ในการทำ Video Marketing โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ คือเครื่องมือสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะช่วยผลิตวิดีโอที่บอกเล่าถึงสินค้า เรื่องราว หรือข้อมูลข่าวสาร ให้แล้วเสร็จ แล้วจึงนำเสนอไปที่กลุ่มเป้าหมายต่อไป

หากคุณเป็นผู้เริ่มต้นศึกษาวิธีการตัดต่อวิดีโอ หรือ สนใจอยากเป็น Video Creator คำถามคือ โปรแกรมไหนที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณสร้างสรรค์วิดีโอเจ๋งๆ ขึ้นมาได

วันนี้ผมก็เลยอยากจะแนะนำ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอสำหรับมือใหม่ ใน PC และ มือถือ ซึ่งผมได้คัดเลือกมาจากหลายๆ โปรแกรมในท้องตลาด ว่าเป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างวิดีโอสวยๆ ระดับมืออาชีพ ราคาคุ้มค่า [บางโปรแกรมฟรีด้วยซ้ำ] พร้อมรวบรวมลิงก์สอนใช้งานอย่างละเอียด โดยจัดกลุ่มเป็น 2 ประเภทใหญ่ดังนี้

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอใน PC [Windows | macOS]

  • โปรแกรมตัดต่อวิดีโอใน Windows 10 หรือ Mac มีทั้งตัวฟรี ไม่มีลายน้ำ แต่คุณภาพคับแก้ว เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น และโปรแกรมเสียเงิน เหมาะสำหรับผู้ต้องการสร้างสรรค์วีดีโอระดับมืออาชีพ

โปรแกรม (แอปตัดต่อวิดีโอ) ใน มือถือ [iOS | Android]

  • โปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนมือถือ มีทั้งใช้งานบน iOS หรือ Android หรือรองรับทั้ง 2 ระบบ

(เลือกดูเฉพาะโปรแกรมที่สนใจได้ ในสารบัญนะครับ 👇)

Shifu แนะนำ
Content Shifu เรายังมีบทความแนะนำ โปรแกรมสร้างวีดีโอ Animation, โปรแกรมสร้างกราฟิกเจ๋งๆ, เว็บไซต์หารูปฟรี ไม่ติดลิขสิทธิ์ เตรียมไว้ทำงานอาร์ตแบบครบๆ ด้วยครับ

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอสำหรับมือใหม่ ใน PC [ฟรี ไม่มีลายน้ำ]

1. LightWorks Free Edition (Windows, macOS, Linux)

แนะนำ LightWorks โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ ใน PC ฟรี ไม่มีลายน้ำ

ที่มารูปภาพ: Shane Milton

LightWorks [Free Edition] คือ หนึ่งใน โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ สำหรับมือใหม่ ฟรี ไม่มีลายน้ำ ที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เริ่มต้น ซึ่งประเด็นดังกล่าว เห็นพ้องต้องกันทั้งในไทยและต่างประเทศ ดังนั้นหากคุณเป็นมือใหม่ นี่คือหนึ่งโปรแกรมที่ไม่ควรพลาด

ข้อดี-จุดเด่น

  • ใช้งานง่าย | LightWorks มี User Interface ที่ใช้งานง่าย หน้าต่างตัดต่อเรียบหรู ดูคลีน ไม่รกรุงรักจนเกิดพอดี ดังนั้นแม้คุณไม่มีพื้นฐานการตัดต่อวิดีโอมาก่อน ก็สามารถเข้าใจวิธีใช้งานโปรแกรมได้อย่างรวดเร็ว
  • ฟีเจอร์ครบ | จุดเด่นอีกอย่างคือ LightWorks [Free Edition] มีฟีเจอร์ใช้งานในเรื่องการตัดต่อ เพิ่มข้อมูล เอฟเฟคต่างๆ แทบไม่ต่างกับตัว Pro เลย ต่างกันที่ตัวฟรี เวลา Export File ความละเอียดสูงสุดได้แค่ 720p เท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอที่นำไปลงใน youtube , Facebook หรือนำเสนองานระดับทั่วไปได้แล้ว

Pro Version : $24.99 ต่อเดือน, $174.99 ต่อ 2 ปี และ $437.99 แบบจ่ายครั้งเดียว

โปรแกรมนี้เหมาะกับ: ครีเอเตอร์ นักการตลาด

วิดีโอสอนงาน LightWorks [แบบละเอียด]

