อีกหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่จะช่วยให้แบรนด์ของเราน่าสนใจคงหนีไม่พ้นการสร้างแคมเปญการตลาดใหม่ๆ ที่นำกระแสโดนใจลูกค้า

เริ่มต้นปีแบบนี้มีไอเดียทำแคมเปญบนโลกโซเชียลหรือยัง? ถ้ายัง อย่ารอช้า บทความนี้จะพาคุณไปท่องโลกแห่งการทำแคมเปญในปี 2024 พร้อมแนะนำ 6 ไอเดียการทำแคมเปญต้อนรับปีใหม่ด้วยเคล็ดลับและกลยุทธ์ทันสมัยโดนใจลูกค้าในยุค 2024 !

รู้จักกับแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย

แคมเปญบนโซเชียลมีเดีย คือส่วนหนึ่งของการทำกิจกรรมทางการตลาดบนช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram, Twitter และ TikTok โดยมีจุดประสงค์ในการทำแคมเปญแตกต่างกันออกไปแล้วแต่เป้าหมายของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการรับรู้แบรนด์ การเพิ่มยอดผู้ติดตาม หรือการเพิ่มยอดขาย โดยเนื้อหาของแคมเปญมักจะนำเสนอคอนเทนต์สร้างสรรค์ที่ไปในทางเดียวกันกับกลยุทธ์การตลาด อย่างการโฆษณา โปรโมชั่น เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าร่วมได้ เพื่อดึงดูดความสนใจและส่งเสริมความสัมพันธ์กับผู้ติดตาม

ทำไมธุรกิจควรทำแคมเปญบนโซเชียลมีเดีย

เพิ่มการรับรู้

การทำแคมเปญบนโซเชียลมีเดียสามารถช่วยเพิ่มให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้นเนื่องจากการทำแคมเปญที่น่าสนใจ มีคุณภาพ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกประทับใจในธุรกิจและเพิ่มภาพจำที่ดีและมีคุณภาพกับแบรนด์ ยิ่งแคมเปญโดนใจกลุ่มเป้าหมายได้มากเท่าไหร่ จะช่วยส่งผลให้เกิดการรับรู้ของแบรนด์เป็นวงกว้างเท่านั้น

สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย

แน่นอนว่าประโยชน์อีกอย่างของการทำแคมเปญคือการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายที่จะกลายเป็นลูกค้าของเราในอนาคตนั่นเอง แคมเปญต่างๆ เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย อย่างการแสดงความคิดเห็น ตอบโต้กับแบรนด์โดยตรง กดถูกใจ รวมถึงการกดแบ่งปันในโซเชียลมีเดียของตนเองได้

เพิ่มยอดขาย

ยอดขายเป็นสิ่งสำคัญและเป็นเป้าหมายอันดับต้นๆ ของหลายแบรนด์ในการทำแคมเปญบนโซเชียลมีเดียผ่านการโฆษณา ยิง Ads ไปยังกลุ่มเป้าหมาย หรือการโปรโมตสินค้าและบริการใหม่ๆ ในวิธีที่สร้างสรรค์และน่าสนใจมากกว่าการขายตรงแบบเดิมๆ ช่วยสร้างโอกาสในการขายและสร้างการตอบรับที่ดีจากลูกค้าได้มากขึ้น

6 ไอเดียการทำแคมเปญบนโซเชียลมีเดียปี 2024

1. TikTok Challenges

ปีหน้าจะขาดแคมเปญบน TikTok ไปไม่ได้เพราะตอนนี้ TikTok มียอดผู้ใช้งานรายเดือน 1.5 พันล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปสู่ 2 พันล้านคนในปลายปี 2024 นอกจากนี้ผู้ใช้งาน 77% ยังชื่นชอบเมื่อแบรนด์สร้าง challenges, trends หรือ memes ใหม่ๆ ให้ผู้ใช้งานเข้าร่วมกิจกรรมของทางแบรนด์ ดังนั้น TikTok Challenges จึงเป็นแคมเปญที่น่าสนใจสำหรับแบรนด์และนักการตลาดที่กำลังมองหาไอเดียใหม่ๆ สำหรับปี 2024 โดยแคมเปญอาจจะเป็นการสร้าง Filter ใหม่ๆ สำหรับสินค้าใหม่ของแบรนด์โดยเฉพาะ การสร้าง Challenges เต้นประกอบเพลงต่างๆ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานรีวิวสินค้าและบริการจากประสบการณ์ใช้งานจริง 

