ตีแผ่ ข้อเสียของ Inbound Marketing ที่คุณควรทราบ

Think

ข้อเสียของ Inbound Marketing ความท้าทาย และปัญหาที่คุณควรทราบ

คนที่ได้ติดตามกันมาตั้งแต่ต้นคงจะทราบกันดีว่า Content Shifu นั้นเป็น #ทีมInboundMarketing มาโดยตลอด ที่อื่นๆ เองก็เริ่มพูดถึง Inbound Marketing กันมากขึ้นเช่นเดียวกัน

มาจนถึงตอนนี้คุณคงเห็น Inbound Marketing ในด้านสวยๆ งามๆ กันมาซักพักแล้ว บางทีนี่อาจจะถึงเวลาที่เราน่าจะเขียนบล็อก ‘ขัดขาตัวเอง’ ซะบ้าง

สรุปข้อเสียของ Inbound Marketing

คอนเซปต์ที่เก๋ไก๋ อย่างการพยายามดึงดูดคนให้สนใจเรา ให้เข้ามาในช่องทางของเรา และการวางกลยุทธ์เพื่อค่อยๆ เปลี่ยนเขาเป็นลูกค้า ทั้งหมดนี้มีปัจจัยความท้าทายหลายเรื่อง ได้แก่

1. เว็บไซต์ คือบ้าน มีบ้านก็ต้องคอยดูแล

หัวใจสำคัญของการทำ Inbound Marketing คือการมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง รวมถึงการมีบล็อกเพื่อเป็นโรงงานคอนเทนต์ประจำบ้าน บทความ “ทำไมต้องมีเว็บไซต์?” และบทความ “ทำไมบริษัทของคุณ ถึงควรสร้างบล็อกตั้งแต่วันนี้” ของพี่แบงค์ ได้อธิบายเหตุผลต่างๆ ไว้เป็นอย่างดีแล้ว คุณคงได้เห็นความสำคัญของมันเป็นที่เรียบร้อย (หรือถ้ายังไม่เห็น ก็กดไปอ่านได้นะจ้ะ)

บ้าน มีต้นทุนในการสร้าง

แม้ปัจจุบันจะมีบริการเว็บไซต์สำเร็จรูปมากมาย แต่ก็ต้องยอมรับว่า เมื่อพูดถึงความง่าย ความเร็ว Social Media ก็ยังคงเป็นช่องทางที่มีแต้มต่อเหนือกว่าอยู่ดี ใช้เวลาเพียงหลักนาที แถมปกติแล้วมันฟรีอีกต่างหาก!

เว็บไซต์ อย่างน้อยๆ ก็จะต้องเสียเวลาในการปรับแต่งอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ ก็กินเวลาหลักวัน หรือถ้ามีปรับแต่งเยอะหน่อย ก็เป็นหลักเดือน

ยิ่งถ้าหากจ้างทำ ก็จะยิ่งมีค่าใช้จ่ายตามมา แต่ถ้าอยากทำเองเป็น ก็ต้องลงทุนเงินและเวลา ไปกับการเรียนรู้การทำเว็บอยู่ดี

บ้าน ต้องได้รับการดูแลรักษา

เมื่อไม่กี่สัปดาห์นี้เอง เราได้เจอกับเหตุการณ์ว่า เว็บไซต์ที่เราเคยได้มีโอกาสช่วยเพื่อนทำขึ้นมานั้น “โดนแฮ็ก” ล็อคอินเข้าหน้า Admin ด้วยบัญชีเดิมไม่ได้ ข้อมูลบางอย่างหาย และถูก Google แบน แจ้งเตือนว่าเป็นเว็บอันตราย

นับเป็นบทเรียนสำคัญ ที่ตอนนั้นเตรียมการเรื่อง Security ไว้ไม่ดีพอ และไม่ค่อยได้เข้าไปดูแลเว็บไซต์

เมื่อกรณีนี้เกิดขึ้น แทนที่การมีเว็บจะเป็นการสร้างช่องทาง กลับกลายเป็นว่าช่องทางที่อุตส่าห์สร้างขึ้นมา ถูกใครก็ไม่รู้มาปิด

