เทรนด์ content marketing 2018

สรุป 7 เทรนด์ Content Marketing และ SEO ทั้งไทยและเทศ ที่ต้องจับตามองในปี 2019

Watch

บทความนี้เขียนขึ้นโดยอาศัยการอ่าน และสรุปจากแหล่งข่าวต่างประเทศหลายๆ แหล่งเข้าด้วยกัน เช่น Forbes, Entrepreneur.com และ alamedaim.com จากนั้นผู้เขียนก็จะแทรกความคิดเห็นในบริบทของไทยเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังมีหัวข้อที่เขียนขึ้นจากความคิดเห็นของผู้เขียนเอง ผ่านประสบการณ์การติดตามข่าวสารเชิงเทคโนโลยี จนได้ออกมาเป็นสรุปเทรนด์หลักๆ 7 ข้อ สำหรับปี 2019 ดังนี้

หมายเหตุ: บทความนี้เขียนขึ้นครั้งแรกในปี 2017 โดยเนื้อหาทั้งหมดนี้ได้ผ่านการตรวจสอบและปรับปรุงเนื้อหาทั้งหมดแล้ว จนมาเป็นเวอร์ชัน 2019 นี้ บางหัวข้อมีการปรับรายละเอียด บางหัวข้อมีการตัดออก บางหัวข้อมีเพิ่มเข้ามา เชิญอ่านกันได้เลยค่ะ

1. เรื่องของ “User Experience” ก็คือการ Optimize SEO ด้วย

User Experience (UX) กับ SEO ดูไปแล้วก็เหมือนสองศาสตร์ที่ไม่เกี่ยวกัน แต่ในยุคนี้มันได้ค่อยๆ กลายเป็นเนื้อเดียวกันไปแล้ว

หนึ่งในข่าวใหญ่ของวงการ SEO ปี 2016 คือการมาของ AMP (Accelerated Mobile Page) ซึ่งเป็น Open-source protocol ที่สร้างหน้าเพจอีกหน้าขึ้นมาซึ่งสามารถโหลดเร็วขึ้นมาก เหมาะกับผู้ใช้บนมือถือซึ่งไม่ชอบคอยนานๆ AMP เปรียบได้กับการทำ Instant Article บน Facebook แต่นี่เป็นการเปิดใน Web browser ใดๆ ก็ได้ รวมถึงเปิดผ่าน Search Engine (Google) ก็ได้อย่างรวดเร็ว

ประเด็นไม่ใช่แค่เรื่องความเร็วในการโหลดอย่างเดียว แต่การแสดงผลก็จะดูดีมากบน Google อีกด้วย ปัจจุบันสื่อต่างประเทศชั้นนำทยอยหันมาติดตั้งกันมากขึ้น และนี่คือภาพตัวอย่างการแสดงผลบน Google เห็นหน้าตาแล้วก็บอกได้ทันทีเลยว่า มันจะช่วยเพิ่มอัตราการคลิก (CTR) ให้สูงขึ้นแน่นอน แถมเว็บที่ติดตั้ง AMP มีแนวโน้มว่าจะได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้น

amp2

หลังติดตั้ง AMP แล้วเป็นยังไง นี่เป็นภาพตัวอย่างค่ะ ซ้ายคือบทสัมภาษณ์ VP of Marketing จาก Pomelo เวอร์ชันปกติ ส่วนขวาคือเวอร์ชัน AMP ลองกดเข้าไปดูสองลิงก์นี้ วัดความเร็วจะพบว่าของ AMP เร็วกว่า แน่นอนว่าเป็นเพราะว่าตัดองค์ประกอบอื่นๆ ของเว็บ ทั้งดีไซน์ CSS และ Elements ต่างๆ ออกไปเหลือเพียงเนื้อหาสำคัญเท่านั้น

before-after-amp

จะบอกด้วยว่าคุณสามารถติดตั้ง AMP เองได้แล้วนะ ซึ่งบทความนี้เป็นบทความสรุปเทรนด์ ดังนั้นผู้เขียนจะขอข้ามไปก่อน และจะลงลึกเกี่ยวกับการติดตั้งอีกครั้งในบทความต่อๆ ไปค่ะ