หรือแคมเปญในรูปแบบ Hashtag Challenge ที่ให้ผู้ใช้งานเข้าร่วมกิจกรรมโดยติด Hashtag ที่แบรนด์สร้างขึ้น เช่น แคมเปญ  #สนุกซ่าไม่มีซ้ำ ของมิรินด้าที่ได้สร้างปรากฏการณ์ยอดการแสดงผลของโฆษณา (Ad Impressions) และยอดวิวที่พุ่งสูงกว่า 100 ล้านภายในระยะเวลาเพียง 6 วัน ด้วยการนำพรีเซนเตอร์อย่าง มิลลิ มาร่วมสนุกกับซิงเกิ้ลพิเศษ พร้อมท่าเต้นและสติกเกอร์ที่เพิ่มสีสันให้แคมเปญมีความสนุก ซ่า และไม่ซ้ำใคร

Cr. TikTok 

2. User-Generated Content

User-Generated Content คือคอนเทนต์ที่ถูกสร้างโดยผู้ใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานบน Facebook, TikTok และ Instagram เพื่อรีวิวสินค้าและบริการจากผู้ใช้จริง หรือการเข้าร่วมแคมเปญโดยผู้ใช้งานทั่วไป จากสถิติพบว่า ผู้บริโภค 93% กล่าวว่าเนื้อหาที่สร้างขึ้นโดยผู้ใช้งานมีประโยชน์เมื่อตัดสินใจซื้อสินค้า 92% ยังเชื่อในคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ใช้งานมากกว่าการโฆษณาในรูปแบบอื่นๆ ดังนั้นใน 2024 การนำ User-Generated Content มาใช้ในการทำแคมเปญการตลาดอาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มยอดขาย การมีส่วนร่วม และการทำความรู้จักแบรนด์ให้ดีขึ้น เช่น Coca-Cola สร้างแคมเปญ “Share a Coke” โดยพิมพ์ชื่อลูกค้าที่ซื้อสินค้าบนขวดเครื่องดื่ม แคมเปญได้รับการตอบรับอย่างดีและกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็วเนื่องจากผู้คนได้แชร์รูปของขวดเครื่องดื่มในโซเชียลมีเดีย

Cr. medium

3. Behind the Scene

การทำคอนเทนต์ behind the scene สามารถช่วยให้ลูกค้าซึมซับ เรียนรู้และเข้าใจความเป็นแบรนด์ได้มากยิ่งขึ้นผ่านรูปแบบการทำวิดิโอต่างๆ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมระหว่างลูกค้าและแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้วัฒนธรรมของแบรนด์ คุณค่าที่แบรนด์ให้ความสำคัญ แนะนำทีม และสภาพแวดล้อมในการทำงาน การแชร์เรื่องราวแต่ละวันของแบรนด์ลงใน Instagram Story การโปรโมตสินค้าใหม่ๆ ของแบรนด์ เล่าเรื่องราวเบื้องหลังกว่าจะเป็นแบรนด์ในทุกวันนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง สร้างประสบการณ์ที่สนุกสนานให้กับผู้ชม เช่น Nike อัปโหลดวิดีโอเบื้องหลังการถ่ายภาพสินค้าลงบน YouTube

Cr. Nike

4. Livestream

จากสถิติพบว่าผู้ชมใช้เวลาในการดู Livestream มากถึง 8 พันล้านชั่วโมง ในไตรมาสแรกของปี 2022 ผู้ชม 52% ยังดู Livestream ผ่านทางโซเชียลมีเดีย และ 31% เชื่อว่าการดู Livestream จะช่วยให้รู้ข้อมูลลับเกี่ยวกับแบรนด์ และสินค้าจากแบรนด์ การที่แบรนด์ Livestream จะช่วยให้สามารถตอบโต้กับผู้ชมที่ส่งคำถามที่ตนเองอยากรู้มาผ่านในช่องแชทได้โดยตรงแบบทันใจ โดยแบรนด์อาจมีการโชว์สินค้าและบริการผ่านทาง Livestream เพื่อสาธิตการใช้งานที่เหมาะสมให้ผู้ชมได้ดู หรือขายสินค้าด้วยราคาโปรโมชันในโอกาสต่างๆ เช่น 11.11 โดยมีโค้ดส่วนลดสำหรับลูกค้าที่เข้ามาดู Livestream เพื่อดึงดูดลูกค้าที่มีความสนใจในสินค้าและบริการของแบรนด์อยู่แล้วและเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าได้มากยิ่งขึ้น

