ย้อนกลับไปสัก 20-30 ปีที่แล้ว การตลาดแบบ Outbound Marketing หรือการตลาดแบบผลักนั้น เป็นวิธีการที่ดี และเหมาะสมที่สุดในการทำการตลาด และการขายของให้กับลูกค้า ใครที่เข้าถึงลูกค้าได้เป็นจำนวนมากกว่าก็มีโอกาสทำการตลาดได้ประสบความสำเร็จสูงกว่า นอกจากนั้นแล้วการตลาดในอดีตยังสามารถใช้ประโยชน์จากความไม่รู้ และการเข้าไม่ถึงข้อมูลของลูกค้าให้เป็นประโยชน์ได้อีกด้วย

แต่ปัจจุบัน ด้วยการเติบโตแบบก้าวกระโดดของโลกอินเทอร์เน็ต คนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้เพียงปลายนิ้วคลิ๊ก ด้วยการหยิบมือถือแล้วค้นหาผ่าน Google หรือ Social Media ต่างๆ พลังอำนาจในการตัดสินใจไม่ได้เป็นของผู้ขายอีกต่อไป

ยุคนี้เรียกได้ว่าเป็นยุคสมัยของลูกค้าอย่างแท้จริง

และนี่ก็เป็นที่มาของ Inbound Marketing การตลาดแบบแรงดึงดูด ซึ่งในต่างประเทศนั้นกลายเป็นกระแสหลักไปแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยเรา ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

Inbound Marketing กำลังอยู่ในช่วงเติบโต ส่วน Outbound Marketing นั้นอยู่คู่กับตลาดนั้นมาช้านานแล้ว

วันนี้เราจะมาเทียบกัน หมัดต่อหมัด ปอนด์ต่อปอนด์ ดูว่าการตลาดแบบไหนจะแน่กว่ากัน!

Inbound Marketing คืออะไร?

inbound marketing framework
Inbound Marketing Flywheel (latest version)

เราได้เคยอธิบายคอนเซปต์และกระบวนการของ Inbound Marketing ไว้แล้ว
แต่สำหรับคำตอบอย่างย่นย่อ คงไม่มีใครให้คำนิยามได้ดีไปกว่า HubSpot (ซึ่งเป็นผู้คิดค้นคำนี้ขึ้นมา)

Inbound Marketing คือ การดึงดูด (Attract) “คนแปลกหน้า” แล้วพยายามปฏิสัมพันธ์ (Engage) ต่อ ไม่ว่าจะฟูมฟักให้เขาเป็นลูกค้าด้วยคอนเทนต์ที่มีประโยชน์ และมีคุณค่า หรือจะขายของให้เขาก็ตาม และสุดท้ายก็สร้างประสบการณ์ที่ดี (Delight) ให้กับพวกเขาจนเปลี่ยนจาก “ลูกค้า” กลายเป็น “แฟน (Promoters)” ในที่สุด ซึ่งแฟนๆ เหล่านี้ จะเป็นกลุ่มคนที่ช่วยดึงลูกค้าใหม่ๆ มาให้วนกันไปเป็นวัฏจักร

เครื่องมือที่ใช้ในการการส่งมอบคอนเทนต์ที่มีคุณค่าสำหรับการทำ Inbound Marketing นั้นคือบล็อก, Social Media อย่าง Facebook, LINE หรือ Instagram, อีเมล, และ Search Engine อย่าง Google (หรือการทำ SEO)

Outbound Marketing คือ?

outbound-marketing คืออะไร
รูปภาพจาก 10watts.org

Outbound Marketing เป็นแนวคิดทางการตลาดที่ตรงกันข้ามกับ Inbound Marketing

โดยการทำ Outbound Marketing นั้นคือการส่งสารออกไปให้คนเห็นเป็นจำนวนมากผ่านเทคนิค และเครื่องมือต่างๆ เช่น Facebook Ad, Banner, Billboard, Direct Email หรือ Cold Call เป็นต้น ซึ่งโดยปกติแล้ว Outbound Marketing นั้นจะเป็นการตลาดที่อยู่ในรูปแบบของ Interruption Based (หรือการส่งสารออกไปขัดจังหวะระหว่างที่คนรับสารกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่โดยไม่ได้ขออนุญาต) ไม่ใช่ Permission-Based (หรือการขออนุญาตผู้รับสารก่อนที่จะทำการส่งสาร)

เปรียบเทียบ Inbound vs Outbound

inbound-vs-outbound-ต่างกันยังไง อะไรดี
รูปภาพจาก Optimed

พวกเราคิดว่ารูปข้างบนนี้สามารถอธิบายถึงความต่างของ Inbound Marketing กับ Outbound Marketing ได้ชัดเจน โดยที่ความต่างก็คือ

  • Inbound เน้นการดึงให้ลูกค้าเข้ามาหา แต่ Outbound พยายามวิ่งเข้าหาลูกค้า
  • Inbound เน้นการฟังความต้องการของลูกค้า แต่ Outbound เน้นพูดถึงสิ่งที่เราอยากพูด
  • Inbound เน้นการเขียนบล็อก, Social Media เพื่อให้ความรู้ และคุณค่า แต่ Outbound เน้นการโปรโมตให้เข้าถึงคนหมู่มากผ่านโฆษณา
  • Inbound เน้นถึงขั้นตอนการซื้อของของลูกค้า แต่ Outbound เน้นถึงขั้นตอนการขาย

สรุปแล้ว Inbound หรือ Outbound อะไรดีกว่า?

inbound-vs-outbound เปรียบเทียบ
รูปภาพจาก SEOPressor

คำว่า “ดี” ของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งพวกเรา Content Shifu ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ไม่มีอะไรดีกว่าทั้งนั้น” ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับบริบทซึ่งก็คือเป้าหมายของการทำธุรกิจ และสินค้า/บริการของคุณ

ถ้าคุณหวังทำกำไรในระยะสั้น เพราะว่าคุณต้องหาเงินมาหล่อเลี้ยงธุรกิจของคุณ หรือถ้าสินค้าที่คุณขายเป็นสินค้าทั่วๆ ไป (Commodity Products) ที่เน้นการเข้าถึงคนเป็นจำนวนมาก การทำการตลาดแบบ Outbound อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ในทางกลับกัน ถ้าคุณหวังให้ธุรกิจยั่งยืนในระยะยาว และคุณพร้อมที่จะลงทุนโดยที่ผลลัพธ์ที่คุณจะได้รับกลับมานั้นอาจจะใช้เวลาหลายเดือน หรือเป็นหลักปี หรือถ้าสินค้าที่คุณขายเป็นสินค้าแบบ B2B ที่เน้นเจาะตลาดเฉพาะ (Niche Products) การตลาดแบบ Inbound จะเป็นวิธีที่น่าสนใจกว่า

อย่างไรก็ตาม การทำการตลาดในยุคปัจจุบันนั้นควรใช้ 2 วิธีผสมกัน โดยใช้การตลาดแบบ Inbound ที่เป็นการส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้า และสร้างธุรกิจในระยะยาวเป็นศูนย์กลาง และใช้การตลาดแบบ Outbound เป็นส่วนเสริมในการช่วยทำให้ลูกค้าปัจจุบัน และลูกค้าใหม่ๆ เห็นคุณค่าที่คุณทำ

อ่านต่อ