เหมือนเลี้ยงลูกรักเพราะพวกเขามีค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสัตว์อยู่ที่ระหว่าง 7,910 – 50,500 บาท/ตัว/ปี เลยทีเดียว
คนจะยอมจ่ายมากขึ้นถ้าแบรนด์ทำสิ่งนี้อย่างจริงจัง
เรื่องที่ว่าคือเรื่องเกี่ยวกับ ESG
ESG เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ซึ่งคำว่า ESG เป็นตัวย่อของ
- Environment หรือสิ่งแวดล้อม
- Social หรือสังคม
- (Corporate) Governance หรือธรรมภิบาลขององค์กร
ข้อมูลจาก PwC 2024 Voice of the Consumer Survey ได้บอกว่าไว้ว่าคนยินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าที่ Ethical & Sustainable มากกว่าสินค้าปกติถึง 9.7%
ผมได้มีโอกาสไปเรียนหลักสูตรของตลาดหลักทรัพย์ที่ชื่อว่า IDE to IPO (Innovation Driven Enterprise to Initial Public Offering) มา และทำให้เห็นภาพเรื่องนี้มากขึ้น รวมไปถึงเข้าใจมากขึ้นว่าบริษัทต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ของไทยนั้นให้ความสำคัญและตื่นตัวกับเรื่องนี้มากแค่ไหนในปีที่ผ่านมา เนื่องจากว่าเรื่อง ESG นั้นเป็นอีกหนึ่งในกระแสหลักของโลก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะถูกส่งต่อไปยังธุรกิจเล็กใหญ่อื่นๆ ด้วย
2. เทรนด์เกี่ยวกับ Digital Strategy
งบประมาณสำหรับการทำการตลาดต่อรายได้ขององค์กรต่างๆ คงที่
Gartner ได้ทำการ Survey CMO ทั่วโลกกว่า 400 คน และออก Report Insights From the 2025 CMO Spend Survey มา และผมคิดว่ามีชุดข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่าง เลยอยากจะเอามาสรุปให้ได้อ่านกันครับ
*สถิติเหล่านี้เป็นสถิติแบบ Global (ทั้งนี้ผมคิดว่าคนทำ Survey น่าจะ Base ที่ US เป็นหลัก) ข้อมูลส่วนนี้ดูเป็น Guideline ได้ แต่อาจจะไม่ตรงกับของบ้านเรา 100% ครับ
ในปี 2025 นั้น งบการตลาดค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับปี 2024 (อยู่ที่ 7.7% ของรางได้) ซึ่งถือว่าน้อยกว่าปี 2022-2023 พอสมควร ซึ่งผมคิดว่าเป็นผลพวงมาจากสภาวะสงครามหลายๆ ที่ในโลก รวมไปถึงปัญหาเรื่องเศรษฐกิจด้วย ทำให้งบการทำการตลาดปรับตัวน้อยลงตาม
สิ่งที่องค์กรต่างๆ ทำเพื่อเพิ่ม Marketing Productivity
5 กิจกรรมที่ CMO ต่างเห็นตรงกันว่าเป็น Top 5 ที่จะช่วยเพิ่ม Marketing Productivity คือ
- ใช้ Data, Analytics & Measurement เพื่อปรับจูน Performance
- ใช้เทคโนโลยีอย่างเช่น AI ในการทำสิ่งต่างๆ แบบอัตโนมัติ
- เชื่อมเทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกัน (รวมถึง AI) เพื่อเพิ่ม Efficiency
- โยกทรัพยากรจากกิจกรรมที่ให้ ROI น้อย ไปยังอันที่ให้ ROI มาก
- ปรับปรุงกระบวนการและการร่วมือกับ Agencies และ Partners
Top 5 Marketing Strategies สำหรับ B2B & B2C
HubSpot ได้ Survey นักการตลาดทั่วโลกกว่า 1,200 คน และได้ออก The State of Marketing 2025 มา ซึ่งทางด้านล่างคือ Marketing Strategies ที่ธุรกิจแบบ B2B และ B2C จะเลือกใช้
สำหรับธุรกิจ B2B Strategy ที่นักการตลาดจะเลือกใช้คือ
- ใช้ AI เปลี่ยน Text เป็น Campaign ที่มี Content Format ที่หลากหลาย
- ใช้ AI-powered Reporting Tools ในการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนของ Campaign
- ทำการวางกลยุทธ์และการลงมือทำการตลาดแบบอัตโนมัติด้วย AI
- สร้างคอนเทนต์ที่แสดงให้เห็นถึง Brand Value
- แชร์คอนเทนต์โดยที่ใส่บุคลิกของแบรนด์/คนลงไปด้วย ทำให้การปฏิสัมพันธ์เป็นธรรมชาติ
สำหรับธุรกิจ B2C Strategy ที่นักการตลาดจะเลือกใช้คือ
- ทำ User-generated Content (ให้ User ช่วยสร้างคอนเทนต์ขึ้นมาให้แบรนด์เอง)
- สร้างคอนเทนต์ที่แสดงให้เห็นถึง Brand Value
- ใช้ AI เปลี่ยน Text เป็น Campaign ที่มี Content Format ที่หลากหลาย
- ใช้ DM ของ Social Media สำหรับการทำ Customer Service
- ใช้ AI-powered Reporting Tools ในการประเมินผลตอบแทนจากการลงทุนของ Campaign
งบประมาณสำหรับการทำการตลาดอิงตามอุตสาหกรรม
HubSpot ได้ทำการ Survey นักการตลาดมากกว่า 1,400 คน และจัดทำ The State of Marketing Report 2024 ขึ้นมา ซึ่งเขาได้ให้ข้อมูลงบประมาณสำหรับการทำการตลาดอิงตามอุตสาหกรรม มาไว้ตามนี้
