ไอเดีย ออกแบบโฆษณา

ทำวีดีโอและรูปภาพโฆษณา อย่างไรให้น่าคลิก? ลองใช้ Taboola Trends ช่วยแนะนำเทรนด์ครีเอทีฟโฆษณาให้กับคุณ

Watch

การออกแบบโฆษณา หรือทำชิ้นงานครีเอทีฟโฆษณาขึ้นมาซักชิ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำรูปภาพโฆษณา หรือทำวีดีโอโฆษณาก็ดี ล้วนแต่ต้องอาศัยแรงกาย และแรงความคิดสร้างสรรค์ไม่ใช่น้อยๆ (รวมไปถึงแรง ‘เงิน’ ที่ต้องลงไปกับการโปรโมตโฆษณาของคุณด้วย)

ครีเอทีฟชิ้นนี้ทำออกมาดีแล้วหรือยัง?

คนที่เห็นแล้วจะรู้สึกสนใจไหม?

เขาจะอยากกดคลิกไปดูต่อหรือเปล่า?

เหล่านี้คือคำถามที่เรามักจะได้แต่คาดเดา เราจะยังไม่รู้คำตอบ จนกว่าเราจะเริ่มลงโฆษณาจริงๆ 

ปัญหาของการออกแบบโฆษณา

กล่าวกันว่า วิธีการได้ความรู้มาว่าอะไรเวิร์ก อะไรไม่เวิร์ก เราต้องทดลองทำออกมาหลายๆ แบบก่อน จากนั้นก็ให้ทำการทดสอบระหว่างแต่ละแบบ

แต่ปัญหาก็คือ บริษัทส่วนใหญ่มักจะไม่มีโอกาสได้ทำครีเอทีฟออกมาหลากหลายรูปแบบมากนัก เพราะมีทรัพยากรจำกัด (เวลา เงิน ฯลฯ) ดังนั้นบทความนี้จึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีง่ายๆ เบื้องต้นที่คุณสามารถเริ่มต้นได้ฟรี

Taboola Trends เครื่องมือช่วยดูเทรนด์รูปภาพโฆษณา และวีดีโอโฆษณา

ก่อนจะไปพูดถึงที่ตัวเครื่องมือ คงต้องขอปูพื้นฐานเกี่ยวกับ ‘ผู้สร้างเครื่องมือ’ ก่อน เพื่อให้เราเข้าใจที่มาที่ไปและการทำงานของมัน

Taboola คืออะไร

Taboola คือ แพลตฟอร์มโฆษณา ที่ช่วยเชื่อมต่อให้คนที่ต้องการลงโฆษณา (Advertisers) สามารถลงโฆษณากับเว็บไซต์คอนเทนต์ (Publishers) ต่างๆ ที่เป็นพาร์ทเนอร์กับ Taboola ได้ โฆษณาของ Taboola จะไม่ได้มีลักษณะเป็น Display Ad หรือแบนเนอร์เหมือนอย่าง Google Display Network แต่จะจองพื้นที่อยู่ด้านล่างคอนเทนต์ในเพจนั้นๆ ของ Publisher มีลักษณะเหมือนการแนะนำคอนเทนต์ชิ้นถัดไปให้คุณอ่าน โดยคอนเทนต์ที่แนะนำนั้นก็คือคอนเทนต์ที่มาจาก Advertiser นั่นเอง

ดังนั้นสิ่งสำคัญของ Advertiser ที่ลงโฆษณากับ Taboola ก็คือการทำครีเอทีฟโฆษณาให้น่าสนใจ ทั้งรูป/วีดีโอ และ Copywriting เพื่อให้คนอ่านสนใจอยากจะกดไปดูคอนเทนต์ของ Advertiser ต่อ

Taboola Trends คืออะไร

Taboola Trends คือเครื่องมือใช้งานฟรี ที่ช่วยให้คุณสามารถดูเทรนด์การทำโฆษณา ของ Advertiser บน Taboola ได้ คุณสามารถใช้งานได้โดยไปที่ trends.taboola.com โดยไม่จำเป็นต้องล็อกอินใดๆ

