“Content is king.”

ปัจจุบันใครๆ ต่างก็หันมาผลิตคอนเทนต์กันมากขึ้น ซึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรงและพลาดไม่ได้ในตอนนี้ก็คือ การไลฟ์สด (Live Streaming) นั่นเอง

ในการ Live Streaming สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ โปรแกรมไลฟ์สด โดยบทความนี้จะมาแนะนำโปรแกรมแบบครบทุกสาย [PC Version] ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมไลฟ์สด Facebook YouTube ไลฟ์สดขายของ สตรีมเกม ซึ่งบางตัวอาจจะมีข้อจำกัดในการใช้งานบ้าง แต่บางตัวก็สามารถใช้งานฟีเจอร์ได้ครบทุกตัวเลย

อย่ารอช้า ตามไปดูกันเลยว่ามีโปรแกรมตัวไหนบ้าง!

โปรแกรมไลฟ์สด Facebook [PC Version] ใช้ฟรี แบบ All-In-One

แม้ในปัจจุบัน Facebook จะเป็นโซเซียลมีเดียที่คนไทยใช้งานมากที่สุด แต่การสื่อสารกับกลุ่มผู้ติดตามหรือลูกค้าให้รอบด้านก็สำคัญสำหรับการทำธุรกิจเช่นกัน

ในส่วนนี้จึงอยากจะขอแนะนำ โปรแกรมไลฟ์สด Facebook [PC Version] แบบ All-In-One นั่นก็คือ คุณสามารถจัดไลฟ์สดเพียงแค่ครั้งเดียวก็สามารถเผยแพร่ไปยังแพลตฟอร์มอื่นได้ด้วยในเวลาเดียวกัน หรือที่เรียกว่า Multistreaming

OBS Studio

โปรแกรม OBS หรือ Open Broadcaster Software โดยคุณจะต้องทำการดาวน์โหลดเจ้าตัวโปรแกรมมาไว้บนเครื่องก่อน ซึ่งรองรับทั้งระบบ Windows, Mac OS และ Linux

OBS เป็น โปรแกรมไลฟ์สด Facebook ใช้ฟรี ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีฟีเจอร์ที่ช่วยให้การไลฟ์ของคุณดูเป็นมืออาชีพได้มากเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่า Overlay หรือการรองรับภาพจากกล้องหลายตัวได้

ผู้ใช้งานสามารถไลฟ์สตรีมด้วยการแชร์ภาพหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปพร้อมกับการเปิดกล้องหน้า Webcam ได้ และยังสามารถถ่ายทอดไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Facebook หรือ YouTube

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ Studio Mode ที่จะให้คุณสามารถปรับแก้และจัดเตรียมภาพหรือสื่อต้องการนำเสนอขณะทำการไลฟ์สตรีมได้อีกด้วย

ความสามารถของโปรแกรมที่เปิดให้เราปรับการตั้งค่าภาพได้อย่างละเอียดและยืดหยุ่นก็ทำให้ผู้ใช้งานควรมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับระบบการออกอากาศระดับนึง ซึ่งหากพอเข้าใจแล้ว โปรแกรมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่โดดเด่นในการไลฟ์สตรีมเช่นกัน

ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพนั้นก็จะเหมือนการที่คุณเลือกประกอบ PC เองแทนที่จะซื้อแบบสำเร็จรูปมาเลย แน่นอนคุณอาจจะต้องเข้าใจความรู้พื้นฐานมาบ้าง แต่ถ้าปรับแต่งเสร็จ คุณก็จะได้หน้าตารายการไลฟ์สดที่ถูกใจคุณที่สุดเช่นกัน

ที่มา: obsproject.com

และหากมองหาวิธีการทำ Multistream เจ้าตัวนี้เองก็สามารถตั้งค่าด้วยการเพิ่ม Plugin เพิ่มเติมได้ โดยคุณสามารถศึกษาวิธีเพิ่มได้จากวิดีโอข้างล่างนี้ และแน่นอนว่าฟรี!