หมายเหตุ: จะสังเกตว่าเรายอมสละเรื่องหน้าตาปกติมาเป็นเรื่องความเร็ว จึงเหมาะกับ Publisher มากกว่าแบรนด์

2. การทำคอนเทนต์เชิงคุณภาพ ซึ่งไม่ใช่เพียงความยาว แต่หมายถึง “ความแน่น”

คอนเทนต์คุณภาพในที่นี้หมายถึงคอนเทนต์ที่มีความสด และไม่เหมือนใคร อย่างที่เคยได้เล่าไปว่า Search Engine ไม่ชอบ Duplicate Content (คอนเทนต์ที่ลงซ้ำในแต่ละเว็บ) นอกจากเรื่องความสดใหม่แล้ว ความยาวเองก็อยู่ในบริบทของคุณภาพ เพราะบทความส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะสั้นเกินไปจนไม่สามารถให้สาระข้อมูลดีๆ กับผู้อ่านได้เต็มที่

เป็นเวลากว่าปีแล้ว (ในต่างประเทศอ่ะนะ) ที่แนวคิดการเขียนบทความยาวๆ หลักหลายพันคำ เป็นคำแนะนำสำหรับการเขียนบทความ โดยความยาวประมาณ 1,600 คำ(ในภาษาอังกฤษ) คือความยาวที่เขาว่าดีที่สุดที่จะช่วยให้ได้ Rank ระดับท็อปๆ

ทว่า พ.ศ. นี้ เทรนด์จะย้ายจากการดูเรื่องความยาว เป็นการดูเรื่อง “ความแน่น (Density)” เป็นหลักแทน คำว่าแน่นหมายถึง “per word value” หรือ “คุณค่าของแต่ละคำ” ความหมายคือบทความที่พยายามเขียนให้ได้ความยาวมากๆ แท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้มีคุณค่ามากขนาดนั้นถ้าหากมีน้ำซะเยอะ หากสามารถเขียนบทความที่มีคุณค่าสูง ใช้คำที่ชัดเจน ตอบข้อสงสัยต่างๆ ได้ ด้วยการเขียนเพียงหลักไม่ถึงพันคำ จะน่าดึงดูดต่อผู้อ่านมากที่สุด

Shifu แนะนำ
ถึงตรงนี้ขอแทรกคำแนะนำส่วนตัวแบบนี้ค่ะว่า การตัดสินใจนั้น ให้ตัดสินที่คนอ่านเป็นหลัก หากเขียนในสิ่งที่คิดว่าผู้อ่านน่าจะยังไม่เคยรู้เนื้อหานั้นๆ มาก่อนเลย อาจไม่จำเป็นต้องเขียนยาวมาก เพราะจุดประสงค์คือให้เขาเก็ทคอนเซปต์ บทความแนะนำ Inbound Marketing และแนะนำ Blockchain สองบทความนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดมากว่าเราเน้นเขียนให้ Beginner โดยเราจงใจเลือกโฟกัสที่คีย์เวิร์ด ที่มีต่อท้ายคำว่า “คือ” ลงไปด้วย

on-google-search-inbound-marketing-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad

on-google-search-blockchain-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad

แต่ว่าถ้าอยากเขียนอะไรที่เน้นเป็นแนวการศึกษาไปเลย การเขียนให้ครอบคลุมทั้งเรื่องความเข้าใจและแนะนำการนำไปใช้ต่อ เช่นบทความสอนทำ Buyer Persona และการวางแผน Content ให้ลูกค้า ซึ่งเขียนออกมาค่อนข้างยาวกว่าสองตัวอย่างแรก ก็เป็น Practice ที่น่าสนใจ หรือเทคนิคปรับแต่งเว็บให้โหลดเร็ว ของพี่แบงค์ ก็เรียกได้ว่าเป็นบทความที่ยาวและละเอียดมากบทความนึง ตอนนี้ก็ติด Rank ที่สองของคีย์เวิร์ด “เว็บโหลดเร็ว” แล้ว

on-google-search-%e0%b8%97%e0%b8%b3-buyer-persona

3. Voice

Voice เป็นเทรนด์ที่เห็นชัดมากขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมานี้ ทั้งในเชิงของ Content Marketing และในเชิงของ SEO