Taboola Trends มีข้อมูลเทรนด์การทำโฆษณาให้คุณดู ซึ่งประกอบไปด้วย

  • Image Trends: ใช้ดูเทรนด์ที่ทำแล้วเวิร์ก ของโฆษณาประเภทรูปภาพนิ่ง
  • Video Trends: ใช้ดูเทรนด์ที่ทำแล้วเวิร์ก ของโฆษณาประเภทวีดีโอ
  • Title Analyzer: ใช้ดูเทรนด์ที่ทำแล้วเวิร์ก ของการเขียน Ad Copywriting บริเวณ Title
  • Keyword Trends: ใช้ดูเทรนด์ของคีย์เวิร์ดที่คนนิยมใส่ใน Copy ของ Ad
  • Phrase Trends: ใช้ดูเทรนด์ของวลีที่คนนิยมใส่ใน Copy ของ Ad
  • Trending Topics: ใช้ดูเทรนด์ว่าคอนเทนต์หัวข้อเกี่ยวกับอะไรกำลังเป็นที่นิยม

วิธีการดูเทรนด์ของโฆษณา

ในส่วนนี้เราขอเจาะจงเฉพาะเครื่องมือสามตัว ได้แก่ Image Trends, Video Trends และ Title Analyzer เพราะเป็นสามตัวที่เรามองว่าสามารถใช้ในตลาดไทยได้

เรามาดูความสามารถของแต่ละตัวกันค่ะ

เทรนด์การออกแบบโฆษณาแบบรูปภาพ (Image Trends)

เครื่องมือ Image Trends ช่วยตอบคำถามของคนทำรูปภาพ ในปัจจัยต่างๆ อย่างเช่น

  • ควรใส่ข้อความ (Text) ในรูปภาพหรือไม่
  • ควรใช้รูปภาพแบบไหน ระหว่าง ภาพจริง กับภาพวาด
  • ตัวเด่นของรูปภาพ (Subject)
  • สีของรูป
  • การมีสัตว์อยู่ในรูป
  • ขนาดของใบหน้าคน
  • เพศของคนในรูปภาพ
  • การใช้รูปภาพอาหาร

โดย Image Trends ใช้ Metric (หน่วยวัด) ในการวัดความสำเร็จของ Ad นั้นๆ โดยดูจาก CTR (Click-through Rate) ซึ่งหมายถึง อัตราการคลิก ว่าโฆษณาชิ้นนั้นๆ มีสัดส่วนของคนที่เห็นแล้วคลิกไปดูต่อ สูงหรือไม่ ยิ่ง CTR สูงยิ่งดี แปลว่ามีคนเห็นแล้วคลิกจำนวนมาก

ยกตัวอย่างการใช้ Image Trends เช่น ณ วันที่ 26 สิงหาคม เราได้เข้ามาลองเล่นโดยเปิดดูเทรนด์แบบกว้างๆ ไม่ได้ใส่ Filter อะไร ผลลัพธ์ที่ได้เกี่ยวกับปัจจัย Face Size (ขนาดของใบหน้า) ก็คือ ใบหน้าที่ Close up มีแนวโน้มที่จะได้รับ CTR สูงกว่าใบหน้าระยะไกลอยู่ที่ 12% และรูปภาพที่ถ่าย Outdoor มีแนวโน้มที่จะได้ยอด CTR สูงกว่ารูปภาพที่ถ่าย Indoor 5% เป็นต้น

รูปภาพโฆษณา ออกแบบรูปภาพให้คลิก รูปคน

รูปภาพโฆษณา ออกแบบรูปภาพให้คลิก รูปภายนอกภายใน

Shifu แนะนำ
บางคนอาจสงสัยว่าที่เขียนว่า 26 สิงหาคม หมายถึงเป็นเทรนด์สดๆ ร้อนๆ Real time ในวันนั้นเลยหรือเปล่า เท่าที่เราได้พูดคุยกับทาง Taboola มา คำตอบก็คือเป็นเทรนด์ 30 วันย้อนหลังค่ะ โดยเน้นที่โฆษณาใหม่ๆ และเท่าที่ลองเล่นมา นอกจากนี้ข้อมูลจะอัปเดตเรื่อยๆ แต่ไม่ถึงกับอัปเดตใหม่ทุกวันค่ะ
Shifu แนะนำ

คุณสามารถ Filter ดูข้อมูลเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณได้ โดยมี Filter ได้แก่

  • ประเภทของอุตสาหกรรม เช่น แฟชั่น อาหาร ยานยนต์ สุขภาพ ฯลฯ
  • แพลตฟอร์ม (Desktop, Mobile หรือทั้งคู่)
  • ภาษาของโฆษณา (อังกฤษ หรือไทย หรืออื่นๆ)
  • ประเทศ (ไทย หรืออื่นๆ)

