Blog

10 Content Marketing Trends 2026: เทรนด์การทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งในปี 2026 ต้องรู้!

• 25 ธันวาคม 2025

Share on

Share on

เทรนด์ Content Marketing 2026 มีอะไรบ้าง?

การทำ Content Marketing นั้นมีความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี

รูปแบบการทำคอนเทนต์ต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงไป ทั้ง Text, Image, Video หรือ Voice ความนิยมของแพลตฟอร์มก็มีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลง เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ช่วยให้การทำ Content Marketing ดีและง่ายขึ้นก็มีมากขึ้น

การเลือกทำ Content Marketing ได้อย่างถูก Strategy ถูก Format ถูก Platform ก็เปรียบเหมือนว่าคุณจะได้ขี่คลื่นยักษ์ เดินทางไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น

ในบทความนี้ ผมจะมาแชร์ 10 Content Marketing Trend 2026: เทรนด์การทำคอนเทนต์มาร์เก็ตติ้งในปี 2026 ที่คุณควรรู้ เพื่อทำให้คุณหา “คลื่นยักษ์” ในรูปแบบของคุณได้เจอนะครับ

ทั้งนี้ ผมมักจะพูดย้ำเสมอ ไม่ว่าการทำ Content Marketing จะมีการเปลี่ยนแปลงแค่ไหน เทรนด์ต่างๆ จะมีการอัปเดตอย่างไร เรื่องพื้นฐานของการทำ Content Marketing เช่นการเข้าใจ Persona หรือการทำคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ (เช่นการแก้ไขปัญหา เพิ่มประสิทธิภาพ หรือกระตุ้นความสนใจให้คน) ก็ยังสำคัญมากๆ อยู่นะครับ

และเนื้อหาในบทความ Content Marketing Trends 2026 นี้มีทั้งสถิติที่ผมเอามาจากที่ต่างๆ และที่เป็นความเห็นของผมเองนะครับ อ่านแล้ว อย่าเชื่อทั้งหมด ต้องเอาไปคิดต่อ และปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเองด้วยนะครับ

อ่านเพิ่มเติม: Digital Marketing Trends 2026: เทรนด์การตลาดออนไลน์ปี 2026 ที่สรุปมาให้แล้ว! และ 10 Social Media Marketing Trends ปี 2025 กับความเปลี่ยนแปลงมากมาย

ป.ล. ผมใช้เวลาในการตกผลึก และหาข้อมูลเพิ่มเติมมาเขียนบทความนี้หลายสิบชั่วโมง และผมยินดี ถ้าคุณจะเอาเนื้อหาบางส่วนไปอ้างอิงต่อ ซึ่งผมจะขอบคุณมากๆ ถ้าคุณช่วยส่งลิงก์กลับมายัง https://contentshifu.com/blog/content-marketing-trends ด้วยนะครับ

Disclaimer: เนื้อหาในบทความ Content Marketing Trends 2026 นี้ อาจจะมีมุมที่ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและลบกับ Platforms หรือ Providers บ้าง ผมพยายามจะเรียบเรียงอย่างเต็มที่และเขียนด้วยความบริสุทธิ์ใจเพื่อประโยชน์ในภาพรวม และไม่ให้ความสัมพันธ์ต่างๆ ที่ผมเองอาจจะมีกับ Platforms หรือ Providers มา Influence เนื้อหาในบทความนี้นะครับ

📖 คอร์สเรียนแนะนำ

เหลากลยุทธ์การทำคอนเทนต์ แถมเป็นนักเขียนคอนเทนต์มืออาชีพที่เจ๋งกว่าเดิม กับคอร์ส Digital Content Writing Certification คอร์สออนไลน์ ปั้นสุดยอดนักเขียนคอนเทนต์มืออาชีพ เรียนเขียน Content ครบจบทุกเนื้อหาสำคัญ ทุกกลยุทธ์ พิสูจน์มาแล้วโดย Content Shifu

ยาวไป อยากเลือกอ่าน?