| INDUSTRY | MARKETING BUDGET (% OF COMPANY REVENUE) |
| Banking/finance/insurance | 9.49% |
| Communications/media | 14.27% |
| Consumer packaged goods | 25.19% |
| Consumer services | 11.74% |
| Education | 11.50% |
| Energy | 3.83% |
| Healthcare | 6.80% |
| Manufacturing | 3.75% |
| Mining/construction | 6.50% |
| Pharma/biotech | 12.83% |
| Professional services | 7.08% |
| Real estate | 10.61% |
| Retail wholesale | 14.52% |
| Service consulting | 21% |
| Tech software/platform | 11.8% |
| Transportation | 1.52% |
ซึ่งโดยสรุปแล้ว เขาบอกว่า สำหรับธุรกิจ B2B งบการตลาดควรอยู่ที่ประมาณ 2-5% ของรายได้ และธุรกิจ B2C งบการตลาดควรอยู่ที่ประมาณ 5-10% ของรายได้
📖 คอร์สเรียนแนะนำ
ลองคิดดูว่าการทำธุรกิจของคุณจะดีขึ้นขนาดไหน ถ้าคุณเข้าใจ “กลยุทธ์ Digital Marketing” กับคอร์ส Digital Marketing Strategy คอร์สเรียนออนไลน์เรียนรู้กลยุทธ์การทำ Digital Marketing ให้ถึงแก่น เลือกทำในสิ่งที่สร้างผลลัพธ์เพื่อที่จะทำให้การทำการตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด
3. เทรนด์เกี่ยวกับ MarTech
ต้นปี 2025 ทาง Content Shifu ได้ร่วมมือกับ Hummingbirds Consulting ปล่อย MarTech Report 2025 (เวอร์ชั่นภาษาไทย และเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ) ซึ่งเป็น MarTech Report ที่ได้จากการ Survey และ Interview ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในสายงาน MarTech ในประเทศไทยกว่า 500 ท่าน
ซึ่งมี Insights หลายอย่างๆ ที่น่าสนใจ และผมคิดว่าเรื่องที่ผมจะเอามาแชร์ต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ยังคงเป็นเทรนด์ต่อไปในปี 2026
จำนวน MarTech ที่บริษัทต่างๆ จะใช้
จากรูปจะเห็นได้ว่าในปี 2024 อยู่ที่ 13-14 ตัว และในปี 2025 นั้น ธุรกิจต่างๆ วางแผนที่จะใช้งาน MarTech เพิ่มขึ้นมาเป็น 19-20 ตัว ซึ่งเพิ่มขึ้น 40-50% เลย
และผมคิดว่าในปี 2026 ปริมาณ MarTech ที่ธุรกิจต่างๆ จะใช้นั้นจะยิ่งเพิ่มไปมากกว่านี้อีกครับ
เพราะฉะนั้น ยิ่งจำนวน MarTech ที่จะใช้มีจำนวนมากขึ้นเท่าไหร่ การเชื่อมต่อ (Integration) ของ MarTech ต่างๆ นั้นจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น
รวมไปถึงเรื่องการทำ Training และ On-boarding ให้กับทีมงานเพื่อให้สามารถใช้งาน MarTech ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยครับ
MarTech มหานิยม
รูปทางด้านบนจาก Chiefmartec เป็นรูป MarTech ประเภทต่างๆ ที่แบ่งออกเป็นหมวดหมู่ย่อยอีกมากมาย จนผมต้องพูดแบบติดตลกทุกคร้ังที่มีโอกาสไปแชร์เรื่อง MarTech ว่า “จักรวาล Marvel ว่ากว้างแล้ว จักรวาล MarTech กว้างกว่ามาก”
ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน MarTech Provider นั้นมีให้เลือกเพียงแค่หลักร้อยตัว แต่ข้อมูลในปัจจุบันจาก Statista ได้บอกไว้ว่ามี MarTech Provider เกือบๆ 10,000 ราย (ซึ่งในความคิดเห็นของผม ถ้านับรวมรายที่ไม่ได้ถูก Track ด้วย น่าจะมีเกิน 10,000 รายไปมาก)
รูปทางด้านบนนี้เป็นรูปจักรวาล MarTech Providers ที่ Active ในประเทศไทย
และรูปทางด้านบนนี้เป็นรูปจักรวาล MarTech Providers ของไทย (ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย) (ผมเคยเขียนบทความ Thai MarTech Tools: 80+ เครื่องมือมาร์เทคของไทยที่น่าสนใจ ไว้ ถ้าสนใจหา Tools ไปใช้ ลองเข้าไปดูได้ครับ)
จะเห็นได้ว่ามันก็กว้างใหญ่ไพศาลเหมือนกัน
ซึ่งใน Thailand’s MarTech Report 2025 มีการ Survey เกี่ยวกับ MarTech ที่ธุรกิจต่างๆ นิยมใช้ ซึ่งผมขอสรุปข้อมูลออกมาเป็นแบบนี้ครับ
MarTech ในหมวดหมู่ที่มีกำแพงเรื่องของภาษา (เช่นพวก Social Listening Tools) และหมวดหมู่ที่ต้องมีการเชื่อมต่อกับ Platform เฉพาะทางที่มีแค่ประเทศไทย (หรืออีกไม่กี่ประเทศ) ใช้งานอย่าง LINE (เช่นพวก Chat Commerce หรือ CRM for B2C) MarTech ที่ถูกสร้างโดย MarTech Providers ของไทยจะเป็นที่นิยมมากกว่า
แต่ถ้าเป็นหมวดหมู่อื่นๆ Global MarTech Providers จะเป็นที่นิยมมากกว่า เช่นถ้าพูดถึง CMS (Content Management System) คนก็จะนิยมใช้ WordPress ที่สุด หรือถ้าพูดถึง CRM for B2B คนก็จะนิยมใช้ Salesforce มากที่สุด