แน่นอนว่าทางที่ดี เราควรใส่ Filter ให้ใกล้เคียงกับธุรกิจของเรามากที่สุด เพื่อดูผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับเรา  ทั้งนี้บาง Category เช่น Business, Finance อาจไม่มีข้อมูลในประเทศไทย เนื่องจาก Taboola อาจจะยังไม่มี Advertiser ในกลุ่มนี้มากเพียงพอ

เทรนด์การออกแบบโฆษณาแบบวีดีโอ (Video Trends)

สำหรับวีดีโอจะมี Filter ที่เหมือนกับรูปภาพ คือเราสามารถเลือกประเทศ และแพลตฟอร์มที่ Video Ad เหล่านี้รันอยู่ได้ แต่จะมี Filter ที่เพิ่มเข้ามาโดยเฉพาะด้วย ได้แก่

1. ความยาวของวีดีโอที่ใช้

2. ระดับ Engagement ที่ User มีต่อวีดีโอ ซึ่งมีสองออปชันให้เลือก ได้แก่ 1. Viewability หมายถึง Video Ads มีอัตราการถูกเล่นจริง ในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 50% ของหน้าจอของ User 2. Completion หมายถึง อัตราการดูวีดีโอจนจบคลิป

ตัวอย่างข้อมูลจากเทรนด์วีดีโอโฆษณา มีปัจจัยต่างๆ ให้พิจารณา คล้ายๆ กับรูปภาพนิ่ง

  • ควรใส่ข้อความ (Text) ในวีดีโอหรือไม่
  • ควรใช้ภาพแบบไหน ระหว่าง ภาพจริง กับภาพวาด
  • ตัวเด่นของรูปภาพ (Subject) ควรมีบุคคลหรือไม่
  • สีของรูป
  • การมีสัตว์อยู่ในรูป
  • อารมณ์ของคน
  • เพศของคนในรูปภาพ
  • การใช้รูปภาพอาหาร

เทรนด์ วีดีโอโฆษณา

เครื่องมือวิเคราะห์การตั้งชื่อหัวข้อโฆษณา (Title Analyzer)

นอกจากเรื่องรูปภาพและวีดีโอแล้ว เรื่องการเขียนก็อปปี้โฆษณาก็สามารถใช้เครื่องมือในส่วนของ Title Analyzer เข้ามาช่วยดูได้

สำหรับเครื่องมือตัวนี้จะมีความสนุกสนานเพิ่มมากขึ้นกว่าสองตัวแรก เพราะไม่ใช่การโชว์ข้อมูลจากระบบ แต่เป็นการให้คุณใส่ Input กรอกก็อปปี้ของคุณลงไป แล้วระบบจะช่วยบอกว่า ก็อปปี้ที่คุณใส่นี้ มีแนวโน้มที่จะได้ CTR ดีหรือไม่ โดยระบบจะ ‘วิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบ’ หมายความว่าจะต้องใส่ลงไปอย่างน้อย 2 ก็อปปี้ เพื่อให้ระบบเปรียบเทียบกันว่า ระหว่าง 2 อันนี้ อันไหนดีกว่ากัน หรือจะใส่มากกว่า 2 อันก็ได้

เรามาลองเล่นกัน โดยใส่ก็อปปี้โฆษณาลงไป 3 แบบ ได้แก่

  • 10 เทคนิคการเขียนบทความให้คนอยากคลิก
  • ทำไมคนไม่ยอมคลิก? แก้ปัญหาได้ด้วย 10 เทคนิคง่ายๆ
  • รู้หรือไม่ แค่ทำ 10 อย่างนี้ บทความของคุณจะมีคนคลิกมากขึ้น!

ผลลัพธ์ที่โปรแกรมแจ้งมาเป็นดังนี้

ตอนใส่ลงไป 2 แบบ

ข้อความโฆษณาที่น่าคลิก 2 แบบ

ตอนใส่ลงไป 3 แบบ

ข้อความโฆษณาที่น่าคลิก 3 แบบ

ความคิดเห็นส่วนตัว

เราไม่แน่ใจ 100% ว่าหลักการทำงานเบื้องลึกของมันคือยังไง แต่เท่าที่ทดลองเล่นดู เข้าใจว่าเป็นการ Matching กับคำหรือคีย์เวิร์ดที่มีแนวโน้มที่เป็น Powerful word ที่คนเขียน Ad ชอบใช้ อย่างตัวอย่างข้างต้นคือ ก็อปปี้ที่ได้รับอันดับ 1 มีการใส่ เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) รวมถึงใส่วลีอย่าง ‘รู้หรือไม่’ ลงไปด้วย ซึ่งพบเห็นบ่อยในก็อปปี้ที่กระตุ้นการคลิก