2. Hitfilm Express (Windows, macOS)

Hitfilm Express โปรแกรมทำวิดีโอ ใน PC สำหรับ Windows และ macOS

ที่มารูปภาพ: Eduard Stinga

Hitfilm Express เป็น โปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรี ไม่มีลายน้ำ ใน PC อีก 1 ตัว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากทั้งในไทยและเทศ เพราะนอกจากฟรีเวอร์ชั่นจะไม่มีลายน้ำแล้ว ฟีเจอร์ก็เพียงพอที่จะสร้างสรรค์วิดีโอคุณภาพได้แบบสบายๆ

ข้อดี-จุดเด่น

  • ใช้งานง่าย | Hitfilm Express เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ได้รับคำชื่นชมว่า มี User Interface ที่ใช้งานง่าย ดีไชน์ฟังค์ชั่นเรียบๆ เห็นแล้วเข้าใจได้ทันที
  • ฟีเจอร์ระดับมืออาชีพ | แม้จะเป็น Free Version แต่ฟีเจอร์เด็ดๆ ก็มีให้ใช้เพียบ เพราะนอกจากคุณสมบัติตัดต่อภาพและเสียงพื้นฐานที่มีให้เลือกใช้แบบจุใจแล้ว ยังสามารถสร้างงานที่ซ้อบซ้อนขึ้นแบบ 3D หรือ 360 องศาได้แถมยังรองรับความละเอียดได้ถึง 4K อีกด้วย

    และเนื่องด้วยความสามารถขั้นสุดของตัวโปรแกรม สามารถตัดต่อวิดีโอ สร้างหนังหรือภาพยนต์ระดับมืออาชีพได้ นั่นหมายถึงว่า เมื่อคุณสั่งสมประสบการ์ณได้ที่ และต้องการก้าวไปสู่ Professional Video Creator ก็สามารถใช้ Hitfilm Express เป็นอาวุธประจำกายได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเรียนรู้เครื่องมืออื่นแต่อย่างใด

Pro Version | สามารถเลือกซื้อแบบ Per Feature หรือ All-in Feature ในราคา 369 $

โปรแกรมนี้เหมาะกับ: นักตัดต่อวิดีโอมืออาชีพ, เอเจนซี่, นักตัดต่อภาพยนตร์

วิดีโอสอนงาน Hitfilm Express [แบบละเอียด]

3. Davinci resolve (Windows, macOS, Linux)

โปรแกรมตัดต่อหนัง ตัดต่อวิดีโอแบบมืออาชีพ ใน PC Davinci resolve

ที่มารูปภาพ: Color Grading Central

หากคุณเป็นมือใหม่ และรู้ตัวแต่แรกว่า อยากสร้างสรรค์วีดีโอที่มีความเป็นศิลปะ สีสันสวยงาม Davinci resolve คื่อเครื่องมือที่เหมาะสมกับคุณอย่างยิ่ง

ข้อดี-จุดเด่น

  • เจ้าแห่งสี | สีของวิดีโอ คือองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่ง ทำให้วิดีโอมีความสวยงามวิจิตร โดดเด่นมีเอกลักษณ์ ลองนึกถึงเวลาคุณดูอนิเมชั่นที่สีสันฉูดฉาด หรือหนังที่สีของภาพสมจริง ดูแล้วเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก นั่นแหละครับ ความสำคัญของสี

    ซึ่งการจะผลิตภาพเคลื่อนไหวลักษณะดังกล่าว โปรแกรมตัดต่อวิดีโอจะต้องมีฟีเจอร์ปรับแต่งเรื่องสีที่ดีกว่าระดับมาตรฐานทั่วไป ซึ่ง Davinci resolve ก็ยืนหนึ่งและได้รับการยอมรับมาตลอดว่า เครื่องมือการปรับแต่งสีให้สวยงาม ดูดีมีศิลปะ นั้น เหนือกว่าโปรแกรมตัดต่อวิดีโอฟรีอื่นอย่างเห็นได้ชัด

    โดย Davinci resolve [Free Version] นอกจากจะมีเครื่องมือเรื่องสีที่อลังการแล้ว คุณสมบัติพื้นฐานในเรื่องการตัดต่อวิดีโอทั้งภาพและเสียง ก็จัดมาให้แบบครบครัน ดังนั้น จึงเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