MarTech Solutions ในไทยจะเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น
ในปี 2025 ผมคิดว่าตลาด MarTech มีความน่าสนใจมากๆ
จากที่คุยกับ Global MarTech Providers หลายๆ เจ้ามา (โดยเฉพาะเจ้าที่มีฐานลูกค้าเป็น Consumer Businesses) พวกเขาจะเข้ามาเปิดตลาด/ให้ความสำคัญกับตลาดไทย (หรืออย่างน้อยๆ ก็ตลาด APAC) มากขึ้น เพราะบ้านเราเริ่มตื่นตัวกับ MarTech มากขึ้น
ส่วน Local MarTech Providers เองนั้น ต้องบอกว่าพวกเขามีความเฉพาะทางในการพัฒนา Solution ให้เหมาะกับตลาดไทยอยู่แล้ว
โดยสรุปคือ MarTech Solution นั้นจะมีความ Industry & Niche-Specific มากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน
เพราะฉะนั้นเวลาแบรนด์จะเลือกซื้อ MarTech ผมคิดว่าจะต้องพิจารณาให้ดีและคิดให้รอบ เนื่องจากว่า Solutions จะมีมากมายขึ้นมากๆ
MarTech กับการทำ Marketing Transformation
ในความเห็นของผม การจะทำ Marketing หรือ Digital Transformation นั้นประกอบไปด้วย 1. แผนที่ดี 2. คนที่ใช่ และ 3. เทคโนโลยีที่เหมาะสม
ซึ่ง MarTech ตกอยู่ในหมวดหมู่ “เทคโนโลยีที่เหมาะสม” ครับ
การจะทำ Transformation ให้เกิดขึ้นได้สำเร็จนั้น หนึ่งในเรื่องแรกๆ เกี่ยวกับ MarTech ที่องค์กรต้องทำให้ได้คือทำให้การส่งต่อข้อมูลไร้รอยต่อมากที่สุด
Solution ที่จะมีความสำคัญมากขึ้นได้แก่ Solution ประเภท Business Automation ซึ่งผมขอแบ่งเป็น 1. One-way push และ 2. Two-way sync

ตัวอย่าง Solution ที่เป็น One-way Push เช่น Zapier ที่ช่วยให้คุณสามารถส่งข้อมูลจาก MarTech ตัวหนึ่งไปยังอีกตัวหนึ่งได้แบบอัตโนมัติ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเขียน Code เพื่อเชื่อมต่อ เช่น มีคนกรอกฟอร์มผ่านหน้าเว็บไซต์แล้ว ข้อมูลจะถูกส่งไปยัง CRM ทันที (ถ้าต้อง Export/Import เป็นรายวัน ก็ไม่ทันใช้พอดี)

ตัวอย่าง Solution ที่เป็น Two-way Sync เช่น HubSpot Operations Hub หรือ Mulesoft ของ Salesforce ที่ช่วยให้คุณเชี่อมฐานข้อมูล MarTech ต่างๆ เข้าด้วยกันได้ และเหมือนกับ Zapier คือ คุณไม่จำเป็นต้องเขียน Code เช่นมีคนทำการยื่นคำขอแก้ไขอีเมลผ่านเว็บไซต์ อีเมลใหม่ก็จะถูกอัปเดตในที่อื่นๆ ของแบรนด์ด้วย (เช่นในระบบ Financial, ระบบ App, ระบบ CRM และที่อื่นๆ)
💡 Shifu แนะนำ
Thailand’s MarTech Report 2025: MarTech Report ฉบับปี 2025 นี้มาพร้อมกลยุทธ์และข้อมูลเชิงสถิติมากกว่า 200 หน้า จากการสำรวจผู้ใช้งานจริง 513 ท่าน ดาวน์โหลดได้แล้วที่นี่
📖 คอร์สเรียนแนะนำ
อยากลองใช้เครื่องมือ Martech แต่…ไม่รู้ต้องเลือกยังไง ต้องมาเรียนคอร์ส Essential Martech คอร์สเรียนออนไลน์ที่จะพาตะลุยจักรวาลของ Martech ว่าคืออะไร? มีอะไรบ้าง? รวมถึงแนะนำเครื่องมือ Martech ที่น่าใช้งานมากกว่า 10 เครื่องมือ ให้การทำงานของคุณมีประสิทธิภาพ
4. เทรนด์เกี่ยวกับ AI
สำหรับเทรนด์เรื่องเกี่ยวกับ AI นั้น ผมขออนุญาตสรุปง่ายๆ ใน 3 คำคือ “แรง ไม่ หยุด”
Generative AI คือสิ่งที่นักการตลาดต้องรู้จัก (และใช้งาน)
จริงๆ แล้ว AI อยู่กับโลกของ Digital Marketing มาหลายปีแล้ว เพียงแต่ว่ามันยังไม่ถูกแปลงเป็น Use Case ที่คนทั่วๆ ไปสามารถมี Interaction ด้วยได้
แต่การเกิดขึ้นมาของ Generative AI อย่าง ChatGPT ในช่วงปลายๆ ปี 2022 ได้เปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ไปโดยสิ้นเชิง เพราะ Generative AI เป็น AI ที่ทุกๆ คนสามารถใช้งานเพื่อสร้างสรรค์ชิ้นงานที่เห็นเป็นรูปธรรมออกมาได้
หลักจากที่ ChatGPT ถือกำเนิดขึ้น ก็มี Generative AI ดังๆ ทยอยเปิดตัวมาอีกมากมายเช่น Gemini, Claude และ Perplexity ซึ่งต้องบอกว่าเครื่องมือเหล่านี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของจักรวาล Generative AI เท่านั้นเอง
อ่านเพิ่มเติม: Generative AI คืออะไร? รู้จักกับ Generative AI ทั้ง 7 หมวดหมู่

จากรูปทางด้านบนของ Sequoia Capital จะเห็นได้ว่ามีเครื่องมือ Generative AI หลายตัวมากๆ และมันจะยิ่งมากขึ้นกว่านี้อีกเรื่อยๆ ในปี 2026
นักการตลาดใช้ GenAI ทำอะไรกันบ้าง?