ตัวอย่างการทดลองเพิ่มเติม

ก็อปปี้โฆษณา ตัวอย่าง

สรุป

จากที่ได้ลองเล่นมา ขอสรุปข้อดี-ข้อด้อยของ Taboola Trends ดังนี้​

ข้อดี

  • Image Trends และ Video Trends บอกข้อมูลที่เป็นสรุปอย่างชัดเจนเลยว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ / ไม่ควรทำ อ่านแล้วนำไป Take action ต่อได้
  • มี Criteria ในการวัด Performance ที่ชัดเจน คือ CTR สำหรับรูปภาพ และมีสอง Metrics ที่เลือกได้สำหรับวีดีโอ ได้แก่ Viewability rate และ Completion rate
  • เครื่องมือ Title Analyzer มีการรับ Input ช่วยให้คุณตรวจสอบ Copywriting จริงๆ ของคุณได้

ข้อด้อย

  • แม้จะมีบอกสิ่งที่ควรทำ / ไม่ควรทำ แต่ครีเอทีฟตัวอย่างที่นำมาแสดงผล จะค่อนข้างมีแต่ภาพ Stock images (รวมถึงเราพบว่า Advertisers ใน Taboola ส่วนใหญ่ยังนิยมใช้ภาพสต๊อกกันอยู่) ตัวเราเองจึงคิดว่าข้อมูลดังกล่าว เหมาะสำหรับทีมที่ใช้ Stock images มากกว่าทีมที่ไม่ได้ใช้ภาพสต๊อกมากนัก
  • Phase Trends และ Trending Topics ยังไม่รองรับประเทศไทย ส่วน Keyword Trends รองรับภาษาไทย แต่ยังไม่มีประโยชน์ในเชิงใช้งานจริง
  • Title Analyzer ไม่ได้เก่งกาจถึงระดับของการใช้ภาษา แต่เป็นการ Matching กับคำหรือคีย์เวิร์ดที่มีแนวโน้มที่เป็น Powerful word ที่คนเขียน Ad ชอบใช้

ความคิดเห็นส่วนตัวของเราคือ ณ ตอนนี้ Taboola Trends อาจจะยังไม่เครื่องมือที่ไม่สมบูรณ์แบบ 100% แต่เราซื้อไอเดียของการเริ่มต้นริเริ่มทำเครื่องมือนี้ขึ้นมา เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องมือของแพลตฟอร์มโฆษณาอื่นๆ อย่าง Facebook’s Creatives Hub หรือ Google ก็กล่าวได้ว่า โปรแกรมตัวนี้มีฟีเจอร์น่าสนใจที่เจ้าอื่นไม่มี

Shifu แนะนำ
Facebook มีเครื่องมือที่ชื่อว่า Creatives Hub ที่เจ้าของเพจสามารถเข้าไปดูเพื่อหาไอเดียการทำโฆษณาใน Format ต่างๆ ได้ ข้อดีของ Creatives Hub คือแสดงโฆษณาจริงของแบรนด์ต่างๆ ให้เราดูเป็นตัวอย่างได้ แต่ข้อเสียคือ เราไม่ทราบผลลัพธ์ของ Ad นั้นๆ ว่าได้รับผลตอบรับดีหรือไม่ และไม่ได้มีข้อมูลเชิงเปรียบเทียบว่า Ad ไหน ดีกว่า Ad ไหน

ส่วน Google Ads เท่าที่ทราบคือยังไม่ได้มีเครื่องมือที่เป็นตัวช่วยหาไอเดียทำครีเอทีฟออกมาให้เห็น

ตาคุณแล้ว

คุณมีวิธียังไงบ้างในการตัดสินใจออกแบบครีเอทีฟโฆษณาขึ้นมาซักชิ้น?

คุณคิดเห็นอย่างไรบ้างกับโปรแกรม Taboola Trends ตัวนี้? แชร์ความคิดเห็นของคุณใต้บทความได้เสมอนะคะ

Orn Smith

Content Director, Content Shifu

อร เป็นผู้ที่ชอบคลุกคลี สร้างสรรค์ และถ่ายทอดเรื่องราวในสายเทคโนโลยี ปัจจุบันเป็น Content Director ที่ Content Shifu และ Magnetolabs มีบทบาทในการดูแลคอนเทนต์ ทั้งบทความ คอร์สเรียน และโปรเจกต์ต่างๆ ของ Content Shifu

More From Me

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *