(Renewal) สรุป 7 เทรนด์ Content Marketing และ SEO ทั้งไทยและเทศ ที่ต้องจับตามองในปี 2018

สรุปเทรนด์ Marketing ปี 2017-2018

บทความนี้เขียนขึ้นโดยอาศัยการอ่าน และสรุปจากแหล่งข่าวต่างประเทศหลายๆ แหล่งเข้าด้วยกัน เช่น Forbes, Entrepreneur.com และ alamedaim.com จากนั้นผู้เขียนก็จะแทรกความคิดเห็นในบริบทของไทยเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีหัวข้อที่เขียนขึ้นจากความคิดเห็นของผู้เขียนเอง ผ่านประสบการณ์การติดตามข่าวสารเชิงเทคโนโลยี จนได้ออกมาเป็นสรุปเทรนด์หลักๆ 7 ข้อ สำหรับปี 2018 ดังนี้

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนครั้งแรกก่อนขึ้นปี 2017 และผู้เขียนได้ Revise ใหม่เป็นฉบับที่ใช้ได้ในปี 2018 ด้วยเช่นกัน สำหรับเวอร์ชันเขียนใหม่ทั้งหมด จะปล่อยให้ติดตามกันในเร็วๆ นี้!

1. เรื่องของ “User Experience” ก็คือการ Optimize SEO ด้วย

User Experience (UX) กับ SEO ดูไปแล้วก็เหมือนสองศาสตร์ที่ไม่เกี่ยวกัน แต่ในยุคนี้มันได้ค่อยๆ กลายเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว

หนึ่งในข่าวใหญ่ของวงการ SEO ปี 2016 คือการมาของ AMP (Accelerated Mobile Page) ซึ่งเป็น Open-source protocol ที่สร้างหน้าเพจอีกหน้าขึ้นมาซึ่งสามารถโหลดเร็วขึ้นมาก เหมาะกับผู้ใช้บนมือถือซึ่งไม่ชอบคอยนานๆ AMP เปรียบได้กับการทำ Instant Article บน Facebook แต่นี่เป็นการเปิดใน Web browser ใดๆ ก็ได้ รวมถึงเปิดผ่าน Search Engine (Google) ก็ได้อย่างรวดเร็ว

ประเด็นไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วในการโหลดอย่างเดียว แต่การแสดงผลก็จะดูดีมากบน Google อีกด้วย ปัจจุบันสื่อต่างประเทศชั้นนำทยอยหันมาติดตั้งกันมากขึ้น และนี่คือภาพตัวอย่างการแสดงผลบน Google เห็นหน้าตาแล้วก็บอกได้ทันทีเลยว่า มันจะช่วยเพิ่มอัตราการคลิก (CTR) ให้สูงขึ้นแน่นอน แถมเว็บที่ติดตั้ง AMP มีแนวโน้มว่าจะได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น

amp2

หลังติดตั้ง AMP แล้วเป็นยังไง นี่เป็นภาพตัวอย่างค่ะ ซ้ายคือบทสัมภาษณ์ VP of Marketing จาก Pomelo เวอร์ชันปกติ ส่วนขวาคือเวอร์ชัน AMP ลองกดเข้าไปดูสองลิงก์นี้ วัดความเร็วจะพบว่าของ AMP เร็วกว่า แน่นอนว่าเป็นเพราะว่าตัดองค์ประกอบอื่นๆ ของเว็บ ทั้งดีไซน์ CSS และ Elements ต่างๆ ออกไปเหลือเพียงเนื้อหาสำคัญเท่านั้น

before-after-amp

จะบอกด้วยว่าคุณสามารถติดตั้ง AMP เองได้แล้วนะ ซึ่งบทความนี้เป็นบทความสรุปเทรนด์ ดังนั้นผู้เขียนจะขอข้ามไปก่อน และจะลงลึกเกี่ยวกับการติดตั้งอีกครั้งในบทความต่อๆ ไปค่ะ

หมายเหตุ: จะสังเกตว่าเรายอมสละเรื่องหน้าตาปกติมาเป็นเรื่องความเร็ว จึงเหมาะกับ Publisher มากกว่าแบรนด์

2. การทำคอนเทนต์เชิงคุณภาพ ซึ่งไม่ใช่เพียงความยาว แต่หมายถึง “ความแน่น”