จาก Digital Marketing Trends Report 2025 ที่ Content Shifu Survey คนเกือบๆ 700 คน นักการตลาดดิจิทัลที่ทำผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายวางแผนจะใช้ AI ในการสร้างไอเดีย ขยายไอเดีย และแก้ไขข้อความมากที่สุด
สิ่งที่น่าสนใจคือ นักการตลาดคนที่วางแผนจะไม่ใช้ AI เลยมีเพียงแค่ 1.5% เท่านั้นเอง
และอีกสิ่งหนึ่งที่ผมพบว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจมากๆ ในปี 2025 และน่าจะเป็นกระแสที่มาแรงในปี 2026 คือ GenAI สำหรับการทำคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ
ผมคิดว่าในปี 2026 เราน่าจะเห็นนักการตลาดเอา GenAI มาผลิตวิดีโอเพื่อใช้สำหรับการทำการตลาดมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นการอัดคลิปความรู้ ไลฟ์สดขายของ หรือทำคอนเทนต์ที่ช่วย Support ลูกค้ามากขึ้นแน่นอนครับ
มันทั้งน่าตื่นเต้นและทั้งน่ากลัวในเวลาเดียวกันเลย
AI-embedded Tools จะผุดขึ้นมากมายราวกับดอกเห็ด
ในการใช้งาน GenAI ผู้ใช้งานจะต้องเขียน Prompt เพื่อสั่งให้ GenAI สร้างสรรค์คอนเทนต์อะไรบางอย่างออกมา
แต่ในปี 2025 นี้ สิ่งที่เราจะเห็นมากขึ้นคือการที่เทคโนโลยีทางการตลาดต่างๆ นั้นเชื่อม AI เข้าไปเป็นหนึ่งใน Workflow การทำงาน โดยที่เราเองอาจจะไม่จำเป็นต้องรู้ว่ามันคือ AI หรือต่อให้รู้ เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปนั่ง Prompt เพื่อให้งานถูกสร้างออกมา

ตัวอย่างเช่นการที่ HubSpot ได้ทำการแนะนำ Best Time to Send Email ในจังหวะที่ผมกำลังจะส่งอีเมลให้ลูกค้า โดยที่ HubSpot จะใช้ AI คำนวณ Factors ต่างๆ เช่นการปฏิสัมพันธ์ที่คนคนนี้มีต่อบริษัทของผมในอดีต รวมไปถึงข้อมูลอื่นๆ เพื่อแนะนำว่าควรจะส่งอีเมลไปหาเขาช่วงไหนดี
Agentic AI: ยุคถัดไปของ GenAI
ผมเชื่อว่าคุณที่กำลังอ่านบทความนี้อยู่น่าจะต้องเคยดูหนังเรื่อง Ironman กันแน่ๆ
ถ้าจะให้อธิบาย Agentic AI ให้เข้าใจได้ง่ายๆ ผมมักจะชอบอธิบายว่า Agentic AI คือ Jarvis ที่เป็นผู้ช่วยของ Tony Stark/Iron Man ครับ
Jarvis นอกจากจะรับคำสั่งได้แล้ว ยังสามารถช่วยคิดแทนได้อีกด้วยครับ
Agentic AI ก็คือ AI ที่สามารถช่วยคิด และลงมือทำให้เราได้นั่นเองครับ
ปีที่ผ่านมาเครื่องมือที่ช่วยสร้าง AI Agent อย่าง n8n หรือ Zapier Agents เริ่มได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น เพราะมันเริ่มต้นใช้งานง่าย และมี Integration กับ AI Model หลากหลายตัว
เรียกได้ว่า ขอแค่เข้าใจ Business Use Case ตัวระบบที่ช่วยสร้าง Agent มีพร้อมแล้ว
ของไทยเองก็มี Platform ที่เริ่มเปิดให้บริการ Agent ภายใน Platform แล้ว ซึ่งถือว่าน่าสนใจมากๆ ครับ
อย่างเช่น PRIMO ที่เป็นระบบ CRM ที่เปิดตัวน้องใบเตย เป็น Agentic AI ผ่าน LINE ที่ช่วยตอบคำถามนักการตลาดได้ โดยที่น้องใบเตยจะดึงข้อมูลมาจากฐานข้อมูล CRM ของแบรนด์ที่ใช้งาน PRIMO
หรืออย่าง ZWIZ.AI ที่มี Super Z ที่เป็น Chatbot ที่ฝัง Agentic AI ช่วยให้ Chatbot คิดและตอบลูกค้าตอนลูกค้าทักมาใน Facebook Messenger, Instagram DM หรือ LINE ได้
อนาคตของ GenAI
จากที่ผมได้ลองใช้งาน GenAI หลายๆ ตัวมา ผมคิดว่ามันเริ่มเก่งและฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ในตอนนี้ ถ้าเป็นเนื้อหาภาษาอังกฤษ ผมคิดว่ามันเขียนได้ดีมากๆ แล้ว ส่วนภาษาไทยก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ
แต่นี่ผมก็มานั่งคิดนะว่าถ้าทุกคนใช้ AI กันหมดแล้วจะยังไงต่อ?