Pro Version : DaVinci Resolve Studio 16 ราคา 299$

โปรแกรมนี้เหมาะกับ: นักตัดต่อมืออาชีพ, นักตัดต่อภาพยนตร์, เอเจนซี่

วิดีโอสอนงาน DaVinci Resolve [แบบละเอียด]

โปรแกรมตัดต่อวิดีโอใน PC [Windows, macOS] ระดับมืออาชีพ

1. Adobe Premiere Pro (Windows, macOS)

โปรแกรม adobe premiere pro

Adobe Premiere Pro คือ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอ Windows และ Mac ยอดนิยมตลอดกาล จึงไม่แปลกที่นี่คือหนึ่งเครื่องมือที่เรายินดีนำเสนอ

ข้อดี-จุดเด่น

  • ตัวเดียวจบ| หากจะนิยามคุณสมบัติของโปรแกรมนี้ด้วยคำสั้นๆ ก็ต้องใช้คำว่า “มีทุกสิ่งที่ต้องการ” ไม่ว่าคุณจะต้องการเครื่องมือตัดต่อภาพและเสียงแบบไหน หรือ เอฟเฟคอลังการเท่าไหร่ก็ตาม โปรแกรมนี้มีให้คุณอย่างครบถ้วน
  • เชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่น | ในการทำวิดีโอระดับมืออาชีพ บ่อยครั้งที่เราต้องต่อต่อภาพนิ่ง หรือเสริมบางอย่างบนภาพหน้าจอ เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด ซึ่ง Adobe Premiere Pro ก็ตอบโจทย์นี้ได้อย่างสมบูรณ์ โดยสามารถทำงานร่วมกับ Adobe After Effect และ Adobe Photoshop ได้ทันที ทำให้การสร้างวิดีโอสะดวกรวดเร็วมาก
  • หาข้อมูลง่าย | เนื่องด้วย Premiere Pro ยืนหนึ่งครองใจนักตัดต่อวิดีโอมายาวนาน ส่งผลให้มี knowledge community ที่แข็งแรงสุดๆ มีชุมชนผู้ใช้ทั้งไทยและเทศให้คุณเข้าไปหาข้อมูล วิธีใช้งาน และวิธีแก้ปัญหา ได้อย่างสบาย คุณสามารถหาวิดีโอสอนใช้งานใน youtube สอนแต่ต้นจนเชี่ยวชาญ โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาทด้วยซ้ำ

ราคา: $20.99 /เดือน (จ่ายรายปี) หรือ $239.88 /ปี (จ่ายรายปี) หรือ $31.49/เดือน (จ่ายรายเดือน)

โปรแกรมนี้เหมาะกับ: นักตัดต่อมืออาชีพ, เอเจนซี่, ครีเอเตอร์

ข้อมูลเพิ่มเติม: Adobe Premiere Pro

Shifu แนะนำ
อยากจะขอบอกว่า Content Shifu ก็เลือกใช้โปรแกรมนี้ครับ หากคุณอยากรู้ว่าโปรแกรม Adobe Premiere Pro ตัดงานได้อย่างยอดเยี่ยม เนี้ยบ และเป็นมืออาชีพเช่นใด สามารถเข้าไปส่องได้ที่ Content Shifu Channel 
รวมถึงคลิปนี้เป็น Tutorial & Tip ที่ทีมของเราเคยมาแนะนำกันด้วย

2. Final Cut Pro (macOS)

Final Cut Pro - โปรแกรมตัดต่อวิดีโอใน PC สำหรับ mac

ที่มารูปภาพ: Tech Talk America

Final Cut Pro เป็นโปรแกรมตัดต่อขั้นเทพของ Apple ที่ใช้ได้บน Mac ถือเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ได้รับความนิยมไม่หนีจาก Adobe Premiere Pro สักเท่าไหร่

ข้อดี-จุดเด่น

  • ฟีเจอร์ครบ | Final Cut Pro ได้รับการยกย่องว่า เสมือนมีสตูดิโอตัดต่อระดับ Hollywood อยู่ในบ้าน ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเกินจริงครับ เพราะมันถูกใช้การตัดต่อภาพยนตร์ดังๆ มามากมายแล้วเช่น The Social Network, X-Men Origins และ 300 เป็นต้น จึงเป็นการการันตีคุณภาพได้เป็นอย่างดี
  • ราคาคุ้มค่า | Final Cut Pro มีราคาแบบ lifetime ประมาณ $299.99 ซึ่งถือว่าคุ้มค่าและถูกมาก เมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ และ โปรแกรมอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน

ราคา: $299.99

โปรแกรมนี้เหมาะกับ: นักตัดต่อมืออาชีพ, นักตัดต่อภาพยนตร์

3. Sony Vegas (Windows)

Vegas - โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ ใน PC บน Windows

ที่มารูปภาพ: bai

โปรแกรมตัดต่อวีดีโอ Sony Vegas [โดยปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Vegas แล้ว] เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมยอดนิยมในไทย ซึ่งเหมาะสำหรับนักตัดต่อตั้งแต่ระดับมือสมัครเล่น ไปจนถึงมืออาชีพ

ข้อดี-จุดเด่น

  • ใช้งานง่าย | จุดเด่นที่ Vegas คือ User Interface ที่เรียบง่าย ใช้งานสะดวก หน้าต่างตัดต่อแม้จะดูพื้นๆไปบ้าง (ความเห็นส่วนตัว) แต่ข้อดีคือ ช่วยให้ผู้ตัดต่อเข้าถึงเครื่องมือที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จึงเป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่ผู้เริ่มต้นตัดต่อนิยมใช้ ด้วยความเรียง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพของมันนั่นเอง
  • ฟีเจอร์ครบ | ขึ้นชื่อว่าโปรแกรมเสียเงิน ยังไงฟีเจอร์ตัดต่อก็ต้องจัดเต็มอย่างแน่นอน เป็นอีกโปรแกรมหนึ่งที่ได้รับการรีวิวว่า มีเครื่องมือและเอฟเฟคเพียงพอสำหรับสร้างสรรค์วิดีโอระดับมืออาชีพอย่างแน่อน

ราคา: $49.99 สำหรับ Vegas Movie Studio, $79.99 สำหรับ Vegas Movie Studio Platinum, $139.00 สำหรับ Vegas Movie Studio Suite, $299.00 สำหรับ Vegas Pro Edit, $349.00 สำหรับ Vegas Pro และ $449.00 สำหรับ Vegas Pro Suite

โปรแกรมนี้เหมาะกับ: ผู้ใช้งานทั่วไป, ยูทูปเบอร์, เอเจนซี่

แอปตัดต่อ โปรแกรมตัดต่อวีดีโอในมือถือ [ฟรี/เสียเงิน]

1. VLLO (Android&iOS)

VILLO แอปตัดต่อบนมือถือ Android & iOS

ที่มารูปภาพ: VLLO Studio

VLLO เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชั่น โปรแกรมตัดต่อวิดีโอสำหรับมือใหม่ ตัวฟรียอดนิยมในไทย ด้วยหน้าตาที่ดูใช้งานง่าย บวกกับมีฟีเจอร์ฟังก์ชันที่หลากหลาย

ข้อดี-จุดเด่น

  • ฟีเจอร์ครบ | เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอในมือถือ ที่มีฟังก์ชั่นพื้นฐานครบครัน ใส่เสียงเพลงประกอบ ใส่ข้อความ เรียบเรียงตัววิดีโอ ปรับความเร็ว และเบลอภาพ
  • ไม่มีลายน้ำ | VLLO [Free Version] ไม่มีลายน้ำให้จุกจิกกวนใจ
  • ราคาคุ้มค่า | หากคุณต้องการฟีเจอร์แบบจัดเต็ม สามารถซื้อได้ในราคาประมาณ 390 บาท (lifetime) ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้

ราคา: ฟรี, ฿390

คะแนนบน Play Store: 4.3/5

คะแนนบน App Store: 4.8/5

โปรแกรมนี้เหมาะกับ: นักตัดต่อมืออาชีพ, ครีเอเตอร์, นักการตลาด

วีดีโอสอนงาน VLLO [แบบละเอียด]