1. วิดีโอ… มาแรง

สถิติต่างๆ เกี่ยวกับวิดีโอ

โดยเฉพาะวิดีโอในรูปแบบ Bite-sized & Short-form ที่ทั้ง TikTok, YouTube (YouTube Shorts), Facebook (Facebook Reels) และ Instagram (Instagram Reels) ต่างลงมาเล่นตลาดนี้

สถิติจาก Digital Marketing Trends Report 2026 ที่ผ่านการ Survey นักการตลาดดิจิทัล 545 คน ได้บอกไว้ว่าคอนเทนต์ประเภท Video & Short Video เป็น Format ที่มาแรงตั้งแต่ปี 2025 และยังคงมาแรงต่อไปในปี 2026

วิดีโอที่ดีต้องเป็นยังไง?

Wistia ที่เป็น Video Marketing Platform ชั้นนำได้ทำการ Survey มืออาชีพจากหลายอุตสาหกรรม มากกว่า 1,300 คน และทำ State of Video Report 2025 ขึ้นมา ซึ่งมีข้อมูลหลายอย่างน่าสนใจครับ

จากรูปทางด้านบนได้บอกไว้ว่า วิดีโอยิ่งสั้น ยิ่งได้รับ Engagement ที่ดี

แต่วิดีโอแบบยาวๆ จะสร้าง Conversion ได้ดีกว่า ยิ่งยาว Conversion ยิ่งดี

วิดีโอแบบ Original Series, Webinar และ Sales เป็นวิดีโอ 3 รูปแบบที่สร้าง Conversion ได้สูงที่สุด

และวิดีโอที่ถูกสร้างนั้นมักจะเป็นวิดีโอที่ตรงกับเป้าหมายของบริษัท การออกสินค้าหรือบริการใหม่ๆ วิดีโอเกี่ยวกับ Feedback ที่ได้รับจากลูกค้า และวิดีโอเกี่ยวกับเทรนด์ตลาด

และประเภทวิดีโอที่ถูกสร้างมากที่สุดคือ Educational Videos, Product Videos และ Social Media Videos

⚙️ เครื่องมือแนะนำ

แนะนำให้รู้จักกับ Publer เครื่องมือช่วยบริการจัดการ Social Media ทุกแพลตฟอร์ม (Facebook, Instagram, YouTube, TikTok, X, Threads, LinkedIn และอื่นๆ อีกหลายตัว ในที่เดียว ช่วยให้คุณไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแพลตฟอร์ม

2. ไลฟ์… มาโคตรแรง

สถิติต่างๆ เกี่ยวกับการไลฟ์

ในปี 2026 การไลฟ์สด ให้คนกด CF ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ถูกจริตกับคนไทยอยู่ ดูสนุกๆ เพลินๆ รู้ตัวอีกทีของก็มาส่งถึงหน้าบ้านแล้ว ซึ่งของที่ว่าอาจจะเป็นของที่คนที่ไลฟ์เป็นเจ้าของสินค้าเอง หรือเขาอาจจะเอาของของคนอื่นมาขาย (แล้วทำ Affiliate Marketing อยู่ก็ได้)

มีกรณีศึกษาเกี่ยบกับการไลฟ์สดขายของอยู่มากมาย ตัวอย่างที่น่าจะเป็นกระแสที่สุดอันนึงในปี 2025 ที่ผ่านมาคือการที่แบรนด์อย่าง La Glace ไลฟ์ขายของบน TikTok ได้ยอดไป 103 ล้านบาทในไลฟ์เดียว 25 ชั่วโมง

สถิติเกี่ยวกับ TikTok Shop ก็มีหลายอย่างน่าสนใจ เช่นในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมาประเทศไทยเป็นประเทศที่มี GMV (Gross Merchanise Value) สูงที่สุดในโลก คิดเป็น 25% หรือราว 1 ใน 4 ของการซื้อขายบน TikTok เลย ซึ่งผมคิดว่ายอดขายส่วนหนึ่งของ TikTok Shop ก็มาจากการ Live นี่แหละครับ

3. ยุคแห่งการใช้ Generative AI (GenAI)

GenAI ช่วยทำคอนเทนต์ (แบบเบื้องต้น)

ถ้าปี 2022 เป็นปีเริ่มต้นของ GenAI ปี 2023 เป็นปีแห่งการทดลองใช้ และปี 2025 เป็นปีที่ AI เติบโต

และในปี 2026 ผมคิดว่า GenAI จะแทรกซึมเข้าไปอยู่ในแทบจะทุกกระบวนการของการทำ Content Marketing ตั้งแต่การวางแผน การคิดคอนเทนต์ ไปจนถึงการช่วยผลิตคอนเทนต์ในหลายๆ รูปแบบเช่น Text, Image & Video