สุดท้ายก็ตกผลึกได้ว่ายังไงก็แล้วแต่ งานที่แตกต่างอย่างโดดเด่นยังคงต้องมีมนุษย์ในสมการอยู่ดี เพราะมนุษย์มีสิ่งที่ AI ยังไม่มีคือ Experience, Context & Taste
Experience หรือประสบการณ์ที่คนคนนั้นพบเจอมาในอดีต และ Shape ให้เขาเป็นอย่างปัจจุบัน
Context คือบริบทของกลุ่ม สังคม ชุมชน ที่แตกต่างกันไปในแต่ละที่
Taste คือรสนิยมที่ผมว่ามันอธิบายหลักการเป็น Logic ทั้งหมดไม่ได้
โดยสรุปของในหัวข้อนี้ ในปี 2026 โลกของ AI คงจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอีกมากมายเหมือนกัน แต่สุดท้ายผมยังเชื่อเสมอเหมือนกับสุภาษิตนี้จากทาง HBR ว่า “AI Won’t Replace Humans — But Humans With AI Will Replace Humans Without AI”
5. เทรนด์เกี่ยวกับ Digital Ads
ข้อมูลตรงส่วนนี้เป็นข้อมูลที่ผมได้มาจาก Thailand Digital Advertising Spend 2025 จากทาง DAAT นะครับ ผมต้องขอบคุณทางสมาคมสำหรับข้อมูลส่วนนี้ด้วยครับ
💡 Shifu แนะนำ
อ่านเต็มๆ เกี่ยวกับ Digital Advertising Trends ในปี 2025 ได้ที่นี่
Digital Spending ของประเทศไทยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถิติจาก DAAT ได้คาดการณ์ไว้ว่า Digital Spending ในปี 2025 ประเทศไทยจะขึ้นไปแตะ 33,105 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
มันเหมือนจะดูเยอะ แต่เอาจริงๆ มันไม่เยอะนะ เพราะอัตราการเติบโตมันแทบจะพอๆ กับช่วง Covid เลย
สิ่งที่อยากชี้ให้เห็นคือ ขนาดอุตสาหกรรม Digital ที่เป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ยังเติบโตแค่นี้ แล้วอุตสาหกรรมอื่นๆ จะโดนหนักขนาดไหน
หมวดหมู่ที่มีการเติบโตในการซื้อโฆษณาเยอะที่สุด
หมวดหมู่ที่มีการซื้อโฆษณาเยอะที่สุดในปี 2025 คือ Skin-care Preparations, Non-Alcoholic Beverages และ Motor Vehicles
สำหรับอุตสาหกรรมที่คาดการณ์ว่าจะมียอดการใช้จ่ายที่เติบโตสูงที่สุดในปี 2025 คือ Cosmetics, Food Outlets & Restaurants และ Non-Alcoholic Beverages
จักรวาล Digital Ads ที่ไม่ได้มีแค่ Social & Search
รูปทางด้านบนเป็นรูปของ Media Spending ตามแพลตฟอร์มต่างๆ
สิ่งที่ผมอยากชี้ให้เห็นคือ โลกของ Digital Ads มันไม่ได้เป็นสงครามระหว่างยักษ์ใหญ่แค่ 2-3 รายอีกต่อไปแล้ว แต่มันมีทางเลือกอื่นๆ ให้เลือกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจาก Social Media Platform อื่นๆ (เช่น TikTok, LINE และ Twitter (X))
และอีกคำว่าผมคิดว่าน่าสนใจคือ Retail Media Network Ads หรือการซื้อโฆษณาตาม Platform ต่างๆ ที่มี User อยู่เป็นจำนวนมากอย่าง eCommerce Platform (เช่น Shopee และ Lazada) และ Superapps ต่างๆ (เช่น LINEMAN Wongnai & Grab)
เพราะฉะนั้นธุรกิจเองก็ต้องพยายามทำความเข้าใจและเข้าไปทดลองใช้ Digital Ads Platform ตัวอื่นๆ หรือลองกระจายความเสี่ยง เพื่อทำให้ได้รับผลลัพธ์จากการลงทุนซื้อโฆษณากลับมามากที่สุด
📖 คอร์สเรียนแนะนำ
เปลี่ยนจาก “ทำได้” เป็น “ทำเป็น” และ “ทำได้ดี” คอร์ส Facebook Ads Certification คอร์สนี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนจากการซื้อโฆษณาบน Facebook แบบธรรมดา ไปสู่การสร้างแคมเปญที่มีกลยุทธ์และกลั่นกรองกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้คุณสามารถใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้สูงสุด
6. เทรนด์เกี่ยวกับ Data
ยุคแห่งความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
ในปีที่แล้ว ผมก็เขียนเรื่องนี้ ปีนี้ก็จะเขียนอีก เพราะมันยังคงสำคัญ และจะยิ่งเข้มข้นขึ้นอีก

กลางปี 2022 เป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Act หรือที่รู้จักกันในชื่อ PDPA) นอกจากนั้นแล้วเทรนด์ของโลกเองก็มุ่งมาสู่ทางนี้เช่นเดียวกัน ดังที่จะเห็นได้จาก Research ของ Gartner ที่บอกว่า ภายในปี 2023 ข้อมูลส่วนตัวของคน 65% ของคนบนโลกใบนี้จะถูกกำกับภายใต้กฏเกณฑ์เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวที่ทันกับสมัย ทันกับสถานการณ์