คอนเทนต์คุณภาพในที่นี้หมายถึงคอนเทนต์ที่มีความสด และไม่เหมือนใคร อย่างที่เคยได้เล่าไปว่า Search Engine ไม่ชอบ Duplicate Content (คอนเทนต์ที่ลงซ้ำในแต่ละเว็บ) นอกจากเรื่องความสดใหม่แล้ว ความยาวเองก็อยู่ในบริบทของคุณภาพ เพราะบทความส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะสั้นเกินไปจนไม่สามารถให้สาระข้อมูลดีๆ กับผู้อ่านได้เต็มที่

เป็นเวลากว่าปีแล้ว (ในต่างประเทศอ่ะนะ) ที่แนวคิดการเขียนบทความยาวๆ หลักหลายพันคำ เป็นคำแนะนำสำหรับการเขียนบทความ โดยความยาวประมาณ 1,600 คำ(ในภาษาอังกฤษ) คือความยาวที่เขาว่าดีที่สุดที่จะช่วยให้ได้ Rank ระดับท็อปๆ

ทว่า พ.ศ. นี้ เทรนด์จะย้ายจากการดูเรื่องความยาว เป็นการดูเรื่อง “ความแน่น (Density)” เป็นหลักแทน คำว่าแน่นหมายถึง “per word value” หรือ “คุณค่าของแต่ละคำ” ความหมายคือบทความที่พยายามเขียนให้ได้ความยาวมากๆ แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้มีคุณค่ามากขนาดนั้นถ้าหากมีน้ำซะเยอะ หากสามารถเขียนบทความที่มีคุณค่าสูง ใช้คำที่ชัดเจน ตอบข้อสงสัยต่างๆ ได้ ด้วยการเขียนเพียงหลักไม่ถึงพันคำ จะน่าดึงดูดต่อผู้อ่านมากที่สุด

Shifu แนะนำ
ถึงตรงนี้ขอแทรกคำแนะนำส่วนตัวแบบนี้ค่ะว่า การตัดสินใจนั้น ให้ตัดสินที่คนอ่านเป็นหลัก หากเขียนในสิ่งที่คิดว่าผู้อ่านน่าจะยังไม่เคยรู้เนื้อหานั้นๆ มาก่อนเลย อาจไม่จำเป็นต้องเขียนยาวมาก เพราะจุดประสงค์คือให้เขาเก็ทคอนเซปต์ บทความแนะนำ Inbound Marketing และแนะนำ Blockchain สองบทความนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดมากว่าเราเน้นเขียนให้ Beginner โดยเราจงใจเลือกโฟกัสที่คีย์เวิร์ด ที่มีต่อท้ายคำว่า “คือ” ลงไปด้วย

on-google-search-inbound-marketing-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad

on-google-search-blockchain-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad

แต่ว่าถ้าอยากเขียนอะไรที่เน้นเป็นแนวการศึกษาไปเลย การเขียนให้ครอบคลุมทั้งเรื่องความเข้าใจและแนะนำการนำไปใช้ต่อ เช่นบทความสอนทำ Buyer Persona และการวางแผน Content ให้ลูกค้า ซึ่งเขียนออกมาค่อนข้างยาวกว่าสองตัวอย่างแรก ก็เป็น Practice ที่น่าสนใจ หรือเทคนิคปรับแต่งเว็บให้โหลดเร็ว ของพี่แบงค์ ก็เรียกได้ว่าเป็นบทความที่ยาวและละเอียดมากบทความนึง ตอนนี้ก็ติด Rank ที่สองของคีย์เวิร์ด “เว็บโหลดเร็ว” แล้ว

on-google-search-%e0%b8%97%e0%b8%b3-buyer-persona

3. Voice

เรื่องนี้ในไทยน่าจะยังใช้เวลาอีกหลายปี แต่อยากเล่าให้ทราบว่าช่วงนี้ที่เมืองนอกมีความรุดหน้าของเทคโนโลยี Voice มากทีเดียว สำหรับผู้อ่านที่อยากทราบว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วตัวอย่างของ Alexa ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดมาก ในแง่ของ SEO เอง ในต่างประเทศกำลังพูดถึงเรื่อง Voice Search ของ Google กันอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่อการเลือกคีย์เวิร์ด เพราะคนที่ใช้ Voice Search จะเซิร์จด้วยภาษาพูด ซึ่งอาจต่างกับคีย์เวิร์ดในภาษาเขียน