ตัวอย่างทางด้านบนเป็นตัวอย่างการใช้ AI ช่วยพูดภาษาอังกฤษ (โดยที่ Avatar ยังเป็นตัวเราอยู่) จากผมเอง ซึ่งผมคิดว่ามันเหมือนจริงสัก 90-95% เลยครับ

ซึ่งในความเห็นของผม คำว่าแทรกซึมของ GenAI นั้นคือการที่จะเข้ามาช่วย Co-pilot ในการทำงาน แต่จะยังไม่ได้มาทดแทนคน ยังไงก็แล้วแต่ การมีคนอยู่ใน Content Creation Process จะช่วยสร้างความแตกต่างได้เสมอครับ

ยิ่ง GenAI มา คุณภาพยิ่งต้องดี

การเข้ามาของ GenAI จะทำให้ปริมาณคอนเทนต์มีมากขึ้นอย่างมากมายมหาศาล (เป็นพันๆ หมื่นๆ เท่า) เมื่อเทียบกับไปกี่ปีที่ผ่านมา แต่คนยังคงมีเวลาเสพคอนเทนต์แค่ 24 ชั่วโมงต่อวันเหมือนเดิม (ตัดเวลานอนออกไป อาจจะเหลือ 16-18 ชั่วโมง)

เพราะฉะนั้นถ้าคุณโฟกัสที่ “ปริมาณ” คอนเทนต์ด้วยการใช้ AI ช่วยผลิตขึ้นมา โดยที่ไม่ได้มี Input หรือใส่ Context เพิ่มเข้าไปให้เนื้อหามี “คุณภาพ” เลย คอนเทนต์แบบ “กลางๆ” ของคุณก็จะถูกคลื่นคอนเทนต์ต่างๆ กลบทับไป

คำพูดที่ผมชอบพูดประจำเลยคือ คอนเทนต์กลางๆ 100 คอนเทนต์ ยังสู้คอนเทนต์เจ๋งๆ 1 คอนเทนต์ไม่ได้เลย

เพราะฉะนั้น อย่าเพียงแต่ Leverage เทคโนโลยีอย่าง GenAI แต่ให้ Leverage ความรู้ ประสบการณ์ และการเข้าใจบริบทที่คุณมีด้วยนะครับ

อนาคตของการสร้าง Content ด้วย AI: Agentic AI

Agentic AI ก็คือ AI ที่สามารถช่วยคิด และลงมือทำให้เราได้ครับ

ปีที่ผ่านมาเครื่องมือที่ช่วยสร้าง AI Agent อย่าง n8n หรือ Zapier Agents เริ่มได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้น เพราะมันเริ่มต้นใช้งานง่าย และมี Integration กับ AI Model หลากหลายตัว

ทำให้การ Research ข้อมูล การผลิตคอนเทนต์ (ทั้งแบบ Text, Image & Video) และเตรียมการเผยแพร่คอนเทนต์เป็นไปอย่างอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น

รูปทางด้านบนเป็นตัวอย่างของการเอา n8n มาสร้าง Agent ในการทำ Content Creation ครับ

เรื่องกฏหมายของการใช้ AI ผลิตคอนเทนต์ยังคงเป็นที่ถกเถียง

ในปีที่ผ่านมามีข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมายเช่นที่ Samsung แบนการใช้งาน ChatGPT และ Generative AI ตัวอื่นๆ เพราะกลัวว่าข้อมูลจะรั่วไหล

นอกจาก ChatGPT หรือ Gemini ที่เป็น Text based แล้ว เรื่องลิขสิทธิ์ต่างๆ ของรูปที่สร้างโดย AI Image Generator เช่น Midjourney หรือ Stable Diffusion ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันค่อนข้างมากๆ (เพราะผู้ใช้งานไม่รู้ว่ารูปต่างๆ ที่เอามาเทรนด์ Model นั้น ถูกหรือไม่ถูกลิขสิทธิ์)

ในขณะที่บริษัท Stock Images ชื่อดังอย่าง ShutterStock และ Getty Images ก็ได้สร้าง AI Image Generator ที่ให้ความคุ้มครองทางกฏหมายแก่ผู้ใช้งาน (ถ้ามีเรื่องฟ้องร้อง บริษัทเหล่านี้คุ้มครองให้) สาเหตุที่ทำแบบนี้ได้ก็เพราะว่าพวกเขาเอารูปจาก Creator บน Platform มาเทรนด์ AI และเมื่อรูปถูกดาวน์โหลดไปใช้ (ถูกซื้อ) Creator ก็จะได้ส่วนแบ่งตามไปด้วย

คำแนะนำของผมก็คือให้ใช้กันระวังๆ นะครับ แล้วก็ Keep เรื่องนี้ In Mind กันไว้ด้วย เพราะนอกจากเรื่องการฟ้องร้องแล้ว แบรนด์ของคุณอาจจะมีโอกาสดราม่าเข้าด้วยนะครับ

4. GEO: ก้าวถัดไปของ SEO

GEO = Generative Engine Optimization

ลองสังเกตพฤติกรรมตัวคุณเองดูครับว่า ในช่วง 1-2 ที่ผ่านมา นอกจากการหาคำตอบผ่าน Search Engine และ Social Media แล้ว คุณได้ค้นหาคำตอบผ่านช่องทางไหนอีกบ้าง?

ผมเชื่อว่าเกือบทุกคนที่อ่านบทความนี้ของผม ต้องตอบเหมือนกันว่า GenAI แน่ๆ ครับ

ปัจจุบันมี GenAI หลากหลายตัว ตัวที่เป็นผู้บุกเบิกคือ ChatGPT

และปีที่ผ่านมา Google เองได้มีการ Launch ของใหม่ล่าสุดอย่าง AI Mode เข้ามาใน Search Engine

ความหมายคือ Engine ของการค้นหาข้อมูลนั้นได้ถูกขยายจักรวาลให้ใหญ่ขึ้น

จาก SEO (Search Engine Optimization) ก็มี GEO (Generative Engine Optimization)

จาก SERPs (Search Engine Result Pages) ก็มี AI Mode

เพราะฉะนั้น ในอนาคต คุณไม่สามารถคิดถึงแค่เรื่องการทำ SEO ได้อีกต่อไปแล้ว แต่ยังต้องคิดถึงเรื่อง GEO ด้วยเช่นเดียวกัน

ในความเห็นของผม ยิ่ง GEO เข้ามามีบทบาทมากเท่าไหร่ การทำ Off-page SEO / Link Building จะยิ่งสำคัญมากขึ้นเท่านั้น เพราะปกติแล้ว GenAI จะทำการดึงข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ขึ้นมาสรุปโชว์บน Platform

ยิ่งเว็บไซต์ดังๆ อ้างอิงถึงคุณมากเท่าไหร่ คุณยิ่งมีโอกาสถูกพูดถึงบน GenAI มากเท่านั้น

5. Automation ช่วยทุ่นแรง

เครื่องมือช่วยจัดการ Social Media

การเอา MarTech หรือระบบ Automation ต่างๆ นั้นเริ่มถูกเอามาใช้กันอย่างแพร่หลายมาหลายปีแล้ว ในปีหน้าและปีถัดๆ ไป โซลูชันต่างๆ ก็จะยิ่งดีและยิ่ง Advance มากยิ่งขึ้น

ตัวอย่างรูปของ Buffer

ตัวอย่างการเอา Automation มาใช้ทุ่นแรงในการทำ Content Marketing เช่น การใช้พวก Social Media Management Platform เช่น Hootsuite หรือ Buffer ในการบริหารจัดการ Social Media หลายๆ ตัวพร้อมกัน

รูปการทำ Auto-comment จาก Publer

หรือการใช้เครื่องมืออย่าง Publer ที่สามารถช่วยให้คุณตั้งเวลาใส่คอมเมนต์อัตโนมัติหลังจากที่คุณโพสต์เนื้อหานั้นๆ ไป (อาจจะเพื่อใส่แหล่งอ้างอิง หรือทำให้คนรู้สึกว่าคอนเทนต์นั้นๆ มีคนเข้ามาปฏิสัมพันธ์ด้วยแล้ว

เครื่องมือช่วยไลฟ์และช่วยขาย

ถ้าคุณเห็นคนที่ไลฟ์อยู่ กระตุ้นให้คุณซื้อของด้วยการพิมพ์โค้ดอะไรบางอย่างเช่น CF01 แล้วเขาทักเข้ามาหาคุณใน Inbox พร้อมแจ้งราคาเสร็จสรรพทันที ให้รู้เอาไว้ว่านั่นไม่ใช่คน แต่เป็น MarTech สาย Live Commerce ที่ช่วยทำสิ่งนี้