ข้อดี-จุดเด่น

  • ตั้งค่าภาพการไลฟ์สตรีมได้ละเอียด
  • มีแหล่งความรู้และคำแนะนำในการใช้งานเยอะ แม้ว่าระบบจะเน้นการปรับค่าด้วยตัวเอง

ราคา

  • ฟรี

StreamYard 

หากตัวก่อนหน้านี้คือการประกอบ PC เอง ระบบสตรีมมิ่งแบบ Browser-based Live ก็เหมือนการซื้อ Laptop ที่พร้อมใช้ง่ายได้เลยนั่นเอง เพราะคุณไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดโปรแกรมลงเครื่องเพื่อใช้งาน สามารถเริ่มไลฟ์ผ่านหน้าเว็บได้เลย

โดย StreamYard (รวมถึงระบบประเภทนี้เอง) ก็จะมีฟีเจอร์ RTMP (Real Time Messaging Protocol) ที่กำหนดได้เอง ทำให้สามารถเพิ่มช่องทางอื่นในการเผยแพร่ได้อีก เช่น Amazon Live, Vimeo, Dacast และอื่นๆ 

ส่วนฟีเจอร์ของตัวฟรีรองรับการไลฟ์บนแพลตฟอร์มต่างๆ ครั้งละ 1 ช่องทาง เช่น Facebook, YouTube, LinkedIn, Twitter และ Twitch โดยเปิดให้ไลฟ์ได้ไม่เกิน 20 ชั่วโมงต่อเดือน 

นอกจากนี้คุณยังสามารถเพิ่มแขกรับเชิญระหว่างไลฟ์ได้ถึง 6 ท่าน และเพิ่มทีมงานของตัวเองมาคอยช่วยดูแลภาพรวมการไลฟ์ได้อีก 10 คน ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากสำหรับฟีเจอร์ที่ใช้ในตัวฟรี

ส่วนฟีเจอร์ Multistreaming หรือการที่คุณสามารถไลฟ์สตรีมหนึ่งครั้งแล้วเผยแพร่ไปยังหลายช่องทางได้พร้อมกัน ทั้งทาง Facebook, YouTube, LinkedIn, Twitter และ Twitch จะเริ่มใช้ได้ในระบบแบบเสียเงิน

ที่มา: StreamYard

แต่จุดเด่นจริงๆ ของตัวนี้คือ การตั้งค่า Overlay ในการเลือกสีระจำแบรนด์ของคุณได้ ที่จะช่วยรักษา CI (Corporate Identity) ของแบรนด์ได้เลยแม้จะเป็นการใช้งานระบบแบบฟรี

หากดูฟีเจอร์ฟรีของบางเจ้าจะเห็นว่า Customize ไม่ได้มากนัก ซึ่งถือว่าจุดนี้เป็นเองทำให้ StreamYard เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งสำหรับแบรนด์ที่กำลังมองหาช่องทางไลฟ์สตรีมที่ต้องรักษา Branding ของตัวเอง

ที่มา: StreamYard

ข้อดี-จุดเด่น

  • ไม่ต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์
  • สนับสนุน CI ของการทำแบรนด์
  • เพิ่มแขกรับเชิญ และทีมงานถ่ายทอดสดได้เยอะ 

ราคา

  • Free
  • Basic: $20/เดือน Mulstreaming ได้ 3 ช่องทาง
  • Professional: $39/เดือน  Mulstreaming ได้ 8 ช่องทาง, Full HD

Restream

เป็น Browser-based อีกตัวเหมือนกับตัวก่อนหน้านี้ ซึ่งบริการจาก Restream มีทั้งแบบฟรีและแบบเสียเงิน ซึ่งก็แบ่งได้อีกว่าจะเป็นแบบเดือนหรือแบบรายปี

โดยภาพรวมแล้ว นี้คือ โปรแกรมไลฟ์สด Facebook แบบ All-In-One ที่สตรีมผ่านช่องอื่นได้มากกว่า 30 ช่องทาง เช่น YouTube, Twitch และ Twitter

สามารถปรับแต่ง Overlay ได้ นั่นคือคุณสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลัง ซึ่งจะเป็นรูปภาพที่คุณออกแบบเอง หรือจะใช้เทมเพลตที่ออกแบบให้แล้วมากถึง 20 กว่าแบบ 

จุดเด่นของ Restream คือเปิดให้ Multidstream บน 2 แพลตฟอร์มพร้อมกันได้ตั้งแต่ระบบแบบฟรี แสดงแชตข้อความในไลฟ์จากทั้ง 2 ช่องทางได้พร้อมกันอีกด้วย ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก

คุณยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบอื่นอย่าง OBS Studio หรือ Zoom และยังสามารถเชิญแขกรับเชิญมาร่วมไลฟ์กับคุณได้สูงสุด 6 ท่านด้วยกัน