สำหรับในไทย เราว่า Voice กับ SEO ยังไม่มีความเชื่อมโยงกันชัดเจนเท่าไร แต่เรามองว่าคอนเทนต์ที่เป็นไฟล์เสียง หรือ Podcast น่าจะมามากขึ้นในปี 2018 โดยปี 2016-2017 ที่ผ่านมา เราเห็น Publisher บางรายเริ่มทำ Podcast รวมถึงยังเคยแอบเห็นคอมเมนต์ในเพจๆ หนึ่ง ที่ลูกเพจรีเควสว่าอยากให้ Publisher นั้นทำ Podcast เพิ่มเติม ซึ่งน่าสนใจทีเดียว คนไทยเองก็อยู่บนถนนรถติด ไม่ก็อยู่บนรถไฟฟ้าจนการเสียบหูฟังเป็นเรื่องธรรมชาติ ถ้ามีคนทำ Podcast เจ๋งๆ นี่อาจเป็นช่องทางที่น่าสนใจต่อไปก็ได้

บทความของพี่เก่ง สิทธิพงษ์ ที่เริ่มทำ Podcast ใส่ลงไปด้วย

article-with-podcast-included

4. 2017 วีดีโอเยอะยิ่งกว่าเดิม 2018 ก็ด้วย

นอกจาก Format เรื่องเสียงแล้ว Video ก็ยังคงอยู่ในเทรนด์ขาขึ้นอยู่ นับวันจะยิ่งมีแต่มากขึ้นๆ บน Social Media โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Facebook ระยะหลังนี้ดูเหมือนว่าคนจะทำวีดีโอและอัปโหลด หรือ Live เสียเลยบน Facebook ก่อนช่องทางไหนๆ

สำหรับเทรนด์ต่างประเทศเป็นอย่างไรนั้น แนะนำอ่านต่อบทความของ Wooshii แต่เราขอหยิบแค่บางส่วนที่คิดว่าของคนไทยน่าจะหยิบมาใช้เพิ่มเติม ซึ่งก็คือ การนำ Video (สั้นๆ) มาผสมผสานกับ Email Marketing ซึ่งช่วยทำให้อีเมลน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และการนำ Video มาผสมผสานรวมกับการดีไซน์เว็บไซต์

เทรนด์นี้ยังบอกเป็นนัยอีกด้วยว่าอาชีพนักครีเอทีฟยังคงไปได้สวย เพราะงานวีดีโอเป็นงานที่ต้องอาศัยความครีเอทีฟค่อนข้างมาก

5. User-Generated Content คอนเทนต์ใหม่ที่เกิดจากผู้ใช้มีส่วนร่วม

ต่อเนื่องจากเรื่องวีดีโอ เราเห็นกันแล้วว่าปีนี้ Live Video ก็เป็นอีกช่องทางนึงที่ได้รับความนิยมสูง แต่นอกจากนั้นแล้วมันยังถูกเอามาประยุกต์ใช้กับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ใหม่ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากเจ้าของเพจเอง แต่ลูกเพจได้เข้ามามีส่วนร่วม

ตัวอย่าง Live Video ของ 9Gag ซึ่งทำเป็นรูปแบบผล Poll ให้คนมาโหวตกันเล่นๆ ว่าชอบนักแสดง Spiderman คนไหน

spiderman-live-poll

ในไทยเองก็ได้มีหลายๆ สื่อ นำมาใช้แล้วเหมือนกัน ซึ่งมั่นใจว่าปีหน้าคงจะได้เห็นมากขึ้น

น่าสนใจว่า ปรากฏว่าไอ้ปุ่มแสดงความรู้สึก Reactions ต่างๆ ของ Facebook สามารถนำมาประยุกต์ใช้ทำอะไรได้มากกว่าที่คิด

reactions-facebookไม่ได้จะบอกว่าเราควรทำ Facebook Live Poll กันมากขึ้น แต่เราขอเขียนหัวข้อกว้างๆ ว่า User-Generated Content (UGC) ซึ่งหมายถึงคอนเทนต์ที่เกิดจากผู้ใช้/ผู้บริโภค ให้นักการตลาดและครีเอทีฟทั้งหลาย ลองนำไปคิดต่อ

หมายเหตุ: อัปเดตปี 2018 เราพบว่าตัวอย่างสไตล์ Live แบบ Reaction นั้น พบเห็นน้อยลง และถูกเปลี่ยนเป็น UGC รูปแบบอื่นๆ แทน