ซึ่งเรื่องนี้ ส่งผลโดยตรงกับธุรกิจในเรื่องการเอาข้อมูลของลูกค้ามาใช้
การใช้ประโยชน์จาก Data ที่ Platform อื่นมีจะยิ่งมีค่าใช้จ่ายที่มากขึ้น

ข้อมูลจาก Priceza Insights ได้บอกไว้ว่า ในช่วงปี 2024 ที่ผ่านมา E-Commerce Marketplace และ Social Commerce Platforms ต่างทยอยปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งทำให้ผู้ขายนั้นได้กำไรน้อยลง (จนผู้ขายบางรายพูดว่าค่าใช้จ่ายของการขายออนไลน์มีความใกล้เคียงกับการขายของในห้างแล้ว)
ซึ่งเรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยาก เพราะพวกเขาถือข้อมูลของลูกค้าไว้เป็นจำนวนมหาศาล
First & Zero Party Data จะยิ่งสำคัญ
จากข้อที่แล้ว ถึงจะเลี่ยงไม่ได้ แต่ทุกธุรกิจกระจายความเสี่ยงได้ครับ
การเก็บ First-Party Data (เช่นข้อมูลอีเมล หรือเบอร์โทร) (อ่านเพิ่มเติม: เก็บก่อน รอดก่อน! 10 ไอเดียในการเก็บ First-party Data จากลูกค้า) และ Zero-Party Data (เช่น User Preferences) จะยิ่งมีความสำคัญ เพื่อที่ว่าธุรกิจของคุณจะได้เป็นเจ้าของช่องทางการติดต่อ และสามารถเข้าใจลูกค้าได้ด้วยตัวเอง
หมวดหมู่ที่ CDP Platform ทำการเชื่อมต่อเยอะ
ผมอ้างอิงข้อมูลจาก CDP Report 2025 ของ Twilio Segment นะครับ เพราะ Twilio Segment น่าจะเป็นหนึ่งใน CDP Platform ที่ธุรกิจใช้เยอะที่สุด
เครื่องมือที่ CDP ทำการเชื่อมต่อมากที่สุดคือ Analytics, (Data) Warehouses, Advertising, Raw Data, Email Marketing, Heatmaps & Recordings, Customer Success และ CRM
ความหมายคือ ถ้าคุณใช้เครื่องมือเหล่านี้ คุณมีโอกาสที่จะได้ใช้ และได้ประโยชน์จากการใช้ CDP มากกว่าการใช้เครื่องมือในหมวดหมู่อื่นๆ ครับ
📖 คอร์สเรียนแนะนำ
ยกระดับกลยุทธ์การใช้งาน GA4 ของคุณให้เป็นมืออาชีพ กับคอร์ส Google Analytics 4 Certification คอร์สนี้จะช่วยให้คุณเริ่มต้นใช้ข้อมูล วิเคราะห์ และเข้าใจหลักการนำข้อมูลใน GA4 ไปใช้ต่อยอดได้แบบ Step by Step หมดปัญหาว่าไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน กลัวเริ่มศึกษาแล้วไม่เข้าใจไปในทันที
7. เทรนด์เกี่ยวกับ Content Marketing
ประเภทของ Content ที่นักการตลาดที่ทำผลลัพธ์ได้ดีนิยมใช้
จาก Digital Marketing Trends Report 2025 ที่ Content Shifu Survey คนเกือบๆ 700 คน มีข้อมูลที่น่าสนใจอยู่ครับ
ประเภทของ Content ยอดนิยม 3 อันดับแรกที่นักการตลาดวางแผนว่าจะทำในปี 2025 คือ Short Video, Social Post / Album และ Video
แต่เมื่อ Filter ให้เหลือข้อมูลจากนักการตลาดที่ทำผลลัพธ์ปรากฏว่าอันดับมีการเปลี่ยนแปลงเป็นตามนี้ครับ Video, Short VIdeo และ Social Post Album
สาเหตุที่ผลลัพธ์เป็นแบบนี้ในความคิดของผมคือ Short Video เป็น Format ที่ดีในการดึงคนให้มารู้จัก (Awareness) แต่ (Long) Video เป็น Format ที่น่าจะให้ผลดีในขั้น Consideration & Decision ครับ
AI-Powered Content Marketing
ผมเขียนถึงเรื่อง AI ไปแล้วใน Section ก่อนหน้านี้ แต่ใน Section นี้ผมขอเจาะลึกเกี่ยวกับ AI กับการทำ Content นะครับ
ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าคุณน่าจะเห็นการเอา AI มาใช้ทำคอนเทนต์ประเภท Text กันเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
แต่สิ่งที่ผมอยากเขียนถึงคือปีที่ผ่านมา GenAI Platform ต่างๆ มีการอัปเดต Feature การเอา AI มาทำ Image & Video มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการที่ Google ปล่อยโปรแกรมสร้างรูปบน Gemini ที่ชื่อว่า Nano Banana ที่สามารถปรับแก้รูปได้ตามคำสั่ง หรือ Veo 3.1 (ของ Gemini เหมือนเดิม) หรือ Sora (ของ OpenAI) ที่ทำคลิปพร้อมเสียงภาษาไทยได้เหมือนจริงมากๆ