2. YouCut (Android)

โปรแกรมตัดต่อ YouCut ใช้ได้บนมือถือ

ที่มารูปภาพ: Marcus Stone

YouCut โปรแกรมตัดต่อวิดีโอมือถือที่ฟรีและไม่ติดลายน้ำ ผู้พัฒนาเดียวกันกับโปรแกรม InShot หน้าตาใช้งานง่าย เหมาะสมกับผู้ใช้งานหลากหลาย มีฟังก์ชันพื้นฐานที่โปรแกรมตัดต่อวิดีโอโปรๆ พึ่งมี เช่น การหมุน/พลิก/ครอบตัดวิดีโอ

ข้อดี-จุดเด่น

  • แอปตัดต่อฟรี ไม่มีลายน้ำ
  • คุณภาพคงเดิมเมื่อบีบอัด
  • มีเอฟเฟกต์ให้เลือกเยอะ
  • รองรับความละเอียด 4K

ราคา: ฟรี , ฿97.00 – ฿400.00 ต่อรายกา

คะแนนบน Play Store: 4.8/5

โปรแกรมนี้เหมาะกับ: ยูทูปเบอร์, ครีเอเตอร์, เอเจนซี่

3. KineMaster Video Editor (Android&iOS)

โปรแกรมทำวิดีโอ KineMaster

ที่มารูปภาพ: KineMaster

KineMaster เป็นโปรแกรมทําวิดีโอบนโทรศัพท์ ที่มีความ Popular ผู้คนต่างคิดถึงโปรแกรมนี้กับอย่างมากมาย ส่งผลให้เแบรนด์มีสตางค์ไปพัฒนาโปรแกรมทําวิดีโอของพวกเขาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

ข้อดี-จุดเด่น

  • ฟีเจอร์ต่างๆ และเอฟเฟคในการตัดต่อมีเยอะมาก เมื่อเทียบกับแอปตัดต่อวิดีโอบนโทรศัพท์ตัวอื่นๆ
  • ระบบค่อนข้างเสถียร ไม่มีปัญหากระตุกกวนใจให้เห็น

ข้อสังเกต

  • ต้องเสียเงินเพื่อลบลายน้ำออก

ราคา: ฟรี (มีลายน้ำ), ฿26.00 – ฿1,269.55 ต่อรายการ

คะแนนบน Play Store: 4.4/5

คะแนนบน App Store: 4.8/5

โปรแกรมนี้เหมาะกับ: ครีเอเตอร์, ยูทูปเบอร์, นักการตลาด

ข้อมูลเพิ่มเติม: KineMaster

สรุป

และนี่ก็คือ โปรแกรมตัดต่อวิดีโอสำหรับมือใหม่ ทั้ง 9 ตัว อัปเดตปี 2021 ที่ผมได้รวบรวมและสรุปมาให้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆ คนนะครับ

เพราะโปรแกรมตัดต่อในปัจจุบันนี้มีอยู่มากมาย คงจะเสียเวลาแย่หากคุณต้องมานั่งดาวน์โหลดเองทั้งหมด 

และอีกข้อสังเกตที่พบคือ จะเห็นได้ว่าโปรแกรมที่ฟีเจอร์ฟังก์ชันน้อย จะใช้งานง่าย และก็ราคาถูก ส่วนโปรแกรมที่ฟีเจอร์ฟังก์ชันเยอะ ก็จะใช้งานยาก และราคาแพง ซึ่งโปรแกรมแต่ละตัวนั้นมันมีข้อดีของตัวเอง มันแค่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้กลุ่มผู้ใช้งานที่ต่างกันเท่านั้นเอง

เพราะฉะนั้น นอกจากอ่านบทความของผมบทความนี้แล้ว ผมแนะนำให้เข้าไปศึกษาโปรแกรมแต่ละตัวก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ หรือโหลดโปรแกรมตัดต่อวีดีโอมาใช้งาน เพื่อที่ว่าจะได้เลือกโปรแกรมที่เหมาะกับการใช้งานของคุณมากที่สุด

ไม่มีคำว่าโปรแกรมไหนดีกว่ากัน มีแต่คำว่าโปรแกรมไหนเหมาะกับการใช้งานมากกว่ากัน 🙂

ตาคุณแล้ว

หลังจากที่ลองอ่าน และลองเข้าไปศึกษาดูแล้ว คุณชอบตัวไหนที่สุดครับ? หรือคุณใช้ตัวไหนอยู่ แล้วมันดี ไม่ดียังไงบ้าง? มาคุยกันต่อได้ในคอมเมนต์เลยครับ