6. E-commerce ปะทุ Marketing และ Sales ต้องปะทะ

ข่าวการผลักดันสู่ Digital Economy และ Thailand 4.0 ของรัฐบาลไทยนั้นมาแรงมากจริงๆ มั่นใจว่าปี 2017 จะเป็นปีที่ E-commerce บ้านเราปะทุแรงขึ้น ซึ่งนั่นบอกอะไรกับเรา? นั่นหมายความว่ามันสำคัญมากที่การทำการตลาด จะต้องสามารถเห็นผลกับการขายได้ด้วย เชื่อว่าเราจะเริ่มเห็นการสร้างระบบที่มีความเชื่อมโยงระหว่าง Marketing กับ Sales มากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงมีเรื่องหลักๆ ที่น่ามองอยู่สองสามเรื่อง

Website และ Cross-channel Marketing

เราต้องมีหลายช่องทางเพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าหาลูกค้า แต่อย่างไรก็ตามแต่ละช่องทางต้องสามารถเชื่อมโยงกันได้ คำแนะนำหลักๆ คือ เราไม่ควรพึ่งโซเชียลอย่างเดียว แต่ควรมีเว็บไซต์ของตัวเองเพื่อเป็นบ้านในแกนหลักก่อน จากนั้นก็ให้ช่องทางต่างๆ เชื่อมต่อเข้าหาบ้านหลังนี้ และทำระบบหลังบ้านดูแลจัดการดีๆ

Content เพื่อการเก็บ Lead และการหล่อเลี้ยง Lead

Lead Generation (การสร้างรายชื่อว่าที่ลูกค้า) และ Lead Nurturing (การฟูมฟักให้เป็นลูกค้า) จะเริ่มเป็นประเด็นที่คนเริ่มให้ความสนใจ และการวางแผนทำ Content เพื่อให้เหมาะกับ Lead ใน Stage ต่างๆ ก็เช่นกัน

Marketing Automation

ปี 2015-2016 เราได้เห็น Startup และเครื่องมือเกิดใหม่หลายราย ที่นำเสนอบริการสำเร็จรูป/บริการอัตโนมัติ เพื่อใช้ในการทำธุรกิจ E-commerce รวมถึงการทำ Marketing เชื่อว่า 2017 เป็นปีที่คนค้าขายต้องเริ่มปรับตัวและหันมาใช้เครื่องมือและระบบต่างๆ เพื่อช่วยในการทำงานให้เกิดความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

Shifu แนะนำ
ทั้งหมดที่เล่ามานี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับ Inbound Marketing ซึ่งเป็นสายที่ Content Shifu ให้ความสำคัญในการนำเสนอ สำหรับใครที่อยากรู้จักเครื่องมือมากขึ้นแนะนำให้ดูในหน้ารวมเครื่องมือแนะนำ

7. Artificial Intelligence และ Machine Learning

ไม่อยากให้มองว่าเทรนด์เทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ไกลตัว โดยเฉพาะถ้าคุณยังมีไลฟ์สไตล์หรือการทำงานอยู่บนออนไลน์ ก็เป็นเรื่องที่หนีไม่พ้น แล้วการมาของเทคโนโลยีสาย A.I. นั้นบอกอะไรกับคนทำการตลาด?

Chatbot ในฐานะช่องทางใหม่ในการกระจายคอนเทนต์

ปัจจุบันเราเองก็รับข่าวสารต่างๆ จาก Chatbot ของหลายๆ สื่อต่างประเทศ  จากตัวอย่างด้านบนก็เป็น Chatbot ที่มีคุณลักษณะเป็น Content curator (ผู้คัดสรรคอนเทนต์) ให้กับเรา

จริงๆ แล้วนอกจากบทบาทการเป็น Curator หรือช่องทางส่งข้อมูลแล้ว เรายังสามารถใส่ Algorithm ให้คอมพิวเตอร์สามารถเป็นผู้ทำคอนเทนต์เองได้ด้วย ซึ่งเราขอเรียกว่า Robot-Generated Content

Robot-Generated Content

คอมพิวเตอร์ก็สามารถเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ได้ เช่น เราอยากรู้อะไร เราก็ถาม แล้วให้มันไปหาข้อมูลมาให้ เท่ากับว่า A.I. Chatbot กลายเป็นเสมือนแหล่งข่าวส่วนตัวของเรา

ตัวอย่างด้านบนเอาให้คุณรู้สึกขนลุกเบาๆ ว่า คอมพิวเตอร์ก็ Insider มากๆ Show employees นี่แค่ตัวอย่างนึง เราให้มันค้นข้อมูลบริษัท มันก็ป้อนออกมาให้เป็นพวงเลย

ลองดูเพิ่มเติมที่เราเขียนไว้ก่อนหน้านี้: รีวิว AI Chatbot สำหรับ Content Marketing