หรือการที่คุณเข้าไปคอมเมนต์ว่า “สนใจ” ใต้ Facebook Ads ของแบรนด์ แล้วเขาทักคุณมาทันที (แม้ว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงตี 4 ของวันเสาร์) อันนี้ก็เป็น Chatbot ของ MarTech เหมือนกัน

ซึ่งเครื่องมือที่ช่วยทำเรื่องนี้ได้มีอยู่หลากหลายตัว ผมแนะนำให้คุณเข้าไปอ่านบทความนี้เพิ่มเติม และไปดูในส่วนของ Chat Commerce Tools นะครับ

6. CEO Influencer

ปัจจุบันเส้นแบ่งระหว่าง “CEO” กับ “Influencer” กำลังจางลงเรื่อยๆ จนสามารถกลายเป็นคนเดียวกันได้

CEO as Influencer

CEO ที่หันมาปั้น Personal Brand เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ธุรกิจ ช่วยลดต้นทุนโฆษณาและสร้าง Trust ที่เงินซื้อไม่ได้ เช่น คุณคมสันต์ (Flash Express) ที่ลงมาทำคอนเทนต์จริงจัง, คุณอูน (Diamond Grains) ที่ข้ามขีดจำกัดไปเป็นศิลปิน หรือ คุณเบียร์ ใบหยก ที่ใช้ความตลกเปลี่ยนภาพจำธุรกิจครอบครัวให้เข้าถึงง่าย

Influencer as CEO

Influencer ที่ต้องการความยั่งยืน ไม่อยากพึ่งพาค่าจ้างรีวิวเพียงอย่างเดียว จึงผันตัวมาปั้นแบรนด์ตัวเองโดยมีฐานแฟนคลับเป็นแต้มต่อ เช่น Bearhug กับอาณาจักร Bearhouse และ Sunsu หรือ คุณไอติมและคุณเฟรนฟราย กับแบรนด์เครื่องสำอาง La Glace

ไม่ว่าวันนี้คุณจะเป็น CEO หรือเป็น Influencer ลองสวม “อีกบทบาทหนึ่ง” ควบคู่กันไป เพราะการผสมผสานระหว่าง Business Mindset และ Media Power คืออีกหนึ่งท่าที่จะช่วยให้การทำ Content Marketing ของคุณขยายไปไกลขึ้นครับ

7. รู้จักกับ IGC, UGC และ EGC

ปัจจุบันคอนเทนต์โฆษณามีปริมาณที่เยอะขึ้นมากมายมหาศาล (เพราะ AI) ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Ad Blindness (อาการเมินโฆษณา) อย่างรุนแรง

คอนเทนต์ที่จะสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ต้อง “จริงใจ” และ “เข้าถึงง่าย” ก็เลยทำให้การทำคอนเทนต์แบบ IGC, UGC และ EGC เป็นสิ่งที่จะยิ่งสำคัญมากยิ่งขึ้น

1. IGC (Influencer-Generated Content)

คอนเทนต์ที่สร้างโดย Influencer แต่หัวใจสำคัญคือต้อง “ไม่ดูเป็นการยัดเยียด” คอนเทนต์รูปแบบนี้จะเน้นการทำ Co-creation ที่ผสมผสานตัวตนของแบรนด์เข้ากับสไตล์ของ Influencer ทำให้ดูเป็นธรรมชาติและน่าติดตามมากกว่าโฆษณาแบบตรงๆ

2. UGC (User-Generated Content)

คอนเทนต์ที่สร้างโดย ลูกค้าตัวจริง เสียงจริง หรือแฟนคลับของแบรนด์ ซึ่งถือเป็นคอนเทนต์ที่สร้างความเชื่อถือได้สูงที่สุด แบรนด์สามารถกระตุ้นให้เกิด UGC ได้ผ่านหลายวิธี เช่น

  • การจัดแคมเปญประกวดภาพถ่าย/วิดีโอ
  • การสร้าง Challenge หรือ Hashtag เฉพาะกิจ
  • การหยิบรีวิวดีๆ จากลูกค้ามารีโพสต์ (Repost) เพื่อสร้างความภูมิใจให้กับผู้ใช้