ในเชิง SEO

ที่เมืองนอกมีความรุดหน้าของเทคโนโลยี Voice มากทีเดียว สำหรับผู้อ่านที่อยากทราบว่าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วตัวอย่างของ Alexa ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดมาก ในแง่ของ SEO เอง ในต่างประเทศก็พูดถึงเรื่อง Voice Search ของกันในฐานะเทรนด์ SEO ที่น่าจับตา ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่อการเลือกคีย์เวิร์ด เพราะคนที่ใช้ Voice Search จะเซิร์จด้วยภาษาพูด ซึ่งอาจต่างกับคีย์เวิร์ดในภาษาเขียน

ในเชิง Content Marketing

สำหรับในไทย เราว่า Voice นั้นเป็นที่นิยมไม่ใช่เพราะเหตุผลเรื่องการทำให้รองรับ Voice Search เป็นเหตุผลสำคัญ แต่ออกแนวเหตุผลรองมากกว่า เหตุผลสำคัญคือ Creator นิยมทำคอนเทนต์เสียงกันมากขึ้น และมีกลุ่ม Audience ที่นิยมฟัง Podcast เกิดมากขึ้นอย่างชัดเจนในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ

ปัจจุบันมี Podcasts หลายเจ้าที่ได้รับความนิยม เช่น Mission to The Moon, Podcasts รายการต่างๆ ของ The Standard, FounderCast เป็นต้น

4. Video Marketing & Video Technologies

นับตั้งแต่ปี 2016 ที่ผู้เขียนเริ่มเขียนบทความเรื่อง Digital Trends วิดีโอก็เป็นขาขึ้นตลอดมา มาจนถึงปัจจุบันนี้เช่นกัน

สิ่งที่ปี 2019 นี้แตกต่างจากสิ่งที่เราเคยเขียนก่อนหน้านี้ก็คือว่า ในหลายปีก่อนหน้านี้เราจะเห็นวิดีโอในเชิงการใช้เพื่อ Awareness เป็นสำคัญ และมีค่านิยมในเชิง Viral Video ค่อนข้างสูง แต่ทุกวันนี้ Mindset ของธุรกิจต่างๆ เริ่มเปลี่ยนแปลง โดยประยุกต์ใช้วิดีโอเพื่อ Marketing Stage อื่นๆ ด้วย

Shifu แนะนำ
แม้แต่ Content Shifu เองที่จากเดิมเราไม่ได้ทำวิดีโอมากนัก ปัจจุบันเรามีการทำวิดีโอมากขึ้น โดยเน้นทำเพื่อวัตถุประสงค์ทาง Marketing โดยเฉพาะ นั่นคือการโปรโมตคอร์สเรียนต่างๆ ของเรา และพบว่าวิดีโอเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ใช้การได้ดีมากในการโปรโมตใน Consideration Stage

นอกจากเรื่องการทำวิดีโอเพื่อ Marketing แล้ว ปัจจุบันนี้ Marketing Technologies ในสายวิดีโอยังเติบโตเป็นอย่างมาก โดยช่วยอำนวยความสะดวกให้ Video Creator สามารถสร้างสรรค์งาน หรือโปรโมตงานของตนเองได้ดียิ่งขึ้น แต่ถึงแม้จะมีเครื่องมือมาเยอะขึ้น ผู้เขียนยังคงเชื่อว่า งานวิดีโอยังคงมีความต้องการด้านอาชีพนักครีเอทีฟสายวิดีโออยู่

5. Live Video ได้รับความนิยมลดลง

จากเดิมที่ที่ในปี 2017 กระแส Live Video ไปได้สวยมากๆ มากระทั่งปี 2019 ปัจจุบันผู้เขียนพบว่า Live Video นั้นยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ได้ผลดีกับเฉพาะธุรกิจบางประเภท และคนบางกลุ่มเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ Lifestyle & Entertainment หากเป็นธุรกิจที่ไม่ได้อยู่ในชีวิตประจำวันมากนัก พบว่าการทำ Live Video เริ่มทอนความนิยมลงไปพอสมควร

สำหรับต่างประเทศนั้น Live Video มีการถูกพูดถึงอยู่บ้าง แต่ชื่อใหม่ๆ อย่าง 360-degree video นั้นได้รับการพูดถึงมากกว่า แต่สำหรับบ้านเรา ผู้เขียนคิดว่าในปี 2019 ก็ยังเป็นสิ่งที่เล่นกันในเฉพาะกลุ่ม Early Adopters แต่น่าจะยังไม่ใช่สิ่งที่ใช้กันในระดับธุรกิจอย่างจริงจังนัก