5. Real-time Marketing

การตลาดแบบ Real-time คือ การใช้ข้อมูลจากเทรนด์ล่าสุด เหตุการณ์ต่างๆ และฟีดแบคจากลูกค้าเพื่อมาทำการตลาดให้กับสินค้าและบริการของแบรนด์ ซึ่งการตลาดแบบนี้จะมีความไม่แน่นอนสูงทำให้ต้องหมั่นติดตามอยู่เสมอเพื่อพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ทำการตลาดประเภทนี้ได้อาจจะเป็นข่าวด่วน เทรนด์ที่กำลังมาแรง ซีรีส์ ภาพยนตร์ หรือเพลงที่ติดชาร์ต ข้อมูลบนโลกโซเชียลมีเดีย และ event สำคัญต่างๆ เช่น แบรนด์ต่างๆ ใช้ซีรีส์ Squid Game สร้างแคมเปญการตลาด โดย Pepsi เลือกใช้ขนมรังผึ้ง (Honeycomb Candy) ที่เป็นหนึ่งในเกมจากเรื่อง Squid Game มาทำแคมเปญ 

Cr. Brandvm

6. Referral Program

Referral Program เป็นแคมเปญการตลาดแบบบอกต่อปากต่อปาก โดยปกติก่อนที่จะซื้อสินค้าและบริการหลายคนมักจะสอบถามจากผู้ใช้งานจริงก่อนตัดสินใจโดยเริ่มจากคนใกล้ตัว ดังนั้นการบอกต่อแบบปากต่อปากจากผู้ใช้จริงจึงมีส่วนช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างยอดขายได้มากขึ้น แบรนด์อาจให้สิทธิพิเศษแก่ลูกค้าที่ทำการแนะนำสินค้าและบริการกับคนรู้จัก เช่น Girlfriend Collective ที่มอบกางเกงขายาวฟรีให้เป็นของขวัญลูกค้าที่บอกต่อสินค้าของ Girlfriend Collective โดยลูกค้าที่มาจากเพื่อน หรือคนรู้จักจะได้ส่วนลดจากการซื้อสินค้าครั้งแรก

Cr. Girlfriend Collective

6. Holiday Campaigns

ในยุคที่เต็มไปด้วยร้านค้าออนไลน์ การใช้แคมเปญในช่วงวันหยุด อย่างคริสต์มาส ปีใหม่ สงกรานต์ ดึงดูดสายชอปปิ้งสามารถช่วยให้แบรนด์สร้างยอดขายได้มากขึ้นในวันสำคัญต่างๆ โดยแบรนด์อาจกำหนดระยะเวลาของแคมเปญเป็นช่วงวันหยุดต่างๆ กำหนดธีมสีสันของรูปภาพในตรงกับธีมวันหยุด ทำ package และโปรโมชันพิเศษสำหรับวันหยุดเท่านั้น อาจจะเพิ่มกิมมิคการห่อของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าเป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ

Cr. Maybelline

สรุป

ในปี 2024 ที่กำลังจะมาถึงนี้ การทำการตลาดโดยใช้แคมเปญต่างๆ ดังกล่าวนอกจากจะช่วยเพิ่มลูกค้าใหม่ และเพิ่มยอดขายแล้ว ยังช่วยให้แบรนด์สามารถแสดงคุณค่าที่แบรนด์ให้ความสำคัญเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจในแบรนด์มากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อการเป็นลูกค้าประจำในอนาคตได้อีกด้วย แบรนด์อาจลองนำไอเดีบในการทำแคมเปญบนโซเชียลมีเดียทั้ง 6 ไอเดีย ไม่ว่าจะเป็น TikTok Challenges, User-Generated Content, Behind the Scene, Livestream, Real-time Marketing, Referral Program และ Holiday Campaigns มาใช้เป็นไอเดียตั้งต้นในการสร้างแคมเปญสุดปังต้อนรับปี 2024

ตาคุณแล้ว

อ่านจบแล้วหวังว่าเพื่อนๆ จะมีไอเดียสำหรับการทำการตลาดในปีหน้ามากยิ่งขึ้น ใครชอบไอเดียไหน อย่าลืมคอมเมนต์กันได้เลย