3. EGC (Employee-Generated Content)

อีกเทรนด์ใหม่ที่มาแรงคือการให้พนักงานออกมาสื่อสารเอง คอนเทนต์ประเภทนี้จะเผยให้เห็นเบื้องหลังการทำงาน (Behind the scenes) วัฒนธรรมองค์กร หรือความเชี่ยวชาญในผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์บริษัทให้ดูเป็นมนุษย์ที่จับต้องได้มากยิ่งขึ้น

8. อยากไปไกลต้องไปด้วยกัน

Partnership Marketing

ไปคนเดียวไปได้ไกล ไปด้วยกันไปได้ไกลกว่า

ในปีที่ผ่านมามีตัวอย่างของการทำ Collaboration & Partnership จาก Brand หรือ Influencer ดังๆ ที่ทำให้ 1+1 นั้นเป็นมากกว่าแค่ 2 อยู่หลายเคสต์

เช่น Chagee x Hello Kitty ที่ทำให้คนสนใจสั่งซื้อ Chagee เพิ่มขึ้นมากมาย

หรืออย่าง Content Shifu เองก็มีกรณีศึกษาการ Collab กับแบรนด์หลายๆ แบรนด์ในปี 2025 ไม่ว่าจะเป็น

ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้ทาง Content Shifu และ Partner ได้ Leverage ความเชี่ยวชาญและฐานผู้ติดตามของกันและกัน และจากที่ทำมา ผมบอกได้เลยว่าเวิร์คมากๆ ทั้งในมุมการทำคอนเทนต์และในมุมธุรกิจครับ

การร่วมมือแบบ Affiliate Marketing ก็ยังคงโตอย่างต่อเนื่อง

นอกเหนือจากการทำ Partnership แล้ว อีกหนึ่งรูปแบบของการตลาดแบบร่วมมือที่จะยิ่งเป็นนิยมมากขึ้นคือการทำ Affiliate Marketing ที่ Brand สามารถนำสินค้าหรือบริการไปให้ Influencer/Creator ช่วยโปรโมต และถ้าขายของได้ Influencer/Creator ก็จะได้ส่วนแบ่งด้วย ซึ่งจะเห็นได้จากการที่แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง TikTok ใส่ฟีเจอร์นี้เข้าไปใน TikTok Shop และ LINE ก็ใส่ฟีเจอร์นี้เข้าไปใน LINE Shopping ด้วย

Marketplace อย่าง Shopee & Lazada เองก็ทำ Affiliate Marketing มาอย่างยาวนานแล้วด้วยเช่นเดียวกัน

และล่าสุด ในปีที่ผ่านมา YouTube เองก็ตามมาติดๆ ซึ่งทั้ง 2 รายได้จับมือร่วมกับ Shopee & Lazada ที่ทำให้เจ้าของเพจ/ช่องสามารถปักตะกร้านำเอาสินค้าที่ขายบน Shopee & Lazada มาขายในวิดีโอได้ ทำให้เจ้าของเพจ/ช่อง สามารถสร้างรายได้จากการทำ Affiliate Marketing อีกด้วย

การทำ Content Marketing แบบตัวคนเดียวก็ทำได้ แต่ถ้าร่วมมือกับ Brand / คน ที่ใช่ จะยิ่งทำให้ผลลัพธ์ของการทำ Content Marketing ไปได้ไกลยิ่งกว่า

9. ยุคแห่ง Data Collection & Content Personalization

การเก็บข้อมูลทั้งแบบ First Party Data และ Zero-Party Data จะยิ่งสำคัญ เพราะสมรภูมิโฆษณาจะมีแต่การแข่งขันที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

นอกจากตัวของ Platform เอง คนเองก็คาดหวังว่าคอนเทนต์ที่พวกเขาจะได้รับนั้นจะต้องมีความ Personalize หรืออธิบายง่ายๆ คือจะต้องเป็นคอนเทนต์เฉพาะสำหรับฉัน กันมากขึ้น

เพราะฉะนั้นการทำคอนเทนต์ในปีหน้าและปีถัดๆ ไป มันจะไม่ใช่การทำคอนเทนต์แบบเดียวกันให้กับผู้ติดตามของคุณทุกคนอีกแล้ว แต่สิ่งที่คุณจะต้องเริ่มคิดคือจะทำอย่างไรที่จะสามารถส่งมอบคอนเทนต์ที่เหมาะกับแต่ละ Persona ของคุณได้