แต่ความคุ้มค่ายังไม่หมดเพียงเท่านี้ จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของระบบนี้คือ ข้อมูลเชิงลึก หรือ Insight ของเหล่าผู้ชมในช่วงที่เราทำการไลฟ์ ซึ่งจะเหมาะกับคนที่ชอบทำการไลฟ์แบบ Multistream เพราะระบบจะสรุปรวมข้อมูลจากทุกช่องทางที่เผยแพร่ไปมาให้พร้อมกัน โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปอ่านข้อมูลทีละแพลตฟอร์ม

ที่มา: Restream.io

ข้อดี-จุดเด่น

  • มีฟีเจอร์ให้ใช้เยอะแม้จะเป็นตัวฟรี
  • เพิ่ม CTA (Call-To-Action) เพื่อกระตุ้น Interaction กับผู้ชมได้ระหว่างไลฟ์
  • ปรับแต่ง Overlay ของหน้าจอได้เอง 
  • วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้ชมไลฟ์

ราคา

  • Basic: ฟรี Multistreaming ได้ 2 ช่องทาง
  • Standard: $19/เดือน  Multistreaming ได้ 5 ช่องทาง, เพิ่มโลโก้ Branding, บันทึกไฟล์การไลฟ์สด
  • Professional: $49/เดือน Multistreaming ได้ 8 ช่องทาง, Full HD, สตรีมบนช่องคนอื่น

หากใครสนใจอ่านรีวิวการใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ของ Restream แบบละเอียด สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่วิดีโอนี้เลยค่ะ

 

Melon

ตัวนี้ก็ยังคงเป็นระบบแบบ Browser-based โดยจะสามารถใช้บน Google Chrome หรือ Opera Internet Browser ก็ได้

โดยเป็นโปรแกรมไลฟ์สด Facebook แบบฟรีที่ใช้ได้ไม่เกิน 4 ชั่วโมงต่องครั้ง และยังสามารถเชิญแขกรับเชิญมาไลฟ์ร่วมกันได้สูงสุด 2 ท่าน

แต่ความโดดเด่นของตัวนี้คือการเน้นให้ระบบใช้งานง่าย คุณสามารถเริ่มทำการไลฟ์สดได้ด้วยการคลิกเพียงแค่ 5 ครั้งเท่านั้น!

หากเข้าไปดูที่หน้าเว็บของ Melon App แล้วจะพบว่าเป็นตัวที่พัฒนาขึ้นจาก Pain Point ของผู้ใช้งานโดยตรงจริงๆ  เพราะจะเห็นว่าสิ่งที่เขาให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งคือ ไลฟ์สตรีมที่ใช้งานสะดวกและง่าย 

ที่มา: Melon

ข้อดี-จุดเด่น

  • User-Friendly คลิกเพียง 5 ครั้งก็สามารถเริ่มทำการไลฟ์สดได้แล้ว
  • เปิดรับ Donation จากผู้ชมได้

ราคา

  • Free: ฟรี
  • Standard: $15/เดือน Mulstreaming ได้ 3 ช่องทาง, เพิ่ม Sound Effect ระหว่างไลฟ์
  • Pro: $49/เดือน Mulstreaming ได้ไม่จำกัดช่องทาง, Full HD, Priority Support

โปรแกรมไลฟ์สดขายของฟรี สำหรับสายช้อปปิ้ง

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ การมีแค่โปรแกรมโลฟ์สดเพียงอย่างก็คงจะไม่พอ เพราะโปรแกรมทั่วไปแม้ว่าจะช่วยแสดงข้อความหรือคอมมนต์ตอบโต้กับผู้ชมได้แบบเรียลไทม์ แต่ระบบยืนยันออเดอร์ยังเป็นแบบ Manual ที่ผู้ขายจะต้องตรวจทานเอง

ในปัจจุบัน การไลฟ์สดขายของจึงมี โปรแกรมดูดไลฟ์สด (CF สินค้า) คือระบบที่จะตรวจทานคอมเมนต์สั่งสินค้าอัตโนมัติ ทำให้ผู้ค้าที่อาจมีทีมงานน้อยคนหรือทำการไลฟ์สตรีมคนเดียวโดยไม่พลาดตคอมเมนต์สั่งสินค้าผ่านแชทของลูกค้า