6. Content เพื่อการเก็บ Lead และการหล่อเลี้ยง Lead

Content Shifu เริ่มบุกเบิกการทำคอนเทนต์เพื่อเก็บ Lead หรือการทำ Lead Generation มาตั้งแต่ปี 2016 เราพบว่าการทำ Lead Generation นั้นเติบโตขึ้นทุกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็นชัดในปีที่ผ่านมา คือ คอนเทนต์ในรูปแบบ E-book ให้ดาวน์โหลดนั้นกลับมาได้รับความนิยมขึ้นอีกครั้ง

7. Artificial Intelligence และ Machine Learning

Chatbot ในฐานะช่องทางใหม่ในการกระจายคอนเทนต์

ปัจจุบันเราเองก็รับข่าวสารต่างๆ จาก Chatbot ของหลายๆ สื่อต่างประเทศ  จากตัวอย่างด้านบนก็เป็น Chatbot ที่มีคุณลักษณะเป็น Content curator (ผู้คัดสรรคอนเทนต์) ให้กับเรา

จริงๆ แล้วนอกจากบทบาทการเป็น Curator หรือช่องทางส่งข้อมูลแล้ว เรายังสามารถใส่ Algorithm ให้คอมพิวเตอร์สามารถเป็นผู้ทำคอนเทนต์เองได้ด้วย ซึ่งเราขอเรียกว่า Robot-Generated Content

Robot-Generated Content

คอมพิวเตอร์ก็สามารถเป็นผู้สร้างคอนเทนต์ได้ เช่น เราอยากรู้อะไร เราก็ถาม แล้วให้มันไปหาข้อมูลมาให้ เท่ากับว่า A.I. Chatbot กลายเป็นเสมือนแหล่งข่าวส่วนตัวของเรา

ตัวอย่างด้านบนเอาให้คุณรู้สึกขนลุกเบาๆ ว่า คอมพิวเตอร์ก็ Insider มากๆ Show employees นี่แค่ตัวอย่างนึง เราให้มันค้นข้อมูลบริษัท มันก็ป้อนออกมาให้เป็นพวงเลย

ลองดูเพิ่มเติมที่เราเขียนไว้ก่อนหน้านี้: รีวิว AI Chatbot สำหรับ Content Marketing

นอกจากนี้ในแง่ของ SEO ผู้ที่ทำ SEO เป็นอาชีพเองก็ต้องติดตามข่าวสารการเปลี่ยนแปลง Algorithm ของ Google เป็นประจำสม่ำเสมอ โดยช่วงหลังมานี้ Google เน้นการใช้ A.I. เพื่อทำ SERPs (Search Engine Result Pages หน้าแสดงผลลัพธ์การค้นหา) และเน้นเรื่องการรองรับคีย์เวิร์ดประเภท Long-tail และประเภทบทสนทนา

เรื่องนี้เป็นโอกาสของคนทำ SEO ยุคใหม่ เพราะหมายความว่าคุณมีโอกาสที่จะเอาชนะเว็บไซต์เดิมที่ครอง SERPs ทุกวันนี้อยู่ แต่ไม่ได้มีการปรับตัวเพิ่มเติม

สรุป

เทรนด์ Content Marketing และ SEO จะเริ่ม Blend รวมกับเทรนด์ Digital Technology อื่นๆ อย่างชัดเจนขึ้น อย่างการเชื่อมโยงระหว่าง UX กับ SEO โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ Mobile ผ่านโปรเจคใหม่ๆ อย่าง AMP เทรนด์การทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพก็เปิดโอกาสให้ Publisher หน้าใหม่มีโอกาสเกิด บทความงานเขียนจะยังมีความสำคัญ (โดยเฉพาะใช้ในการทำ SEO) แต่ใน Social Media นั้น วีดีโอจะมาครองหน้า News feed มากขึ้น นอกจากวีดีโอก็จะมีรูปแบบอื่น เช่น เสียง และ Podcast ที่น่าจะมา ตัวเนื้อหาเองก็มีเทรนด์การทำเนื้อหาโดยให้ User มีส่วนร่วม รวมถึงเทรนด์การทำเนื้อหาผ่านช่องทางและเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่าง A.I. (ในบ้านเราก็เชื่อว่าจะมา แต่คงใช้เวลามากกว่าหน่อย)