ตัวอย่างจาก Content Shifu ที่เราเริ่มทำกันมาแล้วก็คือการเก็บข้อมูลดูว่าผู้ติดตามของเราทำงานในตำแหน่งไหน (Job Function) เช่นเป็น Management, HR หรือ IT หรือทำงานในอุตสาหกรรมไหน (Business Category) เช่น Media, Marketing Agency/Consulting หรือ Consumer Goods

ซึ่งในบางครั้ง เราก็จะทำการส่งคอนเทนต์หาเฉพาะคนที่ Profile บางอย่างโดยเฉพาะ เช่นถ้าเรามีคอนเทนต์เกี่ยวกับ Corporate Training กลุ่มคนที่จะได้รับเนื้อหาเรื่องนี้ก็จะเป็น HR ที่เป็นคนที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง ไม่ใช่ Officer ที่ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ เป็นต้น

ในยุคปัจจุบัน สิ่งที่มีมากมายเหลือเฟือคือคอนเทนต์ สิ่งที่ขาดแคลนคือเวลา เพราะฉะนั้นยิ่งคุณสามารถทำคอนเทนต์ที่เฉพาะเจาะจงสำหรับคนแต่ละคนได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งดี

10. ทำ Purposeful Content

ปี 2025 ที่ผ่านมา วงการครีเอเตอร์มีดราม่าหนักๆ ให้เห็นเพียบ (เช่น เคสเต้นบนรถหน้า Lawson หรือดราม่าร้านเสื้อผ้า) ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้คนดูเริ่ม ‘ตาสว่าง’ และแยกแยะได้แล้วว่า อันไหนคือคอนเทนต์เรียกแสง หรืออันไหนคือ Purposeful Content ที่มีประโยชน์จริงๆ

ฝั่งนักการตลาดเองก็ต้องระวัง อย่าหลงดีใจกับตัวเลขยอดวิวที่เป็น Fake Dopamine แต่ต้องกลับมาถามตัวเองให้หนักว่า สิ่งที่ทำออกไปสร้าง ‘คุณค่า’ ให้ลูกค้าได้จริงไหม

สรุป: Content Marketing Trends 2026

และนี่คือ 10 Content Marketing Trends 2026 ที่ผมอยากจะหยิบมาแชร์คุณในบทความนี้นะครับ

หลังจากอ่านจบแล้ว ผมแนะนำให้คุณกลับไปคิดต่อว่าเรื่องไหนที่คุณจะสามารถทำเพิ่มเติมเพื่อเอาไปต่อยอดกับแผนการทำ Content Marketing ของคุณในปีหน้าได้บ้าง

และสุดท้ายที่อยากเน้นย้ำคือไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรใหม่ที่ผ่านเข้ามาเป็นเทรนด์มากแค่ไหน เรื่องพื้นฐานของการเข้าใจผู้ติดตาม/ลูกค้า และการทำคอนเทนต์ให้มีคุณภาพที่ดียังเป็นเรื่องที่สำคัญนะครับ

ขอให้ปี 2026 เป็นปีที่คุณทำ Content Marketing ได้ตามที่ตั้งใจไว้ครับ :)

📖 คอร์สเรียนแนะนำ

ลองคิดดูว่าการทำธุรกิจของคุณจะดีขึ้นขนาดไหน ถ้าคุณเข้าใจ “กลยุทธ์ Digital Marketing” กับคอร์ส Digital Marketing Strategy คอร์สเรียนออนไลน์เรียนรู้กลยุทธ์การทำ Digital Marketing ให้ถึงแก่น เลือกทำในสิ่งที่สร้างผลลัพธ์เพื่อที่จะทำให้การทำการตลาดเติบโตอย่างก้าวกระโดด

Share on

Bank Sitthinunt

Writer

Bank Sitthinunt

เจ้าของเว็บไซต์ Content Shifu นอกจากเรื่อง Inbound Marketing, Digital Marketing และ MarTech แล้ว ยังสนใจเรื่อง Entrepreneurship, Productivity, Self-Development และ Talent Development รวมถึงเป็นแฟนตัวยงของทีม Manchester United อีกด้วย

More From Me