ผมลองอัปรูปนี้ขึ้นไปที่ Veo3 และเขียน Prompt ว่า “ทำให้ตัวการ์ตูนขยับไปมาได้ พร้อมพูดว่า “SUPERMARKETING 80 เทคนิคการตลาดสะดวกใช้” การ์ตูนแค่ขยับไปมาพอ หนังสือไม่ต้องขยับอะไร”
และด้านล่างคือผลลัพธ์ที่ได้ครับ จะบอกว่านี่ Prompt ง่ายๆ เลย แต่ผลลัพธ์ค่อนข้างน่าสนใจ (ถึงแม้จะไม่ตรงกับของจริง 100% ก็ตาม)
💡 Shifu แนะนำ
แนะนำหนังสือ SUPERMARKETing: 80 เทคนิคการตลาดสะดวกใช้ หนังสือเล่มใหม่ล่าสุดของ Content Shifu ไม่ว่าคุณจะเป็นนักการตลาดมือใหม่ มือเก่า มือเก๋า หรือเกามืออยู่ ก็อ่านหนังสือเล่มนี้ได้ มี 3 ปกให้เลือก 1. สีขาวพราวเสน่ห์ 2. สีน้ำเงินเพลินตา 3. สีแดงแรงฤทธิ์
Event Marketing มาแรง
ในปี 2025 เทรนด์การจัดอีเวนต์โดยสื่อ และแบรนด์ต่างๆ มาแรงมาก เรียกได้ว่าเป็นปีที่ Peak มากๆ เลยก็เป็นได้ เพราะ Event Marketing เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างอิทธิพลทางความคิดในใจคนที่ทรงพลังที่สุด
ในปีที่ผ่านมาการจัดอีเวนต์เริ่มจะกลายเป็นการจัดแบบ Hybrid มากขึ้น คือไม่ได้มีแค่ Offline หรือ Online เพียวๆ แต่จะผสานทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกัน เช่นจัด Offline และสามารถดู Online ย้อนหลังได้ในระยะเวลาที่กำหนด
จากที่คลุกคลีในวงการการจัดอีเวนต์มา ผมคิดว่าอีเวนต์สเกลใหญ่ๆ แบบ Conference/Expo ที่มีจำนวนคนเป็นหลักหลายพันคนน่าจะมีมากขึ้นเพราะงานแบบนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้คนที่มาออกบูธได้มีโอกาสเจอกับ Potential Leads ครับ แต่งานที่จะไปได้ดีและอยู่รอดได้ยาวๆ ต้องเป็นงานที่มี Unique Selling Points ที่ดีครับ
ถ้าคุณสนใจเรื่องการตลาดและเทคโนโลยี ผมฝาก Marketing Conference ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะครับ งานนี้จัดทุกปีช่วงประมาณเดือน 9 ครับ จะมาเป็น Sponsor หรือผู้เข้าร่วมงานก็ได้ รับรองว่างานนี้มีประโยชน์ครับ :)
การสร้าง Purposeful Content เป็นเรื่องสำคัญ
ในปี 2025 ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ดราม่าของ Creator อยู่หลากหลายเหตุการณ์ ที่เป็นกระแสใหญ่ๆ และผมว่าแทบจะทุกคนที่เล่นอินเตอร์เน็ตน่าจะต้องเคยเห็นผ่านตา เช่นเรื่องที่มี Creator ไปเต้นบนรถหน้าร้าน Lawson วิวภูเขาไฟฟูจิ หรือ Creator ที่อัดคลิปไม่พอใจร้านเสื้อผ้าชื่อดัง
ซึ่งผมคิดว่าคนเริ่ม Aware และ Care มากขึ้นว่าคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมานั้นเป็นแค่คอนเทนต์ที่เรียกกระแสหรือเป็นคอนเทนต์ที่ “Purposeful” หรือถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมีจุดมุ่งหมายที่เป็นประโยชน์อะไรรึเปล่า
ในมุมนักการตลาดเอง ต้องไม่ถูกตัวเลขหลอกล่อให้เกิด Fake Dopamine แต่ต้องกลับมาตั้งคำถามและดูว่าคอนเทนต์ที่สร้างนั้นสร้างคุณค่าอะไรกับคนดู คนอ่าน หรือลูกค้าจริงๆ ไหม
8. เทรนด์เกี่ยวกับ Social Media Marketing
สถานการณ์ Social Media ในระดับ Global
ผมขอยกเอาข้อมูลจาก DataReportal (Global Stats) ที่ออกมาในช่วงพฤศจิกายน 2025 มาเล่าให้ได้อ่านกันนะครับ
Facebook ก็ยังคงเป็น Social Media Platform ที่มีคนใช้งานมากที่สุดอยู่ ตามมาด้วย YouTube, Instagram, Whatsapp และ Messenger สำหรับแอปจากฝั่งจีนอย่าง TikTok ก็ตามมาเป็นอันดับ 6
แต่เมื่อไปดูถึงเรื่องเวลาที่คนใช้งานเฉลี่ยต่อวัน ปรากฏว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่มีคนใช้งานเป็นระยะเวลานานมากที่สุด