มองในภาพใหญ่มากยิ่งขึ้น นักวางกลยุทธ์จะเริ่มทราบว่าคอนเทนต์ไม่ได้ทำเพื่อการสร้าง Awareness สร้าง Viral อย่างเดียว แต่จะเริ่มหันมามองว่าทำคอนเทนต์เสร็จแล้วยังไงต่อ จะ Connect กับ Sales อย่างไร จะ Automate และทำให้เป็นระบบอย่างไร

ตาคุณแล้ว

ทั้งหมดนี้เป็นการเรียบเรียงข่าวและรวบรวมความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน แล้วคุณล่ะ คิดเห็นอย่างไรบ้าง? มีเทรนด์ไหนที่สนใจเป็นพิเศษรึเปล่า หรืออยากเสริมอะไรเป็นพิเศษ มาพูดคุยกับพวกเราได้เลยค่ะ

Orn Smith

Content Director, Content Shifu

อร เป็นผู้ที่ชอบคลุกคลี สร้างสรรค์ และถ่ายทอดเรื่องราวในสายเทคโนโลยี ปัจจุบันเป็น Content Director ที่ Content Shifu และ Magnetolabs มีบทบาทในการดูแลคอนเทนต์ ทั้งบทความ คอร์สเรียน และโปรเจกต์ต่างๆ ของ Content Shifu

More From Me

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

13 Comments

ความเห็น
  1. Avatar
    Commented on April 20, 2017 at 1:43 pm

    เว็บดูเรียบร้อยดีหน้าอ่านมากครับ… ไม่ทราบมี template มัยครับ อิอิ

    • Orn Smith
      Commented on April 21, 2017 at 11:52 pm

      ขอบคุณมากค่ะ ดีใจค่ะที่ชอบ

      เว็บนี้เกิดจากการนำ wordpress theme ที่ซื้อมา (ปัจจุบันใช้ธีมชื่อว่า Eduma) นำมาปรับแต่ง code พิเศษอีกทีนึงน่ะค่ะ

      แต่จริงๆ มีแผนมองๆ ไว้ว่าอาจจะปรับปรุงหน้าตาอีกซักรอบเหมือนกันค่ะ
      ถ้ามีส่วนไหนอยากให้ปรับบอกได้นะคะ

  2. Avatar
    Commented on January 21, 2017 at 10:32 pm

    เป็นบทความที่ดีนะคะ เห็นด้วยว่า Content มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เทคโนโลยีจะเข้ามา Content จะมากขึ้น คนดูคนอ่าน ก็จะเห็น Content เป็นภูเขา Content ดีๆ บางทีก็โดนเบียดบัง สุดท้ายก็มึนกับการทำ Content เหมือนกันค่ะ ขอบคุณนะคะ

    • Orn Smith
      Commented on January 23, 2017 at 10:21 am

      Content ทำไม่ยาก แต่ Content ดีๆ ก็ทำไม่ง่ายเช่นกัน เอาใจช่วยนะคะ
      ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ดีๆ ค่ะ ^^

  3. Avatar
    Commented on December 21, 2016 at 5:51 pm

    การทำคอนเทนต์เชิงคุณภาพ ตรงนี้เราควรให้ความสนใจในเรื่องอะไรมากกว่ากันครับระหว่าง

    Page A = เนื้อหาแน่นสาระ ความรู้เต็มที่ เขียนยาว สมมติ 3,000 words แต่คนอ่านเบื่อออกเว็ปเร็ว
    Page B = เนื้อหา ความรู้ นิดหน่อย เนื้อเรื่องเดียวกันกับ page A แต่ไม่มีแก่นสารอะไร เขียนสั้น สมมติ 800 words แต่คนอ่านสนใจและอยู่ในกว่า page A

    เราควรพิจารณาให้ความสำคัญกับ page แบบไหนมากกว่าครับ

    • Bank
      Bank
      Commented on December 22, 2016 at 6:49 am

      ขออนุญาตมาตอบด้วยคนครับ : )