…คอนโด และอพาร์ทเมนต์จะมี รปภ. แต่คนธรรมดาส่วนใหญ่ไม่ได้มี รปภ. อยู่ที่บ้าน

ก่อนจะมีเว็บไซต์ คุณควรหาความมั่นใจในระดับหนึ่งก่อนว่า จะมีคนดูแลมันเป็นระยะๆ

เว็บไซต์ที่ดีนั้น ทำได้ไม่ง่าย

Social Media นั่นก็เปรียบเสมือนคอนโด คอนโดยังมีส่วนกลางที่คอยอำนวยความสะดวก อะไรๆ ก็ง่าย และดูดีในตัวมันเอง แถมมีคนอยู่ด้วยเยอะแยะ อยากเจอใคร รู้จักใคร พาใครเข้าห้อง (#ผิดๆ) ก็ทำได้ไม่ยาก มันมีประสิทธิภาพสูง เพราะถูกสร้างมาโดยบริษัท Tech ชั้นนำอยู่แล้ว

แต่กว่าจะมาเป็นเว็บไซต์ดีๆ หนึ่งเว็บนั้นความจริงก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณน่าจะเคยเห็นเว็บไซต์ที่ทำออกมาได้ไม่ดีซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมาย ปัจจัยมีตั้งแต่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อย่างความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ และประสบการณ์การใช้งาน (UX) ไปจนถึงเรื่องของ สีสัน หน้าตา (UI) และการใส่เนื้อหาที่เข้าใจง่ายอ่านง่าย ค้นหาง่าย (มีโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่ดี) เป็นต้น

2. ความท้าทาย: ทีมคอนเทนต์ที่เข้มแข็ง

มีเงินอย่างเดียวก็ทำ Inbound ไม่ได้ ต้องมีทรัพยากรบุคคลด้วย

เหมือนที่ Content Shifu เฟ้นหาทีมงานที่จะมาลงทุนเวลากับการเขียนบล็อกด้วยตัวเองเป็นประจำทุกสัปดาห์

สำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ เฉพาะแค่การทำบล็อก ก็นับเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งแล้ว คนทำงานเอย เจ้าของธุรกิจเอย อาจจะไม่ถนัดเขียน หรืออาจไม่มีเวลาทำ (แม้เราจะแนะนำให้ทำก็ตาม) หลายๆ บริษัทยังไม่มีทีมคอนเทนต์ด้วยซ้ำ ต้องหาคนมาทำ ต้องเซ็ตอัปทีมขึ้นมา

…กว่าจะได้มาหนึ่งบทความก็ไม่หมูแล้ว (บทความใน Content Shifu ใช้เวลาเขียนตั้งแต่ 3-4 ชั่วโมง ไปจนถึงหนึ่งวันเต็ม หรือมากกว่าหนึ่งวัน)

นี่เรายังไม่ทันพูดถึงการลงทุนกับความรู้ด้าน SEO รวมถึงการลงทุนทำคอนเทนต์รูปแบบอื่นๆ อย่างวีดีโอ เลยนะ

Shifu แนะนำ
คอนเทนต์ใน Inbound ไม่ได้พูดถึงเฉพาะคอนเทนต์ที่โดนที่น่าแชร์ต่อ แต่หมายถึงคอนเทนต์ที่ Effective ในแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ในแต่ละช่วงเวลาด้วย ซึ่งนั่นต้องอาศัยการ Research ให้เข้าใจกลุ่มเป้าหมาย อ่านต่อบทความ: เข้าใจลูกค้าให้ถึงกึ๋น ด้วย Buyer Persona

3. Inbound มีองค์ประกอบมาก และซับซ้อน

Inbound นั้นระบุว่า คุณต้องมีกระบวนการท่าต่างๆ ในการ Attract, Convert, Close และ Delight

แค่ขั้นแรกสุดอย่าง Attract ก็นับเป็นความท้าทายของธุรกิจแล้ว อย่างที่เล่าไปในหัวข้อการทำคอนเทนต์เมื่อซักครู่

ในขั้น Convert ส่วนนี้จะเริ่มอาศัย Know how มากขึ้น การทำ Forms ทำ Landing Page ทำยังไงก็ได้ให้คน Convert มาเป็น Lead