นอกจากนี้ในแง่ของ SEO ผู้ที่ทำ SEO เป็นอาชีพเองก็ต้องติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลง Algorithm ของ Google เป็นประจำสม่ำเสมอ โดยช่วงหลังมานี้ Google เน้นการใช้ A.I. เพื่อทำ SERPs (Search Engine Result Pages หน้าแสดงผลลัพธ์การค้นหา) และเน้นเรื่องการรองรับคีย์เวิร์ดประเภท Long-tail และประเภทบทสนทนา

เรื่องนี้เป็นโอกาสของคนทำ SEO ยุคใหม่ เพราะหมายความว่าคุณมีโอกาสที่จะเอาชนะเว็บไซต์เดิมที่ครอง SERPs ทุกวันนี้อยู่ แต่ไม่ได้มีการปรับตัวเพิ่มเติม

สรุป

เทรนด์ Digital Marketing จะเริ่ม Blend รวมกับเทรนด์ Digital Technology อื่นๆ อย่างชัดเจนขึ้น อย่างการเชื่อมโยงระหว่าง UX กับ SEO โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Mobile ผ่านโปรเจคใหม่ๆ อย่าง AMP เทรนด์การทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพก็เปิดโอกาสให้ Publisher หน้าใหม่มีโอกาสเกิด บทความงานเขียนจะยังมีความสำคัญ (โดยเฉพาะใช้ในการทำ SEO) แต่ใน Social Media นั้น วีดีโอจะมาครองหน้า News feed มากขึ้น นอกจากวีดีโอก็จะมีรูปแบบอื่น เช่น เสียง และ Podcast ที่น่าจะมา ตัวเนื้อหาเองก็มีเทรนด์การทำเนื้อหาโดยให้ User มีส่วนร่วม รวมถึงเทรนด์การทำเนื้อหาผ่านช่องทางและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง A.I. (ในบ้านเราก็เชื่อว่าจะมา แต่คงใช้เวลามากกว่าหน่อย)

มองในภาพใหญ่มากยิ่งขึ้น นักวางกลยุทธ์จะเริ่มทราบว่าคอนเทนต์ไม่ได้ทำเพื่อการสร้าง Awareness สร้าง Viral อย่างเดียว แต่จะเริ่มหันมามองว่าทำคอนเทนต์เสร็จแล้วยังไงต่อ จะ Connect กับ Sales อย่างไร จะ Automate และทำให้เป็นระบบอย่างไร สำหรับประเทศไทย คิดว่าเทรนด์ Inbound Marketing น่าจะเริ่มมาในปลายปีหน้า

ตาคุณแล้ว

ทั้งหมดนี้เป็นการเรียบเรียงข่าวและรวบรวมความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน แล้วคุณล่ะ คิดเห็นอย่างไรบ้าง? มีเทรนด์ไหนที่สนใจเป็นพิเศษรึเปล่า หรืออยากเสริมอะไรเป็นพิเศษ มาพูดคุยกับพวกเราได้เลยค่ะ

Orn Smith

Content Director, Content Shifu

อร เป็นผู้ที่ชอบคลุกคลี ชอบผลิต และชอบถ่ายทอดเรื่องราวในสายเทคโนโลยี ปัจจุบันเป็น Content Director ที่ Magnetolabs และ Content Shifu มีบทบาทในการดูแลคอนเทนต์ และพัฒนาหลักสูตร Becoming A Great Digital Writer ที่ Content Shifu Academy

More From Me

Related Articles

บทความที่เกี่ยวข้อง
Act
Google Ads / Google AdWords 101: สอนมือใหม่หัดลงโฆษณากับ Google
แนะนำการลงโฆษณาด้วย Google Adwords (Google Ads) สำหรับผู้เริ่มต้น
Watch
สรุปข่าวใน 1 นาที: การรีแบรนด์ของ Google AdWords กลายเป็น Google Ads
Google AdWords รีแบรนด์เป็น Google Ads มีอะไรที่ควรรู้บ้าง (สรุปสั้นๆ)
Think
ทำไมเราถึงรีแบรนด์ Content Shifu
กรณีศึกษาเรื่องเหตุผลในการทำรีแบรนด์ของ Content Shifu
  • อยากคอมเมนต์ 55
    ขอบคุณพี่โบที่ “แอบมองเธออยู่นะจ้ะ” และช่วยฉายไฟฉายให้เห็นทางสว่างว่า “Design ของเรายังไปได้อีกไกลนะ”
    เหมือนมีคนช่วยแต่งหน้าให้ รู้สึกมั่นใจขึ้นเยอะเลย : )

  • >