      ผมมองว่าการเทียบแบบนี้อาจจะเอามาเทียบกันยาก เพราะจากตัวอย่าง ผมว่า Page B ที่มี 800 words นั้นก็ถือว่าไม่น้อยเลยนะครับ

      ถ้าลองปรับ Page B นิดนึงน่าจะเห็นชัดกว่าเช่น Page B มี 200 words แล้วมีคนคลิ๊กมาอ่านมากกว่า อยู่ใน Page นานกว่า

      และถ้าเอาคำว่า “คอนเทนต์เชิงคุณภาพ” มาพิจารณาแล้ว ผมคิดว่าทั้ง Page A และ Page B นั้นควรจะต้องปรับทั้งคู่
      สิ่งที่ Page A ควรต้องปรับก็คือ ต้องทำเนื้อหาออกมาให้น่าสนใจ แล้วก็สนุกมากยิ่งขึ้น (ให้ออกมาในเชิง Edutainment) เพราะต่อให้ยาว แล้วไม่มีคนอ่าน มันก็ไม่ดีอยู่ดี
      สิ่งที่ Page B ควรต้องปรับก็คือ เขียนให้ยาวขึ้น และให้ประโยชน์มากขึ้น เพราะสุดท้ายแล้วผมคิดว่าคนที่ทำ “คอนเทนต์เชิงคุณภาพนั้น” คงไม่ได้หวังทำคอนเทนต์สไตล์ click bait เพื่อหวังแค่ค่าโฆษณาจากยอด View แต่หวังประโยชน์ในทางอื่น (ที่มันให้ผลตอบแทนดีกว่า) มากกว่าครับ

      ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเป้าหมายในการทำคอนเทนต์ของคุณ และอุตสาหกรรมที่คุณอยู่ด้วยครับ : )

    • Orn Smith
      Commented on December 21, 2016 at 11:51 pm

      ขอบคุณสำหรับคำถามดีๆ ค่ะคุณ Alex
      คำตอบของอรคือ มันอาจจะเป็นแบบ A หรือ B ก็ได้ค่ะ วิธีตัดสินใจคือการตัดสินใจจากประสบการณ์ เรามองว่าแบบไหน “เหมาะกับคนอ่านของเราเองที่สุด” และสามารถ “ทำให้คนอ่านรู้สึกชอบ หรือประทับใจ” มากที่สุด
      # ในเรื่องบางเรื่อง เขียนยาวอาจจะน่าประทับใจกว่า (ใน Shifu เรามักเลือกทางนี้เพื่อสร้างความแตกต่าง – ความแตกต่างนำมาซึ่งความน่าจดจำ)
      # และในเรื่องบางเรื่อง เขียนสั้นอาจจะน่าประทับใจกว่า (เช่น บทความเก่าของอร https://goo.gl/6khWLm ก็ตั้งใจว่ายาวเท่านี้แหละพอ เพราะเราเน้นเขียนให้อ่านง่ายย่อยเร็ว และเราไม่ได้กะบอกว่าเราเป็น Expert เพราะอรก็แค่คนธรรมดาที่ไปฟังมา อยากเขียนสรุปให้เพื่อนๆ อ่าน)

      อรเป็นนักเขียนก็จริง แต่ยอมรับว่าหลายๆ ครั้ง อรก็ตัดสินว่าบทความไหนดีหรือไม่ดี โดยไม่จำเป็นต้องอ่านจนจบแฮะ ในเรื่องบางเรื่อง แม้จะอ่านไม่จบ แต่ได้สแกนดูคร่าวๆ ก็สามารถสร้างความรู้สึกที่ว่า “เฮ้ย อันนี้ดีนี่นา” ได้

      ถ้าเขียนยาวแล้วน่าเบื่อ ก็ไม่ดี ถ้าเขียนสั้นจนทำให้คนอ่านรู้สึกว่าไม่ได้อะไรจากการอ่าน ก็ไม่ดี
      สรุปคือ เลือกแบบที่เราคิดว่าเราสามารถสร้างความประทับใจได้อะค่ะ
      ถ้าคนอ่านประทับใจ ก็จะเกิดความรู้สึกดีๆ เกิดการบอกต่อ แชร์ต่อ
      อรว่านี่น่าจะเป็นสิ่งดีๆ ที่สุดที่ควรให้ความสำคัญนะคะ