ได้ Lead มาแล้วก็ต้องทำการฟูมฟักต่อ ในขั้นนี้มักจะใช้สารพัดเครื่องมือ เช่น Email Marketing, CRM เป็นต้น รวมถึงคอนเซปต์อย่าง Drip Marketing เข้ามาช่วย นั่นหมายความว่า Inbound ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการสร้างทีมทำคอนเทนต์ให้ธุรกิจอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงทีมเฉพาะทางต่างๆ ที่จะเข้ามาดูแลในเชิงเทคนิคต่อ

สำหรับ Inbound Marketing นั้น ไม่เฉพาะแต่เพียงการลงทุนกับเครื่องมือต่างๆ ที่ได้กล่าวไป แต่ยังรวมถึงการลงทุนกับความรู้ และประสบการณ์ในการลองผิดลองถูกด้วย

Shifu แนะนำ
Content Shifu มีคอร์สเรียนออนไลน์เรื่อง Inbound Marketing 101 สอนให้คุณเข้าใจ Inbound ภายใน 1 ชั่วโมง ลงทะเบียนเรียนได้ฟรี

4. ผลลัพธ์มองไม่เห็นในช่วงข้ามคืน

ถ้าคุณคาดหวังว่าทำ Inbound ปุ๊บ สร้างบล็อก เขียนบล็อก ติดฟอร์ม วางระบบทุกอย่างเรียบร้อย ก็จะเห็นลูกค้าไหลมาปั๊บในพริบตา ข้อนี้คุณอาจจะเข้าใจผิด

เวทมนตร์อย่าง SEO จะเริ่มเห็นผล เมื่อเวลาผ่านไปหลักหลายเดือน บทความ Blockchain ของเรา ที่ได้ Traffic จาก SEO เข้ามาเรื่อยๆ นั้น ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน แต่เมื่อได้มาแล้ว ก็เป็น Traffic ที่ได้ฟรี ไม่เสียตังค์ซักบาท

ในเรื่องของ Conversion สถิติโดย HubSpot บอกว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คุณสามารถเพิ่มจำนวน Leads ในมือ เป็นสองเท่าได้ โดยใช้เวลาหกเดือน และเพิ่มเป็นหกเท่า โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งปี

สรุป

ถ้าให้เปรียบเปรยกับการลงทุน Inbound Marketing นั้นคือกลยุทธ์การลงทุนในระยะยาว เน้นรับปันผลและผลตอบแทนก้อนใหญ่ในอนาคต

เฉกเช่นเดียวกับนักลงทุนแบบ Value investor คุณต้องทำการศึกษา และทำการบ้านก่อนค่อนข้างมากก่อนตัดสินใจซื้อ Inbound ก็เช่นกัน คุณต้องตระเตรียมตัวเอง ตระเตรียมทีมงาน ลงทุนกับเครื่องมือและความรู้ กล้าเล่นกับเทคโนโลยี ทดสอบและปรับปรุงกันไปเรื่อยๆ

ตาคุณแล้ว

ได้อ่านเรื่องราวการตีแผ่ข้อเสียของ Inbound ไปเรียบร้อยแล้ว เป็นยังไงบ้างคะ? บางทีบทความนี้อาจทำให้หลายๆ คนเลิก หรือไม่ก็เลื่อน ความสนใจใน Inbound ออกไปแน่เลย ซึ่งพวกเราโอเคค่ะ เพราะแปลว่าคุณได้อ่านและไตร่ตรองแล้ว (แต่อย่าเพิ่งหยุดติดตาม Content Shifu นะ ฮ่าๆ)

แต่สำหรับคนที่รู้เท่าทันข้อเสียแล้ว รู้สึกไม่หวั่นไม่ท้อ รู้สึกว่า นี่คือ challenges ธรรมดาของโลกดิจิทัล ที่คุณพร้อมลองลุย เราก็รู้สึกยินดีมากๆ  : )

คุณอ่านแล้วจะคิดเห็นแบบไหน คุยกับพวกเราได้ในกล่องคอมเมนต์เลย

Orn Smith

Content Director, Content Shifu

อร เป็นผู้ที่ชอบคลุกคลี สร้างสรรค์ และถ่ายทอดเรื่องราวในสายเทคโนโลยี ปัจจุบันเป็น Content Director ที่ Content Shifu และ Magnetolabs มีบทบาทในการดูแลคอนเทนต์ ทั้งบทความ คอร์สเรียน และโปรเจกต์ต่างๆ ของ Content Shifu

More From Me
>