และคนเข้าไปใช้งานแต่ละแพลตฟอร์มด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป เช่นคนชอบไปที่ TikTok เพื่อดูคอนเทนต์ที่สนุกสนาน เข้าไปที่ Facebook เพื่อคุยกับเพื่อนและครอบครัว และเข้าไปที่ Instagram เพื่อแชร์รูปและวิดีโอ ปีที่แล้วเป็นยังไง ปีนี้ก็ยังคงเป็นแบบนี้อยู่ คือเหตุผลของการมีอยู่ของแต่ละแพลตฟอร์ม ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงไปสักเท่าไหร่
สถานการณ์ Social Media ในประเทศไทย
ทีนี้มา Zoom In ลงมาที่ประเทศไทยกันบ้าง ด้วย Report ของ DataReportal เจ้าเดิม แต่โฟกัสเฉพาะของประเทศไทย (Report เล่มนี้ออกมาในเดือนพฤศจิกายน 2025)
ปีนี้เป็นปีแรกที่ TikTok ได้โค่น Facebook กลายเป็นแพลตฟอร์มที่เป็น “ที่รัก” ของคนไทยมากที่สุด
Facebook หล่นไปอยู่ที่ 2 ตามมาด้วย Instagram, LINE & Messenger
YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่คนใช้เวลาเฉลี่ยต่อวันด้วยนานที่สุด ตามมาด้วย Facebook, Instagram และ TikTok
Social Commerce, Live Commerce & Affiliate Marketing จะยังคงร้อนแรง
ข้อมูลจากงาน Thailand Influencer Awards 2025 บอกไว้ว่ามูลค่าตลาดครีเอเตอร์ไทยปี 2024 อยู่ที่ 45,000 ล้านบาท และตลาดโลกมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องสู่ 16 ล้านล้านบาทในปี 2029
ซึ่งสาเหตุที่ผมเขียน Social Commerce, Live Commerce & Affiliate Marketing ให้อยู่ในหัวข้อเดียวกันเพราะว่ามันมีความเกี่ยวข้องกันมากๆ
คนไทยใช้งาน Social Media ในการซื้อขายของมาหลายปีแล้ว และ Live Commerce ก็เป็นอีกช่องทางการขายที่เติบโตขึ้นมากๆ ซึ่งนอกจากการที่แบรนด์ Live ขายของเองแล้ว Creator เองก็หันมา Live ขายของให้แบรนด์ควบคู่ไปกับการทำ Affiliate Marketing เช่นกัน (Creator ไม่ต้องมีของเอง แต่ช่วยแบรนด์ขายของ ถ้าขายได้ Creator ก็ได้ค่า Commission)
นอกจากนั้นแล้ว ในปีที่ผ่านมา ในปีที่ผ่านมา Meta และ YouTube เองก็จับมือร่วมกับ Shopee ทำให้เจ้าของเพจ/ช่องสามารถปักตะกร้านำเอาสินค้าที่ขายบน Shopee มาขายระหว่างการ Live ได้ ทำให้เจ้าของเพจ/ช่อง สามารถสร้างรายได้จากการทำ Affiliate Marketing อีกด้วย และในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา YouTube เองก็ได้เริ่ม Partner กับ Big Name อีกรายคือ Lazada ในการทำ Affiliate Marketing
เมื่อยักษ์ขยับ คนที่ต้องปรับก็คือเรา
💡 Shifu แนะนำ
อ่านเต็มๆ เกี่ยวกับ Social Media Marketing Trends ในปี 2025 ได้ที่นี่
สรุป: เทรนด์การตลาดออนไลน์ปี 2026
และนี่คือการวิเคราะห์เทรนด์การทำการตลาดออนไลน์ทั้ง 8 เรื่องนะครับ
หมวดหมู่เหล่านี้ (Consumer, Digital Strategy, Martech, AI, Digital Advertising, Data, Content Marketing และ Social Media Marketing) เป็นหมวดหมู่สำคัญที่ทุกคนควรจะต้องรู้เพื่อที่จะทำการตลาดออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว เรื่องต่างๆ ที่ผมเขียนแชร์เกี่ยวกับเทรนด์ของปี 2026 เป็นสิ่งที่คุณควรรู้ไว้และปรับตัวตาม แต่อย่าลืมทำเรื่องพื้นฐานต่างๆ ให้ดีด้วยนะครับ
สุดท้าย หวังว่าบทความเทรนด์การตลอดออนไลน์ 2026 นี้จะเป็นประโยชน์ และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ของคุณในปีหน้าสำเร็จตามที่คุณตั้งเป้าไว้นะครับ
ป.ล. ผมใช้เวลาในการตกผลึก และหาข้อมูลเพิ่มเติมมาเขียนบทความนี้หลายสิบชั่วโมง และผมยินดี ถ้าคุณจะเอาเนื้อหาบางส่วนไปอ้างอิงต่อ ซึ่งผมจะขอบคุณมากๆ ถ้าคุณช่วยส่งลิงก์กลับมายัง https://contentshifu.com/blog/digital-marketing-trends ด้วยนะครับ :)
📖 คอร์สเรียนแนะนำ
อยากอัปเดตเทรนด์ Digital Marketing แบบเจาะลึก พร้อมทั้งรับฟังเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ และอุตสาหกรรมที่คุณอยู่? ทาง Content Shifu สามารถจัดคลาสยาว 1-6 ชั่วโมง เกี่ยวกับเรื่อง Digital Marketing Trends ให้คุณได้ ติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียดกับการอบรมในองค์กร (In-house Training)