      —————————————-
      แต่ขอตอบอีกมุมด้วย ในกรณีที่ไม่ได้มองในมุมคนอ่าน แต่มองในมุม “อยากได้ตัวเลข”
      – บทความบางอย่างไม่ต้องมีแก่นสาร แค่จ่าหัวโดนใจ คนก็กดคลิก กดแชร์ ได้เลข Traffic มา แต่คนจำเว็บนี้ได้จริงๆ รึเปล่า อันนี้ก็ไม่แน่
      – บทความยาวถ้าเวิร์กก็มีโอกาสได้เลข Time on page สูง แต่ในขณะเดียวกันก็มีโอกาสเจอ Bounce rate (อัตราคนออกจากเว็บ) สูง อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราแคร์เลขเหล่านี้มากขนาดไหน (โดยส่วนตัวอรแคร์ว่าคนอ่านจะรู้สึกยังไงมากกว่า แต่ในบางครั้งก็อาจจะต้องมองบ้าง เช่น ถ้าเว็บเราต้องการหาสปอนเซอร์ ก็คงต้องมีตัวเลขไปบอกบ้าง)

      หวังว่าคำตอบจะมีประโยชน์นะคะ

  4. Avatar
    Commented on December 16, 2016 at 8:54 am

    ขอบคุณครับ ได้ความรู้มากมายครับ ขออีกนิดคำเทคนิคภาษาอังกฤตบางคำอธิบายให้เข้าใจเพิ่มขึ้น สงเคราะห์อ่อนภาษานิดนะครับ
    ผมเป็นตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ของ บ.RE/MAX Green Way สนใจการทำคอนเทรนย์เพื่อช่วยพัฒนายอดขาย ขอแบ่งปันความรู้ด้วยนะครับ

    • Orn Smith
      Commented on December 16, 2016 at 10:44 am

      คุณวิทยา ขอบคุณมากค่ะสำหรับคอมเมนต์ ต้องขออภัยเรื่องที่ภาษาอังกฤษเยอะด้วยนะคะ พอดีว่าหลายๆ คำเป็นศัพท์เฉพาะ เลยคิดไปว่าใช้ตรงตัวจะชัดเจนกว่า
      พอจะช่วยบอกหน่อยได้ไหมคะว่ามีคำไหนบ้างที่อยากให้แปลเป็นพิเศษ
      ขอบคุณมากค่ะ 🙂

  5. Avatar
    Commented on December 15, 2016 at 5:16 pm

    ตามอ่านมาตลอด ชอบคอนเทนต์แน่นๆ ของเว็บนี้มากๆ ดีใจที่เมืองไทยมีบทความแบบนี้ให้อ่านบ้างค่ะ รอติดตามรายละเอียด AMP แบบเจาะลึก อยู่นะคะ ^^ ถ้า contenshifu มีโอกาสเจาะรายละเอียดตามหัวข้อของเทรนด์ 2017 จะยิ้มหน้าบานกว่านี้แน่ๆค่ะ ^____^ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ

    • Orn Smith
      Commented on December 16, 2016 at 10:40 am

      คุณตาต้า ขอบคุณมากค่ะสำหรับคอมเมนต์ เดี๋ยวอรเตรียมเขียนเรื่อง AMP ให้ค่ะ แล้วก็ใน 7 ข้อ ถ้าสนใจเรื่องไหนเป็นพิเศษอีก ลอง Feedback มาได้เสมอค่ะ 🙂

  6. Avatar
    Commented on December 12, 2016 at 5:06 am

    ชอบมากครับ เป็นไอเดียและแนวทางที่ีดีมากๆ
    โดยเฉพาะข้อมูลที่นำมาเป็นแนวทางในการเลือกสร้าง content ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านในปีหน้าครับ

    ผลิตบทความด้าน inbound marketing มาอีกเยอะๆนะคร้าบ

    • Orn Smith
      Commented on December 12, 2016 at 11:37 am

      ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณนฤดล
      ขอบคุณมากค่ะสำหรับคอมเมนต์

Meetup event สุดพิเศษ เปิดลงทะเบียนถึงสิ้นเดือนนี้เท่านั้น