ดังนั้น โปรแกรมไลฟ์สดฟรีที่อยากจะแนะนำในส่วนนี้จะเน้นที่ระบบ CF Live เป็นหลัก

Page365

เป็น โปรแกรมไลฟ์สดขายของ แบบฟรี ที่มาพร้อมกับระบบดูดไลฟ์สด CF สินค้าแบบครบวงจร คุณสามารถใช้ระบบนี้ได้กับโซเชียลมีเดียได้ทุกช่องทาง ทั้ง Facebook, Line Official Account, Instagram และหน้าเว็บไซต์

ทุกครั้งที่มีคำสั่งซื้อ ทางระบบก็ช่วยเป็นเหมือนระบบแชทบอต คอยส่งยอดรายการสินค้าให้ลูกค้า พร้อมกับช่วยตัดยอดสินค้าใน Stock ของคุณโดยอัตโนมัติ ซึ่งการยอดออเดอร์นี้จะรวมทั้งจากไลฟ์สดและการโพสต์ขายแบบปกติด้วย

โดย Page365 จะเป็นศูนย์รวมแชทของลูกค้า ทำให้ผู้ขายสามารถตอบกลับลูกค้าได้ทุกช่องทางโดยไม่ต้องสลับแพลตฟอร์มกลับไปกลับมา

นอกจากนี้ยังจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างก็คือ Page365 Express ที่ทำให้คุณไม่จำเป็นต้องคอยกรอกเลขพัสดุซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานาน และยังสามารถนัดรับให้บริษัทขนส่งเข้ามารับสินค้าที่จากที่อยู่ของคุณโดยตรงได้เลย

ที่มา: Page365

หากใครสนใจศึกษาวิธีใช้เพิ่มเติม สามารถดูจากคลิปข้างล่างนี้ได้เลยค่ะ

แนะนำแอพ Page365

ข้อดี-จุดเด่น

  • เช็กสถานะการโอนได้
  • ใช้ได้กับโซเชียลมีเดียทุกช่องทาง ไม่จำกัดจำนวนเพจ
  • ค่าส่งถูกกว่าเมื่อใช้บริการ  Page365 Express

ราคา

  • Free: ฟรี ใช้งานได้ 20 บิล/เดือน
  • Solo: ฿799/เดือน ใช้งานได้ 800 บิล/เดือน, ระบบคูปองส่วนลด
  • Pro: ฿1,499/เดือน  ใช้งานได้ 2,000 บิล/เดือน, ระบบเช็คสลิปปลอม, ออกใบกำกับภาษี
  • ProLive: ฿2,999/เดือน  ใช้งานได้ 8,000 บิล/เดือน, เพิ่มประสิทธิการลง Facebook Ads, เพิ่มแอดมินเพจได้ 8 คน

Fillgoods

เป็นอีกหนึ่ง โปรแกรมไลฟ์สดขายของ ที่มีบริการให้แก่พ่อค้าแม่ค้าแบบครบวงจร โดยระบบจะเชื่อมเข้ากับแชทลูกค้าได้ทั้ง Facebook และ Line Official Account พร้อมสรุปยอดคำสั่งซื้อให้โดยอัตโนมัติ

นอกจากจะช่วยสรุปยอดสั่งซื้อจากลูกค้าในช่วงการไลฟ์สดได้แล้วก็ยังช่วยจัดระเบียบ Stock สินค้าได้ โดยจะตัดยอดสินค้าจากคลังให้ระหว่างทำการไลฟ์ขายของได้เลย 

จุดเด่นของ Fillgoods คือฟีเจอร์ในการสั่งพิมพ์ใบปะหน้าพัสดุ สามารถเชื่อมกับเครื่องพิมพ์ได้หลากหลายรุ่นทั้งเครื่องพิมพ์สติกเกอร์และเครื่องพิมพ์แบบพกพา ทำให้ไม่มีข้อมูลบนหน้าพัสดุตกหล่น การส่งสินค้าจึงไม่มีข้อผิดพลาดแบบ Human Error ขั้นตอนการแพ็คสินค้าก็เร็วขึ้นตามไปด้วย

ที่มา: Fillgoods

นอกจากนี้ยังมีตัวช่วยเป็นแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้คุณสามารถจัดการธุรกิจของคุณได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

ที่มา: Google Play

ข้อดี-จุดเด่น 

  • สรุปคำสั่งซื้อจากไลฟ์สดส่งไปให้ลูกค้าโดยอัตโนมัติ
  • เช็กยอด COD หรือบริการเก็บเงินปลายทางได้
  • พิมพ์ใบปะหน้าพัสดึได้หลายขนาด
  • ออกใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษี

ราคา

  • Starter: ฟรี ใช้งานได้ 300 บิล
  • Standard: ฿1,500/เดือน ใช้งานได้ไม่จำกัดจำนวนบิล, เชื่อมต่อได้ 10 เพจ
  • Business: ฿3,000/เดือน เชื่อมต่อเพจได้ 20 เพจ,  เก็บข้อมูลได้ตลอดชีพ
  • Business Plus: ฿6,000/เดือน เชื่อมต่อเพจและสร้างร้านค้าย่อยได้ไม่จำกัด, มีผู้ช่วยส่วนตัว

โปรแกรมสตรีมไลฟ์สดในคอม ใช้ฟรี สำหรับสายเกมมิ่ง

สายเกมมิ่งก็เป็นอีกเทรนด์หนึ่งที่พลาดไม่ได้ เพราะเป็นอีกตลาดที่มีศักยภาพเติบโตสูงในอนาคต

Twitch

เป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่ผลิตขึ้นเพื่อสร้าง Community ของคนที่สนใจเรื่องกันโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหนึ่งที่ได้รับความนิยมสำหรับสายเกมมิ่งเป็นอย่างมา

จุดเด่นของ Twitch คือเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่และมีชื่อเสียง ถูกใช้เป็น โปรแกรมสตรีมไลฟ์สด อันเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดสดการแข่งขันอีสปอร์ต (E-Sport) ที่โด่งดังมากมาย ทั้ง Valorant, Overwatch, DOTA 2, PUBG และอื่นๆ อีกมากมาย

และนี่ก็คือตัวอย่างหน้าแพลตฟอร์มของ Twitch

ที่มา: Twitch

ข้อดี-จุดเด่น

  • เจาะกลุ่มเป้าหมายสายเกมมิ่งได้โดยเฉพาะ
  • สร้างรายได้จากการไลฟ์สตรีมด้วยยอด Subscription

ราคา

  • ฟรี

Gamecaster

เป็น โปรแกรมสตรีมเกมผ่านคอม ที่พัฒนาโดย Xsplit ก่อนจะแยกตัวออกมาตั้งเป็นบริษัทแยกในปี 2016 โดยจะรองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการ Window

ถูกออกแบบมาช่วยให้สตรีมผ่าน Switch, YouTube และ Facebook ได้ง่ายโดยเฉพาะ หรือจะเลือกเชื่อมกับระบบอื่นผ่านการตั้งค่า  RTMP เพื่อไลฟ์ไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ

นอกจากนี้ยังสามารถทำงานร่วมกับโปรแกรม Restream ทำให้สตรีมพร้อมกันหลายช่องทางได้อีกด้วย

ที่มา: Gamecaster

นอกจากนี้ก็ยังมีแอปพลิเคชันเสริมอย่าง Gamecaster Remote ที่จะช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมขั้นตอนการถ่ายทอดสดผ่านสมาร์ตโฟนได้อย่างง่ายดาย

ที่มา: Google Play

ข้อดี-จุดเด่น

  • โปรแกรมผลิตขึ้นมาเพื่อสายเกมมิ่งโดยเฉพาะ
  • ไม่จำเป็นต้องมีคอมพิวเตอร์สเปคสูงเพื่อสตรีมมิ่ง

ราคา

  • ฟรี ใช้งานฟีเจอร์ได้ครบถ้วน

สรุป

การไลฟ์สดนั้นไม่ยากอย่างใครคิด หากใครยังงงๆ กับการไลฟ์สด หรือไม่รู้จะเริ่มยังไงดี คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความนี้ค่ะ

แต่อย่างที่บอกในข้างต้นว่ามันจะดีกว่าไหมหากการไลฟ์ของคุณนั้นดู Professional มากขึ้น หรือโปรแกรมที่คุณใช้เพื่อไลฟ์นั้นช่วยให้อำนวยความสะดวก ทำให้คุณสามารถมองหา Insight จากการไลฟ์ในแต่ละครั้งได้

ตาคุณแล้ว

หวังว่าบทความนี้จะช่วยการไลฟ์สดในครั้งถัดไปของคุณสะดวก ง่ายดาย และดูเป็นมืออาชีพมากขึ้นนะคะ หากใครมีแอพไลฟสดฟรีตัวไหนที่น่าสนใจ อย่าลืมมาแบ่งปันกันในคอมเมนต์กันนะคะ